Thursday, 4 June 2026
การเดินทาง

‘จีน’ เผยยอดโดยสารรถไฟช่วง ‘ตรุษจีน’ แตะ 81.55 ล้านครั้ง รองรับมหกรรมการเดินทางของประชาชนในช่วงหยุดยาว

(3 ก.พ. 67) สำนักข่าวซินหัว, ปักกิ่ง รายงานว่า บริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน จำกัด เผยว่า เครือข่ายรถไฟของจีนรองรับการเดินทางแตะ 81.55 ล้านครั้ง ระหว่างวันที่ 26 ม.ค.-1 ก.พ. ซึ่งเป็นสัปดาห์แรกของของมหกรรมการเดินทางเทศกาลตรุษจีน เฉลี่ยอยู่ที่ราว 11.65 ล้านครั้งต่อวัน

บริษัทฯ ประมาณการว่าจะมีการเดินทางด้วยรถไฟทั้งหมด 480 ล้านครั้งในช่วงมหกรรมการเดินทางฯ ปีนี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9 เมื่อเทียบกับระดับของปี 2023

ทั้งนี้ ประชาชนจีนหลายร้อยล้านคนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อไปพบปะเพื่อนฝูงและครอบครัว ในช่วงมหกรรมการเดินทางเทศกาลตรุษจีนหรือ ‘ชุนอวิ้น’ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ม.ค.-5 มี.ค.

เทศกาลตรุษจีน ตรงกับวันที่ 10 ก.พ. ปีนี้ ส่วนวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลตรุษจีนของจีนปีนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-17 ก.พ. ซึ่งยาวนานกว่าช่วงปีก่อนหน้าหนึ่งวัน

คุณยายวัย 79 ปี สานฝันวัยเด็กได้สำเร็จ เดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกครบ 193 ประเทศ

เมื่อไม่นานมานี้ ลุยซา ยู (Luisa Yu) ให้สัมภาษณ์กับรายการ Good Morning America ว่า “นี่คือฝันที่เป็นจริง” ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กสาวในฟิลิปปินส์ “เมื่อฉันดูหนัง เห็นฉากที่สวยงามทั้งทิวทัศน์ ธรรมชาติ แม่น้ำ ภูเขา นั่นทำให้ฉันหลงใหลและเป็นเหตุผลที่คิดเสมอว่าสักวันหนึ่งจะไปท่องเที่ยวในสถานที่เหล่านี้”

คุณยายบอกว่า เดินทางไปสหรัฐอเมริกาในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนเมื่ออายุ 23 ปี และเริ่มท่องเที่ยวตอนนั้น เพราะสถานะของนักเรียนแลกเปลี่ยนยังไม่สามารถออกนอกประเทศได้ จึงตัดสินใจนั่งรถบัสเกรฮาวด์ไปทัวร์อเมริกา”

ตอนแรก ยู เรียนจบทำงานในสาขาเทคโนโลยีการแพทย์ ซึ่งไม่สะดวกกับการเดินทาง จนเปลี่ยนมาเป็นอาชีพที่สองในฐานะเอเยนต์ท่องเที่ยว เพื่อที่จะได้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการหาเวลาเดินทาง

ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ยู เดินทางไปทุกที่ที่ทำได้ ตั้งแต่ยุโรปไปจนเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย และต่อไปยังประเทศในแอฟริกา และประเทศในตะวันออกกลาง

จนกระทั่งเธอตัดสินใจว่าต้องการไปเยือนให้ครบ 193 ประเทศ (เฉพาะที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ)

“แม้บางแห่งถูกมองว่าอันตราย แต่ฉันพูดเสมอว่าฉันทำได้ ฉันอยากเห็นสถานที่เหล่านี้ ด้วยสายตาของตัวเอง เพราะมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมายที่นั่น"

จนกระทั่งในวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2023 ประเทศเซอร์เบีย ก็เป็นหมุดหมายที่ 193 ของคุณยายวัย 79 ปี

สำหรับใครก็ตามที่ใฝ่ฝันที่จะได้ท่องเที่ยว ยู สนับสนุนให้พวกเขาลองทำ “ฉันมักจะบอกพวกเขาเสมอว่า อย่ากลัวเลย ออกไปท่องเที่ยวเถอะ อย่ารอใคร เพราะถ้าโอกาสมาถึง มันอาจจะไม่เกิดขึ้นอีก แค่เป็นตัวของตัวเอง และถ้ามีความตั้งใจก็ย่อมมีหนทาง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ คุณแค่ต้องออกไปที่นั่น”

หมดห่วงเรื่องการเดินทาง เพราะ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' จัดเต็มให้ทุกเส้นทางสู่ ไม่ว่าจะ MRT, รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถส่วนตัว—มาง่าย เดินสะดวก จอดสบาย!

