หนุนแนวคิด ‘พีระพันธุ์’ ย้ำ กฎหมายต้องทันสมัยในยุคดิจิทัล แก้ปัญหาสแกมเมอร์-ทุนเทาได้จริง เร่งสร้างเกราะคุ้มครองประชาชน
นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือ “ดีเจเคนโด้” รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมายืนยันและขยายความแนวคิดของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้กล่าวทั้งในรายการ สัปดาห์วิจารณ์ ช่องสยามรัฐ และเวทีบรรยายโครงการฝึกอบรมพัฒนาความรู้ด้านกฎหมายระดับอาเซียน โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ALSA RPCA) ถึง ปัญหา “กฎหมายล้าสมัย” ที่กลายเป็นอุปสรรคต่อการปราบปรามอาชญากรรมยุคใหม่
นายพีระพันธุ์ ตั้งคำถามสำคัญว่า “จะปราบทุนเทา จีนเทา หรือสแกมเมอร์ได้อย่างไร ถ้ากฎหมายยังไม่รองรับ?”
พร้อมชี้ว่า รัฐสภาในปัจจุบัน—ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา—ควรกลับไปทำหน้าที่หลักคือการบัญญัติกฎหมาย มิใช่ทำตัวเป็นเพียง “นักสืบ” ที่ตรวจสอบแต่ไม่สร้างระบบรองรับให้สังคมเดินหน้า
ด้าน ดีเจเคนโด้ ในฐานะผู้ติดตามการทำงานและรองโฆษกพรรค กล่าวเสริมว่า แนวคิดของหัวหน้าพรรคสะท้อนปัญหาที่ประชาชนเจอมาจริง โดยตนเองเคยพบเหตุเดือดร้อนในกรณี “คดีฌาปนกิจสงเคราะห์” และ “แชร์ลูกโซ่” ที่ชาวบ้านถูกหลอกเพราะ กฎหมายอ่อน ใช้มาตั้งแต่ยุคแชร์แม่ชะม้อย ไม่สอดคล้องกับกลวิธีการหลอกลวงในยุคดิจิทัล
“ทุกวันนี้คนโกงลอยนวลเพราะกฎหมายไม่เข้มพอ ไม่มีเครื่องมือทันยุค เราจำเป็นต้องมีนักการเมืองที่เข้าใจกฎหมายจริง ๆ อย่างพี่พีระพันธุ์ ที่รู้ว่าจะแก้อย่างไรถึงจะได้ผล”
ดีเจเคนโด้ยังฝากถึงประชาชนว่า อย่าฝากความหวังไว้กับคนที่ “ทำงานไม่เป็น” แต่ต้องสนับสนุนคนที่เข้าใจระบบกฎหมายและลงมือทำได้จริง
“พีระพันธุ์” เปลี่ยนเวทีการเมือง เป็นห้องปฏิบัติการกฎหมาย
แนวคิดของนายพีระพันธุ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามต่อระบบ แต่เป็นการ วางกรอบใหม่ของ “การเมืองเชิงกฎหมาย” ที่มุ่งให้รัฐสภากลับมาทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง — คือ “บัญญัติกฎหมายที่ทันโลก” ไม่ใช่เพียงการอภิปรายหรือจับผิดฝ่ายตรงข้าม
ในภาวะที่สังคมไทยเผชิญภัยจาก “ทุนเทา-สแกมเมอร์-อาชญากรรมไซเบอร์” ซึ่งข้ามพรมแดนและใช้เทคโนโลยีล้ำหน้า การมีกฎหมายที่ล้าหลังเท่ากับ “ไม่มีเกราะคุ้มครองประชาชน”
คำถามของพีระพันธุ์ว่า
“มีกฎหมายรองรับหรือยัง?”
เป็นคำถามที่ตีแสกหน้าฝ่ายนิติบัญญัติทุกพรรค
ส่วนบทบาทของดีเจเคนโด้ในฐานะคนทำงานภาคสนาม ทำให้เสียงสนับสนุนนี้ไม่ใช่แค่การเมืองบนโพเดียม แต่เป็นเสียงจาก “ของจริง” ที่ประชาชนเจอมาแล้ว
รวมไทยสร้างชาติ จึงพยายามวางภาพลักษณ์ว่าเป็นพรรคที่ “ไม่พูดลอย ๆ” แต่เข้าใจกลไกของกฎหมายในเชิงปฏิบัติ นำโดยหัวหน้าพรรคที่มีพื้นฐานนักกฎหมายมืออาชีพ และทีมสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง
“นี่คือการเมืองแบบปฏิบัตินิยม” — ที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนการโต้เถียง แต่บนการแก้ปัญหาด้วยกฎหมายที่ใช้ได้จริง








