Wednesday, 22 July 2026
ชิปAI

บริษัทเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของจีน ระดมทุน 2.39 หมื่นล้าน พัฒนาเทคโนโลยี ขยายสู่ตะวันออกกลาง อาเซียน และญี่ปุ่น ตั้งเป้าปล่อยโรบอทแท็กซี่ 10,000 คันทั่วโลก

(6 พ.ย. 68) บริษัทเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของจีน WeRide เดินหน้าปักธงเชิงพาณิชย์เต็มกำลัง หลังระดมทุน 2.39 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1.12 หมื่นล้านบาท) จากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง 

โทนี ฮั่น (Tony Han) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ WeRide ระบุว่าเงินระดมทุนจะใช้เร่งงานวิจัยพัฒนา ขยายสู่ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และญี่ปุ่น พร้อมตั้งเป้าปล่อยโรบอทแท็กซี่ 10,000 คันทั่วโลกในไม่กี่ปี และขยายได้ถึง “หลักแสนคัน” เพื่อมุ่งสู่บริการแท็กซี่อัตโนมัติที่เข้าถึงได้ในทุกที่

WeRide ทำคำเสนอขายหุ้นที่ฮ่องกงควบคู่กับการเป็นหุ้นคู่ (dual listing) หลังจดทะเบียนในแนสแด็กอยู่ก่อน โดยกำหนดราคาเสนอขายที่ 27.10 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น (สูงกว่าราคาปิดในแนสแด็ก ซึ่ง 1 ADS เท่ากับ 3 หุ้นสามัญ) อย่างไรก็ตาม วันเปิดซื้อขายหุ้นฮ่องกงร่วงลง 14% มาอยู่ที่ 23.22 ดอลลาร์ฮ่องกง ชี้แรงกดดันตลาดระยะสั้น ซึ่งไม่เปลี่ยนโรดแมปเติบโตของบริษัท

ปัจจุบัน WeRide มีรถไร้คนขับราว 700 คันทั่วโลก และขายเทคโนโลยีให้ผู้ผลิตรถอย่าง GAC Motor และ Chery โดยยานยนต์ดังกล่าวอยู่ในระดับอัตโนมัติ Level 4 ตามมาตรฐาน SAE ซึ่งโดยทั่วไปไม่ต้องมีมนุษย์แทรกแซงในสภาวะการใช้งานที่กำหนด 

สำรับบริษัทวางโมเดลหลายระดับ ทั้งรถพรีเมียมสำหรับลูกค้ากำลังซื้อสูง และบริการ “คุ้มค่า-ประหยัด” สำหรับคนทำงาน โดยในจีนโรบอทแท็กซี่เก็บค่าโดยสารต่ำสุดได้ราว 10% ของค่าโดยสารเฉลี่ยในพื้นที่ทดลองเดินรถ

ด้านกระแสอุตสาหกรรมหนุนแรงจากชิป AI และการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้า โดย UBS คาดว่าในปี 2030 อาจมีรถไร้คนขับถึง 3 แสนคันใน 4 เมืองระดับท็อปของจีน และแตะ 4 ล้านคันช่วงปลายทศวรรษ 2030 ขณะที่ HSBC ประเมินว่าโรบอทแท็กซี่จะมีสัดส่วน 6% ของตลาดแท็กซี่จีน มูลค่าตลาดอาจเกิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 1.46 ล้านล้านบาทต่อปี) 

ทั้งนี้ WeRide ยังขยายไปยุโรปด้วย โครงการนำร่องในสวิตเซอร์แลนด์ร่วมกับการรถไฟแห่งชาติ (SBB) ให้บริการในเขตเฟิร์ททาล ภายใต้การบริหารจัดการของ Swiss Transit Lab นอกเหนือจากแท็กซี่ บริษัทยังพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรถตู้และรถกวาดถนนด้วย 

