Thursday, 4 June 2026
ความมั่นคงทางทะเล

เปิดการฝึกผสม 'MULTILATERAL CARAT 2024' ไทย-สหรัฐฯ-สิงคโปร์ สร้างความมั่นคงทางทะเล

กองทัพเรือ โดยกองเรือยุทธการ จัดพิธีเปิดการฝึกผสม MULTILATERAL CARAT 2024 ไทย-สหรัฐฯ-สิงคโปร์ 
   
เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.67) พลเรือเอก ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มอบหมายให้พลเรือตรี กรวิทย์ ฉายะรถี รองเสนาธิการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนเป็นประธานฝ่ายไทย พลเรือตรี โจอาควีน มาติเนส รองผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 กองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นประธานฝ่ายสหรัฐฯ และพันเอก โฮ จี คีน รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กองทัพเรือสิงคโปร์ เป็นประธานฝ่ายสิงคโปร์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึก MULTILATERAL CARAT 2024 อย่างเป็นทางการ ณ ท่าเรือแหลมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีกำลังพลฝ่ายไทย สหรัฐฯ และสิงคโปร์ เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ รวม 1,100 นาย

การฝึกผสม CARAT เป็นการฝึกพหุภาคี ระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 จนถึงปัจจุบัน โดยในปีนี้กองทัพเรือสิงคโปร์ ได้ส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าร่วมการฝึกด้วย เป็นการฝึกผสมรวม 3 ประเทศ  เรียกรหัสการฝึกว่า "MULTILATERAL CARAT 2024" ทั้งนี้กองทัพเรือ ได้มอบหมายให้กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึก โดยมี พลเรือตรี ณัฐพงศ์ ปานโสภณ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม MULTILATERAL CARAT 2024

วัตถุประสงค์การฝึก เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือไทย กองทัพเรือสหรัฐฯ และกองทัพเรือสิงคโปร์ ในการร่วมกันพัฒนาความสามารถของกำลังพลทั้ง 3 ประเทศ ในการปฏิบัติภารกิจทางทะเลร่วมกันในทุกระดับ และเสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจอันดีในการปฏิบัติการ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถภาพสถานการณ์ทางทะเลให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน  

กิจกรรมในการฝึก แบ่งเป็น 3 ห้วงการฝึก ได้แก่ การฝึกในท่า การฝึกในทะเล และการสรุปผลการฝึก ระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคม 2567 - 3 สิงหาคม 2567 รวม 21 วัน  

มีการฝึกในทะเลที่สำคัญ ประกอบด้วย การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ การฝึกประลองยุทธ์ การฝึกยิงอาวุธประจำเรือ และการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่อากาศ แบบ ESSM โดยมีกำลังเข้าร่วมการฝึกของกองทัพเรือไทย ประกอบด้วย เรือหลวงตากสิน และเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช  อากาศยานและ อากาศยานไร้คนขับ ในส่วนกองทัพเรือสหรัฐฯ จัดกำลังเข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย เรือรบ USS แกเบรียล จิฟฟอร์ด 1 ลำ และอากาศยาน ในส่วนกองทัพเรือสิงคโปร์ จัดกำลังเข้าร่วมการฝึกเรือรบ 1 ลำ คือ เรือ RSS เวเลียนท์

โดยห้วงการฝึก ระหว่างวันที่ 18 – 25 กรกฎาคม 2567 ทำการฝึกในท่าเรือพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และการฝึกในทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน ทั้งนี้ สามารถติดตามการฝึกผสม MULTILATERAL CARAT 2024 ในท่าเรือและการฝึกในทะเล ได้ในโอกาสต่อไป

ไทย – สหรัฐฯ จัดพิธีเปิดการฝึกผสม “CARAT 2025” เสริมความมั่นคงทางทะเล

(7 ก.ค.68) พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ประธานฝ่ายไทย พร้อมด้วย พลเรือตรีหญิง เคธี่ เอฟ เชลดอล รองผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 กองทัพเรือสหรัฐฯ ประธานร่วมฝ่ายสหรัฐฯ ร่วมเป็นประธานเปิดการฝึกผสม CARAT 2025 โดยมี กำลังพลทหารทั้ง 2 ชาติ รวม 1,000 นาย เข้าร่วม ณ ท่าเรือแหลมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

การฝึกผสม CARAT เป็นการฝึกผสมทวิภาคี ระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา นับเป็นการฝึกผสมที่ใหญ่ที่สุดระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการฝึกตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งกองทัพเรือได้มอบหมายให้กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึก โดยมี พลเรือตรี อนุรักษ์ พรหมงาม ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม CARAT 2025 ทั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรือสหรัฐฯ และร่วมกันพัฒนาความสามารถของกำลังพลทั้ง 2 ประเทศ ในการปฏิบัติภารกิจทางทะเลการร่วมกันในทุกระดับ  เสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจอันดีในการปฏิบัติการ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถภาพสถานการณ์ทางทะเลให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน   

