Friday, 5 June 2026
จีน

‘จีน’ ออกกฎใหม่คุม ‘หนังสือแบบฝึกหัดเสริม’ ทั่วประเทศ เพื่อลดภาระการเรียน!! และความเครียดของเด็กนักเรียน

(8 ก.ย. 68) จีนออกมาตรการควบคุมหนังสือแบบฝึกหัดเสริมทั่วประเทศ เพื่อมุ่งลดภาระการเรียนและความเครียดของนักเรียนในโรงเรียนใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น

มาตรการนี้ต่อยอดนโยบาย “ลดสองเท่า” (Double Reduction) ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อจำกัดการบ้านและการกวดวิชา โดยครั้งนี้ขยายไปถึงคู่มือเตรียมสอบและแบบฝึกหัดซ้ำจำนวนมากที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการศึกษาแบบ “ทะเลโจทย์” ที่เน้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ จำนวนมหาศาลจนจำได้

โดยกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน เช่น เซี่ยงไฮ้ห้ามโรงเรียนบังคับผู้ปกครองซื้อแบบฝึกหัดนอกหลักสูตร และห้ามจำหน่ายในโรงเรียน ส่วนเซินเจิ้นจำกัดให้แต่ละวิชามีแบบฝึกหัดฟรีเพียง 1 เล่ม และต้องสั่งซื้อจากบัญชีรายชื่อทางการเท่านั้น

แม้ตลาดหนังสือเสริมในจีนคาดว่าจะมีมูลค่า 1.46 แสนล้านหยวน (ราว 6.57 แสนล้านบาท) ภายในปี 2030 แต่กฎใหม่สร้างความเห็นที่หลากหลาย ผู้ปกครองบางส่วนยินดีที่เด็กจะมีภาระลดลง ขณะที่บางส่วนกังวลว่าเด็กอาจตามเพื่อนไม่ทัน นอกจากนี้ ทางการยังออกมาตรฐานใหม่ให้โรงเรียนใช้เก้าอี้เอนนอนได้ เพื่อให้นักเรียนงีบหลับได้สะดวก เริ่มมีผลบังคับใช้เดือนกุมภาพันธ์ 2569

รัฐบาลจีนปักธงดัน ‘กีฬา’ เป็นอุตสาหกรรมหลัก หวังต่อยอดสู่การท่องเที่ยว การลงทุน และนวัตกรรม AI

(10 ก.ย. 68) จีนประกาศเดินหน้าผลักดัน 'อุตสาหกรรมกีฬา' ให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือใหม่ทางเศรษฐกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจะบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) พร้อมทั้งมีมาตรการสนับสนุนด้านการวางแผน การก่อสร้าง และเงินทุน เพื่อเร่งสร้างระบบกีฬาที่ครบวงจร

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศจีน ออกแผนพัฒนากีฬาเฉพาะด้าน “กีฬาเอาต์ดอร์” ภายในปี 2030 โดยจีนตั้งเป้าสร้างแหล่งกีฬาเอาต์ดอร์คุณภาพสูง 100 แห่งทั่วประเทศ โดยจะได้รับการสนับสนุนทั้งจากงบประมาณรัฐบาล กองทุนกีฬา และการลงทุนจากเอกชน รวมถึงการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ข้อมูลล่าสุดเผยว่า พื้นที่สนามกีฬาในจีนรวมกว่า 4,230 ล้านตารางเมตร และมีสวนสาธารณะด้านกีฬาถูกเปิดใช้แล้วกว่า 1,547 แห่ง ซึ่งถือว่าบรรลุเป้าหมายในแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 14 ก่อนกำหนด อีกทั้งมูลค่าตลาดกีฬาเอาต์ดอร์คาดว่าจะทะลุ 3 ล้านล้านหยวน (ราว 15 ล้านล้านบาท) ภายในสิ้นปี 2025

