Thursday, 4 June 2026
คาซัคสถาน

‘ปูติน’ ย้ำสัมพันธ์เดินหน้าไร้สะดุด ดันโปรเจกต์มูลค่าหมื่นล้านดอลลาร์ สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กับ Rosatom พร้อมขยับค้าขายด้วยเงินท้องถิ่น 100%

(14 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ระบุว่ารัสเซียต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับคาซัคสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศเป็น “หุ้นส่วน มิตร และพันธมิตรใกล้ชิด” ที่ยกระดับความร่วมมือไปสู่ระดับรัฐต่อรัฐที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีคัสซิม-โจมาร์ต โทคาเยฟ ผู้นำคาซัคสถานที่เดินทางเยือนมอสโก

ปูตินเผยอีกว่า ความร่วมมือระหว่างสองประเทศกำลังเดินหน้าอย่างมั่นคง ทั้งในเวทีระหว่างประเทศและด้านเศรษฐกิจ โดยรัสเซียถือเป็นหนึ่งในคู่ค้าหลักของคาซัคสถาน และเกือบ 100% ของการชำระเงินระหว่างกันใช้สกุลเงินประจำชาติ แทนการพึ่งพาเงินสกุลหลักอย่างดอลลาร์ เพิ่มความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจทั้งสองฝ่าย พร้อมเปิดเผยว่ามีโครงการร่วมที่อยู่ระหว่างวางแผนรวมมูลค่า “หลายหมื่นล้านดอลลาร์”

ด้าน โทคาเยฟ ผู้นำคาซัคสถาน ย้ำว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างคาซัคสถานและรัสเซีย “ไม่มีปัญหา” และทุกมิติพัฒนาไปได้ดี ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง เขาเรียกการเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” กับรัสเซียว่าไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่เป็นพันธกรณีที่อัสตานาปฏิบัติจริง พร้อมเชิญปูตินเดินทางเยือนคาซัคสถานในปี 2026

ทั้งนี้ ผู้นำคาซัคสถานยังเปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศใกล้บรรลุข้อตกลงสำคัญในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ในคาซัคสถาน ร่วมกับบริษัทพลังงานนิวเคลียร์รัสเซีย “รอสอะตอม” (Rosatom) ซึ่งเขามองว่าไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า แต่เป็น “โปรเจกต์บุกเบิก” ที่จะสร้างองค์ความรู้ด้านนิวเคลียร์ชุดใหม่ให้ประเทศ ขณะที่ปูตินย้ำว่าทั้งคู่จะได้พบกันอีกในการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (CSTO) ที่บิชเคก ในประเทศคีร์กีซสถาน 

เชื่อมไทย - คาซัคสถาน เปิดเส้นทางบินตรงใหม่ “ชิมเคนต์ – กรุงเทพฯ” 2 เที่ยวบิน/สัปดาห์ หนุนการค้าและการท่องเที่ยว 2 ประเทศ

Scat Airlines ขยายปีกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้! เปิดเที่ยวบินตรง "ชิมเคนต์ – กรุงเทพฯ" เชื่อมไทย - คาซัคสถาน ความถี่สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน ตอบรับดีมานด์นักท่องเที่ยวคาซัคสถาน หนุนการค้าของ 2 ประเทศ

(11 ธ.ค. 68) บริษัท สแคท แอร์ไลน์ส (Scat Airlines) สายการบินสัญชาติคาซัคสถาน ได้ประกาศเปิดเส้นทางบินตรงใหม่เชื่อมระหว่าง ชิมเคนต์ (Shymkent) ประเทศคาซัคสถาน และ กรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดให้บริการสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน การเปิดเส้นทางบินครั้งนี้ถือเป็นการขยายเครือข่ายครั้งสำคัญของสายการบินฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย

เที่ยวบินตรงเส้นทาง ชิมเคนต์ – กรุงเทพฯ นี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวจากคาซัคสถานสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจากเมืองชิมเคนต์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อสูง การเชื่อมโยงโดยตรงนี้จะเข้ามาตอบรับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคาซัคสถานที่นิยมเดินทางมาพักผ่อนในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวของประเทศแถบเอเชียกลาง

การตัดสินใจเปิดเส้นทางบินใหม่นี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ไม่มีข้อจำกัดด้านวีซ่า หรือมีการผ่อนปรนวีซ่าชั่วคราว การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินจากประเทศคาซัคสถานไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าไทยมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองประเทศด้วย

ทั้งนี้ กรุงเทพฯ นับเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากชาวคาซัคสถาน การเปิดเส้นทางบินตรงจะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการเดินทางลงได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค

เส้นทางใหม่นี้จะให้บริการด้วยเครื่องบิน โบอิ้ง 737-800 จำนวน 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตามตารางบินดังนี้:
• เที่ยวบิน DV469 ออกเดินทางจากชิมเคนต์ (CIT) เวลา 19:50 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK)  เวลา 04:00 (+1) (ให้บริการวันอาทิตย์ และวันพุธ)
• เที่ยวบิน DV470 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK)  เวลา 05:20 ถึงชิมเคนต์ (CIT)  เวลา 09:30 (ให้บริการวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี)

