Saturday, 5 April 2025
ดิไอคอน

ICONSIAM ร่อนประกาศชี้แจง ยันไม่เกี่ยวกับ The iCon Group

(16 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘ICONSIAM’ ได้เผยแพร่ประกาศ ความว่า 

ตามที่เกิดความไม่เข้าใจในกลุ่มลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าไอคอนสยาม ขอเรียนให้ทุกท่าน ทราบว่า บริษัท มิได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น กับ The Icon Group ที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ขอเรียนย้ำว่า บริษัทดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าไอคอนสยาม ด้วยพันธกิจที่ยึดมั่นในธรรมาภิบาลและความโปร่งใสเป็นธรรม ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดตลอดมา และใคร่ขอความร่วมมือจากทุกท่านงดเว้นการกล่าวหรือพาดพิงถึง บริษัทและศูนย์การค้าไอคอนสยาม ทั้งนี้ เพื่อให้ไม่ให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนเพิ่มขึ้น

ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่ง
16 ตุลาคม 2567

‘อาจารย์สุวินัย’ วิเคราะห์ไพ่ตาย The iCon Group จี้! ตำรวจไล่ตามยึดคริปโต-ทรัพย์เหล่าตัวการให้เหี้ยน

(17 ต.ค. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์วิเคราะห์ไพ่ตายของบอสพอลและ The iCon Group ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

'ไพ่ตาย' ของ 'บอสพอล' ที่ยังถืออยู่

ผมอาจะคิดลึกไป แต่ถ้าดูจากแววตาของบอสพอลที่เพิ่งโดนตำรวจรวบตัวไปวันนี้ ... ผมไม่เห็นความหวั่นไหวในแววตาของบอสพอลนะ ...ซึ่งต่างจากแววตา 'สวรรค์ล่ม' ของ 'บอสกันต์' เมื่อสองวันก่อนอย่างชัดเจน

ผมคิดว่า การถูกตำรวจคุมตัว เป็นหนึ่งในแบบจำลองการรับมือกับวิกฤตที่ตัวบอสพอลเองได้เตรียมใจและเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว

เหมือนอย่างการที่บอสพอลตีสองหน้า สองบุคลิกตอนไปออกรายการโหนกระแส กับให้สัมภาษณ์ The Standard

'ไพ่ตาย' ที่บอสพอลยังมีอยู่ คือการแปลงเงินหลายพันล้านที่เขา 'ดูดทรัพย์' มาจากแชร์ลูกโซ่ The iCon ไปเป็นเหรียญคริปโต แล้วมอบให้ 'ผู้ช่วยมือขวา' ที่เขาไว้ใจดูแลแทน รวมทั้งเผ่นหนีออกไปต่างประเทศอย่างลอยนวล ... ตราบใดที่ทางตำรวจยังยึด 'ไพ่ตาย' ใบนี้ของบอสพอลไม่ได้ ตราบนั้นเกมนี้ผมยังไม่ถือว่าฝ่ายตำรวจชนะเบ็ดเสร็จนะ

การที่ ปปง. อายัดเงินแค่ 125 ล้านของพวกบอสพอล ถือว่ายังห่างไกล ต่อให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัท The iCon ซึ่งมีอยู่สองพันล้านก็ยังไม่พอ ... การยึด 'ไพ่ตาย' ของบอสพอลให้ตกเป็นของแผ่นดินต่างหากคือ ชัยชนะที่แท้จริงของคดีนี้

เพราะ หัวใจของคดีนี้คือ ปปง. ต้องยึดทรัพย์ตัวการทั้งหมดให้เหี้ยน ถึงจะสาสม

อย่างไรก็ตามขอชื่นชมการทำงานของทางการในคดีแชร์ลูกโซ่ The iCon ว่าทำได้ฉับไวมากและตระหนักถึงความร้ายแรงของคดีนี้ ... ขอปรบมือดัง ๆ ให้กำลังใจทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่านครับ

~ สุวินัย ภรณวลัย
Suvinai Pornavalai

‘เอกภพ สายไหมต้องรอด’ เปิดข้อมูลสุดตะลึง เครือข่าย The iCon โยกเงินมหาศาลผ่านคริปโต

(18 ต.ค. 67) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอกภพ สายไหมต้องรอด ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ความว่า 

