Thursday, 4 June 2026
ฉงชิ่ง

‘บัณฑิตสาวชาวจีน’ โชว์ทำอาชีพ ‘คนดูแลสุสาน’ อวด ‘งานสบาย - เหมือนได้เกษียณก่อนกำหนด’

สาวจีนรายหนึ่งออกมาเผยเรื่องราวของตนเองที่เรียนจบปริญญาตรี แต่เลือกทำงานเป็น ‘คนดูแลสุสาน’ เพื่อสร้างสมดุลชีวิตและหลีกเลี่ยง ‘การเมืองในออฟฟิศ’ จนทำให้ชาวเน็ตจีนจำนวนมากออกมาวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดในการทำงานของคน Gen-Z

หญิงสาวแซ่ ตัน (Tan) วัย 22 ปี กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเธอได้โพสต์คลิป Douyin อวดสถานที่ทำงานที่ ‘สงบสุข’ ของเธอ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสุสานที่อยู่ติดกับภูเขาในเมืองฉงชิ่ง

“นี่คือบรรยากาศการทำงานของคนดูแลสุสาน Gen Z มันเป็นงานที่สบายมาก มีหมาแมวให้เล่น แล้วก็มีอินเทอร์เน็ตด้วย” ตัน กล่าว

หญิงสาวเล่าว่า ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ก็รู้สึกเหมือน ‘ได้เกษียณก่อนกำหนด’ เพราะงานดูแลสุสานนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน มีเวลาว่างมากมาย และยังได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม โดยไม่ต้องเจอกับการเมืองในออฟฟิศและปัญหารถติดเหมือนคนอื่น ๆ

หน้าที่ประจำวันของเธอคือการต้อนรับแขกที่มาเยือนสุสาน ขายที่ฝังศพ และปัดกวาดดูแลหลุมศพแทนญาติผู้ตาย

เธอได้รับค่าจ้างเดือนละ 4,000 หยวน (ราว 20,000 บาท) สำหรับการทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 17.00 น. โดยมีเวลาพักทานข้าวกลางวันวันละ 2 ชั่วโมง

ตามฐานข้อมูลของรัฐบาลจีน รายได้เฉลี่ยต่อปีของชาวเมืองฉงชิ่งอยู่ที่ 33,800 หยวน (170,000 บาท) หรือประมาณ 2,800 หยวนต่อเดือน (14,000 บาท) ซึ่งเท่ากับว่างานดูแลสุสานที่หญิงสาวเลือกทำช่วยให้เธอมีรายได้สูงกว่าเงินเดือนเฉลี่ยของคนทั่วไปอยู่พอสมควรทีเดียว

หลังจากที่คลิปนี้ถูกแชร์ออกไป ปรากฏว่ามีชาวเน็ตจีนจำนวนมากเข้าไปแสดงความตกตะลึงที่บัณฑิตอย่าง ตัน เลือกงานในสุสาน ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่า ‘ไม่เป็นมงคล’ และไม่ใช่สถานที่ที่น่าอภิรมย์เท่าไหร่ แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่เข้าไปให้กำลังใจและสนับสนุนเธอ โดยมองว่านี่คือส่วนหนึ่งของ ‘กระแสวัฒนธรรมนอนราบ’ (lying flat) หรือ ‘ถ่าง ผิง’ (躺平) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาวจีนมากขึ้น

การที่หนุ่มสาวจีนขานรับ ‘วัฒนธรรมนอนราบ’ ก็เนื่องจากความท้อแท้ต่อสภาพกดดันในสังคมโดยเฉพาะวัฒนธรรมการทำงานที่หนักสาหัสเกินไป แต่กลับได้ผลประโยชน์ไม่สมกับที่ได้ลงแรงเหนื่อยยาก จนกระทั่งมาถึงจุดที่ไม่ต้องการทนอยู่กับสภาพนี้อีกต่อไป และหันหลังให้กับความคาดหวังของสังคม

