Friday, 5 June 2026
ดีพร้อม

ดีพร้อมจับมือเดลต้า คิกออฟ เองเจิล ฟันด์ คอนเน็ค ปีที่ 10 ดึง 2 พันธมิตรร่วมหนุน ชู Content Marketing ขยายฐานลูกค้า สร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจ

เมื่อวันที่ (3 มี.ค.68) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ผนึกกำลัง บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท มีเดียแท็งค์ จำกัด และสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย เดินหน้าสร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เติบโตผ่านโครงการ เองเจิล ฟันด์ คอนเน็ค ปีที่ 10 ขยายผลต่อยอดกลยุทธ์การตลาดผ่านการสร้างเนื้อหา หรือ Content Marketing ปั้นเทรนด์การเสพคอนเทนต์ด้านนวัตกรรม เพิ่มโอกาสด้านการตลาด ขยายฐานลูกค้า และผลักดันผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไปสู่ระยะเติบโต คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้กว่า 50 ล้านบาท พร้อมเชื่อมโยงสตาร์ทอัพไปยังแหล่งเงินทุนให้เปล่าของบริษัท เดลต้าฯ จำนวน 5 ล้านบาท ต่อไป

นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ เพื่อยกระดับผลิตภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ เป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ โดยการนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบกับนโยบายของ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการปรับอุตสาหกรรมเข้าสู่วิถีใหม่ โดยให้ความสำคัญในการยกระดับทุกองค์ประกอบของภาคอุตสาหกรรมควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งและกระจายรายได้สู่ชุมชน ด้วย ‘หัว’ และ ‘ใจ’ โดยเฉพาะเน้นการปรับเปลี่ยนธุรกิจและอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมศักยภาพ หรือ S-curve พร้อมปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจในอนาคต ทั้งยังสอดคล้องกับการสร้างกลไกสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ตามนโยบายของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินทุนไปต่อยอดแนวคิดให้เกิดขึ้นเป็นธุรกิจใหม่ หรือขับเคลื่อนธุรกิจเชิงนวัตกรรมให้มีโอกาสเติบโตในเชิงพาณิชย์

นายดุสิต กล่าวต่อว่า ดีพร้อมเดินหน้าติดปีกสตาร์ทอัพไทย ผ่านโครงการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนและตลาดสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ Angel Fund Connect ปีที่ 10 พร้อมเปิดกิจกรรมบ่มเพาะทักษะทางธุรกิจ และการตลาดอย่างเข้มข้น (Marketing camp) จำนวน 5 วันเต็ม รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายกับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ (Content creator) ปั้นเทรนด์การเสพคอนเทนต์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย ร่วมค้นหาและคัดเลือกผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์  เข้าร่วมโครงการ และมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแส สร้างการรับรู้ และกระจายข้อมูลให้กับผู้คนทั่วโลก ซึ่งเป็นการส่งเสริมสตาร์ทอัพให้สามารถเข้าถึงช่องทางการตลาดใหม่ ๆ ขยายฐานลูกค้า และผลักดันไปสู่ระยะเติบโตมากขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม  เพื่อร่วมการทดลองใช้นวัตกรรม หรือ โซลูชั่นส์ในตลาดจริง (Proof of Concept: PoC) ถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการและง่ายต่อการขยายผลในเชิงธุรกิจ และเป็นก้าวสำคัญที่ดีพร้อม มุ่งส่งเสริมในปีนี้ ก่อนเข้าสู่การนำเสนอโมเดลธุรกิจต่อแหล่งทุนในกิจกรรม Pitching Day ยิ่งไปกว่านั้น ได้มีความร่วมมือกับ บริษัท มีเดียแท็งค์ (Shark Tank Thailand) เพื่อส่งต่อสตาร์ทอัพเข้าร่วมรายการให้สามารถสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงไปสู่นักลงทุนรายอื่น ๆ ได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานกรรมการบริหารบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเดลต้าฯ ร่วมกับดีพร้อมในการดำเนินธุรกิจเชิง CSR โดยการคืนกลับสู่สังคมในรูปแบบการสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาต่อยอดให้กับสตาร์ทอัพไทยผ่านโครงการ Angel Fund นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการในปี 2559 ได้มีการเสริมศักยภาพให้กับสตาร์ทอัพกว่า 200 ราย เป็นเงินทุนมากกว่า 33.16 ล้านบาท และช่วยสร้างงาน 927 ตำแหน่ง ซึ่งโครงการดังกล่าวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำนวัตกรรมต่าง ๆ เข้าสู่ตลาดเชิงพานิชย์ ได้อย่างชัดเจน สำหรับปีนี้ ทางบริษัทฯ ทุ่มเงินจำนวน 5 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการสนับสนุนเงินให้เปล่าแก่สตาร์อัพที่มีธุรกิจและผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม จำนวน 4 ล้านบาท และสนับสนุนผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ จำนวน 1 ล้านบาท ให้สามารถต่อยอดการเริ่มต้นธุรกิจได้ และในฐานะผู้ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนกับสตาร์ทอัพ คิดว่าโจทย์ใหญ่ของสตาร์ทอัพไทยในปีนี้ คือ การเร่งคิดค้นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี เพื่อแก้ไขปัญหาของโลกในบริบทต่าง ๆ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง หรือ Climate change ซึ่งมีผลกระทบต่อพวกเราทุกคนหรือจากสถานการณ์ปัจจุบันที่พวกเราต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของพวกเราดีขึ้น โครงการฯ กําลังเติบโตขึ้น โดยในปีนี้ได้มีพันธมิตรใหม่อย่างสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทย และ Shark tank มาเสริมความแข็งแกร่ง จึงอยากจะกระตุ้นให้สตาร์ทอัพทุกคนใช้ประโยชน์จากโอกาสเหล่านี้ เพื่อเรียนรู้จาก

