Friday, 5 June 2026
กองบัญชาการตำรวจนครบาล

‘บช.น.’ ซุ่มถกแผน เตรียมรักษาความปลอดภัย ‘วีไอพี’ คาด!! เอี่ยว ‘ทักษิณ’ หลังเอ่ยกลับไทยในเดือน ก.ค. 66

(12 ก.ค. 66) ผู้สื่อข่าวได้รับสำเนาเอกสารฉบับหนึ่ง ระบุว่าเป็นกำหนดการประชุมเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ในวันพุธที่ 12 ก.ค. 66 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมปารุสกวัน 1 อาคาร บช.น. (กองบัญชาการตำรวจนครบาล)

โดยในเอกสารดังกล่าวได้ระบุระเบียบวาระการประชุมที่ 2 เป็นการรับทราบสถานการณ์การข่าวและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์และภัยคุกคาม (บช.ส.1) (กองบัญชาการตำรวจสันติบาล) รวมไปถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีมีผู้ต้องหาตามหมายจำคุกเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยเครื่องบินโดยสาร ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง หรือสุวรรณภูมิ

ในระเบียบวาระการประชุมที่ 3 เป็นเรื่องพิจารณา ประกอบด้วย 3.1 การพิจารณากำหนดเส้นทางการเดินทาง (บก.จร.) (กองบังคับการตำรวจจราจร) รวม 6 เส้นทาง ได้แก่ 3.1.1 เส้นทาง (หลัก และรอง) จากสนามบินสุวรรณภูมิ มายังศาลฎีกา (สนามหลวง), 3.1.2 เส้นทาง (หลัก และรอง) ในการเดินทางจากสนามบินดอนเมือง มายังศาลฎีกา (สนามหลวง), 3.1.3 เส้นทาง (หลัก และรอง) ในการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ มายัง บช.ปส. (กองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด) (สถานที่ควบคุมพิเศษ), 3.1.4 เส้นทาง (หลัก และรอง) ในการเดินทางจากสนามบินดอนเมือง มายัง บช.ปส. (สถานที่ควบคุมพิเศษ), 3.1.5 เส้นทาง (หลัก และรอง) จาก บช.ปส. มายังศาลฎีกา (สนามหลวง) และ 3.1.6 เส้นทาง (หลัก และรอง) จากศาลฎีกา (สนามหลวง) มายังเรือนจำพิเศษ กทม.

ในหัวข้อ 3.2 เป็นการพิจารณาแนวทางการวางกำลังรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจร (พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง) แบ่งเป็น 3.2.1 เส้นทางการเดินทาง ตามข้อ 3.1.1-3.1.6 และ 3.2.2 การบริหารจัดการพื้นที่ และการวางกำลังรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ในแต่ละสถานที่ (สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง, บช.ปส. และ ศาลฎีกา)

ส่วนหัวข้อ 3.3 เป็นการพิจารณาแนวทางการจัดรูปแบบขบวนรถในการรักษาความปลอดภัย (บก.จร. และ บก.สปพ. (กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191))

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามผู้เกี่ยวข้องในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ บช.น.พบว่า ไม่มีผู้ใดยอมรับ หรือปฏิเสธเกี่ยวกับการประชุมดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุมเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญของ บช.น. ที่ระบุในระเบียบวาระที่ 2 ถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีมีผู้ต้องหาตามหมายจำคุกเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยเครื่องบินโดยสาร สอดคล้องกับคำประกาศของ 'นายทักษิณ ชินวัตร' อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า จะกลับประเทศไทยภายในเดือน ก.ค. 66

กองบัญชาการตำรวจนครบาลเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดตลาดแก้หนี้นอกระบบ

กองบัญชาการตำรวจนครบาลเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดตลาดแก้หนี้นอกระบบ แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน นำร่องพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 มั่นใจประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) สั่งการกองบัญชาการตำรวจนครบาลเร่งดำเนินการตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้กำชับเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้เร่งดำเนินการภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยให้ สน.ลุมพินี เป็นพื้นที่นำร่องจัดตลาดนัดแก้หนี้ โดยได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลในทุกพื้นที่ดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าวอย่างเคร่งครัดทันที ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลขานรับนโยบายดังกล่าว ดำเนินการจัดกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” นำร่องในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5

