Thursday, 4 June 2026
ถอดบทเรียน

ผบ.ตร.ขอบคุณ จนท.ทุกนาย ที่ช่วยให้เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี ตามหลักยุทธวิธี ส่วนผู้ก่อเหตุอาการยังสาหัส ย้ำเป็นผู้ป่วยที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ มีอาการทางจิต ไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่การงาน พร้อมจะเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (15 มี.ค.66 ) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุ พ.ต.ท.กิตติกานต์ แสงบุญ สารวัตรสันติบาลคลั่งในพื้นที่สายไหมว่า “ ขณะนี้ ตำรวจได้ควบคุมสถานการณ์ และให้ประชาชนบริเวณที่เกิดเหตุเข้าที่พักเรียบร้อย โดยทาง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ขอบคุณ ชมเชยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และหน่วยร่วมปฏิบัติทุกนาย ที่ช่วยให้เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี และขอบคุณพี่น้องประชาชนในที่เกิดเหตุ ที่ยืนปรบมือให้กำลังใจผู้ปฏิบัติทุกนาย ถือเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน

 
ส่วนการปฏิบัติทางยุทธวิธีที่เกิดขึ้นนั้น ท่าน ผบ.ตร. ได้มีการติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ได้ลงพื้นที่มาควบคุมด้วยตนเอง ต้องยอมรับว่า สารวัตรคนก่อเหตุ มีอาการไม่ปกติ การดำเนินการต้องใช้ความระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของคนก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ที่ทำงาน และประชาชน จึงต้องระมัดระวังในการดำเนินการตามหลักยุทธวิธีอย่างที่สุด มีการเจรจาต่อเนื่อง แต่ไม่เป็นผล จนตำรวจต้องตัดสินใจเข้าควบคุม เกิดการปะทะ ผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล ขณะนี้อาการยังสาหัส อยู่ในการดูแลของแพทย์


ขอย้ำว่า การปฏิบัติการทุกอย่างเป็นไปตามหลักยุทธวิธี มีการประเมินหน้างานตลอด โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.ที่ร่วมกันดูบริหารเหตุการณ์ รายงานให้ ผบ.ตร.ทราบโดยตลอด มีทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ นักจิตวิทยา และส่วนที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เข้าร่วมทำงาน


 การจะเข้าปฏิบัติการ ไม่ได้คำนึงว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใคร แต่เขาคือผู้ป่วยทางจิตที่มีความสามารถทางยุทธวิธี ที่เราจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นใครก็ตาม ก็คงปฏิบัติในการหลักการเดียวกัน คือ หลักความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและประชาชนผู้บริสุทธิ์ 


ส่วนสาเหตุการก่อเหตุการคลั่งครั้งนี้ เบื้องต้นก็เป็นอาการทางจิต ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน แต่คงต้องรอการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง โดยกรณีนี้เป็นผู้ป่วยทางจิต ทาง ตร.มีโรงพยาบาลตำรวจ กลุ่มงานจิตเวช คอยให้คำปรึกษา ที่ผ่านมา มีข้าราชการตำรวจที่มีอาการ หรือ มีความเครียดเข้ามาปรึกษาต่อเนื่อง กรณีของ พ.ต.ท.กิตติกานต์ ชุดปฏิบัติการสันติบาลได้ประสาน รพ.ตร. เพื่อมารับตัวไปรักษา แต่เกิดคุ้มคลั่งขึ้นก่อน 

ทำไม “เด็กอเมริกา” ถึงเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนบ่อย: มองเป็น “ระบบ” ไม่ใช่ความชั่ววูบ

ภาพจำของสังคมโลกเมื่อพูดถึงสหรัฐอเมริกา คือประเทศพัฒนาแล้ว แต่ในอีกด้าน สหรัฐฯ กลับมีเหตุกราดยิงในโรงเรียนเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สังคมโลกตั้งคำถาม

การอธิบายปัญหานี้ด้วยคำว่า “เด็กมีปัญหา” เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอ เพราะเหตุกราดยิงในโรงเรียนอเมริกันเกิดจากหลายปัจจัยซ้อนกัน ตั้งแต่การเข้าถึงอาวุธปืน สุขภาพจิตวัยรุ่น สภาพแวดล้อมในโรงเรียน ไปจนถึงอิทธิพลของสื่อและโลกออนไลน์

1) การเข้าถึงอาวุธปืนที่ง่ายและใกล้ตัว  
สหรัฐอเมริกามีอัตราการครอบครองปืนสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ปืนจำนวนมากถูกเก็บไว้ในบ้าน ทำให้เยาวชนสามารถเข้าถึงอาวุธร้ายแรงได้ง่ายกว่าสังคมอื่น โดยเฉพาะในครอบครัวที่ไม่มีมาตรการเก็บรักษาปืนอย่างปลอดภัย

2) สุขภาพจิตวัยรุ่น วิกฤตเงียบของสังคมอเมริกัน  
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหรัฐฯ ชี้ว่า วัยรุ่นจำนวนมากเผชิญความเครียด ภาวะซึมเศร้า และความรู้สึกสิ้นหวังอย่างต่อเนื่อง แม้ปัญหาสุขภาพจิตจะไม่เท่ากับความรุนแรง แต่เมื่อผนวกกับการเข้าถึงปืน ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

3) ผลเลียนแบบจากสื่อและสังคมออนไลน์  
การรายงานข่าวเหตุกราดยิงอย่างละเอียด การให้พื้นที่กับตัวผู้ก่อเหตุ หรือการทำให้เหตุการณ์กลายเป็นกระแส อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในกลุ่มผู้มีความเปราะบางทางอารมณ์

4) โรงเรียนในฐานะพื้นที่ความกดดัน  
การบูลลี่ การกีดกัน การล้มเหลวซ้ำซาก หรือการถูกมองข้าม สามารถสะสมเป็นความคับแค้นในระยะยาว เด็กบางคนไม่ได้ก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ผ่านกระบวนการสะสมความเจ็บปวดโดยไม่มีใครรับรู้

5) ความขัดแย้งเชิงนโยบายและการเมือง  
สหรัฐฯ มีความขัดแย้งด้านค่านิยมเรื่องสิทธิในการครอบครองปืน ทำให้มาตรการควบคุมอาวุธปืนแตกต่างกันในแต่ละรัฐ และยากต่อการบังคับใช้ในระดับประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top