Thursday, 4 June 2026
กำแพงเมืองจีน

‘ดร.หิมาลัย’ เตือนสติคนรุ่นใหม่ การสร้างคนต้องมาก่อนสิ่งอื่น ชี้ อย่ามัวแต่ห่วงเรื่องสร้าง ‘กําแพง’ จนลืมสร้าง ‘คนเฝ้ากําแพง’

เมื่อวันที่ (14 เม.ย. 66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความ เปรียบเปรยการรุกรานจากศัตรูของเมืองจีนในอดีต กับสถานการณ์ในประเทศไทย ณ ขณะนี้ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ ‘ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ’ โดยระบุว่า…

ภายในร้อยปีแรก..หลังการสร้างกําแพงนั้น.. เมืองจีน...กลับถูกรุกรานถึงสามครั้ง!...

ในแต่ละครั้ง..กองทัพบกของศัตรู..ไม่มีความจําเป็น..ที่จะต้องทะลวงกําแพง..หรือปืนมันเลย..แม้แต่น้อย..!

แต่ทว่า.. ในทุกครั้ง...พวกเขาใช้วิธีติดสินบน..ยามเฝ้าประตู..แล้วเข้าทางประตูนั่นแหละ…

‘เจ้าหน้าที่จีน’ ยกระดับการอนุรักษ์ ‘กำแพงเมืองจีน’ งัดเทคโนโลยีช่วยคุ้มครอง-ตรวจจับความเสียหายที่เกิดขึ้น

เมื่อวานนี้ (10 ธ.ค.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ติดตามมรดกทางวัฒนธรรมจากสถาบันวิจัยวัฒนธรรมเส้นทางสายไหมเจียอวี้กวน (กำแพงเมืองจีน) พากันลาดตระเวนบริเวณจุดชมวิวกำแพงเมืองจีน ด่านเจียอวี้กวน ในเมืองเจียอวี้กวน มณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เพื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลจากกำแพงเมืองจีน

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถาบันคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมหลายแห่งได้เพิ่มการลงทุนด้านการคุ้มครองทางเทคโนโลยีของกำแพงเมืองจีน โดยใช้อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ตัวชี้วัด และตรวจจับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น วิธีการเหล่านี้ช่วยรับประกันการดำเนินมาตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที รวมถึงรับรองว่ากำแพงเมืองจีนถูกอนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพที่ดี

‘จีน’ เนรเทศ!! สองนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ‘ถ่ายรูปโชว์ก้น’ บนกำแพงเมืองจีน

(15 มี.ค. 68) นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 20 ปีเศษ 2 คนถูกทางการจีนควบคุมตัวนาน 2 สัปดาห์ก่อนจะเนรเทศ หลังทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ‘เปิดบั้นท้าย’ ถ่ายรูปบนกำแพงเมืองจีนNTV และสื่ออื่นๆ ของญี่ปุ่นรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนกำแพงเมืองจีนซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกใกล้ๆ กรุง

ปักกิ่ง โดยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งได้ถอดกางเกงโชว์บั้นท้าย และมีผู้หญิงอีกคนถ่ายรูปให้

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นแถลงว่า “สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศจีนยืนยันเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ว่ามีพลเมืองญี่ปุ่น 2 คนถูกทางการจีนควบคุมตัวที่กำแพงเมืองจีน”

“พวกเขาได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา และเดินทางกลับญี่ปุ่นในช่วงเดือน ม.ค.

ด้านสถานทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่งยังคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อสื่อในประเด็นนี้

แหล่งข่าวเผยว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจีนควบคุมตัวในที่เกิดเหตุ และถูกกักตัวอยู่เป็นเวลา 2 สัปดาห์

รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวคู่นี้บอกกับทางสถานทูตญี่ปุ่นว่าพวกเขาทำลงไปเพราะความ “คึกคะนอง”

ทั้งนี้ การเปลือยร่างกายท่อนล่างในที่สาธารณะถือว่าผิดกฎหมายจีน

ข่าวดังกล่าวได้จุดกระแสความไม่พอใจในจีน ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังจดจำภาพความโหดร้ายในสมัยที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นบุกยึดครองจีนในช่วงทศวรรษ 1930-40

แฮชแท็ก “ชายและหญิงชาวญี่ปุ่นถูกจับเพราะทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนกำแพงเมืองจีน” มียอดเข้าชมมากกว่า 60 ล้านครั้งบน weibo โดยคอมเมนต์ยอดนิยมส่วนใหญ่เป็นการตำหนินักท่องเที่ยวทั้งสอง และมีบางคนที่ใช้ถ้อยคำเกลียดชังต่อชาวญี่ปุ่นคู่นี้

เฉิน อี้เทียน (Chen Yitian) นักแสดงชาวจีนซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 7 ล้านคนใน weibo โพสต์ประณามนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นว่า “ทำเรื่องน่าอับอายบนกำแพงเมืองจีนของผม” ขณะที่ชาวเน็ตบางรายถึงขั้นเรียกร้องให้รัฐบาลจีนสั่งห้ามชาวญี่ปุ่นทั้งหมดเข้าประเทศ

หลังขุด “กำแพงเมืองจีน” ช่วง “เจียนโข่ว” เจอปืนใหญ่ไซซ์ยักษ์ปลายราชวงศ์หมิง พร้อมจารึกบนปืนเผยประวัติศาสตร์การใช้อาวุธไฟ เชื่อมโยงหลักฐานค้าขาย–แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโบราณ

(2 ธ.ค. 68) นักโบราณคดีในกรุงปักกิ่งแถลงผลการขุดค้นกำแพงเมืองจีนช่วง “เจียนโข่ว” (Jiankou) พบปืนใหญ่โบราณขนาดใหญ่ รวมถึงโบราณวัตถุจำนวนมากจากหอคอยสัญญาณ 3 แห่งและกำแพงที่เชื่อมต่อกัน ทั้งอาวุธ ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม และข้าวของใช้ในชีวิตประจำวัน จากการขุดค้นตลอดปีนี้

ปืนใหญ่ที่พบเป็นปืนเหล็กหล่อปลายราชวงศ์หมิง (ปี ค.ศ. 1368-1644) ยาว 89.2 เซนติเมตร หนัก 112.1 กิโลกรัม ถือเป็นปืนใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยขุดพบในช่วงกำแพงเมืองจีนส่วนนี้ นักวิจัยระบุว่าจารึกที่ยังคมชัดบนตัวปืนให้ข้อมูลสำคัญต่อการศึกษาการผลิตอาวุธไฟ และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหารในยุคนั้น

นอกจากนี้ สถาบันโบราณคดีปักกิ่งยังรายงานผลศึกษาเครื่องประดับเทอร์ควอยซ์จากแหล่งโบราณคดี “ซิงกง” (Xingong) ซึ่งเป็นชุมชนโบราณยุคราชวงศ์เซี่ย (ราว 2070–1600 ปีก่อนคริสตกาล) และราชวงศ์ซาง (1600–1046 ปีก่อนคริสตกาล) ที่หายากมากในเขตเมืองของปักกิ่ง

พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งหลุมฝังศพ คูน้ำ และร่องรอยที่อยู่อาศัย และพบโบราณวัตถุเทอร์ควอยซ์แล้ว 28 ชิ้น ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า แร่เทอร์ควอยซ์เหล่านี้น่าจะมาจากเหมืองบริเวณรอยต่อมณฑลหูเป่ย์ เหอหนาน และส่านซี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่ามีเครือข่ายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและทรัพยากรระหว่างภูมิภาคในจีนตอนเหนือมาตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว


ที่มา : Xinhua 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top