Thursday, 4 June 2026
ชูวิทย์กมลวิศิษฎ์

‘ชูวิทย์’ เผยชื่อคนปักธงชาติไทยบนจอยักษ์กลางไทม์สแควร์ ที่แท้คือ!! ‘ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์’ เจ้าของ PlanB

(31 ก.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ภาพธงชาติไทยบนจอ LED กลางไทม์สแควร์ กรุงนิวยอร์ก พร้อมข้อความว่า “เขา คือ คนไทย” และแฮชแท็ก #TruthFromThailand สร้างความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า ป้ายดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นที่โฆษณาแพงที่สุดของสหรัฐฯ ที่เขารู้จักดีจากประสบการณ์ทำงานเมื่อ 40 ปีก่อน

ผู้อยู่เบื้องหลังคือ นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ หรือ “บี” เจ้าของธุรกิจโฆษณา PlanB ที่มีเครือข่ายป้ายทั่วประเทศไทย ปัจจุบันยังเป็นเจ้าของสัมปทานจอ LED ใจกลางไทม์สแควร์ โดยเลือกนำภาพธงไตรรงค์ขึ้นจอทุกชั่วโมง ชั่วโมงละ 1 นาที ด้วยค่าเช่าประมาณ 3 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อสื่อสาร “ความจริงจากไทย” สู่สายตาชาวโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดกับกัมพูชา

นายชูวิทย์กล่าวชื่นชมว่า การกระทำของ “บี” ไม่ใช่แค่สะท้อนความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ที่รักชาติ และกล้าสื่อสารจุดยืนต่อประชาคมโลกอย่างภาคภูมิใจ พร้อมยกย่องปิดท้ายว่า “ใครจะใจถึงเท่าเขา?”

‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ชี้!! ‘ฮุนเซน’ ยอมทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกมาทรยศทำลาย!! ‘อุ๊งอิ๊ง’ กระทบ ‘ทักษิณ’ ทำรัฐบาลไทยล่มสลาย ไร้คู่แข่งเปิดบ่อน

(9 ส.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักธุรกิจ นักการเมือง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ฮุนเซน “ผู้ทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศ”

แม้เวลาผ่านไป ฝุ่นเริ่มจาง ชายแดนเริ่มสงบลง

แต่ชนวนเหตุที่ “ฮุนเซน” นำคลิปมาปล่อยทิ้งระเบิด ไม่มีใครรู้ 

จู่ๆ ก็จัดหนัก 

ด้วยวัตถุประสงค์เดียว คือ “ต้องการล้มทักษิณ” 

เมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” เป็นนายกฯ ภายใต้เงาบารมีของทักษิณ

ล้มอุ๊งอิ๊ง คือ ล้มทักษิณ

ล้มทักษิณ คือ ล้มพรรคเพื่อไทย

ล้มพรรคเพื่อไทย คือ ล้มรัฐบาลไทย

แต่ “ฮุนเซน” จะล้ม “ทักษิณ” ไปทำไม? 

อำนาจของฮุนเซนในเขมรนั้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่มีใครกล้าหือกล้าอือ

ตลอดระยะเวลาที่ครองอำนาจกว่า 40 ปี ฝ่ายค้านฝ่ายตรงข้ามของฮุนเซน มีแค่ 2 ทางให้เลือก “ไม่หนีก็ได้กระสุน” ไม่มีทางเลือกอื่น

ขนาดฝ่ายค้านเขมรมาเที่ยวกรุงเทพฯ ยังถูกยิงตายกลางถนน

สม รังษี ผู้นำฝ่ายค้านตัวยง ยังลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศส

คนอย่างฮุนเซนที่อยู่กับอำนาจมาทั้งชีวิต คงไม่ใช่แค่ไม่พอใจนายกฯ อุ๊งอิ๊งว่า “ไม่เป็นมืออาชีพ” แล้วโกธรเท่านั้น 

อะไรที่ลึกกว่านั้น ? 

อะไรที่ฮุนเซนต้องการมากกว่า?

อะไรที่ฮุนเซนอยากได้แล้วไม่ได้รับการตอบสนอง?

ในความเห็นผมจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์“ ที่พรรคเพื่อไทยเดินสายโร้ดโชว์โปรโมท เพราะคาดว่าจะต่อยอดให้ประเทศ

ทุกประเทศรอบไทยมีหมด แล้วทำไมไทยจะมีไม่ได้?