ธุรกิจชั้นนำในประเทศไทยและสร้างความมั่นใจ โดยการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ และตระหนักว่าชีวิต คือการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้า ซึ่งหวังว่าทุกคนจะสนุกกับความท้าทายในเหล่านี้ พร้อมกับนำความคิดไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจไปสู่อีกระดับต่อไป วิคเตอร์ เจิ้ง กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ประกอบที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2430 6873 ต่อ 1625 หรือติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ www.diprom.go.th และ www.facebook.com/dipromindustry

‘ดีพร้อม’ ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น-วิสาหกิจชุมชน หนุนใช้นวัตกรรมต่อยอดสร้างรายได้ ตามนโยบาย ‘รมว.เอกนัฏ‘

เมื่อวันที่ (11 มิ.ย. 68) นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเผยแพร่ผลสำเร็จของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้กิจกรรมยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารชุมชนประจำถิ่นโดยใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร นวัตกรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ประจำถิ่น (ภาคตะวันออก) โครงการยกระดับศุนย์นวัตกรรมอาหารชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ร่วมด้วย นางสาวศิริลักษณ์ วิศวรุ่งโรจน์ อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ สภาชิกสภาเมืองพัทยา นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยมี นางสาวหนึ่งหทัย ธรรมพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ (DIPROM) ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา

การจัดงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จจากการส่งเสริมวิสาหกิจให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรูปวัตถุดิบเป็นผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งการส่งเสริมให้เกิด Soft Power ด้านอาหาร โดยการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การตลาดเนื้อหา (Content Marketing) เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคตะวันออกจำนวน 10 ราย ผ่านการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 12 Man/day ซึ่งจะไม่ใช่เพียงการส่งเสริมและพัฒนาในตัวของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาคนในชุมชน ผ่านการฝึกฝนและสร้างอาชีพให้เกิดการสร้างรายได้ ผ่านการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาต่อยอด เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนออกมาในผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น ตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวมถึงการนำกลไก Soft Power มาใช้ในการสร้างเรื่องราว บอกต่อ และโน้มน้าวให้เกิดการเผยแพร่เข้าสู่ตลาด สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ในเกิดยอดขาย มีการกระจายรายได้ในชุมชน เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง

โดย “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้ให้เกียรติมอบวุฒิบัตรและโล่รางวัลให้กับ 10 กิจการที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว พร้อมเยี่ยมชมสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนา ซึ่งนำมาจัดแสดงเพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จ รวมถึงเป็นการทดสอบตลาด จัดจำหน่าย และรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภค เพื่อนำไปพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจระดับชุมชน สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สอดรับตามนโยบายของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งปฏิรูปอุตสาหกรรมด้วยการเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทาน สร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ พัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงการสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันของ SMEs ไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการไทยสู่สากล

‘กระทรวงอุตฯ’ หนุน!! ‘คนละครึ่งพลัส’ 44,000 ล้าน เสริมแกร่ง SME ผ่าน Digital Payment ขยายฐานลูกค้า

(13 ต.ค. 68) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมดำเนินการตามแนวนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 'คนละครึ่งพลัส' วงเงิน 44,000 ล้านบาท ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 โดยมอบให้ น.ส.ณัฐฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เร่งสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในเครือข่าย มากกว่า 30,000 ราย เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Payment และขยายฐานลูกค้า

นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับนักธุรกิจรายย่อยในเครือข่าย DIPROM เช่น นักธุรกิจใหม่ นักธุรกิจ และวิสาหกิจชุมชน ร้านอาหารถิ่น และ SME รายย่อย กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 

1. เชิญชวน โดยประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจรายย่อยในเครือข่ายดีพร้อม สมัครและใช้งานแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' เพื่อรับชําระค่าสินค้าและบริการ กระตุ้นยอดขายและกระแสเงินสด ผ่านกําลังซื้อที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ 

2. กลั่นกรองโดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบนิเวศดีพร้อม (DIPROM Ecosystem) เพื่อนําดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ เน้นการทําตลาดออนไลน์ (Online Marketing) และการบริหารจัดการ ร้านค้าผ่านระบบ e-Payment เพื่อขยายช่องทางการตลาดหลังสิ้นสุดโครงการรัฐ และ 

3.สนับสนุน โดยเชื่อมกลไกสนับสนุนต่อเนื่องให้ธุรกิจที่เข้าสู่ ระบบดิจิทัล สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

"กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ด้วยการเสริมสร้างความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) อํานวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และช่วยเหลือผ่านโครงการยกระดับผลิตภาพ (Productivity Improvement) อาทิ ระบบบริหารจัดการธุรกิจ ระบบบัญชีการเงิน และการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถ ทั้งนี้ เพื่อมาตรฐานกระบวนการผลิตที่ดี และยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย

DIPROM ดัน New Creator กระหึ่มกิจกรรมสร้างนักการตลาดยุคใหม่ ส่งเสริมครีเอเตอร์ก้าวสู่มืออาชีพ เน้นเทรนด์ TikTok Shop ปี 2026 จับมือธุรกิจต่อยอดรายได้จริง

จากครีเอเตอร์สู่เจ้าของธุรกิจ! DIPROM เปิดเวทีปั้น New Creator พร้อมเชื่อมโอกาสทางธุรกิจ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรม “สร้างนักการตลาดยุคใหม่ (DIPROM New Creator)” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–8 และ 14–15 มีนาคม 2569 ณ C asean Ratchada

กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจด้านการสร้างคอนเทนต์เข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาครีเอเตอร์ให้ก้าวสู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพ สามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพ ต่อยอดสู่การสร้างรายได้ และเติบโตไปเป็นผู้ประกอบการที่สามารถจดจัดตั้งธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภายในโครงการ ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและแพลตฟอร์มชั้นนำ ครอบคลุมเนื้อหาเข้มข้น ทั้งการอัปเดตเทรนด์ TikTok Shop ปี 2026 และการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด การเจาะลึกเทคนิคการทำโฆษณา (Ads) และกลยุทธ์ Social Commerce ตลอดจนการวางรากฐานด้านธุรกิจ การเงิน และภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้

นอกจากนี้ ภายในกิจกรรมยังมีการประกวดการสร้างสรรค์คลิปวิดีโอ โดยครีเอเตอร์ที่มีผลงานโดดเด่นและได้รับโล่รางวัล จะได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม Matching กับผู้ประกอบการ ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) ในลำดับถัดไป เพื่อเปิดโอกาสในการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่สะท้อนว่า กิจกรรมครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการทำตลาดออนไลน์ และสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง ทั้งในด้านการสร้างคอนเทนต์ การบริหารต้นทุน และการขยายช่องทางการขาย

การจัดกิจกรรม “DIPROM New Creator” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการสร้าง “ครีเอเตอร์คุณภาพ” ที่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตของ SMEs ไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

ดีพร้อมลุยยกระดับ SME จัดงานทดสอบตลาดที่นครสวรรค์ รวบรวมสินค้าไฮเทค 3 กลุ่มหลัก ผลักดันอาหารอนาคตและเกษตรแปรรูป สร้างโอกาสตลาดสากลให้ผู้ประกอบการไทย

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 (DIPROM) ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการจัดกิจกรรม “ทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์” ณ ศูนย์การค้าวี-สแควร์ จังหวัดนครสวรรค์ ขนทัพผู้ประกอบการ Future Food อาหารแห่งอนาคต-Bio-based personal Care and Beauty Product ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม – Agricul Tural Product and Herbs   ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป/พืชเศรษฐกิจและสมุนไพร   คว้าใจผู้บริโภคและ Buyer รายใหญ่ สร้างแรงกระเพื่อมให้เศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) รุกเดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทย จัดกิจกรรม “ทดสอบตลาด (Market Testing)” รวบรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์นวัตกรรม จาก 3 โครงการใหญ่ภายใต้การบ่มเพาะของศูนย์ฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบปะผู้บริโภคจริง และรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาสินค้าสู่ระดับสากล ณ ศูนย์การค้าวี-สแควร์ จังหวัดนครสวรรค์