📍เจอกันที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. เวลา 10:00 - 21:00 น. 

ครบทุกทางเลือก เดินทางมาแฟร์ได้หมด!
ช้อปฟิน 4 วันเต็ม เดินทางก็ฟินไม่แพ้กัน
✔️ MRT ลงสถานีบางซื่อ
✔️ รถไฟฟ้าสายสีแดง เชื่อมตรงจากกรุงเทพฯ รอบนอกถึงใจกลางงาน
✔️ รถไฟทางไกล สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
✔️ รถโดยสาร อสมก. 15 เส้นทางผ่านสถานีกลางฯ 3 (2-47), 5, 26 (1-36), 49 (2-43), 96 (1-42), 134 (2-20), 136 (3-47), 145 (3-18), 204 (2-52), 509 (4-60), 536 (3-24E), 3-19E, 4-33E, A1
✔️ รถยนต์ส่วนตัวจอดฟรี!

📍เจอกันที่ 'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์'
ในงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรมนำความสุขสู่คนไทย

 เลือกวิธีเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ แล้วมาเจอกันที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568'

หมดห่วงเรื่องการเดินทาง เพราะ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' จัดเต็มให้ทุกเส้นทางสู่ ไม่ว่าจะ MRT, รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถส่วนตัว—มาง่าย เดินสะดวก จอดสบาย!

(30 ก.ค. 68) หมดห่วงเรื่องการเดินทาง เพราะ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' จัดเต็มให้ทุกเส้นทางสู่ ไม่ว่าจะ MRT, รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถส่วนตัว—มาง่าย เดินสะดวก จอดสบาย!
📍เจอกันที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. เวลา 10:00 - 21:00 น. 

ครบทุกทางเลือก เดินทางมาแฟร์ได้หมด!
ช้อปฟิน 4 วันเต็ม เดินทางก็ฟินไม่แพ้กัน
✔️ MRT ลงสถานีบางซื่อ
✔️ รถไฟฟ้าสายสีแดง เชื่อมตรงจากกรุงเทพฯ รอบนอกถึงใจกลางงาน
✔️ รถไฟทางไกล สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
✔️ รถโดยสาร อสมก. 15 เส้นทางผ่านสถานีกลางฯ 3 (2-47), 5, 26 (1-36), 49 (2-43), 96 (1-42), 134 (2-20), 136 (3-47), 145 (3-18), 204 (2-52), 509 (4-60), 536 (3-24E), 3-19E, 4-33E, A1
✔️ รถยนต์ส่วนตัวจอดฟรี!

📍เจอกันที่ “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์”
ในงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรมนำความสุขสู่คนไทย

เลือกวิธีเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ แล้วมาเจอกันที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568'

ออโตบาห์น-เกาะแมน-ออสเตรเลียเหนือ เสน่ห์ดึงดูด!! ของนักขับที่อยากลองเหยียบมิดไมล์

การจำกัดความเร็ว เป็นมาตรการแบบหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมความเร็วของยานพาหนะในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ถนน, ทางหลวง, หรือเขตเมือง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงในโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ การจำกัดความเร็วจะกำหนดเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความเร็วสูงสุดที่ยานพาหนะสามารถขับขี่ได้ในพื้นที่นั้น ๆ จุดประสงค์ของการจำกัดความเร็ว: (1)ลดอุบัติเหตุ: ความเร็วที่สูงเกินไปทำให้ระยะการหยุดรถเพิ่มขึ้น และลดเวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนน (2)เพิ่มความปลอดภัย: การจำกัดความเร็วช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้นในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และ (3)ป้องกันการเสียชีวิต: การลดความเร็วในพื้นที่เสี่ยง เช่น บริเวณโรงเรียนหรือเขตชุมชน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

ประเภทของการจำกัดความเร็ว แบ่งออกเป็น (1)การจำกัดความเร็วตามประเภทของถนน อาทิ ถนนในเขตเมือง: มักจะจำกัดความเร็วที่ประมาณ 50-60 กม./ชม. เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรที่หนาแน่นและสัญญาณไฟจราจร หรือ ถนนทางหลวง: โดยทั่วไปจะจำกัดความเร็วอยู่ที่ 90-120 กม./ชม. ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและความปลอดภัย และ ทางด่วน: สามารถจำกัดความเร็วที่ 120 กม./ชม. หรือต่ำกว่านั้นในบางจุด