‘นครฉงชิ่ง’ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ลงนาม 70 โครงการใหญ่ ครอบคลุมอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ มูลค่าทะลุ 2 แสนล้านหยวน

เมื่อวันที่ (6 เม.ย. 66) สำนักข่าวซินหัว, ฉงชิ่ง รายงานว่า ทางการท้องถิ่นเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รายงานว่า ฉงชิ่งได้ลงนามโครงการขนาดใหญ่ 70 โครงการ มูลค่าการลงทุนตามสัญญารวมกว่า 2.08 แสนล้านหยวน (ราว 1.02 ล้านล้านบาท) ในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปีนี้

พิธีลงนามร่วมถูกจัดขึ้นวันพฤหัสบดี (6 เม.ย.) ในเขตจิ่วหลงโพของฉงชิ่ง โดยการลงทุนใหม่เหล่านี้ จะครอบคลุมอุตสาหกรรมหลักต่าง ๆ อาทิ ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เชิงอัจฉริยะและเชื่อมต่อกับเครือข่าย แผงวงจรรวม ชีวการแพทย์ ซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี

รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง “สายตะกร้าผัก” ไม่เพียงยกระดับการเดินทาง แต่ยังยกระดับรายได้และชีวิตชาวบ้านเข้าด้วยกันกับคนเมือง

(1 ก.ย. 68) รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 4 ของเมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการเชื่อมโยงเมืองกับชนบทอย่างแท้จริง ซึ่งเส้นทางยาวกว่า 48.5 กิโลเมตรนี้ ไม่เพียงแต่รองรับผู้โดยสารทั่วไป แต่ยังเป็นเส้นทางของเกษตรกรที่หอบตะกร้าผักและผลไม้ขึ้นรถไฟเข้ามาขายในเมือง ทำให้ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “รถไฟสายตะกร้าผัก”

บรรยากาศของรถไฟสายตะกร้าผัก เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพราะเป็นพื้นที่ที่ทั้งกระเป๋าเอกสารและตะกร้าผักอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 เป็นต้นมา มีการดัดแปลงที่พักพิงเก่าในเมืองฉงชิ่งจากยุคสงครามมาเป็นตลาดสดให้เกษตรกร เพิ่มความสะดวกในการค้าขายมากขึ้น

ขณะที่มณฑลเสฉวน ชาวเมืองจำนวนมากนั่งรถไฟสายนี้ออกไปซื้อผักผลไม้สดถึงชนบท รอบสถานีรถไฟจึงคึกคักด้วยตลาดผักเล็ก ๆ และไม่ไกลก็ยังมีตลาดใหญ่ของชาวบ้านที่ดึงดูดผู้คนให้มาเลือกซื้อสินค้ากันแน่นขนัด

เรื่องราวของ “รถไฟสายตะกร้าผัก” จึงไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางขาเดียวจากชนบทเข้าเมืองอีกต่อไป แต่กลายเป็นการเดินทางสองทางที่เอื้อประโยชน์ทั้งเกษตรกรและคนเมือง เมืองได้อาหารสดคุณภาพดี ชนบทได้รายได้เพิ่มและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของการบูรณาการเมือง–ชนบท ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายเติบโตไปพร้อมกัน

'ฉงชิ่ง' เมืองเศรษฐกิจ มหานครพิเศษทางตะวันตกเฉียงใต้ เศรษฐกิจโตแซงค่าเฉลี่ยประเทศ GDP ขึ้นอันดับ 4 ของจีน แซงกวางโจวขึ้นแท่นเมืองมาแรง

📍 ภาพรวม
ฉงชิ่ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นหนึ่งในมหานครใหญ่โดยตรงภายใต้การปกครองของรัฐบาลกลางจีน (municipality) แยกตัวออกจากมณฑลเสฉวนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1997