สำหรับการฝึกแบ่งเป็น 3 ห้วง ได้แก่ การฝึกในท่า การฝึกในภาคทะเล และการสรุปผลการฝึก โดยกองทัพเรือไทยได้ส่งเรือรบเข้าร่วมการฝึก 3 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงสายบุรีและเรือรัตนโกสินทร์ อากาศยาน 5 ประเภท และอากาศยานไร้คนขับ ในส่วนกองทัพเรือสหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้าร่วมการฝึก 1 ลำ คือ เรือรบ USS ซานต้า บาบาร่า อากาศยาน 3 ประเภท และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ ซีฮอร์ค ซึ่งมีห้วงการฝึกระหว่าง ระหว่างวันที่ 7 - 18 กรกฎาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 12 วันดำเนินการฝึกในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง และพื้นที่ทางทะเลอ่าวไทยตอนบน 

20 พฤศจิกายน ของทุกปี “วันกองทัพเรือไทย” วันที่สังคมไทยตระหนักถึง ความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล เสาหลักของความมั่นคงชาติ

วันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันกองทัพเรือไทย ซึ่งสังคมไทยใช้วันดังกล่าวเพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญของราชนาวีและพระมหากรุณาธิคุณการวางรากฐานราชนาวีสมัยใหม่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นทั่วประเทศเพื่อระลึกถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ ณ พระราชวังเดิม เขตธนบุรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาทหารเรือแบบเป็นระบบในไทย

ในอดีตสยามยังไม่มีการแยกเหล่าทัพชัดเจนโดยใช้แม่น้ำและทะเลเป็นสนามยุทธศาสตร์หลัก ก่อนที่ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 จะมีการจัดระเบียบเหล่าทัพแยกเป็นทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ทหารเรือได้รับการพัฒนาเป็นกองทัพเรือสมัยใหม่ มีทั้งกำลังรบและระบบการศึกษา โดยเฉพาะภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการส่งเสริมของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งกองทัพเรือไทย"

งานวันกองทัพเรือมีการจัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสักการะ พลเรือเอกกรมหลวงชุมพรฯ และวีรชนทหารเรือ พร้อมการสวนสนามแสดงความพร้อมเพรียงและวินัย รวมถึงกิจกรรมเปิดบ้านฐานทัพเรือ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ และนิทรรศการเผยแพร่ภารกิจความมั่นคงทางทะเล เพื่อย้ำเตือนบทบาททหารเรือในภารกิจสงครามและสันติภาพ

“วันกองทัพเรือ” จึงไม่ใช่เพียงวันที่ทหารเรือระลึกถึงตนเอง แต่เป็นวันที่สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล ซึ่งเป็นเสาหลักของความมั่นคงชาติ การปกป้องเขตแดนทางทะเล แหล่งทรัพยากรพลังงาน ประมง พาณิชย์ และความมั่นคงของชีวิตผู้คนที่ยืนหยัดเฝ้าทะเลอย่างมุ่งมั่นเสมอมา

รัสเซียเตรียมคุ้มกันเรือ!! พิจารณาหน่วยอาวุธเคลื่อนที่รับผิดชอบ เสริมมาตรการความปลอดภัยทางทะเล ติดตามและตรวจตราเรือเข้มงวด เพิ่มอุปกรณ์ป้องกันและส่งเรือกองทัพร่วมคุ้มครอง

นิโคไล ปาตรูเชฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียและประธานคณะกรรมการทางทะเล เปิดเผยว่ารัสเซียกำลังพิจารณาแนวทางใหม่ในการคุ้มกันเรือที่ติดธงรัสเซีย โดยการร้องขอให้เรือเหล่านี้ได้รับการคุ้มกันจากหน่วยติดอาวุธเคลื่อนที่ที่ประสานงานผ่านกัปตันหรือเจ้าหน้าที่ในท่าเรือ

ปาตรูเชฟกล่าวในแถลงการณ์ว่า "แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งในมาตรการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล" ซึ่งประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นต่อเส้นทางเดินเรือเชิงพาณิชย์ รวมถึงความเสี่ยงจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายและก่อวินาศกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรือรัสเซีย

นอกจากนี้ รัสเซียยังได้เสริมแกร่งการเฝ้าระวังและควบคุมกิจกรรมทางทะเลอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งการตรวจสอบเรือเข้ามาอย่างละเอียดและการติดตามเรือพาณิชย์แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันเหตุโจมตีที่อาจเกิดขึ้นกับท่าเรือและเส้นทางเดินเรือ

ในส่วนของความปลอดภัยเพิ่มเติมนั้น ปาตรูเชฟยังระบุว่ากำลังพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันพิเศษบนเรือ รวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งเรือของกองทัพเรือไปร่วมคุ้มกันกองเรือพาณิชย์ด้วย

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top