เส้นทาง ชิมเคนต์ – กรุงเทพฯ คาดว่าจะสามารถรองรับนักเดินทางได้หลายพันคนต่อปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และบริการที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นอีกก้าวของไทยในการเสริมสร้างบทบาทเป็น Hub การบินในเอเชียอย่างต่อเนื่อง
 

เปิดเส้นทางบินใหม่!! SCAT Airlines เปิดรูทชิมเคนท์ - กรุงเทพฯ เชื่อมไทยกับคาซัคสถานให้ใกล้กว่าเดิม หนุนการค้า -การลงทุน- การท่องเที่ยว หลังเที่ยวบินปฐมฤกษ์ลงจอด 16 ธ.ค. 68

(19 ธันวาคม 2568) - SCAT Airlines (สแก๊ตแอร์ไลน์ส) สายการบินของคาซัคสถานที่มีฐานการบินหลักอยู่ที่นครชิมเคนท์ เมืองใหญ่อันดับที่ 3 ของประเทศได้เริ่มให้บริการเส้นทางบินใหม่ระหว่างชิมเคนท์(CIT) กับกรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ(BKK) โดยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ออกเดินทางจากชิมเคนท์เมื่อ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา และลงจอดที่กรุงเทพฯ เมื่อเช้ามืด ของวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สแก๊ตแอร์ไลน์สจะช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อระหว่างคาซัคสถานกับประเทศไทย เสริมเพิ่มเติมจากสายการบินอื่น ๆ ที่ทำการบินอยู่ก่อน เช่น แอร์อัสตานา(KC) และไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์(XJ) ซึ่งให้บริการเชื่อมเมืองอื่นของคาซัคสถานกับไทยอยู่แล้ว ทำให้เที่ยวบินระหว่างคาซัคสถานกับไทยจะเพิ่มเป็น 1,100 เที่ยวบินต่อปี

สแก๊ตแอร์ไลน์สนั้นจะเริ่มให้บริการเส้นทางระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติชิมเคนท์ กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยนอกเหนือจากการเดินทางตรงระหว่าง 2 เมืองแล้ว ผู้โดยสารยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายเส้นทางการบินของสแก๊ตแอร์ไลน์สไปยังจุดบินอื่น ๆ เช่น บูดาเปสท์ อิสตันบูล มอสโก มิวนิก ทบิลิซี เป็นต้น

เส้นทางบินดังกล่าวช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวคาซัคสถานในการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะเมืองชิมเคนต์ เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศคาซัคสถานที่มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจและ มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการเดินทาง ตลอดจนเป็นโอกาสอันดีให้นักท่องเที่ยวชาวคาซัคสถานได้สัมผัสวัฒนธรรมและธรรมชาติอันงดงามของประเทศไทย ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็สามารถเดินทางไปยังคาซัคสถานและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียกลางได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น  ตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบินของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค

ตลาดนักท่องเที่ยวคาซัคสถานถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงของประเทศไทย ก่อนสถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากคาซัคสถานเฉลี่ยปีละประมาณ 50,000–60,000 คน ก่อนที่ลดลง อย่างมีนัยสำคัญในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 

อย่างไรก็ตาม หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ตลาดคาซัคสถานสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยในปี 2566 นักท่องเที่ยวชาวคาซัคสถานเข้าไทย จำนวน 172,489 คน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 189 จากปี 2565 และในปี  2567 มีจำนวน 195,089 คน ขยายตัวร้อยละ 13.10 สำหรับสถานการณ์ การเดินทางปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-14 ธันวาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวคาซัคสถานเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 152,783 คน ซึ่งจำนวนลดลงกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน แต่กระแสการเดินทางดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความภักดีของนักท่องเที่ยว และศักยภาพของประเทศไทยที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวคาซัคสถานให้เดินทางมาในประเทศไทยได้ แม้ตลาดจะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายภายในประเทศคาซัคสถานจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนพลังงานและเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดด้านจำนวนที่นั่งเที่ยวบินในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวกลางปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ไทยและคาซัคสถานมีการยกเว้นการตรวจลงตรา(วีซ่า) ระหว่างกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวคาซัคสถานเดินทางมาเที่ยวไทยได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า เช่นเดียวกับคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวคาซัคสถานโดยไม่ต้องใช้วีซ่าเช่นกัน
สำหรับตารางบินเส้นทางชิมเคนท์ - กรุงเทพฯ ของสแก๊ตแอร์ไลน์ส มีดังนี้
ชิมเคนท์ - กรุงเทพฯ
DV469 ออกเดินทาง 20.20 น. ถึงปลายทาง 04.30 น.(วันรุ่งขึ้น) ทำการบินทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี
กรุงเทพฯ - ชิมเคนท์
DV470 ออกเดินทาง 05.40 น. ถึงปลายทาง 10.05 น. ทำการบินทุกวันอังคารและศุกร์

คาซัคสถานสะอาด: การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและการปฏิรูปดิจิทัลกำลังหล่อหลอมวัฒนธรรมแห่งชาติใหม่ในคาซัคสถาน

คาซัคสถานกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ผสมผสานความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงให้ทันสมัยทางดิจิทัล และการมีส่วนร่วมของพลเมือง หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือโครงการระดับชาติ “ทาซา คาซัคสถาน” (คาซัคสถานสะอาด) ซึ่งริเริ่มโดยประธานาธิบดีคัสซิม-โจมาร์ท โทคาเยฟ และได้พัฒนาไปสู่หนึ่งในขบวนการทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

นับตั้งแต่เปิดตัว มีประชาชนมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรคาซัคสถาน ได้เข้าร่วมในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การรณรงค์ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ไปจนถึงการปลูกต้นไม้ โครงการรีไซเคิล และโครงการอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เริ่มต้นจากการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมได้เติบโตขึ้นเป็นความพยายามที่กว้างขึ้นในการปรับเปลี่ยนค่านิยมสาธารณะ ส่งเสริมความรับผิดชอบทางสังคม และปรับปรุงวัฒนธรรมการปกครองของประเทศให้ทันสมัย

จากถนนสะอาดสู่ความคิดสะอาด
ในการกล่าวสุนทรพจน์ในงานเทศกาลสิ่งแวดล้อมทาซา คาซัคสถาน เมื่อเดือนเมษายน 2025 ประธานาธิบดีโทคาเยฟเน้นย้ำว่าความสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของทัศนคติและค่านิยมด้วย “ความสะอาดควรเริ่มต้นจากทุกคน ทุกบ้าน ทุกถนน และทุกเมือง มันต้องกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา” เขากล่าว พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนรุ่นใหม่

ปรัชญานี้เป็นพื้นฐานของแนวคิดทาซา คาซัคสถาน สำหรับ 2024–2029 ซึ่งรัฐบาลได้นำมาใช้ในเดือนตุลาคม 2024 กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตที่ยั่งยืน การทำงานอาสาสมัคร และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั่วประเทศมีการจัดแคมเปญระดับภูมิภาคหลายร้อยแคมเปญ โดยรวมพลเมือง ธุรกิจ นักเรียน และเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าด้วยกัน

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้
- ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่เริ่มโครงการ:
- มีการเก็บขยะได้มากกว่า 1.6 ล้านตัน
- มีการทำความสะอาดพื้นที่ 859,000 เฮกตาร์
มีการปลูกต้นไม้และต้นกล้ากว่า 1.3 พันล้านต้นทั่วประเทศรวมถึงการฟื้นฟูป่าขนาดใหญ่บนพื้นทะเลสาบอารัลที่แห้งแล้ง

คาซัคสถานยังกำลังแก้ไขปัญหาความท้าทายระยะยาว เช่น การจัดการขยะประเทศนี้ผลิตขยะเทศบาลกว่า 4.5 ล้านตันต่อปี โดยมีอัตราการรีไซเคิลอยู่ที่ 25.8% เพื่อปรับปรุงเรื่องนี้ จึงมีการนำกล่องรักษ์โลกและเครื่องรับคืนอัตโนมัติสำหรับพลาสติกและอะลูมิเนียมมาใช้ในเมืองใหญ่ๆ ขณะที่โรงเรียนกำลังกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการแยกเก็บขยะ

เครื่องมือดิจิทัลเพื่อการมีส่วนร่วมของพลเมือง
คุณลักษณะที่โดดเด่นของ Taza Kazakhstan คือการบูรณาการกับเครื่องมือการปกครองแบบดิจิทัล ประชาชนสามารถรายงานปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การทิ้งขยะผิดกฎหมายหรือขยะที่ไม่ได้เก็บรวบรวม ผ่านทางบอท Telegram @TazaQazBot ตั้งแต่ปี 2024 มีการส่งคำขอมากกว่า 16,000 รายการ โดยส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขแล้ว กลไกการให้ข้อเสนอแนะแบบดิจิทัลนี้ได้เสริมสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความไว้วางใจระหว่างประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น

การเชื่อมโยงนิเวศวิทยากับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
การปฏิรูปสิ่งแวดล้อมกำลังเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงระดับชาติในวงกว้างในเดือนมกราคม 2026 ประธานาธิบดีโทคาเยฟได้ประกาศว่าปี 2026 ได้รับการประกาศให้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงการบริหารราชการ การศึกษา การดูแลสุขภาพ และเศรษฐกิจ เสริมสร้างประสิทธิภาพและการปกครองที่มุ่งเน้นประชาชน

ประธานาธิบดียังเน้นย้ำว่าการปรับปรุงให้ทันสมัยจะต้องไม่สามารถย้อนกลับได้และได้รับการสนับสนุนจากการมีส่วนร่วมของพลเมืองอย่างแข็งขัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับขบวนการ Taza Kazakhstan อย่างใกล้ชิด ที่น่าสังเกตคือ คาซัคสถานได้เชื่อมโยงวาระด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับค่านิยมระดับโลก: ตามความคิดริเริ่มของคาซัคสถาน สหประชาชาติได้ประกาศให้ปี 2026 เป็นปีอาสาสมัครสากล ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top