พบเส้นเงินผิดปกติกว่า 247,911,936 USDT มูลค่ากว่า 8,223 ล้านบาท ถูกโอนออกไปก่อนที่ 'โค๊ชแล็ป' ดิไอคอน จะถูกจับเพียง 1 ชั่วโมง

ก่อนหน้านี้รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามยึดทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีของเครือข่าย The iCon เพื่อนำมาชดใช้ให้ผู้เสียหาย

ประเด็นร้อน คลิปฉาว!! จาก ‘ดิไอคอน’ ‘ลุงป้อม’ สั่งเด้ง!! ‘ส.’ พ้นรองโฆษกฯ

(19 ต.ค. 67) ใช่หรือไม่ว่า..มหากาพย์ ดิไอคอน กรุ๊ป เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงการทำธุรกิจที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนฉ้อฉล จากการบูรณาการความชั่วร้ายสามฝ่าย..นักธุรกิจ  ข้าราชการ และนักการเมือง..?

เพจดัง2-3เพจนำคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง ‘บอสพอล’ วรัตน์พล วรัทย์วรกุล กับบุคคลนิรนามที่คอข่าวการเมืองคุ้นน้ำเสียง คาดเดากันเบื้องต้นว่าน่าจะชื่อ ‘ส.’ แต่ไม่รู้ส.ไหน...เบื้องต้น ‘บอสพอล’ ยอมรับเป็นเสียงของตนเองจริงแต่ไม่ยอมบอกชื่อบุรุษนิรนามในคลิปเสียง แม้กระทั่งชื่อย่อ.

แต่ต่อมาวันที่ 15 ต.ค. ‘บอสพอส’ ได้โพสต์ข้อความขอให้ทุกสื่อลบคลิปเสียงทุกคลิป พร้อมกราบเท้าขอโทษนักการส.และยืนยันไม่เคยให้เงินท่านส.แม้แต่บาทเดียว..

ชื่อย่อส.เสือค่อยชัดเจนขึ้นเมื่อ..ทีมทนายอเวนเจอร์นำโดย ‘ทนายตั้ม’ ษิทรา เบี้ยบังเกิด ไปยื่นหนังสือให้พล.องประวิตร วงษ์สุวรรณ ‘ลุงป้อม’ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ตรวจสอบว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็น ‘นายสามารถ เจนชัยจิตวนิช’รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐหรือไม่..ถ้าใช่ขอให้ขับออกจากสมาชิกพรรค..!!

มีกระแสกดดันภายในพรรคพลังประชารัฐ กระทั่งนายไพบูลย์ เลขาธิการพรรคเสนอให้หัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร ออกคำสั่งให้นายสามารถพ้นจากตำแหน่งรองโฆษกพรรค มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. พร้อมกับส่งสัญญาณให้นายสามารถลาออกจากพรรค แต่มีสัญญาณตอบกลับว่า..ไม่ลาออก

เป็นที่มาของข่าวที่ว่า วันที่ 29 ต.ค.จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อขับนายสามารถ...ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการขับรอบสองเลยทีเดียว..

กล่าวถึงนายสามารถ ชัยเจนจิตรวนิช ต้องยอมรับว่าชีวิต-บทบาทของเขาไม่ธรรมดา

ปี 2557 ลงสมัครสส.เขตที่ 32 กทม.ในนามพรรคเครือข่ายประชาชน..แต่เลือกตั้งเป็นโมฆะ

ช่วงปี2559-60 มีขบวนการแชร์ลูกโซ่หลอกลวงประชาชนเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง  ‘สามารถ’ โดดเข้าช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ก่อตั้งสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ในขณะนี้รัฐบาลลุงตู่ประกาศให้ปัญหาร์ลูกโซ่เป็นวาระแห่งชาติ มอบหมายให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ‘บิ๊กป้อม’ รองนายกฯ เป็นประธาน..

ช่วงปี2560-61 นั่นเองทำให้ส.สามารถหนุ่มปริญาโท..ที่พาชาวบ้านไปร้องขอให้รัฐบาลบาลช่วยเหลือ ได้สัมผัสและเข้าถึงกลไกอำนาจรัฐผ่านพรรคพลังประชารัฐในฐานะผู้รอบรู้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ และไม่กี่พริบตาเขาก็กลมกลืนเป็นพลังประชารัฐ..