นางสาวิตรี ทาจ๋อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีนายศิริเทพ พิริยอุตสาหกร ผู้อำนวยการกลุ่มบริการธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ และ นางสาวณัฐชานันท์ บวบทอง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคุณจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ประธานกรรมการ บริหารบริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ ผู้บริหารในการเจรจาธุรกิจ (Buyer) ว่าที่ร้อยตรี กิตติพันธ์ มูลศรีชัย นายกสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทย ,นายชนาธิป โอสถวาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญรุ่งเรือง ฟาร์มา 168 จำกัด ,นางสาวดวงหทัย เอมอ่อง ผู้จัดการ บริษัท สวอน แอร์ ซีเฟรท จำกัด  ,นายกิติศักดิ์ วิจิตรเวชการ Marketing Manager THE BUBBLES Co.,Ltd. ,นายกันตวีร์ แสงสาย ผู้ก่อตั้งบริษัท คอนซัลติ้งไทย จำกัด (Buyer ผู้เข้าร่วมเจรจาธุรกิจ) และคณะผู้บริหารร่วมในพิธี

นางสาวิตรี ทาจ๋อย เปิดเผยว่า “การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างได้นำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาทดสอบความต้องการของตลาด (Market Validation) ก่อนที่จะวางจำหน่ายจริงอย่างเต็มรูปแบบ โดยเราเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงตามเทรนด์โลก ได้แก่ อาหารแห่งอนาคต ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม และสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง  สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ไฮไลต์จาก 3 กิจกรรมหลักประกอบด้วย:

1.   กิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต (Future Food): สัมผัสเมนูทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 
-     บริษัท อเนกฟาร์มนกกระทา จำกัด (จังหวัดอ่างทอง)
 เจลลี่ไข่ขาวพร้อมรับประทาน
-     บริษัท เปี่ยมสุขฟาร์ม จำกัด (จังหวัดชัยนาท)
 วิต้า กริก นวัตกรรมอาหารอนาคตจากจิ้งหรีด
-     บริษัท วังบุญชู จำกัด (จังหวัดกำแพงเพชร)
 ชูชูช็อคโกแลตและกราโนล่าบาร์

2.   กิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ : นวัตกรรมความงามจากธรรมชาติที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้น 
-     หจก.หัตถชา 1982 (จังหวัดนครสวรรค์)
 โทนเนอร์ผิวใส 3 ระดับ นวัตกรรมข้าวหอมใบเตย
-     วสช.คนเอาถ่านบ้านหัวดาน (จังหวัดพิจิตร)
 แฮร์ เซรั่ม นวัตกรรมฟื้นฟูเส้นผมระดับพรีเมียมจากถ่านชาร์โคล

3.  กิจกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป (พืชเศรษฐกิจหรือสมุนไพร): การแปลงโฉมสินค้าเกษตรและสมุนไพรไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่มีดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย  
-     บริษัท วรรณาวีย์ จำกัด (จังหวัดพิจิตร)
 ใบเตยผงชงดื่มเข้มข้น
-     บริษัท พุทธาพร19 จำกัด (จังหวัดลพบุรี)
 สเปรย์สารสกัดต้นอ่อนทานตะวัน
-     วสช.การเรียนรู้ศาสพระราชาคืนป่าสัก (จังหวัดลพบุรี)
 ผงกล้วยดิบชนิดเม็ด
-     Good Farm Café (จังหวัดกำแพงเพชร)
 ไซรัปกล้วยน้ำว้า
-     พีพีคอมมูนิตี้เอนเตอร์ไพร (จังหวัดชัยนาท)
 สเปรย์ป้องกันยุงตะไคร้ส้มโอ

งานทดสอบตลาดในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดนครสวรรค์ แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมนำไปวิเคราะห์เพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริม SME ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“ดีพร้อม พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงและสะพานเชื่อมโยงให้ SME ไทยไม่เพียงแต่ผลิตสินค้าได้ แต่ต้องขายเป็นและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดสากล โดยเราจะนำผลการทดสอบตลาดในครั้งนี้ไปต่อยอดพัฒนาหลักสูตรและการสนับสนุนในครั้งต่อไป” นางสาวิตรี กล่าวทิ้งท้าย

