Friday, 5 June 2026
การเคหะแห่งชาติ

การเคหะฯ ปรับปรุง ‘บ้านสบายเพื่อยาย - ตา’ สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงวัยรายได้น้อย - ยากไร้

การเคหะแห่งชาติ เดินหน้าโครงการปรับปรุง ‘บ้านสบายเพื่อยาย-ตา’ สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงอายุ ลุยซ่อมแซม-ปรับปรุง สร้างบ้านใหม่ให้ผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้รวม 64 หลัง ใน 7 จังหวัดตลอดปี 64

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวว่า จากภารกิจหลักด้านการพัฒนาและจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ตลอดจนกลุ่มเปราะบาง และผู้ด้อยโอกาสในสังคม หนึ่งในโครงการที่ “การเคหะแห่งชาติ” ได้ดำเนินการมาครบกว่า 1 ทศวรรษ ตั้งแต่ปี 2553 คือ โครงการปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ของการเคหะแห่งชาติ (บ้านสบายเพื่อยายตา) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านการอยู่อาศัยของ “ผู้สูงอายุ" ผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ โดยการปรับปรุงซ่อมแซม หรือจัดทำที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งหลัง รวมทั้งการปรับสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการตามคุณลักษณะเฉพาะของผู้อยู่อาศัย ทำให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างเป็นปกติสุขในชุมชนเดิมอย่างยั่งยืน

การเคหะแห่งชาติได้จัดสรรเงินจากกำไรสุทธิประจำปี เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้กับผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ ผ่านการประชาคมจากหน่วยงานท้องถิ่นสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบ้านตามสภาพความเป็นจริง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลังจากนั้นมอบหมายผู้รับจ้างหรือจิตอาสาในพื้นที่ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านของผู้สูงอายุจนแล้วเสร็จ และการเคหะแห่งชาติจะจัดพิธีส่งมอบบ้านให้กับผู้สูงอายุฯ “บ้านสบายเพื่อยายตา” อย่างเป็นทางการ

'ก้าวไกล' ร้องป.ป.ช.เอาผิด 'จุติ ไกรฤกษ์' ปม บมจ.เคหะสุขประชา สูบงบฯ การเคหะ

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นสืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรณีโครงการเคหะสุขประชา ที่ส่อมีการทุจริตฝ่าฝืนกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างพัสดุในการจัดจ้างถมดิน การจ้างช่วงและการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด หรือ เซ็มโก้ (CEMCO) รวมถึงการตั้ง บมจ.เคหะสุขประชาที่หาประโยชน์จากสินทรัพย์ของการเคหะ

โดยวันนี้ณัฐชา นำหลักฐานประกอบจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนว่านายจุติ ไกรฤกษ์ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่รวมถึงใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 รวมถึงขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งประกอบด้วย...

นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย กรรมการการเคหะแห่งชาติ และ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ที่มีมูลความผิดอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตัดสินใจในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเข้ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ตามมาตรา 152 และฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ตามมาตรา 157

โละขายยกล็อต!!!! ‘การเคหะฯ’ ชง ‘ครม.’ เคาะขาย ‘บ้านเอื้ออาทร’ ยกล็อต หาเงินล้างหนี้เฉียด 2 หมื่นล้าน หลังแบกมานานกว่า 15 ปี 

โละขายบ้านเอื้ออาทร ยกล็อต หาเงินล้างหนี้ ‘15 ปี’ เกือบ 2 หมื่นล. เคหะขอครม.อนุมัติ

เมื่อวันที่ (6 มี.ค.66) ที่ผ่านมา นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า กคช.มีแผนจะนำโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ยังคงเหลือ 18,000-19,000 ยูนิต เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ขายยกล็อตให้กับเอกชนและหน่วยงานรัฐที่สนใจในราคายูนิตละ 400,000 แสนบาท รวมเป็นเงินประมาณ 7,600 ล้านบาท เพื่อปิดฉากบ้านเอื้ออาทรหลังกคช.ต้องแบกรับภาระหนี้เงินกู้มากว่า 15 ปี โดยวันที่ 9 มีนาคมจะเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กคช.พิจารณาอนุมัติ หากได้รับการเห็นชอบจะเสนอครม.อนุมัติวันที่ 14 มีนาคมนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระหนี้เงินกู้โครงการบ้านเอื้ออาทรยังมีอยู่ประมาณ 19,000 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคมนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาทและในเดือสิงหาคมอีก 2,000 ล้านบาท