หลังเลือกตั้งปี 2562 ได้ลงสมัครสส.บัญชีรายชื่อลำดับ 48 ของพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้รับเลือก  

ที่ต้องขีดเส้นใต้..ปี 2562 แม้ไม่ได้เป็นสส.แต่ได้รับบำเหน็จเป็น ‘กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรมว.ยุติธรรม (สมศักดิ์  เทพสุทิน)’  ที่มีบทบาทโดดเด่น...แน่นอนว่าไม่พลาดที่จะเป็นมือทำงานใน ‘คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดฉ้อโกงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่’ ด้วย..

อย่างไรก็ตามปี 2564 ส.สามารถถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าส่งคนเข้าไปสอบแทนตัวเองในการศึกษาระดับป.เอก ของม.รามตำแหน่ง ทางพรรคตรวจสอบและให้เขาพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด แต่เรื่องราวก็ยุติไป และปี2565-66 เขาก็ย่างสามขุมกลับสู่พรรคพปชร.อีกครั้ง..

นัยว่า..’ลุงป้อม’ และใครต่อใครในพรรคพปชร.ที่กำลังมีไฟสุมขอนช่วงปี2566 ได้ให้โอกาสแก้ตัวแก้มือ...และบทบาทการตอบโต้ของนายสามารถก็เผ็ดร้อน..

แต่ความเผ็ดร้อนที่ว่าอาจจะเป็นคนละบริบทกับปัญหาเก่า ๆ ของเขาที่กำลังถูกตั้งคำถาม..

แน่นอน..จากนี้ไปก็อยู่ที่ส.สามารถจะพิสูจน์ได้หรือไม่ว่า เขาไม่ใช่ของเสียงในคลิปฉาวโฉ่  และเขาไม่มีพฤติการณ์รีดไถอย่างที่ใครต่อใครกำลังตั้งคำถามหรือกล่าวหา..!?

แชร์ว่อนโลกโซเชียล ‘ว.วชิรเมธี’ นั่งสมาธิบนลานหิมะ ‘แพรรี่’ ฟาดใส่!! มันไม่ใช่ที่ จะไปนั่งหลับตาปฏิบัติธรรม

(19 ต.ค. 67) แชร์ว่อน ว.วชิรเมธี นั่งสมาธิบนลานหิมะ อดีตพระมหาชื่อดัง ชี้ ไม่ใช่ที่ ๆ พระจะไปนั่งหลับตาเพื่อปฏิบัติธรรมได้ นอกจากไปถ่ายรูปสวย ๆ

หลังมีคลิปเทศน์กับกลุ่มผู้บริหาร ดิไอคอนกรุ๊ป ทำให้ พระเมธีวชิโรดม ว.วชิรเมธี ถูกสังคมตั้งคำถามถึงเรื่องความเหมาะสม

ก่อนที่ต่อมา ว.วชิรเมธี จะมีประเด็นพาดพิง วิพากษ์วิจารณ์ หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการโหนกระแส อย่างดุเดือด ว่าตั้งตนเป็นศาลเตี้ย และ เอาคนไม่ผิดเข้าคุก

ล่าสุด เพจ อีซ้อขยี้ข่าว : อีซ้อ เผยแพร่ภาพ ว.วชิรเมธี ที่ขณะนี้อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังนั่งสมาธิอยู่บนพื้นหิมะ พร้อมข้อความระบุว่า ท่านไปปฏิบัติธรรมนะคะ ใครที่บอกท่านไปเที่ยว ขอให้ดูด้วย ท่านนั่งสมาธิกลางหิมะ อดทน น่าเลื่อมใสอย่างยิ่ง

ด้าน ‘แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร’ อดีตพระมหาชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กวิจารณ์ในเรื่องดังกล่าว ระบุว่า นอกจากไปถ่ายรูปถ่ายคลิปสวย ๆ ลานหิมะไม่ใช่ที่ ๆ พระจะไปนั่งหลับตาเพื่อปฏิบัติธรรมได้หรอกค่ะ

เปิดประวัติ ‘ไฮโซเคลวิน’ หนุ่มหล่อ อินเลิฟของ ‘บอสมิน’ เป็นแค่เพื่อนมา 12 ปี ก่อนจะข้ามเฟรนด์โซน มาเป็นแฟน

