Thursday, 4 June 2026
ดีลลับ

'ชลน่าน' ไม่เชื่อ!! ดีลลับดูไบมีจริง ย้ำ!! ใครจะเข้าพรรค ต้องฟังเสียงรอบด้าน ยึดประโยชน์ ปชช.เป็นหลัก

(9 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค พท. ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวดีลลับระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ที่จะนำส.ส.พรรคศท.ย้ายกลับมาอยู่กับพรรค พท.ว่า ไม่เชื่อว่าเรื่องนี้มีอยู่จริง เพราะข่าวแบบนี้มีมาตลอด แต่ก็คงต้องเฝ้าระวังว่าใครประสงค์ร้ายกับพรรค พท. และเรายึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การจะนำใครเข้ามาอยู่ในพรรคนั้นมีกลไก ที่สำคัญคือพรรค พท.เป็นพรรคของประชาชน เราต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกับพรรค แม้คนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค แม้มีความคิดเห็นอย่างไร เราก็ฟังความคิดเห็นตลอด ฉะนั้นการจะทำกิจกรรมอะไรต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ และต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของพรรคเป็นลำดับชั้น สุดท้ายก็จะเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องมาพิจารณา 

เมื่อถามว่าโอกาสที่กลุ่มร.อ.ธรรมนัสจะกลับเข้ามาพรรค พท. เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตนขอไม่แสดงความเห็น เพราะพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีแนวทางของตัวเอง พยายามจะแสวงหาโอกาสในการที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนเขาจะเลือกทางไหนก็แล้วแต่แนวทางของพรรค

‘บิ๊กแดง’ ปัดตอบ ปมภาพบินไปลังกาวี พบ ‘ทักษิณ’ หลุดว่อน ยัน!! แค่ไปหารือแนวทางแก้ปัญหากลุ่มก่อความไม่สงบฯ ในภาคใต้

(18 ก.ค. 66) แหล่งข่าวจากกองทัพ ระบุถึง การเดินทาง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมคณะของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ.ไป เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เมื่อ 5-7 พ.ค. 2566 และถูกโยงว่ามีการพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดีลลับการเมืองก่อนเลือกตั้งว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ ทางการเมือง และไม่ได้ไปพบเจอ อดีตนายกฯ ตามที่มีข่าวปรากฏในโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด แต่ไปเพื่อพบปะกับ แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่มีการนัดหมายไว้ ว่า ต้องการพบเพื่อคลี่คลายปัญหา และสนับสนุนให้การเจรจาเดินหน้าไปได้ด้วยดี

โดยเป็นการประสานในการเปิด ช่องทางการติดต่อสื่อสาร อีกช่องทางหนึ่ง สำหรับการประสานงานในการแก้ปัญหา อีกทั้งในขณะนี้ การดำเนินการของคณะพูดคุยฯ ชะลอ ออกไป เพราะทางกลุ่มเคลื่อนไหว รอมีรัฐบาลใหม่ก่อน

ส่วนกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ เดินทางไปด้วยนั้นเนื่องจาก พล.อ.อภิรัชต์ สนใจติดตามแก้ปัญหาความไม่สงบในชายแดนใต้ มาเพราะสมัยเป็นพันเอก ก็ลงไปอยู่ชายแดนใต้ และมีสายข่าวอยู่ในฝั่งมาเลเซีย และเมื่อครั้งเป็น ผบ.ทบ. เคยเดินทางไป อาเจะห์ ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา  และยังคงติดตามสถานการณ์ มาตลอด แต่ไม่ได้เปิดเผย เพราะมีหน่วยงานที่มีหน้าที่ทำงานอยู่  แต่มันเป็น คอนเนคชั่นส่วนตัว ที่ทำให้ประสานพูดคุยกันได้ จะได้รู้ความต้องการของเขา และทางออกในการแก้ปัญหา

สำหรับ พล.อ.เฉลิมพล คอยติดตามการแก้ปัญหาชายแดนใต้มาตลอดเช่นกัน ทำงานร่วมกับพล.อ.อภิรัชต์ มา ที่ผ่านมาก็ทั้งการลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยม และสนับสนุนอุปกรณ์พิเศษ ให้กองกำลังชายแดนในการทำงาน

“คาดว่าคงมีคนพยายามที่จะเชื่อมโยง กับการเมือง เพราะที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าวลือ พาดพิง พล.อ.อภิรัชต์ มาตลอด แต่ พล.อ.อภิรัชต์ ก็เลือกที่จะนิ่ง ไม่ชี้แจง ตอบโต้ แต่การที่ไม่ได้ชี้แจง ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องจริง เพราะอยู่ในสถานภาพที่ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวใดๆ ทางการเมือง ขออย่าโยง” แหล่งข่าวใกล้ชิดในกองทัพ ระบุ