ยิ่งที่เขมร มีบ่อนชุกกว่าปั๊มน้ำมันเสียอีก

สารพัดบ่อนปอยเปต สีหนุวิลล์ ที่จะเปิดได้ต้องฮุนเซนพยักหน้าคนเดียว 

ตามด้วยส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจคาสิโนให้ตระกูลฮุนสูบปรนเปรอเปรมปรีดิ์มานาน

จะมีธุรกิจอะไรในเขมรเล่า ที่จะให้ฮุนเซนได้เร็วเท่าคาสิโน จีนจึงแห่กันมาเปิดไม่มีจำกัด

ใครใคร่เปิดบ่อนก็เปิด แต่ต้องจ่ายฮุนเซน นี่คือกฎเหล็ก

ยิ่งเปิดมาก ฮุนเซนก็รับมาก เป็นเงาตามตัว

จากเมืองที่ไม่มีอะไร จนเติบโตมีบ่อนทุกหัวระแหง เกิดสนามบิน เกิดการค้าต่อเนื่อง 

แล้ววันหนึ่งเมื่อไอเดียบรรเจิด “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์“ โผล่มา 

เขมรในฐานะเมืองคาสิโนจึงได้รับผลกระทบ กระแทกที่กล่องหัวใจฮุนเซนเต็มๆ

ตอกย้ำตัดสัมพันธ์สะบั้นด้วย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่รัฐบาลไทยถูกบีบจากรัฐบาลจีน ถึงกับส่งระดับผู้ช่วยรัฐมนตรีจีนมาบัญชาการ 

จนไทยต้องตัดไฟพม่า ลามไปถึง “ฮุนเซน“ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอีกระลอก 

จากนั้นทักษิณแฉลากไส้ตึกบัญชาการ 25 ชั้น ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ฮุนเซนไฟเขียว เพราะถือว่าไม่ได้หลอกคนเขมร (ไม่มีอะไรให้หลอก) แต่หลอกคนไทยได้เงินดี 

ไทยเดือดร้อน เขมรไม่เดือดร้อน ดังนั้นฮุนเซนไม่สน 

เจอไปหลายดอกฮุนเซนจึงวางแผน 

อันเป็นที่มาของการ “ลวงให้พูด“ ผ่านการเจรจากับล่าม “นายฮวด” ที่มีการตอกย้ำอ้างประเด็นเรื่อง “ด่าน” ที่ทหารปิด ทำให้ฮุนเซนไม่พอใจ 

จนไปถึงประโยคลวงสำคัญจากนายฮวด สื่อภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำกับนายกฯ อุ๊งอิ๊งว่า

”ท่านฮุนเซนไม่พอใจท่านแม่ทัพภาค 2 มาก“

นายกฯ อุ๊งอิ๊งจึงหลุดพูดในทำนองว่า ท่านแม่ทัพเป็นคนละพวก เพื่อเอาใจฮุนเซนให้อารมณ์เย็นลง เจตนาเพื่อให้การเจรจาสำเร็จ

เจอประโยคทองนี้เข้าไป ฮุนเซนจึงเก็บไว้แล้วปล่อยคลิปออกมา

กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ใส่ประเทศไทย โดยคิดว่า “ทักษิณจบแน่”

ด้วยความที่ฮุนเซนรู้จักไทยเป็นอย่างดี ผ่าน รัฐบาลไทยมาเป็นสิบรัฐบาล

แต่การเมืองเขมรไม่เคยเปลี่ยน ฮุนเซนเป็นนายกฯ คนเดียวยาวนานตั้งแต่ปี 2528

จึงทำให้ฮุนเซนเข้าใจบริบททั้งการเมือง การทหารของไทย

ฮุนเซนไม่มีเพื่อน ไม่มีนาย เพราะเป็นนายกฯ ไร้คู่แข่ง หากใครเป็นคู่แข่ง ไม่หนี ก็ตาย

ใจฮุนเซนจึงเหี้ยมโหดอำมหิตยิ่งนัก 

เมื่อเปิดการปะทะกันกับไทย เขมรก็ทำตัวเป็น ประเทศที่โดนไทยกลั่นแกล้ง เหมือนยูเครนรบกับรัสเซีย

โดยอ้างว่าเขมรถูกรุกรานก่อน ฮุนเซนทำตัวเสมือน ”เซเรนสกี้“ ฟ้องโลกให้เห็นว่าถูกไทยรังแก