(19 ต.ค. 67) จากกรณีนางเอกดัง ‘มิน พีชญา’ ผู้หญิงหนึ่งเดียว ในกลุ่มดาราคนดัง ที่ถูกจับกุมเป็นผู้ต้องหา คดี ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ล่าสุดในโลกออนไลน์ หลายคนก็พากันพุ่งเป้าไปที่หนุ่มหล่อ ‘เคลวิน ตีรวัฒนานนท์’ หวานใจของสาวมิน พร้อมบอกขอให้รักสาวมินและเคียงข้างเธออย่าหนีไปไหน

‘เคลวิน ตีรวัฒนานนท์’ คือใคร ทำงานอะไร มีธุรกิจยิ่งใหญ่แค่ไหน กวาดรายได้ต่อปีเท่าไหร่

ประวัติ ‘เคลวิน ตีรวัฒนานนท์’
ชื่อเล่น : เค
ชื่อจริง : เคลวิน ตีรวัฒนานนท์
อายุ 34 ปี
พื้นเพเป็นคน เชียงใหม่
จบการศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ปัจจุบันทำอาชีพ นักวิทยากร 2 ภาษาในเมืองไทย
เป็นนักธุรกิจ ตำแหน่ง 'Marketing Director (MD)' ของ SCG Home Khonkaen
ไลฟ์สไตล์ ชอบตีกอล์ฟ, ท่องเที่ยว,นักชิม โดยเฉพาะ ร้านอาหารที่ได้รับรางวัล Michelin Star

จุดเริ่มต้นความรักของหนุ่ม เคลวิน และนางเอกสาว มิน พีชญา เริ่มจากการเป็นเพื่อน ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันนานกว่า 12 ปี ก่อนที่ฝ่ายชายสามารถก้าวข้ามเฟรนด์โซนมาได้ ซึ่งเส้นทางรักก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ต้องเอาชนะใจนางเอกสาว มิน พีชญา หนักมาก

กระทั่งในที่สุดทั้งคู่ก็เปิดตัวว่าคบหาดูใจกัน ยิ่งเพิ่มดีกรีความหวานให้คู่รักคู่นี้เพิ่มขึ้นไปอีก

เปิดธุรกิจ เค เคลวิน ตีรวัฒนานนท์
ข้อมูลจาก creden data ฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทครบวงจร พบว่า เค เคลวิน ตีรวัฒนานนท์ เป็นกรรมการบริษัท 1 แห่ง รวมทั้งถือหุ้น 1 รายการ มูลค่าหุ้นทั้งหมด 54,459 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

บริษัท มานนา ฮาร์ทเมด จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564
พบรายชื่อนายเคลวิน ตีรวัฒนานนท์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท ถือหุ้นจำนวน 1,000 หุ้น (50.00%) มูลค่าหุ้น 54,459 บาท และมี น.ส.มิน พีชญา เป็นกรรมการร่วมด้วย และถือหุ้นจำนวน 980 หุ้น (49.00%) มูลค่าหุ้น 53,370 บาท
ดำเนินธุรกิจการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น
ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 200,000 บาท
โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

ปี 2565 รายได้ 11,575 บาท ขาดทุน 74,651 บาท
ปี 2566 รายได้ 2,398 บาท ขาดทุน 16,431 บาท
ปี 2566 สินทรัพย์รวม 141,000 บาท หนี้สินรวม 32,082 บาท

นักข่าวไทยในอังกฤษ ชี้!! หากบอสดิไอคอน โอนเงินหนี 8 พันล้านบาท เผย!! สามารถตามแกะรอยได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องนำมาแลกเงินจริง

(20 ต.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Pui Vijitphan’ ซึ่งเป็นคนไทยที่ทำงานด้านสื่อมวลชนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ได้โพสต์ข้อความในฐานะ ‘ผู้เสียหายโดยตรง’ จากกรณีดิไอคอน โดยได้ระบุว่า ...