(2)การจำกัดความเร็วตามประเภทของยานพาหนะ ได้แก่ ยานพาหนะที่มีน้ำหนักหรือขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก อาจมีการจำกัดความเร็วที่ต่ำกว่ารถยนต์ทั่วไป เพื่อความปลอดภัย ในบางครั้งจะมีการจำกัดความเร็วสำหรับ จักรยานยนต์ หรือ รถโดยสาร ตามที่กฎหมายกำหนด และ (3)การจำกัดความเร็วในเขตอันตราย: ในบางจุด เช่น บริเวณใกล้โรงเรียน หรือเขตชุมชนที่มีความหนาแน่นของผู้คน มักจะมีการจำกัดความเร็วที่ต่ำลง เช่น 30-40 กม./ชม. เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากความเร็วที่สูงเกินไป

แต่ก็มีถนนบางสายบนโลกใบนี้ที่ไม่มีการจำกัดความเร็วเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจินตนาการถึงชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดในเรื่องความเร็ว แต่มีถนนบางสายที่เป็นแบบนี้จริง ๆ ดังนั้น หากท่านผู้อ่านเป็นคนที่ชอบขับรถเร็ว เชิญชวนให้ลองแวะไปเยี่ยมชมและทดลองขับรถบนถนนอันน่าทึ่งเหล่านี้ดูสักครั้งหนึ่งในชีวิต

1. ออโตบาห์น (Autobahn) ประเทศเยอรมนี เมื่อเรานึกถึงถนนที่ไม่มีการจำกัดความเร็ว ถนนสาย แรกที่มักจะนึกถึงคือ ออโตบาห์น ระบบทางหลวงอันเป็นสัญลักษณ์ของเยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องของถนนมาตรฐานที่ทอดยาวอย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งมักถูกมองข้ามว่า มีการจำกัดความเร็วไว้ที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (80 ไมล์ต่อชั่วโมง) แม้ว่า ถนนที่ไม่มีการจำกัดความเร็วอาจฟังดูเหมือนถนนที่รอวันเกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่ออโตบาห์นเป็นหนึ่งในเครือข่ายทางหลวงที่ปลอดภัยที่สุดในโลก สาเหตุหลักมาจากกฎระเบียบความปลอดภัยที่เข้มงวด และการมีอยู่ของ Autobahnpolizei หรือ หน่วยตำรวจประจำออโตบาห์นโดยเฉพาะ แต่เรื่องที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับออโตบาห์นก็คือ มันไม่ได้มีการจำกัดความเร็วเสมอไป อันที่จริงแล้ว เส้นทางกว่า 8,000 ไมล์ของเครือข่ายเส้นทางสายนี้ถูกควบคุมด้วยการจำกัดความเร็ว และหลายคนเชื่อว่าการจำกัดเหล่านี้ควรขยายไปทั่วทั้งระบบ ทั้งด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะออกการจำกัดความเร็วเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางด่วนเยอรมัน แต่ในที่สุดผู้รณรงค์ก็อาจได้สิ่งที่ต้องการ ดังนั้น หากต้องการใช้ความเร็วบนทางด่วนอันน่าทึ่งนี้ ควรรีบคว้าโอกาสไว้เลยดีกว่า ก่อนที่จะมีการจำกัดความเร็วเกิดขึ้นบนถนนออโตบาห์น