อ้างว่าเป็นประเทศเล็กๆ เล่นการเมืองบนเวทีระดับโลกโดยใช้ความเป็นประเทศยากจน ถูกไทยรุกราน ทำตัวน่าสงสารถูกเปิดสงคราม

ลีลาเขมรนั้นแสดงละครเก่ง ไม่ต้องพึ่งองค์กรใดๆ 

ขณะที่ไทยพะว้าพะวัง เพราะถือว่าเป็นประเทศใหญ่กว่า ส่งเครื่องบิน F-16 ไปรบ

ฮุนเซนรู้ว่าการปล่อยคลิปทำลายนายกฯ อุ๊งอิ๊งกระทบถึงทักษิณ และรัฐบาลไทยโดยตรง

จึงทำตัวเป็นศัตรูกับรัฐบาลไทย หวังว่าแรงระเบิดของคลิปจะส่งผลถึงกองทัพ มวลชน และท้ายสุดความล่มสลายของรัฐบาลไทย

ฮุนเซนมองทะลุกระดานอำนาจ และรู้เรื่องความแตกแยกภายในของไทย

แผนนี้จึงเท่ากับ ”ยิงปืนนัดเดียว ได้นก 3 ตัว“

ยอมทำลายความสัมพันธ์ เก็บอำนาจของตัวเองที่มาจากเงินบ่อนสนับสนุน 

จึงกล้าเปิดคลิป ทั้งๆ ที่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร?

นี่คือ ฮุนเซน “ที่ยอมทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกมาทรยศ“

‘ชูวิทย์’ ชี้!! ไม่มีสัจจะในหมู่นักการเมือง เตือน!! พรรคประชาชน ระวัง!! อนุทิน แว้งกัด

(31 ส.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุกระบุข้อความว่า … 

พายเรือให้หนูนั่งนายกฯ อนุทินอยากเป็นนายกฯ มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จึงย่อมมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ด้วยเงื่อนไขของพรรคประชาชนที่เสนอให้เวลา 4 เดือนแล้วยุบสภา ภายใน 4 เดือน นายอนุทินจะไปแก้ไขปัญหาประเทศอะไรได้?

ADVERTISEMENT
แต่จะเป็นการพลิกเกมเรื่องปัญหาของตัวเอง ที่มีสำนวนคดีกองไว้เต็มโต๊ะของ DSI และ กกต. ล้วนเป็นคำถามที่ประชาชนอดสงสัยไม่ได้ คดีสำคัญๆ ทั้งนั้น เหมือนภูเขาไฟรอระเบิด

การรับข้อเสนอของนายอนุทินเพียงแค่ต้องการอำนาจ และใช้มนต์เป่าคดีที่อีนุงตุงนังให้หายไป ทั้งเรื่องเขากระโดง และฮั้ว ส.ว. ทุกๆ เรื่องเป็นสิ่งที่นายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะอ้างว่า “ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ” ไม่ได้ เพราะบางเรื่อง DSI ได้แจ้งข้อกล่าวหานายอนุทินด้วย

พรรคประชาชนต้องตระหนักว่า การโหวตให้นายอนุทินประเทศชาติจะได้ประโยชน์ใด? ที่ว่า “อยู่แค่ 4 เดือน” เอาอะไรไปคิด มีข้ออ้างสารพันที่จะต้องอยู่สะสางต่อ จะไปยุบยังไง? ต้องเสียสัตย์เพื่อชาติ

พรรคประชาชนอย่าเสียเหลี่ยมคูการเมืองไปอีกเป็นรอบสอง การเมืองของพรรคประชาชนเป็นการเมืองใหม่ ต่างจาก DNA ลีลาของพรรคภูมิใจไทยอยู่มากโข ที่เห็นมาก็มีทั้งงูเห่า มีทั้งกล้วย มีทั้งพวกหักหลัง มีทั้งนอมินี แม้จะเสนอเงื่อนไขให้ทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเสนอเข้าสภาต้องผ่าน สว. ก็โดนคว่ำอยู่ดี

สว. ของใคร?

พรรคประชาชนจะทำอะไรได้?

นี่มันเป็นการที่พรรคประชาชนเชื้อเชิญให้บรรดานักการเมืองลีลาดึกดำบรรพ์ทั้งหลายขนกล้วยเสบียงกรังขึ้นบนเรือที่ตัวเองเป็นคนพายแท้ๆ

อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมพรรคประชาชนจะไป “อินโนเซนท์“ ได้ขนาดนั้น
หรือมี “ดีลฮั้ว” อะไรที่อยู่เบื้องหลัง?