‘เอก สายไหมต้องรอด’ แฉว่าพบความผิดปกติ ก่อนที่ บอสดิไอคอนคนสุดท้ายจะถูกจับ มีการโอนเงินหนี 8 พันล้านบาท หรือ 247,911,936 USDT 

ถ้าให้เรามอง ในรูปนี้จะเห็นการโอน USDT (Tether) ผ่านสองเครือข่ายบล็อกเชน คือ Ethereum (ETH) และ TRON แบบตรงๆ เลย ซึ่งแปลว่าการโอนเงินครั้งนี้มันเป็น wallet-to-wallet หรือพูดง่ายๆ คือ โยกเงินจากกระเป๋านึงไปอีกกระเป๋านึงโดยตรง ไม่ได้ผ่านเว็บแลกเปลี่ยนแบบที่เราคุ้นเคยทั่วไป เช่น ผ่าน Bitkub อะไรพวกนี้

1. สองรายการแรกเป็นการโอน USDT ที่ใช้เครือข่าย Ethereum ผ่านมาตรฐาน ERC-20 แบบตรงๆ บนบล็อกเชนของ ETH
2. สองรายการหลังเป็นการโอน USDT ผ่านเครือข่าย TRON ใช้มาตรฐาน TRC-20 ทำให้เห็นว่ามีการย้ายเงินไปบนบล็อกเชนของ TRON โดยตรง

ถ้าจะให้เราสรุปคร่าวๆ คือ การโอนแบบนี้บ่งบอกได้ว่า เจ้าของกระเป๋าน่าจะเป็นคนโยกเอง หรือไม่ก็มีกระเป๋าของตัวเองที่ควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นการโยกจากกระเป๋าประเภทซอฟต์แวร์อย่าง MetaMask หรือ Trust Wallet กระเป๋าฮาร์ดแวร์แบบ Ledger หรือ Trezor หรือแม้แต่กระเป๋าเก็บออฟไลน์แบบ Cold Storage ก็ได้ทั้งนั้น

ถ้าดูจากช่วงเวลาการโอนแล้ว ก็อาจจะโยกเงินหนีกันก่อนที่จะมีการดำเนินคดีหรือการจับกุม อย่างในกรณีของ The ICON Group

ถ้าถามว่าตำรวจจะตามรอยเงินจากกระเป๋าคริปโตได้มั้ย บอกเลยว่าทำได้ แต่ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะ เพราะถึงแม้ว่าเราจะเห็นธุรกรรมทั้งหมดบนบล็อกเชนได้แบบเปิดเผย แต่กระเป๋าคริปโตมันไม่ได้บอกชื่อจริงใครตรงๆ ไง มันจะมีแค่ที่อยู่ (address) เป็นรหัสยาวๆ เท่านั้น ซึ่งทำให้ตามไปถึงตัวคนจริงๆ

อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงคือการโอนเงินข้ามเครือข่าย (cross-chain) แบบโอนจาก Ethereum ไป TRON หรือเครือข่ายอื่นๆ ซึ่งทำให้เส้นทางเงินดูซับซ้อนขึ้น เพราะเงินมันอาจจะถูกแปลงเป็นคริปโตเหรียญอื่น หรือโทเค็นอื่นระหว่างทาง พวกนี้จะทำให้การตามรอยยากขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตามไม่ได้ ถ้ามีเทคนิคและเครื่องมือที่ดี

ถึงจะซับซ้อนยังไง ถ้ามีจุดที่เงินไปแสดงตัวตนหรือลิงก์เข้ากับข้อมูลที่ระบุตัวคน (KYC) เช่น เบอร์โทร อีเมล หรือชื่อที่ใช้บนเว็บแลกเปลี่ยน ตำรวจก็มีโอกาสตามเจอจนได้ เพราะสุดท้ายแล้ว เงินต้องไปจบที่ไหนสักแห่งที่มีการแลกเป็นเงินจริง หรือเอามาใช้จริง

สรุปสั้นๆ ก็คือ ถ้าตำรวจจะตามจริงๆ ก็มีหนทาง แต่ต้องใช้เวลา ความพยายาม และข้อมูลมากหน่อย ที่สำคัญคือ ต้องเจอจุดเชื่อมที่ชี้ไปหาเจ้าของกระเป๋าที่แท้จริงให้ได้ก่อน ไม่งั้นก็คงจะตามเงินไปเรื่อยๆ แบบงงๆ ได้เหมือนกัน