กระทรวงอุตฯ ลุยฟื้น SME!! ดีพร้อม-สสว. เปิดตัวโครงการ “Rebuild SMEs” ปี 69 ดูแลเข้ม ยกระดับผู้ประกอบการอย่างครบวงจร เป้ารองรับความท้าทายยุคใหม่

“กระทรวงอุตสาหกรรม” เดินเกมรุก “ONE MIND” สั่งการ ดีพร้อม ผนึก สสว. คิกออฟ ‘Rebuild SMEs’ ปี 69 เร่งฟื้นฟูและเสริมแกร่ง SMEs ไทย ยกระดับศักยภาพการแข่งขันสู่เศรษฐกิจยุคใหม่

กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ล่าสุด มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวโครงการ “ฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมกันบูรณาการกลไกช่วยเหลือ ฟื้นฟู และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้สามารถปรับตัว อยู่รอด และแข่งขันได้ท่ามกลางความท้าทายในเศรษฐกิจยุคใหม่ 

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความ ท้าทายรอบด้านทั้งจากเทคโนโลยีดิจิทัล ภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจสีเขียว และการแข่งขันในระดับโลก รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะ SMEs ไทย ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักที่เพิ่มสัดส่วน GDP ภาคอุตสาหกรรมดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม มีแนวทางการดำเนินงานภายใต้นโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อสร้างกลไก “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ผ่านโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) 

ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และตลาดได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกัน โครงการฟื้นฟูธุรกิจฯ ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งต่อผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงการให้บริการต่าง ๆ ของหน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค รวมถึงเชื่อมโยงเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่าง SME D Bank กองทุนประชารัฐ ซึ่งเป็นถุงเงินของกระทรวงอุตสาหกรรมที่พร้อมให้บริการสินเชื่อผ่านผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมอีกด้วย

“เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain) ควบคู่ไปกับการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสในการแข่งขันระดับสากล” 

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า เอสเอ็มอีถือเป็นฟันเฟืองหลัก

ของเศรษฐกิจไทย แต่กำลังได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ สงครามภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตต้นทุนพลังงาน และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) ดังนั้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงมุ่งเน้นการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจาก “การวินิจฉัยองค์กร” (Business Diagnosis) ที่แม่นยำ เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาและจุดอ่อนที่แท้จริงของผู้ประกอบการแต่ละรายนำไปสู่การวางแผนกลยุทธ์และให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก (Deep Consulting) 

สำหรับโครงการ Rebuild SMEs นี้ เป็นการดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดย “ดีพร้อม” ได้เตรียมกลไกสนับสนุนทั้งทีมนักวินิจฉัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ แหล่งเงินทุน และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจอย่างครบวงจร เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกและปรับโมเดลธุรกิจให้พร้อมรองรับความเสี่ยงและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ใหม่ๆ  พร้อมย้ำเป้าหมายโครงการฯ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs ไม่เพียงแค่ "อยู่รอด" แต่สามารถ "เติบโต" และ "สร้างมูลค่าใหม่" ในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะสามารถยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย จำนวน 800 กิจการ และจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 840 ล้านบาท

ด้าน ดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทของ สสว. ในฐานะหน่วยงานกำหนดนโยบายและบูรณาการแผนส่งเสริม SMEsของประเทศว่า ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว สสว. จึงมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของผู้ประกอบการในทุกมิติ ทั้งการอัปสกิลองค์ความรู้ การส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี และการปลดล็อกข้อจำกัดทางด้านการเงิน

สำหรับโครงการ Rebuild SMEs ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ที่จะช่วย 'ฟื้นฟู' และ 'ต่อยอด' ผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการวินิจฉัยธุรกิจ การให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการ การตลาด การเงิน รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ “ความร่วมมือระหว่าง สสว. และ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการทำงานร่วมกัน ของสองหน่วยงาน แต่คือการรวมพลังเพื่อสร้าง “ระบบสนับสนุน SMEs ไทยยุคใหม่” ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการฟื้นตัว การแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต เรามุ่งหวังให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถฟื้นตัวและแข่งขันได้จริง และเติบโตได้อย่างมั่นคง พร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยศักยภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น" ดร.ปณิตา กล่าว

ทั้งนี้ ความร่วมมือจัดตั้งโครงการ Rebuild SMEs ประจำปีงบประมาณ 2569 จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงรุก (Proactive Mechanism) ในการฟื้นฟูและยกระดับผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับฐานรากทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน (Growth from Within) ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และเพิ่มสัดส่วนจีดีพีของ SMEs ต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติชาติต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top