เหลี่ยมนักการเมืองร้อยแปดเล่มเกวียน ลีลาการเมืองของแท้ ไม่มีอะไรใหม่ นอกจากไปตายเอาดาบหน้า เงื่อนไขอะไรก็รับกันหมด ทั้งภูมิใจไทย และเพื่อไทย เพราะอยากเป็นนายกฯ

แต่พรรคประชาชนจะเลือกใคร? หรือจะตกเป็นเครื่องมืออีกครั้ง? โดยครั้งนี้จะมีผลถึงคะแนนเสียงในเมืองจากการเลือกตั้งอันใกล้นี้ คะแนนของพรรคจะตกต่ำกว่าเดิม หากตัดสินใจผิดในครั้งนี้ จะพังเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยพังมาแล้วในอดีต

ยุบสภา ล้างไพ่ใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน คือเงื่อนไขเดียวที่พรรคประชาชนนำเสนอตามที่เคยบอกไว้

ล่าสุด พรรคกล้าธรรมทิ้งเพื่อไทยไปซบภูมิใจไทยเรียบร้อย ได้กระทรวงมหาดไทยมาแลก เลียนแบบภูมิใจไทยในอดีต เป็นพรรคกล้าหัก หักลุงตู่ หักลุงป้อม หักทักษิณ หักดะไม่ไว้หน้าใคร แบบนี้ใช่การเมืองใหม่ที่พรรคประชาชนต้องการหรือ?

อย่ามั่นใจเกินไป ว่าการพายเรือให้บรรดานักการเมืองเขี้ยวลากทั้งหลายนั่ง จะอยู่รอดปลอดภัย ไม่แว้งมากัดคนพายเมื่อถึงฝั่ง มันไม่มีสัจจะในหมู่นักการเมือง" 

‘ชูวิทย์’ ซัด ‘พรรคส้ม’ ต้องรับผิดชอบหาก ภท. พลิ้ว หลังกล้าเอาเนื้อฝากไว้กับเสือหิว โหวต ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ

‘ชูวิทย์’ ลั่นเป็นการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เคยเห็นมาในการเมืองไทย แนะ ปชน. จะให้ภูมิใจไทยให้ทำตามเงื่อนไขได้ต้องร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องคุม "กระทรวงยุติธรรม - มหาดไทย" ไว้เอง ลั่นทำหล่อเป็นฝ่ายค้านไม่ได้ประโยชน์อะไร เตือนต้องรับผิดชอบกับผลที่ตามมา

วันที่ (4 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีพรรคประชาชนประกาศโหวตหนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คนที่ 32 โดยจะไม่ขอร่วมรัฐบาลด้วย ว่า ... 
การหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ

พรรคประชาชนประกาศสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกฯ

พรรคเพื่อไทยยื่นยุบสภา แต่ไม่ผ่าน ประกาศยอมถอยไปเป็นฝ่ายค้าน ประธานสภานัดประชุมสภาโหวตนายกฯ วันศุกร์นี้

เมื่อนายอนุทินขึ้นเป็นนายกฯ การจัดตั้ง ครม. หนีไม่พ้นการตอบแทนบุญคุณทางการเมืองตามระบบโควต้า

นักการเมืองขาประจำก็กลับมาเป็นรัฐมนตรี เพื่อให้พรรคประชาชนอภิปรายตรวจสอบ

เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้น

และ 2 กระทรวง ขาประจำที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องยึดไว้ คือ กระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงคมนาคม

สัดส่วน ครม. ที่ พรรคภูมิใจไทยจะจัดจึงเหลือๆ เมื่อไม่มีพรรคประชาชนมาหารส่วนแบ่งให้เสียของไปถึง 140 กว่าเสียง

ด้วยมุมมองการเมืองแบบบริสุทธิ์อินโนเซ้นท์
.
พรรคประชาชนยังประกาศจะเป็นฝ่ายค้าน เพื่อจะตรวจสอบรัฐบาลเสียอีก

โหวตเลือกนายกฯ เพื่อตั้งรัฐบาล ส่วนคนโหวตยอมเป็นฝ่ายค้าน เพื่อมาตรวจสอบรัฐบาลที่ตั้งมา

เป็นเรื่องแปลกแต่จริง มีประเทศไทยที่เดียว

ต้องถามว่า ทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร?

เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่มีใครล้มรัฐบาลได้เลยสักครั้ง

เครื่องจักรดูด ส.ส. กำลังทำงาน สักพักเสียงอาจจะล้นเกินครึ่ง อ้างว่า “หนูเปล่าน้า เค้ามาเอง”

หากจะคุมพรรคภูมิใจไทยให้ทำตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนยื่นเป็นสัญญาประชาคม

พรรคประชาชนกลับต้องเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลต่างหาก เพื่อให้นายกฯ ยุบสภาตามกำหนด

การควบคุมที่ดี คือ เป็นส่วนหนึ่งใน ครม. เพื่อจะได้เห็นทุกความเคลื่อนไหว

กระทรวงที่พรรคประชาชนต้องคุม คือ กระทรวงยุติธรรม เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนที่ DSI แจ้งข้อกล่าวหานายอนุทิน เรื่องฮั้ว ส.ว. และแม้แต่เขากระโดงอันลือลั่น

รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ที่คุมบรรดาข้าราชการที่มีผลต่อการเลือกตั้ง แล้วยังมีกรมที่ดินที่ไม่รู้จะถอนโฉนดเขากระโดงได้หรือไม่?

นับเป็นข้อถกเถียงที่ล้วนแต่มีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยทั้งสิ้น

แต่นี่กลับปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยจัดสรรแบ่งปันกันเสร็จสรรพสบายใจเฉิบ ด้วยเงื่อนไขที่อ้าแขนรับได้หมด ชิลเหลือเกิน

มันผิดธรรมชาติการเมืองเป็นอย่างยิ่ง

แล้วคอยดูหน้าตา “ครม.หนู“ เถิด

พรรคประชาชนจะปฏิเสธไม่ได้ ที่ต้องรับผิดชอบต่อนายกฯ และ ครม. ชุดที่นายกฯ เลือกมา

ล้วนเป็นผลมาจากการโหวตสนับสนุนจากพรรคประชาชนอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

จะอ้างว่าเป็นฝ่ายค้านไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะพรรคประชาชนไปปลุกพรรคภูมิใจไทยให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเอง ด้วยการโหวตให้นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ

หรือไม่อย่างนั้น แทนที่พรรคประชาชนจะอยู่เฉย ๆ งดออกเสียง ไม่โหวตให้ใคร กลับทำตัวเป็นนั่งร้านให้พรรคภูมิใจไทยโดยไม่ได้อะไรแม้แต่น้อย ได้แค่ไปหางานทำ ตรวจสอบ อภิปราย ทำได้เท่านั้น

ในขณะที่อีกฝ่ายกุมอำนาจรัฐ และ ส.ว. ที่สามารถแต่งตั้งองค์กรกลาง

เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่นายอนุทิน เคยย้ำนักย้ำหนาว่า “ใครจะเป็น?”

แค่นี้ก็รู้แล้วว่า นักการเมืองลิ้นมันดิ้นได้ ให้ตายเถอะ

ถือเป็นการเล่นการเมืองแบบใสซื่อ ไม่เข้ากับบริบทการเมืองไทย และโดยเฉพาะกับพรรค ภูมิใจไทยเลย

การจะเปลี่ยนการเมืองไทยไม่สามารถกระทำได้ในระยะเวลาเพียง 4 เดือนนี้หรอกครับน้องเอ๋ย

เอาแค่สิ่งที่พรรคประชาชนบอกไว้ว่า “จะไม่ให้ใครเอา ม.112 มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการเล่นงานใคร”

แค่วันนี้ก็มีการแจ้ง ม.112 กับนายภูมิธรรมที่ไปยื่นยุบสภาเสียแล้ว

ทุกสิ่งทุกอย่างจะย้อนกลับมาที่พรรคประชาชนที่ไปเลือกข้างพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้

ทั้งการทำงานของนายกฯ และ ครม. เขี้ยวลากดิน การจัดสรรผลประโยชน์ การควบคุม ส.ว. ไปในทุกเรื่อง

ทุกอย่างล้วนมีต้นเหตุเพราะพรรคประชาชนเลือกนายอนุทินเอง โดยทำหล่อว่าตัวเองขอเป็นฝ่ายค้าน

พรรคประชาชนจะต้องร่วมรับผิดชอบกับการตัดสินใจครั้งนี้อย่างเจ็บช้ำเป็นคำรบสอง ต่อเนื่องมาจากการที่พรรคภูมิใจไทยไม่โหวตให้ “พิธา” เป็นนายกฯ

อย่างอ้างประชาชน เพราะสิ่งที่ทำไปประชาชนไม่ได้อะไร ล้วนมีแต่เสียกับการตัดสินใจแบบนี้

