Thursday, 4 June 2026
จุลพันธ์

‘เทพไท’ ชี้!! ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ ไฟเขียว!! ‘จุลพันธ์’ นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นคนรุ่นกลาง ประสานงานได้ทุกฝ่าย พร้อม!! ปลอบใจ ‘สมพงษ์’

(1 พ.ย. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก 'เทพไท - คุยการเมือง' ระบุว่า …

ล็อกสเปค จุลพันธ์ เป็นหัวหน้าเพื่อไทย

ผมขอแสดงความยินดีกับคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ในฐานะที่เป็นนักการเมืองร่วมสมัย และเป็นนักการเมืองรุ่นเดียวกัน เมื่อได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกให้เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งตรงตามความคาดหมาย และผลการวิเคราะห์ ซึ่งผมได้วิเคราะห์ก่อนหน้านี้แล้วว่า คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุผลเป็นคนรุ่นกลาง เป็นคนรุ่นไม่ใหม่ไม่เก่าเกินไป ประสานงานได้กับทุกฝ่าย มีความอาวุโสทางการเมืองพอสมควร เป็นส.ส.5สมัย มีความรู้ด้านเศรษฐกิจตามความต้องการของคนพรรคเพื่อไทย เป็นการปลอบใจนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ บิดาของคุณจุลพันธ์ ที่น้อยใจพรรคลาออกจากสมาชิกพรรคไป เมื่อลูกชายได้รับการเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ผู้ที่เป็นพ่อก็คงจะคลายความน้อยอกน้อยใจลงไปบ้าง และที่สำคัญที่สุดคุณจุลพันธ์ได้รับไฟเขียวจากบ้านจันทร์ส่องหล้า เจ้าของพรรคเพื่อไทย จึงทำให้คู่แข่งที่เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อย่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้วและนายสุทิน คลังแสง ต้องหลีกทางไป

ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมา หากไม่มีการล็อกสเปคหรือบล็อคโหวตกัน หรือกดดันส่งสัญญาณว่า คนที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ต้องเป็นใครนั้น ถ้าเปิดฟรีโหวต เชื่อว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง คงจะได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีเจ้าของ เปรียบเสมือนบริษัทในครอบครัวสกุลชินวัตร เมื่อเจ้าของพรรค ชี้ชัดว่าควรเป็นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ มติก็โหวตให้คุณจุลพันธ์อย่างท่วมท้น แบบไม่ต้องสงสัย

แต่การที่คุณจุลพันธ์เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพราะในอดีตที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะแยกออกจากกันอย่างชัดเจนกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่เคยมีหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเลย นับตั้งแต่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ พลตำรวจเอกวิโรจน์ เปาอินทร์ นายสมพงษ์อมรวิวัฒน์ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว จนมาถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ก็เพิ่งได้มาเป็นหัวหน้าพรรค หลังจากที่มีการเลือกตั้งผ่านพ้นแล้ว

กรณีของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ก็เช่นเดียวกัน เชื่อว่าน่าจะมีบทบาทสำคัญในการบริหารพรรค นำพาพรรคไปสู่การเลือกตั้งพร้อมกับเลขาธิการพรรค คือนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ซึ่งเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของบ้านจันทร์ส่องหล้า เคยเป็นเลขาธิการพรรคสมัยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคมาแล้ว จึงจำเป็นต้องให้มารับหน้าที่เป็นแม่บ้านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากชุดผู้บริหารพรรคชุดคุณหนู คือหัวหน้าพรรคเป็นนางสาวแพทองธารลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร กับเลขาธิการพรรค นายสรวงศ์ เทียนทองลูกชายนายเสนาะ เทียนทอง ผู้บริหารพรรคชุดคุณหนูทั้งสองคน เมื่อผ่านยุคนี้ไป ก็ใช้บริการผู้อาวุโสอย่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง

ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะต้องพิจารณากันต่อไปในพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ผมเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง และนักวิเคราะห์ทางการเมือง ผมเชื่อว่า1ใน3ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะต้องเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชินวัตร ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในเบื้องต้นถ้าดูจากกระแสความเคลื่อนไหว และการโยนถามทาง มีความเป็นไปได้สูงมากว่า นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ลูกเขยของนายทักษิณ ชินวัตร จะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 1ใน 3 ของพรรคเพื่อไทย ส่วนอีก2คน คงจะรอเวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ตกผลึกกันภายในพรรคเพื่อไทยก่อน ซึ่งจะขออนุญาตนำมาวิเคราะห์ในโอกาสต่อไป"

‘จุลพันธ์’ ลุยกระทรวงแรงงาน เข้ากระทรวงวันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มอบนโยบายเน้นแก้ปัญหาแรงงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย รักษาการจ้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานทุกมิติ

‘จุลพันธ์’เข้ากระทรวงแรงงานวันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มอบนโยบายผู้บริหาร ยันพร้อมขับเคลื่อนนโยบาย แก้ปัญหาความเดือดร้อน - ลดภาระค่าใช้จ่าย - รักษาการจ้างงาน - ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานทุกมิติ 

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางเข้ากระทรวงแรงงานเป็นวันแรกเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงานทั้ง 5 จุด ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ และศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา จากนั้นถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ กระทรวงแรงงาน

จากนั้น นายจุลพันธ์ เดินทางเข้าห้องทำงานชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน และรับมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน และแขกที่มาร่วมแสดงความยินดี ก่อนที่จะประชุมมอบนโยบายแนวทางการทำงานให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน

โดยนายจุลพันธ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยนายจุลพันธ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คนที่ 20 พร้อมย้ำถึงนโยบายสำคัญที่ได้มอบให้กับผู้บริหารกระทรวงแรงงานในการดูแลแรงงานในภาวะวิกฤตปัจจุบัน และเน้นการเร่งช่วยเหลือแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ตะวันออกกลาง ควบคู่กับการพิจารณามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของแรงงาน เช่น การลดเงินสมทบประกันสังคม และการรักษาระดับการจ้างงาน ซึ่งมุ่งให้เกิดผลภายใน 100 วันแรกของการทำงาน พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงจัดระเบียบแรงงานทั้งในและต่างประเทศให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงาน เมื่อพี่น้องแรงงานเดือดร้อนก็จะเข้าไปพบปะช่วยแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

สำหรับภารกิจเร่งด่วน ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการแล้ว นายจุลพันธ์ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเตรียมพร้อมขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยทันที เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ภายใต้ตัวชี้วัด (KPI) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top