มีพื้นที่ประมาณ 82,403 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าสมาชิกของบางประเทศ และมีประชากรราว 32 ล้านคน (ตามสำมะโนในปี 2020) เป็นเมืองที่มีภูมิประเทศโดดเด่น — ตั้งอยู่ที่จุดบรรจบของแม่น้ำ Yangtze River และ Jialing River พร้อมยังล้อมรอบด้วยภูเขาและเนินเขา ซึ่งทำให้เมืองมีลักษณะ “ชั้นๆ” หรือหลายระดับ (multi-level urbanism) ในการวางผังเมืองและถนนอาคารต่างๆ

🚀 จุดเด่นของการเติบโต
ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดของจีน ด้วยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าเฉลี่ยประเทศ โดยในปี 2024 ก้าวขึ้นเป็นเมืองอันดับ 4 ของจีนจากมูลค่า GDP รวม (แซงหน้าเมืองใหญ่อย่าง Guangzhou) เศรษฐกิจของเมืองถูกผลักดันโดยภาคการผลิต (automotive, อิเล็กทรอนิกส์) และอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ภาพยนตร์ การท่องเที่ยวฯลฯ อยู่ภายในยุทธศาสตร์ “Chengdu–Chongqing Economic Circle” ที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าให้เป็นหนึ่งใน “ขั้วการเติบโต” ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งรวมเมือง Chengdu และพื้นที่โดยรอบไว้ด้วย

🏙 ลักษณะเมืองที่น่าสนใจ

เนื่องจากภูมิประเทศที่สูง-ต่ำและสลับซับซ้อน ฉงชิ่งจึงมีการก่อสร้างแบบหลายระดับ (vertical urbanism) อาคารหลายหลังอาจมีทางเข้า “ground floor” อยู่ที่ชั้นต่างๆ ขึ้นอยู่กับระดับถนนในแต่ละด้าน ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมมีความทันสมัยและใหญ่โต เช่น รถไฟระบบโมโนเรล/รถไฟฟ้าที่เชื่อมโยงหลายชั้น และสะพานข้ามแม่น้ำหลายแห่ง

🎯 ทำไมควรสนใจเมืองนี้
ถ้าคุณสนใจเรื่อง เมืองที่เติบโตเร็ว หรือ การพัฒนาเมืองในภูมิภาคที่ไม่ใช่ชายฝั่ง ฉงชิ่งคือกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างภูมิศาสตร์ท้าทาย + นโยบายรัฐ + การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหญ่

สำหรับนำเสนอ: สามารถใช้ภาพของเมืองที่แสดงภูมิประเทศภูเขา + แม่น้ำ + ตึกสูง เพื่อสื่อถึง “การเติบโตในภูมิประเทศท้าทาย” ได้อย่างทรงพลัง

จีนลุยขนส่ง NEV รถไฟสินค้าออกจากฉงชิ่ง ขนยานยนต์พลังงานใหม่ไปกว่างโจว ต่อเรือส่งตะวันออกกลาง เส้นทางเสถียรผ่านหลายมณฑล

(8 ม.ค. 69) รถไฟสินค้าจากเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เริ่มออกเดินทางจากสถานีอวี๋จุ่ยของท่าเรือกั่วหยวนเมื่อวันที่ 7 ม.ค. เพื่อขนส่งยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ไปยังท่าเรือหนานซา เมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน ตามแผนภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนต่อยอดลำเลียงออกทะเลสู่ตลาดตะวันออกกลาง

ในฐานะฐานการผลิตยานยนต์สำคัญ 'ฉงชิ่ง' ได้พัฒนาระบบขนส่งสินค้าผ่านทางรางและทางทะเลที่เสถียรและต่อเนื่อง รองรับการจัดส่งทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การขนส่งผ่านเส้นทางนี้ช่วยกระตุ้นการเชื่อมโยงและขยายตลาดในภูมิภาค” ระบุในข่าว

เส้นทางสินค้านี้ผ่านเมืองหนิงโปในมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออก และเมืองชินโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ส่งผลให้การขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาคและสู่ตลาดต่างประเทศมีความคล่องตัวมากขึ้น นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายโครงข่ายขนส่งและตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ของจีนในเวทีโลก

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top