ที่ปล่อยเสือออกจากกรง แล้วคนเลี้ยงที่ว่าจะคุมเสือ กลับถูกเสือคาบไปกิน

รอดูได้เลย

ภาระที่พรรคประชาชนต้องแบกใส่บ่าหามไว้

จะส่งผลให้พรรคประชาชนเสียคะแนนมหาศาล

ที่กล้าเอาเนื้อสดไปฝากไว้กับเสือหิว

หรือจะว่าไป นี่เป็นการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เคยเห็นมาในการเมืองไทย

‘ชูวิทย์’ ซัดเดือด!! ‘กทม.’ กรณีถนนทรุด ลั่น!! อย่าเอาภาษี อุ้ม!! ความผิด ผู้รับเหมา

(28 ก.ย. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์ ถนนทรุด หน้าวชิรพยาบาล ว่า …

ถนนสามเสน ละคร กทม.

กทม. มหานครเมืองใหญ่ มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมเยียนมากมายติดอันดับโลก

ช่วงนี้มีแต่สาธารณภัย ตั้งแต่ตึก สตง. ถล่ม ตามมาด้วยไม่กี่วันก่อน ถนนสามเสนพังทรุดเป็นหลุมใหญ่

ทุกคนออกมาวิเคราะห์หาสาเหตุ ช่วยกันแก้ไข

แต่ … ถนนสามเสนเป็นถนนสาธารณะ ขึ้นทะเบียนในความดูแลของสำนักการโยธา กทม.

ที่มันถล่มเสียหายหนักออกข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วโลกเป็น “สาธารณภัย” เกิดจากฝีมือใครมิทราบ?

ธรรมชาติ หรือ ฝีมือมนุษย์?

การก่อสร้างอุโมงค์มีผลให้เกิดความเสียหายแบบนี้หรือไม่?

ตรงนั้นมีการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นเหตุทำให้ถนนพังหรือไม่?

กทม. ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายควบคุมอาคาร ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชน

ต้องพิสูจน์ทราบสาเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เพราะที่เสียหายเป็นถนนสาธารณะของ กทม. เป็นทรัพย์สินของราชการ

แถมยังมีอาคารบ้านเรือน รถรา เสียหายอีก จำนวนมาก

การแก้ไขปัญหา ซ่อมถนน มีคนมีความรู้ด้านวิศวกรรมมากมายออกมาวิเคราะห์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ท่านก็จบวิศวะ

นายกฯ ก็จบวิศวะ

แต่ที่เป็นปัญหา คือ มีใครรับผิดชอบงานนี้ไม่ทราบ?

เพราะถามเรื่องนี้กับนายกฯ หนู ท่านดันเงียบ เดินหนีนักข่าว

ผมในฐานะผู้เสียภาษีที่ดินให้ กทม. ปีละเกือบ 10 ล้านบาท จึงมีสิทธิจะถามว่า

กทม. เอาเงินงบประมาณจากไหนไปแก้ไขซ่อมแซม?

สรุปได้ความว่า ใครต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายนี้?

การเร่งรีบดำเนินการซ่อมแซมให้คืนสภาพตามหลักวิศวกรรมโดยเร็วเป็นเรื่องที่ดี

แต่ความเสียหายทั้งปวงที่เกิดขึ้นกับถนน รวมถึง ท่อประปา เสาไฟฟ้า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนหรือเปล่าว่า

เหตุเกิดขึ้นด้วยความผิดพลาดของผู้รับเหมา ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหรือไม่?

หากท่านผู้ว่าฯ จะเอาภาษีของคน กทม. ไปจ่ายแทนผู้รับเหมา มันดูไม่ยุติธรรม เพราะไม่ใช่จู่ๆ ถนนทรุดเองโดยไม่มีสาเหตุ

เวลาไฟไหม้ยังโทษกันว่า ไฟช็อตบ้านเรือนข้างเคียงเสียหายไม่มีใครรับผิด ไม่มีหลักเกณฑ์ใดๆ

จึงขอให้สอบสวน และให้ความเป็นธรรมกับคน กทม. ด้วยว่า “ค่าเสียหาย” ทั้งหมด ใครจะรับผิดชอบ?

กทม. จะเอาภาษีไปจ่ายแทนหรือไม่?

หากไม่ จะเอาเงินของใคร?

เอาเงินจากบริษัทรับเหมา หรือเอาเงินภาษีที่มาจากประชาชนคนกรุงเทพฯ ไปจ่าย?