2. เกาะแมน (Isle of Man) หมู่เกาะของสหราชอาณาจักรในทะเลไอริช เกาะแมนมีชื่อเสียงในสองเรื่อง คือ แมวแมงซ์ไร้หาง และการแข่งขัน Isle of Man TT หนึ่งในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบประจำปีที่เก่าแก่และอันตรายที่สุดในโลก และบางทีเหตุผลที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นสถานที่จัดงานแข่งขันมอเตอร์ไซค์สุดหวาดเสียวเช่นนี้ได้ ด้วยเพราะเป็นสถานที่หนึ่งในไม่กี่แห่งบนโลกที่ไม่มีการจำกัดความเร็ว ด้วยถนนชนบทและหมู่บ้านที่เงียบสงบ เกาะแมนอาจฟังดูไม่เหมือนสนามแข่งความเร็ว แต่ ด้วยความนิยมอย่างล้นหลามของการแข่งขัน Isle of Man TT และถนนที่ไร้การจำกัดความเร็วของเกาะ ทำให้มีผู้คนนับพันเดินทางมาบิด/เหยียบคันเร่งเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในแต่ละปี การไม่จำกัดความเร็วของเกาะแมนเริ่มต้นขึ้นในปี 1904 เมื่อผู้ว่าการเกาะแมนได้กำหนดให้มีเส้นทางการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ ซึ่งเขาคิดว่า จะเป็นการช่วยส่งเสริมการมาเยือนเกาะแห่งนี้ เมื่อรวมกับการแข่งขัน TT และ Manx Grand Prix ได้ทำให้เกาะนี้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความเร็วกลางทะเลไอริช ปัจจุบันผู้ขับขี่ยานพาหนะบนเกาะแมนจะพบการจำกัดความเร็วบ้างเฉพาะในเขตชุมชนบนเกาะ แต่ถนนหลายเส้นทางยังคงไม่มีการจำกัดความเร็ว ทำให้ธุรกิจเช่ารถสปอร์ตซุปเปอร์คาร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากบนเกาะแห่งนี้ เพียงแต่ต้องระวังทางโค้งคดเคี้ยวที่ต้องพบเจอตามเส้นทาง TT Mountain Route อันเลื่องชื่อ

3. นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (The Northern Territory (NT)) ออสเตรเลีย เขตปกครองนอร์เทิร์นเทร์ริ ทอรีอันแห้งแล้งของออสเตรเลียนั้น ใหญ่โต กว้างใหญ่ไพศาลมาก มากกว่าขนาดของสหราชอาณาจักรถึง 5 เท่า นั่นหมายความว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของถนนที่ยาวเหยียด ตรง และราบเรียบ ซึ่งมีจำนวนจิงโจ้มากกว่าจำนวนประชากรเสียอีก ถนนหลายสายในเขตนี้ไม่มีข้อจำกัดความเร็ว และเหมาะสำหรับการขับขี่รถยนต์ ในอดีต ถนนในเขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีไม่มีข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปเมื่อมีการบังคับใช้กฎจำกัดความเร็วในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งรัฐบาลออสเตรเลียชุดปัจจุบันกำลังยกเลิกกฎดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน ทางหลวงหลายร้อยไมล์ในเขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีได้รับการฟื้นฟูสภาพให้กลับมาเป็นทางหลวงที่ไม่มีการจำกัดความเร็ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ และแม้แต่ในพื้นที่ที่มีการจำกัดความเร็ว ผู้ขับขี่ก็ถูกจำกัดความเร็วไว้ถึง 86 ไมล์ต่อชั่วโมง แม้ว่าการจำกัดความเร็วจะเป็นสิ่งสำคัญในเขตเมือง แต่สำหรับเขตปกครองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีแล้วไม่ใช่ปัญหาเลย แม้จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่กลับมีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึงสองแสนห้าหมื่นคน ดังนั้นแม้จะอยู่บริเวณเส้นทางสีแดงก็ไม่น่าจะเจอปัญหารถติด

ยังมีถนนบางสายที่แม้มีการจำกัดความเร็ว แต่ความเร็วสูงสุดที่จำกัดนั้นค่อนข้างสูงมากจนเกือบเป็นเสมือนถนนที่ไม่มีการจำกัดความเร็วได้เลย เช่น

1. ออโตสตราดา ของโปแลนด์ บางทีอาจจะเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นได้ ที่นี่ผู้ขับขี่สามารถขับรถได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 87 ไมล์ (140 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง และด้วยมาตรการควบคุมความเร็วที่น้อยมาก จึงน่าจะทำความเร็วได้มากกว่านี้อีกมาก ซึ่งแน่นอนว่าผิดกฎหมายและมีโทษปรับในอัตราสูง เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้โปแลนด์มีการจำกัดความเร็วบนมอเตอร์เวย์ที่สูงเช่นนี้ เป็นเพราะถนนหลายสายของโปแลนด์เชื่อมต่อกับทางหลวงออโตบาห์นของเยอรมนี รวมถึงเส้นทางขับรถ E30 อันโด่งดังซึ่งทอดยาวจากเมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ ไปจนถึงกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยาวกว่า 2,100 ไมล์

