Thursday, 4 June 2026
จังหวัดสตูล

สตูล ร่วมบูรณาการกว่า 20 หน่วยงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและหาแนวทางร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหากรณีพิพาท เรื่องการปิดกั้นเส้นทางบนพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

ที่ห้องประชุม ที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มอบหมายให้ นายชาตรี ณ ถลาง ปลัดจังหวัดสตูล พร้อมด้วย นายธนพัฒน์  เด่นบูรณะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสตูล หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา กรณี ข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับชาวเล บนพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ร่วมให้ข้อมูลก่อนเดินลงพื้นที่

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ไปยังชุมชนของชาวเลอูรักลาโว้ย และบริเวณพื้นที่ใกล้โรงเรียนบ้านเกาะหลีเป๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ที่ได้มีการร้องเรียนว่ามีการทำรั้วเหล็กปิดถนน บนเส้นทางที่ชาวบ้านบนเกาะใช้สัญจรไปมาอยู่เป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยชาวบ้านได้มีการตั้งเต๊น และแสดงข้อความคัดค้านเชิงสัญลักษณ์ บนนถนนในชุมชน

รมต.อนุชา ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ติดตามการแก้ปัญหากรณีชุมชนชาวเลหลีเป๊ะได้รับความเดือดร้อนจากการปิดกั้นทางสัญจรในชุมชน

วันนี้ 16 ธันวาคม 2565 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชาตรี ณ ถลาง ปลัดจังหวัดสตูล,คณะทำงานสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ผู้แทนสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ชุมชนชาวเลหลีเป๊ะ เกาะหลีเป๊ะ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เพื่อติดตามและรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงจากประชาชน และผู้แทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กรณีการปิดกั้นเส้นทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการปิดกั้นทางสัญจรในชุมชน ที่ชาวบ้านใช้สำหรับเดินทางไปโรงเรียน โรงพยาบาล สุสาน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสัญจรของนักท่องเที่ยว 

เมื่อคณะเดินทางไปถึงได้หารือกับชาวบ้านนับร้อยคนที่มารอรับ โดยชาวบ้านได้เล่าถึงสภาพปัญหาและข้อเสนอต่างๆโดยเฉพาะการขอให้เปิดเส้นทางดั้งเดิมเหมือนในอดีต นอกจากนี้ชาวบ้านได้เสนอข้อเรียกร้อง ให้แก้ไขปัญหาโดยมีเนื้อหาสรุปว่า ชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนอย่างรุนแรงจากกรณีการซื้อขายที่ดินของผู้ที่ครอบครองเอกสาร น.ส.3 เลขที่ 11 จึงขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการเพื่อดำรงความเป็นธรรม ป้องกันการละเมิดสิทธิชุมชนดั้งเดิมและเพื่อเป็นการป้องกันความขัดแย้ง ลดความรุนแรง และคุ้มครองชุมชนดั้งเดิม

สตูล ส่งมอบเรือของกลางคืนมาเลเซีย หลังถูกโจรกรรมมาซุกในสตูล พร้อมเดินหน้าตามหาคนผิดต่อไป การส่งมอบคืนในครั้งนี้เป็นการร่วมมือในการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการแก้ปัญหาความมั่นคงทางทะเล

(30 ส.ค. 67) ที่ผ่านมา ที่ด่านศุลกากรตำมะลัง จังหวัดสตูล มีพิธีส่งมอบเรือของกลางคืนให้แก่ทางการมาเลเซีย โดยนายศักระ กปิลกาญจน์  ผู้ว่าราชการจังหวัด  ผอ.ศรชล.ได้มอบหมายให้  น.อ.แสนย์ไท บัวเนียม รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี สำหรับเรือลำนี้เป็นเรือประมงสัญชาติมาเลเซีย ชื่อ KHF 818 ขนาด 38.46 กรอสตัน ถูกพบเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 โดยเจ้าหน้าที่ตรวจท่าปฏิบัติการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดสตูล พบว่าเรือลำนี้เข้ามาจอดที่อู่เรือในตำบลตำมะลัง อำเภอเมืองสตูล โดยไม่ได้รายงานการเข้ามาต่อเจ้าท่าตามกฎหมาย จากการสอบสวนพบว่า เรือลำนี้เป็นของนายอี เทีย จาย สัญชาติมาเลเซีย ซึ่งถูกโจรกรรมมาจากท่าเรือประมงกัวลาเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 และได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจกัวลาเคดาห์แล้ว ในการส่งมอบครั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจังหวัดสตูลเข้าร่วม อาทิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล ,นายด่านศุลกากรสตูล, ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมงเขต 9 สตูล, ประมงจังหวัดสตูล,หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะหลีเป๊ะ (สตูล),กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5,กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 436 สตูล และเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับฝ่ายมาเลเซียมีมูฮัมหมัด ไครูลานัวร์ บิน อิบราฮิม รองสารวัตรตำรวจน้ำลังกาวี รัฐเคดาห์ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงรัฐเคดาห์ มารับมอบเรือ

ทั้งสองฝ่ายได้ตรวจสอบสภาพเรือและยืนยันว่าไม่มีความเสียหายเพิ่มเติม การส่งมอบครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและไม่มีการเรียกร้องผลประโยชน์ใดๆ ทางการไทยยังเน้นย้ำว่าจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว การส่งมอบเรือคืนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันดีระหว่างไทยและมาเลเซียในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการรักษาความมั่นคงทางทะเลร่วมกัน

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

สตูล จัดพิธีส่งมอบบ้านผู้ยากไร้ ตามโครงการ พสบ.จังหวัดชายแดนใต้กองทัพภาคที่ 4 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่

(5 พ.ย.68) ที่ บ้านเลขที่ 411 หมู่ที่ 4 ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล พลเอก ไพศาล หนูสังข์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก เป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ ตามโครงการ “พสบ.จังหวัดชายแดนใต้กองทัพภาคที่ 4 สร้างบ้านให้ผู้ยากไร้” โดยมีนายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายสิทธิพร อินนิมิตร  นายอำเภอควนกาหลง  นายชวรณ สุธาพาณิชย์ ประธานชมรมพสบ.จังหวัดสตูล ส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น สมาชิก พสบ.จังหวัดสตูล และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายชวรณ สุธาพาณิชย์ ประธานชมรมพสบ.จังหวัดสตูล กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของกองทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่สมัยที่ พลเอก ไพศาล หนูสังข์ ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา พัทลุง และสตูล ผ่านการดำเนินงานของชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร(พสบ.)จังหวัดชายแดนใต้กองทัพภาคที่ 4

สำหรับจังหวัดสตูล ได้ดำเนินการคัดเลือกบ้านผู้ยากไร้โดยความร่วมมือของจังหวัดสตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายสิทธิพร อินนิมิตร นายอำเภอควนกาหลง ซึ่งเป็น พสบ.รุ่นที่ 20 เป็นผู้ประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ผลการคัดเลือกได้แก่บ้านของนายอุทัย เซ่งซ้าย ซึ่งได้รับการซ่อมสร้างจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่งมอบให้เจ้าของบ้านอยู่อาศัยอย่างมั่นคงปลอดภัย  โดยผู้เข้าร่วมฯ ยังได้ร่วมบริจาคสิ่งของ เครื่องใช้ในครัวเรือน และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้รับมอบอีกด้วย

ทั้งนี้ พลเอก ไพศาล หนูสังข์ ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นแบบอย่างของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทหาร ภาครัฐ และประชาชน ที่มุ่งสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทรและความยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top