ทั้งนี้ ความนิยมด้านกีฬาในจีนขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การชมการแข่งขัน ฟิตเนส และการบริโภคสินค้ากีฬา โดยงานแข่งขันกว่า 500 รายการในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มเฉลี่ยกว่า 30 ล้านหยวนต่อภูมิภาค ขณะเดียวกัน การผสานอุปกรณ์กีฬากับเทคโนโลยีใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาต้า และ VR ก็กำลังดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการกีฬา

ปัจจุบันจีนมีผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬากว่า 63,000 ราย มูลค่าการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 1.12 ล้านล้านหยวนในปี 2015 เป็นกว่า 1.5 ล้านล้านหยวนในปัจจุบัน หรือโตขึ้นถึง 34% โดยรัฐบาลจีนยังเปิดพื้นที่เฉพาะด้านกีฬาในงาน China International Import Expo เพื่อดึงสินค้ากีฬา เทคโนโลยี และบริการระดับโลกเข้าสู่ตลาดจีน ตอกย้ำเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรมกีฬาเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

ทีมนักวิจัยจีน ‘ม.เจ้อเจียง’ พัฒนา ‘กาวติดกระดูก’ หวังลดการใช้เหล็กดามในการผ่าตัดแบบเดิม

(11 ก.ย. 68) นักวิจัยจีนจากโรงพยาบาลเซ่าอี้ฟู ภายใต้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง เผยความสำเร็จครั้งสำคัญด้านการแพทย์ ด้วยการพัฒนา 'กาวติดกระดูก' ชนิดใหม่ ซึ่งสามารถยึดตรึงชิ้นส่วนกระดูกหักให้แน่นได้ภายใน 2-3 นาที แม้อยู่ในสภาพที่มีเลือดไหลเวียนอยู่

วัสดุชีวภาพนี้ได้แรงบันดาลใจจากหอยนางรม มีแรงยึดเกาะสูงกว่า 200 กิโลกรัม สามารถย่อยสลายและถูกดูดซึมตามธรรมชาติภายในราว 6 เดือน พร้อมไปกับกระบวนการสมานกระดูก จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อนำอุปกรณ์ดามออกเหมือนวิธีการรักษาแบบเดิม

ผลการทดลองทางคลินิกกับผู้ป่วยกว่า 150 ราย ยืนยันถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง คาดว่ากาวติดกระดูกนี้จะเข้ามาแทนที่การใช้โลหะดามกระดูกในอนาคต และอาจปฏิวัติแนวทางการรักษาโรคกระดูกและข้อทั่วโลก

‘สี จิ้นผิง’ ลั่นจีนแข็งแกร่ง ไม่หวั่นผู้รังแก!! ย้ำเลือกสันติภาพและพร้อมปกป้องชาติ

เมื่อวันที่ (3 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีน เป็นประธานพิธีสวนสนามครั้งยิ่งใหญ่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีชัยชนะของประชาชนจีนในสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก โดยมีผู้นำและผู้แทนระดับสูงจาก 26 ประเทศเข้าร่วม อาทิ ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน และผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน

พิธีเริ่มต้นเวลา 09.15 น. สี จิ้นผิงตรวจแถวทหารนับพันนาย พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ว่า “ชาติจีนเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ ไม่กลัวความรุนแรง พึ่งพาตนเองได้ และเข้มแข็ง ไม่เคยหวั่นเกรงผู้รังแก” พร้อมย้ำว่าแม้จีนแข็งแกร่ง แต่เลือกยืนหยัดเพื่อสันติภาพของโลก

การสวนสนามยาวกว่า 70 นาที แสดงแสนยานุภาพของกองทัพจีนอย่างเต็มที่ มีการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์หลากหลาย รวมถึงขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีป (ICBMs) รุ่นใหม่ ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง โดรนโจมตีล่องหน และหุ่นยนต์ปฏิบัติการทางทหาร ตลอดจนระบบป้องกันภัยทางอากาศและอาวุธเลเซอร์ขั้นสูง

