Friday, 6 November 2026
ดราม่ามูลนิธิ

‘เอ๋ ปารีณา’ เปิดศึกเดือด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ อีกระลอก!! ตั้งคำถามเงินบริจาคมูลนิธิหายไปไหน จี้เปิดบัญชีรายรับ–รายจ่ายให้ตรวจสอบ แนะกฎหมายบังคับมูลนิธิเปิดเผยข้อมูล ฟันธงบุ๋มมีสองทางเลือกชัดเจน

เอ๋ ปารีณา ตอบ ดราม่า บุ๋ม ปนัดดา ลั่นเอะใจเรื่องเงินบริจาคมานาน เทียบชัดมูลนิธิอื่น ซัดแรงตอนนี้เกมแล้วเหลือแค่ 2 ทางเลือก

มหากาพย์ดราม่าของ “บุ๋ม ปนัดดา” ยิ่งร้อนระอุขึ้นไปอีก เมื่ออดีตคู่ปรับเก่าอย่าง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ออกมาเปิดใจกับ สำนักข่าวอมรินทร์ ทีวี เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เจ้าตัวบอกชัดว่าเห็นข่าวทั้งหมดแล้วไม่ได้รู้สึกแปลกใจหรือผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้เลยแม้แต่น้อย

ปารีณาเล่าว่า ตนเริ่มรู้สึกเอะใจเรื่องยอดเงินบริจาคของมูลนิธิบุ๋ม ปนัดดา มาตั้งแต่อดีต เพราะมีคนโอนเงินให้จำนวนมหาศาล เคยมีเพื่อนที่เป็น สส. เล่าให้ฟังว่าทางฝั่งของบุ๋มเคยมาขอรับการสนับสนุนและเพื่อนก็ได้ช่วยไป ยิ่งตอนที่ดาราสาว ชมพู่ อารยา บริจาคเงินก้อนโต ก็ยิ่งมีประชาชนแห่บริจาคตามอีกนับไม่ถ้วน จนสัญชาตญาณของตนตั้งคำถามขึ้นมาว่า “เงินไปไหนหมด” เพราะไม่เคยมีการชี้แจงที่มาที่ไป หรือนำบัญชีรายรับ-รายจ่ายขึ้นเว็บไซต์ให้ประชาชนตรวจสอบได้

อดีต สส.ราชบุรี ยังได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับมูลนิธิอื่น เช่น ในช่วงที่มีปัญหาชายแดน มูลนิธิของบุ๋มอาจมียอดบริจาคเข้ามามากกว่า แต่ทำไมห้องน้ำที่สร้างออกมาถึงเทียบไม่ได้กับของมูลนิธิ “กัน จอมพลัง” ที่สร้างได้ดีกว่ามาก พร้อมชี้ว่าตนทำงานลงพื้นที่มา 20 ปี รู้ดีว่าเวลาชาวบ้านประสบภัย สิ่งที่ต้องการเฉพาะหน้าคือข้าวของเครื่องใช้ประทังชีวิต ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดเป็นร้อยล้านบาท และคนที่ลงไปช่วยจริงๆ แทบจะไม่มีเวลามานั่งโพสต์รูปด้วยซ้ำ ส่วนภาพข่าวที่ของบริจาคถูกทิ้งขว้างไม่เหลียวแล ยิ่งตอกย้ำว่ามีการทุจริตและนำของไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นการทำร้ายความรู้สึกของผู้บริจาคอย่างมาก

เมื่อย้อนไปถึงปมวิวาทะในอดีตที่เคยปะทะกันกลางรายการ “แฉ” เรื่องการผลักดันกฎหมายคุกคามทางเพศ ปารีณายอมรับว่าตอนนั้นตนถูกสังคมโจมตีอย่างหนักเพราะยืนอยู่ฝั่งปกป้องรัฐบาล คนที่มีอคติแค่เห็นหน้าก็ไม่ชอบแล้ว แต่ปัจจุบันตนวางมือทางการเมืองแล้ว และยืนยันว่าตัวเองเป็นคนพูดตรงมาตลอด พร้อมแนะให้ผู้มีอำนาจแก้กฎหมายบังคับให้ทุกมูลนิธิต้องเปิดเผยยอดเงินและค่าใช้จ่ายบนเว็บไซต์อย่างโปร่งใส รวมถึงเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงและรวดเร็ว

ในช่วงท้าย ปารีณาฟันธงแบบจัดหนักว่า “วันนี้ต้องยอมรับว่า บุ๋ม เกม” โดยมองว่าบุ๋มเหลือทางเลือกแค่ 2 ทาง คือ 1. ยอมรับสารภาพเพื่อให้ศาลเมตตาลดโทษ หรือ 2. หนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ เพราะเท่าที่ดูตอนนี้ยังเห็นเจ้าตัวโยนความผิดให้คนอื่นและทำตัวบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็น Romance Scam ตัวเองเป็นสแกมเมอร์เอง หรือเป็นมูลนิธิสแกมเมอร์ เดี๋ยวศาลจะเป็นผู้ชี้ขาด

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ปารีณารู้สึกผิดหวังและงงมากที่สุด คือเรื่องการโอนเงินมูลนิธิเข้าบัญชีส่วนตัวเพื่อนำไปใช้จ่ายเองหรือนำไปเปย์ผู้ชาย แต่กลับยังมีดาราและบุคคลสาธารณะจำนวนมากออกมาโพสต์ให้กำลังใจ จนต้องตั้งคำถามทิ้งท้ายอย่างเผ็ดร้อนว่า นี่คือความปกติใหม่ของสังคมหรืออย่างไร และบรรดาดาราที่ออกมาให้กำลังใจคนทำผิดไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรืออย่างไร

ที่มา : https://thethaiger.com/th/news/1627345/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top