#ที่เขียนยาวๆนี่ เพราะตรูเป็นผู้เสียหายโดยตรง แม้ไม่ได้โดนหลอกโดยตรง แต่เครือข่ายอีบอสมันมาเข้าทางคนใกล้ตัวให้หลงเชื่อ เจ็บใจมานานมากก และสะใจมากที่มีวันนี้ ที่ได้เห็น คุณบอสพอลเข้าคุก ค่ะ

‘อดีตสว.วันชัย’ ออกโรงป้อง ‘ท่าน ว.วชิรเมธี’ เชื่อ!! ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับ ‘ดิไอคอน’

(20 ต.ค. 67) นายวันชัย สอนศิริ อดีตสว. โพสต์ข้อความหัวข้อ ‘ท่าน ว. … ธรรมะย่อมชนะอธรรม’ ในเพจ เฟซบุ๊กทนายวันชัย สอนศิริ กรณี ท่าน ว. วชิรเมธี ถูกกล่าวหาเข้าไปสนับสนุนธุรกิจ ดิ ไอคอน กรุ๊ป ระบุว่า …

ใครจะเล่นกับเทวดาตนใดอย่างไรก็ว่ากันไป แต่สำหรับท่าน ว. เท่าที่ผมเห็นวัตรปฏิบัติของท่านตลอดมา เป็นพระนักเทศน์สอนตามหลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขายธรรมะอย่างเดียวเพียวๆ เฉกเช่น หลวงพ่อปัญญา หลวงพ่อพุทธทาส ไม่ใช่พระอมน้ำมนต์พ่นน้ำหมากปลุกเสกเลขยันต์ ถือว่า เป็นพระน้ำดีในยุคสมัย อาจจะผิดพลาดบกพร่องก็เป็นวิสัยของมนุษย์โดยทั่วไป

นายวันชัย ระบุต่อว่า ด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ผมเชื่อว่าท่าน ว. ไม่ได้ผิดอะไร คนที่เป็นพระมาถึงระดับนี้ ถ้ารู้ว่าขบวนการของดิไอคอนเป็นขบวนการต้มตุ๋นหลอกลวงฉ้อโกง หรือเป็นแก๊งทุจริตผิดกฎหมาย ท่านคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแน่ และคงไม่เข้าไปซ่องเสพกับทุรชน

แต่ที่รับนิมนต์ไปเทศน์ไปบรรยายก็ตามวิสัยของพระโดยทั่วไป ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการต้มตุ๋นของเขาหรอก ไปเทศน์แล้วก็อาจจะอวยบ้าง พาดพิงถึงเขาบ้าง แตะโน่นแตะนี่ถึงบริษัทเขาบ้าง ก็เป็นธรรมดาของ นักเทศน์ นักบรรยาย หาได้มีจิตใจที่ไปสนับสนุนขบวนการของเขา และการถวายเงินเพื่อกิจกรรมของท่าน ก็เป็นเรื่องปกติเหมือนเศรษฐีคนมีเงินมีทองทั่วไป

“ใครจะล่อ ดิไอคอน ล่อบอส คนไหนก็ว่ากันไป ไม่ได้หมายความว่าคนไปเกี่ยวข้อง จะต้องผิดและเลวทรามต่ำช้าไปทุกคน ทนายความของบอส ก็ออกมาชี้แจงตอบโต้กันโครมๆ เขาต้องผิดด้วยหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ ใครจะกร่าง จะหาเรื่อง จะหิว ก็ดูหน่อยว่า แสงมันมืด หรือบอด หรือจะเอามันส์ตามกระแส เล่นเทวดาไม่พอ ล่อพระสงฆ์องค์เจ้าด้วย จะได้ดังระเบิดระเบ้อ คับบ้านคับเมือง ชี้เป็นชี้ตาย ว่าไอ้โน่นก็ผิด ไอ้นี่ก็ผิด ยิ่งกว่าศาลเสียอีก โอ้ยใหญ่โตกันเหลือเกิน กัมมุนา วัตตติ โลโก” นายวันชัย ระบุทิ้งท้าย

ชายมาเก๊า วัย 70 ปี ผู้เสียหายกรณี ‘ดิไอคอน’ แจ้งความตำรวจ ปคบ. จ่ายไป!! 2.5 แสน ได้กาแฟมาแค่ 20 ซอง แม่ข่ายบอก ของขาดตลาด