ไม่ใช่แสดงละครแห่ไปเดินตรวจกัน แต่ไม่มีใครไล่เบี้ยหาคนรับผิดชอบ

ประเมินเงินค่าซ่อมต้องมีระดับพันล้านแบบนี้

ใครรับผิดชอบงานนี้ ช่วยบอกที

ขอตะโกนถามดังๆ แทนคน กทม.

‘ชูวิทย์’ เปิดเอกสารลับ ‘ฮั้ว สว.’ ชี้สุดอันตราย อาจกินรวบทั้งประเทศ!! ซับซ้อนกว่าประเด็นเขากระโดง

(1 ต.ค. 68) ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาโพสต์เปิดเอกสารอ้างการทำงานเชิงเครือข่ายที่เรียกว่า 'ฮั้ว สว.' ระบุเป็นการวางแผนกินรวบอำนาจรัฐผ่านการสั่งการ สว. เพื่อควบคุมการแต่งตั้งองค์กรตรวจสอบและองค์กรอำนาจสูงทั้งหลาย เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และ กกต. ซึ่งหากเป็นจริงจะทำให้การตรวจสอบและการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกบิดเบือนไปได้ง่าย

ชูวิทย์ชี้ชัดว่านี่สำคัญกว่าประเด็น 'เขากระโดง' เพราะมีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างอำนาจประเทศ — ถ้า สว. ถูกสั่งได้ การแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องพึ่งกลไกเหล่านี้อาจเป็นเรื่องฝันลม ๆ แล้ง ๆ นอกจากนี้ ชูวิทย์ยังเรียกร้องให้ฝ่ายค้านและฝ่ายการเมืองทุกสีรู้เท่าทัน ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องกลายเป็นการ “แลกเปลี่ยนผลประโยชน์” ในสภา ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มออกหมายเรียกและตรวจสอบหลายรายที่ถูกเชื่อมโยงกับกรณีฮั้วเลือก สว. แล้ว

สำหรับข้อเรียกร้องของชูวิทย์คือความเร่งด่วนในการตรวจสอบข้อมูลและตั้งกรรมการอิสระ เพื่อนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว ไม่ให้เป็นเพียงข่าวทางโซเชียลที่ผ่านไป พร้อมเตือนว่าสังคมควรรู้ว่าใครจะรับผิดชอบอนาคตประเทศจริง ๆ — การเมืองภาคประชาชนควรจับตาและกดดันให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน

‘ชูวิทย์’ ชำแหละ 'มีเรา ไม่มีเทา' สโลแกนวางแผนเลือกตั้งของพรรคส้ม อาจปลุกคะแนนเสียงแซงกระแสรักชาติ หลังรัฐบาลอนุทินปราบสแกมเมอร์ไม่คืบ .

(9 พ.ย. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “มีเรา ไม่มีเทา” เนื้อหาระบุว่า การเมืองเริ่มเข้าสู่โหมดเลือกตั้งด้วยเรื่อง “สีเทา” เป็นหัวหอกหาเสียงหลัก กลิ่นยุบสภากระจายฟุ้ง พรรคส้มที่ตั้งธงจะแก้รัฐธรรมนูญจากการตั้งรัฐบาลพรรคน้ำเงิน ตอนนี้แม้รัฐบาลยุบสภาหนีซักฟอก ก็พร้อมเลือกตั้ง เหตุเกิดจากศึกหนักเรื่อง “สแกมเมอร์” ที่ถูกโยงมาถึง “มิสเตอร์แป้ง” ว่าพัวพันจนสั่นคลอน แม้ไม่มีหลักฐาน แต่ฝ่ายค้านตัวเอกที่เริ่มเรื่องอย่าง ส.ส. รังสิมันต์ โรม ตีฆ้องร้องป่าวทุกวี่ทุกวัน จนขึ้นแท่น “มือปราบสแกมเมอร์” แท็กทีมกับ “ไอซ์ รักชนก” จนเป็นทีมรุ่นใหม่ไฟแรงชนสีเทาฝั่งรัฐบาล

อีกทั้งนานาชาติต่างรุมกดปุ่มถล่มฐานเงินเทา ยึดทรัพย์มโหฬารของจีนเทา ฝรั่งเทา เขมรเทา เป็นเงินหลายแสนล้าน ถึงขั้นออกกฎหมายไล่ล่า “โจรสแกมเมอร์” มีชื่อเทา ๆ คุ้นหู ที่ถูกกระตุกโดย ส.ส. รังสิมันต์ โรม