2. ทางหลวงหมายเลข 130 ของสหรัฐอเมริกา การจำกัดความเร็วสูงสุดสหรัฐอเมริกามีแนวทางที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย อันเนื่องจากข้อจำกัดเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นตามแต่ละมลรัฐ ซึ่งหมายความว่าต้องคอยตรวจสอบการจำกัดความเร็วในพื้นที่ที่ขับยานพาหนะอยู่เสมอ หากมีการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา หนึ่งในเส้นทางที่เร็วที่สุดที่สามารถขับได้ในสหรัฐอเมริกาคือ ทางหลวงหมายเลข 130 ตัดผ่านมลรัฐเท็กซัส บางส่วนของเส้นทางนี้จำกัดความเร็วไว้ที่ 85 ไมล์ (ราว 137 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยทิวทัศน์ของอันน่าทึ่งของทางหลวงสายนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจหากมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา
*ทางหลวงสหรัฐอเมริกาหมายเลขคี่จะเป็นเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ และหมายเลขคู่จะเป็นเส้นทางแนวตะวันตก-ตะวันออก

3. ทางหลวง E11 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ด้วยรถซุปเปอร์คาร์จำนวนมหาศาลของประเทศนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะการจำกัดความเร็วที่สูงลิ่ว บนถนนสายหนึ่งใกล้อ่าวเปอร์เซีย ผู้ขับขี่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขับด้วยความเร็วมากกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่สามารถขับได้สบาย ๆ ด้วยความเร็วจำกัดที่ 99 ไมล์ (ราว 160 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง แต่ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาและจำนวนรถยนต์บนท้องถนนยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นและการจำกัดความเร็วที่สมเหตุสมผลมากขึ้น นั่นหมายความว่าสำหรับเจ้าของรถสปอร์ตหลายพันคนในประเทศนี้ การขับขี่ด้วยความเร็ว 99 ไมล์ต่อชั่วโมงในอนาคตอาจถูกจำกัด

สำหรับบ้านเราแล้ว กฎกระทรวง กำหนดความเร็วรถวิ่งเลนขวา 100-120 กม./ชม. กำหนดอัตราความเร็วรถยนต์บนทางหลวงและทางหลวงชนบท รถยนต์สูงสุดไม่เกิน 120 กม./ชม. รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 100 กม./ชม. ตั้งแต่ 10 มีนาคม 2564 บังคับใช้แก่ทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่มีทางเดินรถ ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถขึ้นไป แม้ว่า ปัจจุบันสามารถขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็ว 100-120 กม./ชม. ได้แล้วก็ตาม แต่ก็มีข้อพิจารณาหลายประการในการขับขี่ยานพาหนะ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทางคนอื่น ๆ โดยต้องพิจารณาถึงสภาพของผู้ขับขี่ เช่น สุขภาพกายและใจ การมองเห็น การรับฟัง การเคลื่อนไหว การตัดสินใจ ฯลฯ การดื่มแอลกอฮอล์ การอ่อนเพลีย ง่วงนอน เหล่านี้ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้ขับขี่

ทั้งนี้ ไทยเราเคยติด อันดับหนึ่งในสามของโลก ในแง่ของอัตราการเสียชีวิตบนถนนต่อประชากร (จำนวนรายต่อ 100,000 คน/ปี) ตัวเลขประมาณการโดย WHO (ช่วงก่อนโควิดระบาด) อยู่ที่ 30 - 36 คนต่อ 100,000 คน/ปี ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ~32 คน/100,000 คน/ปี ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ ~18 คน/100,000 คน/ปี และประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น สวีเดน จะต่ำกว่า 5 คน/100,000 คน/ปี สถิติจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของบ้านเราอยู่ที่ประมาณปีละ 10,000 คน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น สงกรานต์, ปีใหม่, และ วันหยุดยาว ที่มักจะมีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น โดยช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด มักจะเกิดขึ้นในช่วง กลางคืน โดยเฉพาะระหว่าง 18:00 – 22:00 น. ประเภทของอุบัติเหตุที่พบมากที่สุดเกิดจาก การขับขี่เร็วเกินกำหนด, การเมาแล้วขับ, และ การใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับขี่ ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็น ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในการเกิดอุบัติเหตุ คือ วัยรุ่นและคนหนุ่มสาว อายุระหว่าง 15-29 ปี ดังนั้นจึงต้องขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท ดื่มแอลกอฮอล์ การอ่อนเพลีย ง่วงนอน ต้องไม่ขับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top