“หากไม่มีเอกชนหรือส่วนราชการสนใจ กคช.จะให้บริษัทเคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทลูกของ กคช.ใช้สิทธิเข้าไปซื้อยกล็อต เพื่อนำมาปรับปรุงใหม่ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเช่า 1,500 บาทต่อเดือนและซื้อในราคาถูก ในราคาประมาณ 400,000-450,000 บาทต่อยูนิต หากเสนอโครงการเข้าครม. ไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ ต้องเสนอรัฐบาลชุดใหม่อนุมัติต่อไป กคช.ต้องหาเงินก้อนมาชำระหนี้ และต้องกู้เงินเพิ่ม”นายทวีพงษ์ กล่าว

‘รัดเกล้า’ เผย ‘โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1’ แล้วเสร็จ ‘การเคหะฯ’ เตรียมส่งมอบให้ผู้อยู่อาศัย เดือนพ.ค.นี้ ย้ายของเข้าอยู่ได้

(3 เม.ย. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เตรียมส่งมอบโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 ให้กับผู้อยู่อาศัยโครงการเคหะชุมชนดินแดง 1 อาคารแฟลตที่ 23-32 ซึ่งได้มีการจับสลากเลือกห้องพักอาศัยไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2567 

ทั้งนี้การเคหะแห่งชาติได้จัดปฐมนิเทศและเปิดให้ชาวชุมชนดินแดงจับสลากโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมอาคารแฟลตที่ 23-32 โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจับสลากเลือกห้องพักอาศัย จำนวน 363 ราย ได้สิทธิครอบครัวขยาย จำนวน 32 หน่วย และผู้ไม่ประสงค์เข้าอยู่อาศัยในอาคาร D1 จำนวน 139 ราย จะได้รับเงินชดเชยรายละ 400,000 บาท ซึ่งการจับสลากเลือกห้องพักอาศัยฯ ถือเป็นกระบวนการที่โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ และผู้อยู่อาศัยในชุมชนดินแดงเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยสูง 35 ชั้น ขนาด 33 ตารางเมตร จำนวนรวม 612 หน่วย แบ่งออกเป็น ชั้นที่ 3-16 เป็นห้องพักอาศัยสำหรับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และคนพิการ จำนวน 274 หน่วย ชั้นที่ 16-35 จำนวน 338 หน่วย เป็นห้องพักอาศัยสำหรับกลุ่มผู้อยู่อาศัยทั่วไป มีที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 498 คัน (คิดเป็น 81.37%) และมีพื้นที่สวนและพื้นที่สีเขียวบริเวณชั้นล่างของอาคาร ชั้นที่ 7 ชั้นที่ 24 และชั้นดาดฟ้า นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่บริการชุมชน และพื้นที่สำนักงานอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเคหะแห่งชาติได้นำเรื่องการออกแบบเพื่อคนทั้งมวลหรืออารยสถาปัตย์ (Universal Design) มาเป็นแนวคิดในการออกแบบเพื่อให้คนทุกเพศ ทุกวัย และทุกสภาพร่างกายสามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม เป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และให้ทุกคนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ (Housing for All)

นางรัดเกล้า ยังกล่าวว่า โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 100% แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจรับงานงวดสุดท้ายโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมทั้งทีมสถาปนิก และวิศวกรของการเคหะแห่งชาติที่ได้ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องพักอาศัยก่อนส่งมอบให้กับผู้อยู่อาศัย จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการขนย้ายจากอาคารเก่ามาอาคารใหม่ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 โดยการเคหะแห่งชาติได้สนับสนุนค่าขนย้ายให้รายละ 10,000 บาท ส่วนผู้ไม่ประสงค์เข้าอยู่อาศัยในอาคาร D1 จำนวน 139 ราย จะได้รับเงินชดเชยรายละ 400,000 บาท

ชวนรู้จัก “ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ” ผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ ผู้มีปณิธานสร้างบ้านให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่ต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ครบทุกมิติ

“การเคหะแห่งชาติ” คือรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทำหน้าที่พัฒนาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ทั้งรูปแบบซื้อ-เช่า ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนเมืองและชุมชนรอบเมือง ซึ่งดำเนินการมาแล้วกว่า 52 ปี ปัจจุบันดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือจัดหาที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง ให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน และปรับปรุงย่านเสื่อมโทรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน

หากใครเข้าไปในเว็บไซต์ของการเคหะแห่งชาติ ก็จะเห็นข้อความที่ว่า “กคช. นอกจากต้องสร้างบ้านแล้ว ยังต้องสร้างคุณภาพชีวิตให้ครบทั้งมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นคำพูดของ “ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ คนปัจจุบัน

“ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ” จบปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโทการบริหารนโยบายสาธารณะ (Public Policy) จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา โดยต่อยอดมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ผ่านหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 66 ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเชิงระบบ

ในส่วนเส้นทางการทำงาน เขาเริ่มจาก “องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)” เติบโตจากผู้อำนวยการสำนัก สู่ผู้จัดการพื้นที่พิเศษเมืองพัทยา รองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการ อพท. ก่อนเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าการ กคช. ในปี 2563 และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่ออีกวาระตามมติ ครม. เมื่อ 6 ส.ค. 2567 สะท้อนความต่อเนื่องในการปฏิรูปองค์กรและความเชื่อมั่นต่อทิศทางงานเคหะของประเทศ

ผลงานเด่นในช่วงที่ผ่านมา ภายใต้การนำของทวีพงษ์ กคช. ยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีงบประมาณ 2568 การเคหะแห่งชาติได้คะแนน ITA (Integrity and Transparency Assessment) 98.66 จาก 100 คะแนน สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรัฐวิสาหกิจทั้งประเทศ ชี้ถึงระบบงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเชื่อถือได้ขององค์กรการเคหะฯ สมัยใหม่

นโยบายเด่นปี 2568 เขาวางทิศทาง “ที่อยู่อาศัยเพื่อทุกคน” เดินหน้าขับเคลื่อนตามนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร ของกระทรวง พม. ผ่าน “พันธกิจสำคัญ 9 ด้าน” ที่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ การปรับปรุงชุมชนเดิมให้ปลอดภัย อยู่สบาย รองรับผู้สูงอายุ-ผู้พิการ ไปจนถึงการสร้างงาน-สร้างรายได้ในชุมชนเคหะฯ ทั้งยังเร่งโครงการเรือธงเพื่อรับมือโครงสร้างประชากรและความท้าทายด้านความเป็นอยู่ของเมืองในอนาคต 

ผลงานเด่นจากนโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ได้แก่ โครงการบ้านตั้งต้น First Jobber นำอาคารเช่ามาให้กลุ่มคนวัยเริ่มทำงาน หรือ First Jobber เช่าราคาพิเศษ มีการคัดเลือกโครงการเด่นโซน กทม.-ปริมณฑล 8 โครงการ รวม 1,428 หน่วย ค่าเช่าเริ่ม 1,200 บาท/เดือน และยังมีอาคารเช่าพักอาศัยทั่วทุกภูมิภาคอีก 12 โครงการ 

นอกจากนี้ยังมีการฟื้นฟูชุมชนดินแดง (ระยะที่ 2) เดินหน้าอาคาร D1 สูง 35 ชั้น รวม 612 หน่วย (รองรับผู้อาศัยเดิมจากอาคารแฟลต 23-32) และก่อสร้างอาคาร A1 สูง 32 ชั้น รวม 635 หน่วย คาดแล้วเสร็จ ในปี 2569

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการ Senior Complex พัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ และที่อยู่อาศัยเช่าแนวใหม่ (Smart Home) ปรับปรุงทรัพย์สินอาคารที่เป็น sunk cost พร้อมยกระดับชุมชนให้มีความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยมีการออกแบบเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน ตามเกณฑ์การออกแบบและประเมินโครงการชุมชนยั่งยืน (NHA Eco-Village Standard) รวมถึงการออกแบบเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของคนทั้งมวล ตามแนวทาง Universal Design (UD) เพื่อพัฒนา Sustainable Affordable Housing และเป็นที่อยู่อาศัย Resilient Housing

ที่กล่าวมา เป็นเพียงแค่ผลงานบางส่วนของ “ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ” ที่มุ่งมั่นทำให้บทบาทของการเคหะแห่งชาติเป็นส่วนที่ช่วย “เชื่อมบ้านกับโอกาสชีวิต” ไว้ด้วยกัน ทำให้บ้านเข้าถึงได้ง่าย มีมาตรฐาน พาชุมชนเติบโต ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า…เมื่อบ้านมั่นคง เมืองก็เข้มแข็ง และประเทศก็มีฐานสังคมที่พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top