แต่ตัดกลับมาที่ประเทศไทยอันมีดินแดนติดประเทศกัมพูชา “เมืองหลวงโลกสแกมเมอร์” นายกฯ อนุทินทำได้แค่ท่าทางขึงขังว่า “การปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นวาระแห่งชาติ จะจัดการให้สิ้นซาก”

ว่าแล้วก็ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ (อีกแล้ว) แต่กลับไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างนานาชาติที่ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการลิเกใด ๆ รุมยึดทรัพย์ได้รวดเร็ว เห็นผลชัดเจน สะเทือนซ้ำการหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์ได้เห็นเป็นข่าวไปทั่วโลก เส้นเงินประเทศอื่นเขาไม่ต้องมี แต่ตามยึดได้เป็นแสน ๆ ล้าน ส่วนของไทยเส้นเงินพันกันอีนุงตุงนังจนดูเวียนหัว แต่ถึงบัดนี้ยังยึดอะไรจาก “เฉินจื้อ” ไม่ได้สักบาท รัฐบาลอนุทินยังมัวทำเงื้อง่าราคาแพง แม้มี สส. นักการเมืองสารพัดชื่อในพรรคร่วมรัฐบาลเข้าไปมีเอี่ยว แต่ก็ตีลูกมึนบอก ”ใครมีหลักฐานก็ส่งมา“ ซ้ำร้ายยังไปตั้งทนายความของ “ฝรั่งเทา“ ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสด ๆ ร้อน ๆ จาก ครม. หนู

เมื่อรัฐบาลหนูวางแผนสั้น แต่พรรคส้มวางแผนยาวไปถึงการเลือกตั้งด้วยสโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” ตีกันด้วยเรื่องเทา ๆ ที่ชาวบ้านร้านตลาดถูกใจเหมือนเวอร์ชันก่อนที่พรรคส้มออกสโลแกน “มีลุง ไม่มีเรา” ปลุกกระแสชังสีเทา แซงกระแสรักชาติที่ซาหายลงไป เรื่องการตลาดหาเสียงอย่างนี้พรรคน้ำเงิน พรรคแดง สู้พรรคส้มเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ จึงเห็นทีมงานพรรคส้ม นำโดย สส.โรม รับข้อมูลจาก “โจ๊ก ระเบิดพลีชีพ” ตีไปที่บรรดาบ่อนออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ เป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ จี้ไปที่เรื่องเทา ๆ ของรัฐบาล “พรรคน้ำเงินเทา” กับ “พรรคกล้าเทา” ยังมีอีกมากล้น ตั้งแต่อดีต พรรคประชาธิปัตย์ฉายา “ฝ่ายค้านมืออาชีพ” เคยบอกผมในฐานะ สส.ใหม่ว่า “เราเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีเรื่องก็ต้องพูดให้มีเรื่อง หากเป็นเรื่องเล็กต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ หากเป็นเรื่องใหญ่ก็ต้องล้มรัฐบาลเลย”

แต่มาสมัยนี้ เรื่องสีเทาที่ทั่วโลกรุมทึ้งอย่างสแกมเมอร์ ทำไมที่ไทยไปไม่ถึงไหน? มีทีมงานพรรคส้มแค่ไม่กี่คนจัดการ ส่วนรัฐบาลก็ “โนสน โนแคร์” เหมือนจะบอกว่า “ช่วยรีบ ๆ ยื่นซักฟอกหน่อย” เพราะพรรคน้ำเงินสะสมทุนเตรียมพร้อม พรรคแดงก็มีหัวหน้าพรรคคนใหม่แล้ว  และสำหรับพรรคส้ม ด้วยสโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” แม้ยังจัดการใครไม่ได้สักคน แต่แค่หลับตาชี้ไปที่นักการเมืองก็ได้สีเทาอ่อนเทาเข้ม จะชี้ผิดยากเต็มทน ประชาชนเขายี้ไม่อยากเลือก

คนมักถามผมว่า “บ้านเมืองเราจะเป็นยังไง?” ผมได้แต่ตอบว่า “ไม่ต้องห่วง ประเทศไทยยังอยู่บนแผนที่โลกเหมือนเดิมไม่ไปไหน” โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ อย่าไปหวังอะไรให้มาก เขามาแค่แป๊บเดียว ห้อยหลวงพ่อโกยมาเต็มคอกันทุกคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top