นักวิเคราะห์มอง WeRide ร่วมกับ Baidu Apollo และสตาร์ทอัพ Pony.ai คือคำตอบของจีนต่อ Waymo ของสหรัฐ โดย Pony.ai ก็เข้าตลาดฮ่องกงในวันเดียวกัน ซึ่ง WeRide เคยระดมทุน 440.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการทำ IPO และ private placement ในแนสแด็กเมื่อเดือนตุลาคม 2024 เพื่อปูทางสู่การเติบโตระดับโลกต่อไป

จีนแสวงหาชิป AI มหาวิทยาลัยเชื่อมกองทัพจีน พยายามได้ชิปสูงสุด Nvidia สหรัฐฯวิตก เสี่ยงเทคโนโลยีรั่วไหล สภาคองเกรสจ่อควบคุมเข้มข้น

ฮือฮา! ส.สอเมริกันวิตกหลัง “ 7 มหาวิทยาลัยจีน” เชื่อมโยงกองทัพปักกิ่งต้องการชิปAI ของ Nvidia รุ่น H200 เชื่อเพื่อวิจัยอาวุธ

เอเจนซีส์ – พบมหาวิทยาลัยชั้นนำจีนไม่ต่ำกว่า 7 แห่งที่เชื่อมโยงกับกองทัพจีนและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจีนแสวงหาชิป AI ของ Nvidia รุ่น H200 ที่มีความสามารถมากที่สุดในโลกในปัจจุบันเพื่อทำการวิจัยพัฒนาความก้าวหน้าทางยุโธปกรณ์การป้องกันประเทศสร้างความวิตกให้สภาคองเกรสสหรัฐฯ

บลูมเบิร์กรายงานวันอังคาร(2 มิ.ย)ว่า มหาวิทยาลัย 2 แห่งชื่อดังของจีนมีความสนใจในชิป H200 ของ Nvidia ได้แก่มหาวิทยาลัยเป่ยหัง (Beihang University) และมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิกนอร์ทเวสต์เทิร์นจีน NWPU (Northwestern Polytechnical University) อ้างอิงจากบันทึกการจัดซื้อที่บลูมเบิร์กได้มา

ทั้ง 2 แห่งถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “7 ลูกชายแห่งการป้องกันประเทศจีน” (Seven Sons of National Defense) ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีน

มหาวิทยาลัย Beihang University และมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิกนอร์ทเวสต์เทิร์นจีน NWPU ถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯขึ้นแบล็กลิสต์จากการที่การวิจัยเพื่อความก้าวหน้าให้กองทัพจีน

คณะความมั่นคงทางไซเบอร์ของ NWPU ต้องการเข้าถึงการเช่าชิป AI รุ่นนี้ของ Nvidia ของสหรัฐฯ ซึ่งมหาวิทยาลัยเปิดเผยว่าทำงานด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ให้รัฐบาลจีนและมีทีมวิจัยความก้าวหน้าการป้องกันประเทศจีนและอีกทั้งมีผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเป็นจำนวนมากเข้ารับใช้ในกองทัพปลดแอกประชาชนจีน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯรายงานในเรื่องนี้วันที่ 1 มิ.ย โดยชี้ว่า ถึงแม้ว่าซีอีโอ Nvidia เจนเซน หวง ถึงแม้จะออกมาประกาศอย่างเปิดเผยอ้างว่า กองทัพจีนไม่ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าทางวิทยาการในชิป Nvidia ของบริษัทของเขาที่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ทว่าการวิเคราะห์บันทึกการจัดซื้อจีนนาน 6 ปีแสดงเห็นว่า กองทัพจีนแสวงหาอย่างเปิดเผยสำหรับชิป AI ของ Nvidia มาตั้งแต่ปี 2019

ส.ส รัฐมิชิแกน จอห์น มูเลนาร์(John Moolenaar) ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญด้านพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รายงานการวิเคราะห์บันทึกจีนนาน 6 ปีนี้แสดงให้เห็นว่า “ปักกิ่ง” พยายามที่จะลักลอบและขโมยเทคโนโลยีอเมริกันเป้าจุดประสงค์ทางการทหาร”