(20 ต.ค. 67) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอิทธิเดช ธเนศวัฒนะ ตัวแทนผู้เสียหายชาวต่างชาติพา มิสเตอร์เค (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ผู้เสียหายชาวมาเก๊า เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. กรณีร่วมลงทุนกับบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป

นายอิทธิเดช เปิดเผยว่า ผู้เสียหายรายนี้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ไปร่วมลงทุนในกลุ่มธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยลงทุนเปิดบิลดีลเลอร์ 2 บิล เป็นจำนวนเงินทั้งหมดประมาณ 250,000 บาท โดยผู้เสียหายรายนี้ได้รับการชักชวนจากผู้เสียหายชาวไทยที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง เชิญชวนว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ได้กำไร

จึงตกลงตัดสินใจร่วมลงทุนและมีโอกาสได้เดินทางมาอบรมการขายออนไลน์ที่ส่วนกลาง ในประเทศไทย ช่วงปลายปี 2566 และได้มีโอกาสเจอกับ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล และได้เจอกับบอสที่เป็นดารา ซึ่งปกติแล้วผู้เสียหายก็รู้จักอยู่บ้างผ่านทางโทรทัศน์

โดยผู้เสียหายรายนี้บอกกับตนว่า หลังจากลงทุนเปิดบิลกับดิไอคอนกรุ๊ปแล้วได้สินค้าไม่ครบ อาทิ กาแฟ ที่ปกติแล้วจะได้ประมาณ 100 ซอง แต่กลับได้เพียง 20 ซอง ซึ่งได้ทักท้วงไปกับแม่ข่ายที่ดูแลผู้ลงทุนแถบทวีปเอเชีย กลับได้คำตอบว่าสินค้าขาดตลาด

จนมาพบข่าวที่ปรากฏขึ้น ก็รู้สึกตกใจจึงได้ประสานกับเพื่อนคนไทยในฮ่องกงเพื่อที่จะเดินทางจากมาเก๊ามาแจ้งความที่ประเทศไทยในวันนี้

นายอิทธิเดช กล่าวอีกว่า ขณะที่ผู้เสียหายตัดสินใจลงทุนกับธุรกิจไอคอนกรุ๊ป ก็มีคนพยายามพูดหว่านล้อมให้หาสมาชิกเพิ่ม แต่ตัวผู้เสียหายรายนี้เองเน้นขายสินค้า เพราะชาวต่างชาติ ทั้งฮ่องกงและมาเก๊ารวมถึงประเทศในแถบเอเชียต้องการอยากจะลองสินค้าของประเทศไทย

ทั้งนี้ในวันพุธที่ 23 ต.ค. นี้ ตนเตรียมที่จะประสานพาผู้เสียหายจากต่างประเทศเดินทางทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มอีก ซึ่งมีทั้งผู้เสียหายชาวไทยและชาวต่างชาติ

ส่องความเห็น 2 ทนายดัง จากกรณี ว.วชิรเมธี เทศน์ The iCon

(21 ต.ค. 67) เรื่องราวข่าว The iCon Group ที่โยงไปในหลาย ๆ วงการ รวมถึงวงการสงฆ์จากกรณีที่พระเมธีวชิโรดม หรือ ว.วชิระเมธี พระนักเทศน์นักเขียนชื่อดัง ที่ได้รับเชิญให้ไปบรรยายไปเทศนาที่ The iCon Group นั้น 

ล่าสุดจากกรณีดังกล่าวได้ทำให้เกิดวิวาทะระหว่างทนายที่มีชื่อเสียง 2 คน ได้แก่ ทนายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์ 

โดยวันที่ 20 ต.ค. 67 ทางทนายวันชัย สอนศิริ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า 