สำหรับการจัดแสดงเหล่านี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคง พร้อมยืนยันบทบาทของจีนในการรักษาสันติภาพโลก ขณะเดียวกันก็เป็นการรำลึกถึงผู้พลีชีพในอดีตและแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชาติในปัจจุบัน

ชาวบ้านลิ่วป่อ มณฑลกวางตุ้ง สุดคึกคัก!! จัดงานเลี้ยงฉลอง ‘อนุทิน’ รับตำแหน่งนายกฯ ไทย

(11 ก.ย. 68) หมู่บ้านลิ่วป่อ อำเภอหลัวเขต เมืองซินฮุ่ย มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน บ้านเกิดบรรพบุรุษของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยคนปัจจุบัน จัดงานเฉลิมฉลองอย่างคึกคักหลังทราบข่าวการรับตำแหน่ง โดยมีชาวบ้านนำรูปถ่ายของนายอนุทินมาติดบนฝาผนัง พร้อมจัดพิธีตามประเพณีจีน เช่น ฆ่าหมูเลี้ยงแขกและจุดประทัด เสียงดังสนั่นทั่วหมู่บ้าน

ขณะที่ หลายครอบครัวเดินทางกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อมีส่วนร่วมในการฉลองครั้งประวัติศาสตร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจ ชาวบ้านหลายคนกล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจที่ลูกหลานของหมู่บ้านสามารถก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยได้สำเร็จ”

ชาวบ้านยังเผยระลึกถึงเมื่อปี พ.ศ. 2531 ที่บิดาของนายอนุทินเคยกลับมาหมู่บ้านและช่วยสร้างถนนให้ชุมชน ซึ่งทุกวันนี้ยังคงเป็นที่จดจำ ทุกคนหวังว่าในอนาคตนายอนุทินจะมีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดบรรพบุรุษอีกครั้ง

ด้าน รัฐบาลจีนได้แสดงความยินดีกับนายอนุทินที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมย้ำว่าจีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่เหมือนครอบครัว ปีนี้ยังเป็นวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ จีนพร้อมร่วมมือกับไทยเพื่อสืบสานมิตรภาพดั้งเดิม เสริมสร้างการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติ อีกทั้งยังส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

‘จีน’ ครองแชมป์!! จดสิทธิบัตรปัญญาประดิษฐ์ (AI) คิดเป็น 60% ของทั้งหมดทั่วโลก หรือกว่า 5 แสนฉบับ

(12 ก.ย. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนครองอันดับหนึ่งของโลกในด้านจำนวนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ได้รับอนุมัติในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2567 โดยสูงแตะ 5 แสนฉบับ เพิ่มขึ้น 23.1% เมื่อเทียบรายปี โดยข้อมูลนี้ได้รับการเผยแพร่ในการประชุมประจำปีทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศจีน ครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘ทรัพย์สินทางปัญญาในยุคดิจิทัล’ 

จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการถือครองสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสัดส่วนการถือครองสิทธิบัตรประเภทดังกล่าวของจีนคิดเป็น 60% ของทั้งหมดทั่วโลก ขณะที่จำนวนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนเพิ่มขึ้นจาก 21,000 ฉบับในปี 2559 เป็น 52,000 ฉบับในปี 2567 

ขณะเดียวกัน มี 95 ประเทศและภูมิภาคได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลในจีน เมื่อนับถึงสิ้นปี 2567 โดยจำนวนสิทธิบัตรประเภทดังกล่าวรวมอยู่ที่ 4.07 แสนฉบับ คิดเป็น 43.7% ของสิทธิบัตรการประดิษฐ์ทั้งหมดที่นักประดิษฐ์ต่างชาติถือครองในจีน 

เซินฉางอวี่ หัวหน้าสำนักบริหารทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน กล่าวว่า สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าบริษัทต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาในอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน

‘ออสเตรเลีย’ ทุ่มงบกว่า 2.5 แสนล้านบาท สร้าง!! ‘อู่ต่อเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์’ รองรับภารกิจ!! ตามข้อตกลงภายใต้ ‘สนธิสัญญาออคัส’ เพื่อเตรียมรับมือ ‘จีน’

(14 ก.ย. 68) รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าจะใช้งบประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเกือบ 252,330 ล้านบาทสำหรับ อู่ต่อเรือดำน้ำ ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

เพื่อดำเนินการสร้างและส่งมอบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ภายใต้สนธิสัญญาออคัส (AUKUS) สนธิสัญญาความมั่นคงอินโด-แปซิฟิกระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาซึ่งตกลงกันในปี 2564

โดยมีเป้าหมายจัดหาเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ให้แก่ออสเตรเลียภายในทศวรรษหน้าเพื่อรับมือกับความทะเยอทะยานของจีนในภูมิภาค

ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 ออสเตรเลียทุ่มเงิน 127 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,670 ล้านบาท) เพื่อยกระดับอู่ต่อเรือเฮนเดอร์สัน และจะใช้งบประมาณอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในอีก 20 ปีข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนอู่ต่อเรือแห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงกองเรือดำน้ำของกลุ่มออคัส

รัฐบาลออสเตรเลียยังระบุว่าอู่ต่อเรือแห่งนี้จะสร้างเรือยกพลขึ้นบกลำใหม่ให้กองทัพบกออสเตรเลียและเรือฟริเกตอเนกประสงค์ให้กองทัพเรือซึ่งจะช่วยสนับสนุนตำแหน่งงานในท้องถิ่นประมาณ 10,000 ตำแหน่ง

จีน ตั้งข้อหา!! Nvidia ของสหรัฐฯ ฝ่าฝืนกฎต่อต้านการผูกขาดตลาด

(16 ก.ย. 68) จีนประกาศว่า Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาการค้ารอบที่ 4 ระหว่างสองประเทศซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมาดริด โดยฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยรัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ซึ่งออกมาระบุว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เพิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อจีน โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทชิปจีน 2 แห่ง ห้ามเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์จากอเมริกา ขณะที่จีนก็ใช้มาตรการตอบโต้ เช่น ชะลอการส่งออกแร่หายากซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ป้องกันประเทศ

กรณี Nvidia ถือเป็นสัญญาณชัดว่าจีนไม่อาจมองข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการเปิดทางขายชิปบางรุ่นเข้าไปยังจีนอย่างเป็นมิตรนัก แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับ Nvidia และ AMD ให้แบ่งรายได้ 15% จากการขายในจีนให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อแลกกับใบอนุญาตการส่งออกชิป AI รุ่นที่ถูกลดสเปกแล้วก็ตาม

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนระบุว่า Nvidia ละเมิดเงื่อนไขการเข้าซื้อกิจการ Mellanox Technologies บริษัทออกแบบชิปจากอิสราเอล ที่จีนเคยอนุมัติเมื่อปี 2020 และจะเดินหน้าสืบสวนเพิ่มเติม ส่งผลให้หุ้น Nvidia ร่วงลง 1.4% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด

แม้สหรัฐฯ จะพยายามเปิดตลาดชิป H20 ของ Nvidia ให้จีนใช้งานได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจีนจะยอมรับหรือไม่ เนื่องจากมีข้อกังวลด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันก็มีการคาดว่าจีนอาจเข้าถึงชิปเหล่านี้ผ่านตลาดมืดอยู่แล้ว โดยชิป H20 ถูกเชื่อมโยงกับการพัฒนา DeepSeek โมเดล AI ขั้นสูงของจีนที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับซิลิคอนวัลเลย์เมื่อต้นปีนี้

‘สหรัฐฯ-จีน’ บรรลุข้อตกลง ไม่แบน TikTok แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกา

(16 ก.ย. 68) สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงกรอบการควบคุม TikTok ก่อนวันกำหนดเส้นตายให้ ByteDance ขายกิจการให้ผู้ซื้อในสหรัฐฯ หรือถูกแบนภายในวันพุธนี้ (17 ก.ย.) โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศประกาศว่า TikTok จะยังคงดำเนินการในสหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของบริษัทสัญชาติอเมริกัน โดยข้อตกลงนี้ได้รับการเจรจาในระหว่างการประชุมหารือการค้าที่กรุงมาดริด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชื่นชมข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าช่วยรักษาแอปที่เยาวชนชาวอเมริกันอยากให้ดำเนินต่อไป ขณะที่รายละเอียดต่างๆ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่นักวิเคราะห์ระบุว่าข้อตกลงนี้ช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าและเปิดทางให้สหรัฐฯ กับจีนสามารถเจรจาเรื่องอื่น ๆ ต่อได้

อย่างที่ทราบกันดีว่า TikTok เคยถูกเสนอให้แบนครั้งแรกในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนที่รัฐบาลต่อมาของโจ ไบเดน จะออกกฎหมายแบนเว้นแต่จะขายกิจการในสหรัฐฯ การบังคับใช้ถูกเลื่อนและหยุดชั่วคราวหลายครั้ง ทำให้แอปยังคงให้บริการต่อไปภายใต้เงื่อนไขใหม่

ทั้งนี้ TikTok มีบทบาทสำคัญด้านวัฒนธรรมและการเมือง โดยเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเผยแพร่เนื้อหาสำหรับผู้สนับสนุนทรัมป์และกลุ่มอนุรักษ์นิยม รวมถึงมีผลต่อการเมืองต่างประเทศ เช่น การเลือกตั้งในเยอรมนี โปแลนด์ สวีเดน และฝรั่งเศส ทำให้ TikTok ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์ทั้งด้านสังคมและข้อมูลข่าวสาร

‘ลัคอิน คอฟฟี่’ เปิดร้านกาแฟจีน ‘ธีมบราซิล’ แห่งแรก!! ในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า

(16 ก.ย. 68) ลัคอิน คอฟฟี่ (Luckin Coffee) แบรนด์กาแฟชื่อดังของจีน เปิดร้านกาแฟธีมบราซิลแห่งแรกในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ที่นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นับเป็นร้านธีมบราซิลแห่งที่ 4 ของบริษัทในประเทศจีน และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชื่อมโยงการค้าและวัฒนธรรมกาแฟระหว่างจีนกับบราซิล

ปัจจุบัน ลัคอิน คอฟฟี่ มีร้านกว่า 20,000 แห่งทั่วจีน และยังประกาศแผนการครั้งใหญ่ โดยระหว่างปี 2025 ถึง 2029 จะซื้อเมล็ดกาแฟจากบราซิลรวม 240,000 ตัน มูลค่าราว 10,000 ล้านหยวน (ราว 50,000 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการจัดหากาแฟครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

สำหรับประเทศบราซิลนับเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ครองสัดส่วนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของตลาดโลก ขณะที่ตลาดกาแฟในจีนเองก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งสองประเทศมีโอกาสขยายความร่วมมือทั้งในด้านการค้าและเทคโนโลยีการผลิตกาแฟ

ทั้งนี้ ลัคอิน คอฟฟี่ ยังได้ตั้งฐานปลูกกาแฟคุณภาพในบราซิล พร้อมส่งเสริมการฝึกอบรมเกษตรกรด้านการเพาะปลูกและการแปรรูปเมล็ดกาแฟ บริษัทเผยว่าอนาคตจะเปิดร้านกาแฟธีมบราซิลเพิ่มอีกกว่า 30 แห่งทั่วจีน และเตรียมจัดสร้าง พิพิธภัณฑ์กาแฟบราซิล เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และขยายวัฒนธรรมกาแฟให้แพร่หลายยิ่งขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top