นิวยอร์กไทม์สชี้ว่า บันทึกจีนที่ทำการประมวลโดย Wirescreen แพลตฟอร์มซอฟท์แวร์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทจีนที่พบว่า กองทัพจีนได้เพิ่มความพยายามในการให้ได้มาซึ่งชิป AI เทคโนโลยีของสหรัฐฯถึงแม้ว่ารัฐบาลอเมริกันจะทำการจำกัดการขายให้ประเทศที่เป็นอริรวม “จีน”

Wirescreen ได้ตรวจสอบบันทึกการจัดซื้อ 3,800 บันทึกเที่ยวเกี่ยวข้องกับชิปชั้นสูงและคอมพิวเตอร์

ในการตรวจสอบพบว่ามีไม่ต่ำกว่า 500 ตัวอย่างที่มีหลายหน่วยงานจากกองทัพจีนต้องการชิป Nvidia โดยระบุถึงชื่อหรือคุณสมบัติทางเทคนิก

นิวยอร์กไทม์สกล่าวว่า เป็นเทคโนโลยีที่ถูกแสวงหาเกือบทุกกองกำลังของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนที่น่าตกใจเพราะพบว่า รวมไปถึงหน่วยงานด้านวิจัยการจำลองการระเบิดนิวเคลียร์ ปฎิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ และการวางแผนการรบ

ทั้งนี้รายงานถูกส่งไปยังรัฐบาลประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และสภาคองเกรสสหรัฐฯ ที่ซึ่งมีการหารือถึงอนาคตการขายชิป Nvidia ให้จีน หนังสือพิมพ์สหรัฐฯชี้

บลูมเบิร์กรายงานต่อว่า อ้างอิงจากบันทึกที่ย้อนไปไกลในปี 2011 มีมหาวิทยาลัยจีนไม่ต่ำกว่า 25 แห่งและแล็บที่มีความร่วมมือกับกองทัพจีนและอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศจีนถูกพบว่าหากไม่ได้กำลังใช้อยู่หรือกำลังแสวงหารชิป Nvidia รุ่นที่เก่ากว่า

และพบว่ามี 6 แห่งจากทั้งหมดถูกขึ้นบัญชีดำของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯจากการที่มีความร่วมมือทางการวิจัยกับกองทัพจีนรวมถึง การพัฒนาเทคโนโลยีมิสไซล์และนิวเคลียร์ เป็นภัยคุกคามความมั่นคงต่อสหรัฐฯ

มาจนถึงปัจจุบันรัฐบาลจีนสั่งห้ามบริษัทด้าน AI ของจีนซื้อชิป AI ของ Nvidia รุ่น H200

โฆษก Nvidia กล่าวโต้ว่าเป็นเรื่องที่โง่เง่ามากที่คิดว่า การทหารจีนต้องพึ่งพาชิปของบริษัท

“จีนมีชิปผลิตภายในประเทศมากพอสำหรับอุปกรณ์ทางการทหารของตัวเองและอีกหลายล้านสำหรับเป็นอะไหล่เก็บ”

ด้านสถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี เปิดเผยว่า “ขอต่อต้านการใช้ในทางการเมืองเพื่อเป็นเครื่องมือ และการใช้ประเด็นทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเป็นอาวุธ”

เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ

ส.ส ไบรอัน มาสต์ (Brian Mast) ประธานคณะกรรมาธิการด้านกิจการต่างประเทศประจำสภาล่างสหรัฐฯกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาในกรุงวอชิงตัน ดีซีว่า พวกเรารู้อย่างแน่นอนว่า พวกเราไม่ต้องการให้ผู้ซื้อปลายทางเป็นกองทัพจีน โดยชี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการเกี่ยวข้องกับอาวุธจริง กองทัพจริง หรือมีความสูญเสียจริงสภาคองเกรสสหรัฐฯต้องให้ความสนใจอย่างแน่นอน

บลูมเบิร์กรายงานว่าผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ถึงแม้ว่าจีนปัจจุบันเช่น หัวเว่ย จะมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์แต่ทว่ายังคงล้าหลังห่างจากคู่แข่งบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯทั้งในด้านคุณภาพและจำนวนของชิป AI

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1445518377616819&id=100064760106289&rdid=DtDfQSAGyEv48XJf#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top