Friday, 5 June 2026
ซ้อมรบทางทะเล

ซูเบียนโตจับมือปูติน ฝึกซ้อมรบร่วมทางทะเลครั้งแรก

(4 พ.ย.67) กองทัพเรืออินโดนีเซียและรัสเซียได้ร่วมซ้อมรบทางทะเลครั้งแรก ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซีย นายปราโบโว ซูเบียนโต ในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ การซ้อมรบนี้กินเวลานาน 5 วัน โดยจัดขึ้นที่ฐานทัพเรือในเมืองซูราบายาและบริเวณทะเลชวา

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพเรืออินโดนีเซียได้แถลงว่า รัสเซียส่งเรือลาดตระเวน 3 ลำ เรือบรรทุกขนาดกลาง เฮลิคอปเตอร์ทหาร และเรือลากจูงมาร่วมการซ้อมรบในอินโดนีเซีย ภาพจากสื่อท้องถิ่นแสดงให้เห็นเรือรัสเซียเดินทางถึงท่าเรือและได้รับการต้อนรับจากวงดุริยางค์ของรัสเซียก่อนเริ่มการฝึกซ้อม

อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด โดยเลือกที่จะเป็นกลางทั้งในเรื่องสงครามยูเครนและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน

นายซูเบียนโตได้แสดงเจตจำนงในการเพิ่มบทบาทของอินโดนีเซียบนเวทีโลก โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เขาได้เดินทางไปเยือนรัสเซียเพื่อเจรจากับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน

นักวิเคราะห์มองว่าการซ้อมรบร่วมทางทะเลครั้งนี้เป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายต่างประเทศของอินโดนีเซียภายใต้การนำของซูเบียนโต ซึ่งมุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอินโดนีเซียกับประเทศมหาอำนาจ

‘จีน-รัสเซีย’ เปิดฉากซ้อมรบในทะเลญี่ปุ่น 3 วัน เพื่อเสริมความร่วมมือทางทหาร ไว้ต่อกรสหรัฐอเมริกา

(4 ส.ค. 68) จีนและรัสเซียเริ่มการฝึกซ้อมรบทางทะเล (Joint Sea-2025) บริเวณทะเลญี่ปุ่นใกล้เมืองวลาดิวอสต็อก ประเทศรัสเซีย โดยจะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน เพื่อเสริมความร่วมมือทางทหารและตอบโต้ระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐฯ ตามคำแถลงของกระทรวงกลาโหมจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

การฝึกครั้งนี้เน้นภารกิจช่วยเหลือเรือดำน้ำ ต่อต้านเรือดำน้ำ การป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธ ตลอดจนการรบในทะเล โดยจีนส่งเรือรบ 4 ลำ รวมถึงเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ “เซ่าซิง” และ “อุรุมชี” เข้าร่วมกับกองเรือแปซิฟิกของรัสเซีย

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ฝ่ายจีนและรัสเซียจะออกลาดตระเวนในน่านน้ำบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยการฝึก “Joint Sea” เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2012 และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทะเลญี่ปุ่น ซึ่งปีที่แล้วจัดขึ้นใกล้ชายฝั่งตอนใต้ของจีน

แม้รัสเซียยืนยันว่าการฝึกครั้งนี้เป็นไปในเชิงป้องกัน ไม่มุ่งเป้าโจมตีประเทศใด แต่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุในรายงานว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างจีน-รัสเซียที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่น่ากังวล ขณะที่จีนยังไม่เคยประณามสงครามยูเครน และยังไม่ส่งสัญญาณกดดันให้รัสเซียยุติความขัดแย้งตามที่ชาติยุโรปร้องขอ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top