ท่าน ว. ...ธรรมะย่อมชนะอธรรม

ใครจะเล่นกับเทวดาตนใดอย่างไรก็ว่ากันไป... แต่สำหรับท่าน ว. เท่าที่ผมเห็นวัตรปฏิบัติของท่านตลอดมาเป็นพระนักเทศน์สอนตามหลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขายธรรมะอย่างเดียวเพียวๆ เฉกเช่น หลวงพ่อปัญญา หลวงพ่อพุทธทาส ไม่ใช่พระอมน้ำมนต์พ่นน้ำหมากปลุกเสกเลขยันต์ ถือว่าเป็นพระน้ำดีในยุคสมัย อาจจะผิดพลาดบกพร่องก็เป็นวิสัยของมนุษย์โดยทั่วไป ด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายผมเชื่อว่าท่าน ว. ไม่ได้ผิดอะไร คนที่เป็นพระมาถึงระดับนี้ ถ้ารู้ว่าขบวนการของดิไอคอนเป็นขบวนการต้มตุ๋นหลอกลวงฉ้อโกง หรือเป็นแก๊งค์ทุจริตผิดกฎหมาย ท่านคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแน่ และคงไม่เข้าไปซ่องเสพกับทุรชน แต่ที่รับนิมนต์ไปเทศน์ไปบรรยายก็ตามวิสัยของพระโดยทั่วไป ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการต้มตุ๋นของเขาหรอก ไปเทศน์แล้วก็อาจจะอวยบ้าง พาดพิงถึงเขาบ้าง แตะโน่นแตะนี่ถึงบริษัทเขาบ้าง ก็เป็นธรรมดาของนักเทศน์นักบรรยาย หาได้มีจิตใจที่ไปสนับสนุนขบวนการของเขา และการถวายเงินเพื่อกิจกรรมของท่าน ก็เป็นเรื่องปกติเหมือนเศรษฐีคนมีเงินมีทองทั่วไป

ใครจะล่อดิไอคอน ล่อบอสคนไหนก็ว่ากันไป ไม่ได้หมายความว่าคนไปเกี่ยวข้อง จะต้องผิดและเลวทรามต่ำช้าไปทุกคน ทนายความของบอสก็ออกมาชี้แจงตอบโต้กันโครมๆ เขาต้องผิดด้วยหรือเปล่า..ก็ไม่ใช่ ใครจะกร่าง จะหาเรื่อง จะหิว...ก็ดูหน่อยว่าแสงมันมืดหรือบอด หรือจะเอามันส์ตามกระแส เล่นเทวดาไม่พอ ล่อพระสงฆ์องค์เจ้าด้วย จะได้ดังระเบิดระเบ้อ คับบ้านคับเมือง ชี้เป็นชี้ตาย ว่าไอ้โน่นก็ผิด ไอ้นี่ก็ผิด..ยิ่งกว่าศาลเสียอีก โอ้ย..ใหญ่โตกันเหลือเกิน..กัมมุนา วัตตติ โลโก..

ในวันเดียวกันนี้เองทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้โพสต์ผ่านเพจทนายคลายทุกข์ ว่า

#ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาส

ช่วยให้คะแนนหน่อยครับว่าเป็นพระดีเด่นหรือไม่อย่างไรแต่สำหรับผมไม่เห็นด้วย
และผมไม่ไหว้พระรูปนี้ เป็นเสรีภาพในการที่ผมจะไหว้ใครพระนั้นจะต้องเป็นพระที่ดีจริงๆ

พระที่ชวนลงทุนแล้วบอกว่าพรุ่งนี้รวยมหาศาลให้รีบไปเปิดบิลพระแบบนี้ผมไม่ยกมือไหว้จริงไหมครับพี่น้อง

สงสารชาวบ้านตาดำๆถูกหลอกลวงเงินไปเป็นจำนวนมากให้เปิดบิล

นอกจากนี้ทนายเดชายังได้โพสต์ต่ออีกว่า 

#การกล่าวโทษ ว.วชิรเมธี เป็นสิทธิตามกฎหมาย

หากมีพยานหลักฐานพอสมควรก็ทำได้ตามกฏหมายไม่มีกฎหมายยกเว้นว่าพระทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ ผู้ติดตามพระ 6 ล้านกว่าคนก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้ามีพยานหลักฐานว่าทำผิด

ลูกศิษย์ใหญ่โตแค่ไหนก็ไม่มีผลต่อรูปคดีเพราะพนักงานสอบสวนทำงานตามพยานหลักฐาน
ส่วนพี่เดก็กล่าวโทษตามพยานหลักฐานที่ปรากฏผิดหรือถูกศาลจะเป็นคนตัดสิน( การกล่าวโทษไม่ใช่การทำตัวเป็นผู้พิพากษานะเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย)

#ใหญ่กว่านี้ผมก็เคยดำเนินคดีมาแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top