Thursday, 4 June 2026
ตำรวจจราจร

ตำรวจจราจรพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชน

(9 ก.ย. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ช่วงนี้ที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตำรวจจราจรได้เข้าให้ความช่วยเหลือกรณีมีรถจอดเสีย เครื่องยนต์ขัดข้อง และที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรด้วยความเข้มแข็งในจุดที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและจุดต่อเนื่องมาโดยตลอด  ประกอบกับตลอดสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือน ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดหลายพื้นที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชื่นชมข้าราชการตำรวจจราจร ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ในช่วงเกิดภาวะน้ำท่วมขังดังกล่าว และส่งกำลังใจไปให้ข้าราชการตำรวจ ขอให้ช่วยกันดูแล ช่วยเหลือ ประชาชนในช่วงที่มีฝนตกน้ำท่วมขัง พร้อมสั่งการให้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ดำเนินการ ดังนี้
1. ให้เฝ้าระวังจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และประสานหน่วยระบายน้ำออกจากจากคลองสายหลักและสายรองที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ระบายมาจากพื้นผิวถนน 
2. เร่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณท่อระบายน้ำ บนผิวถนน เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากผิวถนนในกรณีฝนตกในปริมาณสูง 
3. ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมกรณีมีน้ำท่วมขัง ฉุกเฉินบนผิวการจราจร
4. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานีสูบน้ำ โดยขอให้มีเจ้าหน้าที่ที่ประสานงาน ได้ในช่วงนอกเวลาเร่งด่วนและ่ชวงกลางคืน เพื่อเพิ่มกำลังการระบายน้ำ
5. จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือประชาชน กรณีรถจอดเสียจอดตายจากน้ำท่วมขังโดยให้จัดเตรียมรถยก รถลากทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และชุดช่วยเหลือประชาชนกรณีมีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน เจ็บป่วยฉุกเฉิน 
6. ให้ประชาสัมพันธ์จุดที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมเส้นทางหลีกเลี่ยง โดยเร็วและจัดทำป้ายแจ้งเตือนจุดที่มีน้ำท่วมขัง ให้ประชาชนทราบก่อนถึงถึงจุดที่มีน้ำท่วมขังเพื่อเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว 
7. ขอความร่วมมือบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่กระทบต่อผิวการจราจรให้ดำเนินการ มิให้มีเครื่องจักรหรือวัสดุก่อสร้างใดๆกีดขวางทางระบายน้ำ
8. สำรวจและปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้เส้นทางในช่วงฤดูฝน เช่น จุดที่มีต้นไม้บดบังทัศนวิสัย หรือพื้นผิวถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและเพื่ออำนวยความปลอดภัยแก่ประชาชน

พล.ต.ท.นิธิธรฯ ย้ำว่า ตำรวจจราจรทุกนายพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมความพร้อมและจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยของทุกท่าน

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางจราจร หรือเส้นทางที่มีสถานการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, ตำรวจทางหลวง 1193 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้ตำรวจจราจร ช่วยการทำงานทุกขั้นตอนแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดการอบรมสัมมนา “ปัญหาการปฏิบัติการและการบันทึกข้อมูลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565” โดยมี พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา/หัวหน้าคณะทำงานด้านภาพลักษณ์งานจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรม พร้อมพบปะผู้เข้ารับการอบรมและมอบนโยบาย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ณ กองบัญชาการศึกษา 

สำหรับการอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ “ติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร” ผ่านการถ่ายทอดการใช้โปรแกรมช่วยทำสำนวนพินัย ซึ่งจะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และลดความซับซ้อน ตั้งแต่การออกใบสั่ง การติดตามผู้กระทำผิดจราจร เช่น ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ตลอดจนความผิดจราจรอื่น ๆ ที่ไม่ชำระค่าปรับ ไปจนถึงการดำเนินการส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งปัจจุบันโทษปรับตามใบสั่งจราจร ถือเป็นโทษปรับทางพินัย มีอัตราโทษปรับสุงสุดไม่เกิน 4,000 บาท หากผู้ขับขี่ไม่ชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะทำรายงานพร้อมพยานหลักฐานเป็นสำนวนคดีพินัย ส่งไปยังพนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาลให้บังคับโทษตามกฎหมายต่อไป โดยปัจจุบันมีการทำสำนวนคดีใบสั่งจราจรส่งไปยังพนักงานอัยการแล้วทั้งสิ้น จำนวนกว่า 3,000 คดี  

เนื้อหาการอบรมยังครอบคลุมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เจ้าหน้าที่พบเจอในการปฏิบัติหน้าที่จริง เพื่อนำมาพัฒนาระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกแก่ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน

ในโอกาสนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดและถูกต้องตามหลักกฎหมาย โดยกล่าวว่า เจ้าพนักงานจราจรทุกนายต้องยึดมั่นในความถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน การใช้เทคโนโลยีในการทำงานจะช่วยยกระดับมาตรฐาน เพิ่มความมั่นใจ และทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงมุ่งพัฒนากระบวนการทำงานด้านจราจรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการผนวกองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพตำรวจไทย ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top