‘ธนาธร’ ลั่น!! กลางเวทีเนชั่น ไร้ดีลลับ ‘แดง – น้ำเงิน’ เชื่อ ‘พรรคประชาชน’ ไม่ดีล เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค. 68) ‘เครือเนชั่น’ จัดกิจกรรมครบรอบ 55 ปี NATION ผ่าทางตันประเทศไทย Exclusive Talk กับ 3 ผู้นำทางความคิด Chapter 2 | 3 บรรณาธิการ ถาม ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ตอบ โดยมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นแขกรับเชิญคนแรก ดำเนินรายการโดย 3 บรรณาธิการ เครือเนชั่น ได้แก่ นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร นายบากบั่น บุญเลิศ และนายสมชาย มีเสน

นายธนาธร กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวพรรคประชาชน จับมือกับพรรคเพื่อไทยในบางครั้ง และอาจจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ว่า ตนคิดว่าข้อสันนิษฐานว่าเราเกรงใจฝั่งไหน มันไม่เป็นความจริง ผมยืนยันไม่มีดีลแดง ไม่มีดีลน้ำเงิน อย่างน้อยที่สุดในความรับรู้ของผม ไม่มีดีลอะไรระหว่างพรรคประชาชน ที่เอาผลประโยชน์ของประชาชนไปแลกกับผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่มี และไม่มียั้งหมัด อย่างกรณีตั๋วพีเอ็นของน.ส.แพทองธาร เนื่องจากทางนิตินัยมันกำกวมว่าถูกหรือผิดกฎหมาย เราก็ยื่นกรมสรรพากร เพื่อสอบถาม เราไม่ใช่เรื่องจริยธรรม เพราะการตีความจริยธรรมมันกว้างมาก

เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่เห็นด้วยกับการให้อำนาจองค์กรอิสระตีความจริยธรรม นายธนาธร กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะมันกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง จริยธรรมมาตรฐานของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน ไม่มีตัวบ่งชี้ที่วัดได้ หลายกรณีมันไม่ได้สัดส่วนต่อฐานความผิด เราไม่ควรให้อำนาจเรื่องจริยธรรมกับองค์กรอิสระในการตัดสินพรรคการเมือง ถ้าผิดกฎหมาย ถูกผิดเป็นความรับผิดชอบทางการเมือง ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินผ่านบัตรเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญควรมีหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ต้องให้อำนาจแคบที่สุด ไม่มีอำนาจลงโทษ หรืออาจจะตั้งตุลาการเป็นกรณีไป ไม่ว่าอย่างไร ต้องแคบมาก การตีความทางกฎหมายต้องแคบมาก

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนมีโอกาสที่จะลดเพดานด้านนโยบายเกี่ยวกับสถาบัน เพื่อที่จะร่วมทำงานกับผู้มีอำนาจหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ถ้าเราตัดอคติ และสิ่งที่ไม่เป็นจริงออก วันที่ตั้งพรรคอนาคตใหม่ เราไม่มีนโยบายแก้ ม.112 วันนั้นเราไม่ได้พูดเรื่องสถาบัน แต่ทุกฝ่ายโจมตีเราจนสังคมเชื่อไปอย่างนั้น ตนถามว่าเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อสถาบันในการยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะการเรียกร้องการปฏิรูปสถาบัน เกิดขึ้นหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่

“ผมคิดว่ามันไม่มีใครหรอกที่คิดจะล้มสถาบัน พวกเราทุกคนล้วนปรารถนาดีต่อประเทศ และเราพูดเสมอ วิธีการที่จะธำรงสถาบัน ให้อยู่คู่สังคมไทยตลอดไปคือ การค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสถาบันให้อยู่กับยุคสมัย ย้ำกันอีกครั้งว่าพวกเราตั้งพรรคการเมือง ทำงานการเมืองในสภา ผมพูดหลายครั้งปืนสักกระบอกยังไม่มีเลย”

เมื่อถามว่า มีโอกาสลดโทษเรื่องสถาบันหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ถ้าคุณมองจากความจริง เอ็มโอยูของพรรคก้าวไกลทำกับพรรคเพื่อไทย ไม่มี ม.112 ที่เอา ม.112 ไปเป็นประเด็น เพราะเขาต้องหาเหตุไม่จับมือกัน เอากันให้ชัดว่าถ้าตัดอคติออก ไม่มีที่บอกว่ามาร่วมรัฐบาลกัน มาแก้ ม.112 กัน ไม่เคยบอกว่าถ้ามาร่วมรัฐบาลแล้วมาแก้ ม.112 กัน ไม่มีครับ 

นายธนาธร ทิ้งท้ายว่า ตนไม่สามารถเดินทางการเมืองมาไกลขนาดนี้ได้เลย ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากผู้คน ในการเดินทางของตนมีคนให้ดอกไม้ ให้กำลังใจ ตนได้รับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทุกวัน ไม่มีกำลังใจ ไม่มีแรงผลักดันของทุกคน ตนคงไม่สามารถยืนหยัดบนถนนการเมืองมา 7 ปีกว่า เราจะทำเต็มที่ตามศักยภาพของเรา ผลักดันประเทศไทยตามที่สัญญาเอาไว้ เพื่อให้ลูกหลานของเราเติบโตตามประชาธิปไตย ให้สังคมไทยมีความเสมอภาคทางกฎหมาย ให้เศรษฐกิจเราสู้กับสังคมโลกได้ นั่นคือ สังคมที่เราจะสร้าง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top