วันนี้ (7 เม.ย.67) กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” ในพื้นที่เขตคลองเตย วัฒนา และปทุมวัน ที่ศูนย์นันทนาการบ่อนไก่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เป็นประธานเปิดงาน มี พล.ต.ต.วิทวัฒน์  ชินคำ ผบก.น.5, รอง ผบก. น.1-9 ที่รับผิดชอบเรื่องหนี้นอกระบบ , ผกก.และรอง ผกก.ในสังกัด บก.น.5, ผู้แทนคณะทำงานกำกับการแก้หนี้สินประชาชนรายย่อย , รอง ผอ.สำนักพัฒนาสังคมกรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน คลองเตย วัฒนา, ผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด , กรมการจัดหางาน , ธนาคารออมสิน , ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในเขตปทุมวัน คลองเตย และวัฒนา ร่วมกิจกรรม

พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ ฯ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เห็นความสำคัญ จึงสั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 และสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี จัดกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้ขึ้น โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คำปรึกษาให้ข้อมูล และให้ความปลอดภัยแก่ลูกหนี้ พร้อมช่วยดำเนินการไกล่เกลี่ยหนี้ให้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้พูดคุยและทำข้อตกลงกัน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เข้าสู่กระบวนการการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งหวังว่างานครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อทำให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงทุกกองบังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำไปเป็นรูปแบบในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของแต่ละพื้นที่ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่ยั่งยืน 

สำหรับภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทของลูกหนี้และเจ้าหนี้ จากสำนักงานเขตปทุมวันคลองเตย และเขตวัฒนา , การจัดตลาดแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน , การรับคำขอเพื่อพิจารณารับสินเชื่อต่ำ และให้คำปรึกษาทางการเงินโดยธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร รวมถึงการให้ความรู้ทางกฎหมาย โดย สน. ลุมพินี

บช.น. เชิดชู 43 นักสืบมืออาชีพ มอบรางวัลอันทรงเกียรติ แห่งความทุ่มเท

(29 ก.ค. 68) ณ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนดีเด่น ประจำปี 2568 รวมทั้งสิ้น 43 นาย เพื่อยกย่องความมุ่งมั่น ทุ่มเท และผลงานที่เป็นเลิศด้านการสืบสวน

พิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ทรงเกียรติ โดยมี พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ผู้ดูแลงานสืบสวน, พล.ต.ต. โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยตัวแทนผู้บังคับการนครบาล 1-9, ผู้แทนจาก กก.ดส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแสดงความยินดี

พล.ต.ท. สยาม เปิดเผยว่า การคัดเลือกมีขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต. นพศิลป์ เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งได้คัดเลือกข้าราชการตำรวจผู้มีความสามารถโดดเด่นทั้งด้านการปฏิบัติ การวางแผน และการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมในงานสืบสวน เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่ตำรวจรุ่นหลัง

“ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกนาย และขอชื่นชมในความเสียสละ ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของการเป็นนักสืบมืออาชีพ ขอให้รักษามาตรฐานแห่งเกียรติยศนี้ไว้อย่างภาคภูมิ” ผบช.น. กล่าวทิ้งท้าย//

ผบช.น. - ผบก.น.1 สั่งตรวจสอบเหตุสามี-ภรรยา ทะเลาะกัน ไล่เคาะ-ถีบห้องเพื่อนบ้านคอนโดย่านดินแดง ทำหนุ่มอินฟลูฯ ผวา แจ้งความดำเนินคดี

เมื่อวันที่ (23 ก.ย. 68) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภษิต กะเตื้องงาน ผกก.สน.ดินแดง ตรวจสอบกรณี กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thanid Thungtongkam เป็น อินฟลูเอนเซอร์ โพสต์ข้อความเตือนภัยคนอยู่คอนโดย่านดินแดง มีเพื่อนบ้านเคาะประตู ถีบประตู เอามีดมาเคาะ และเอาเลือดสกปรกมาป้าย ด่าทอด้วยคำที่หยาบ คำกล่าวหามีการหมิ่นประมาทข่มขู่ จะตัวเราต้องไปหลบ และเกิดอาการวิตกกังวล โทรแจ้งนิติบุคคลให้คุมเหตุ
ผลที่ได้คือได้แต่เฝ้าดูให้ผ่านกล้องวงจร โทรหาตำรวจ ตำรวจอยู่ที่ล็อบบี้ไม่ได้ขึ้นมา จนผู้ก่อเหตุเดินลงไปเองที่ล็อบบี้เนื่องจากตอนเคาะประตูเผลอทำมีดบาดหัวตัวเอง ทางด้านค่าเสียหาย และทางด้านจิตใจ

จากการตรวจสอบทราบว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2568 เวลา 22:47 น.  สายตรวจสน.ดินแดง ได้ลงพื้นที่ ผู้ก่อเหตุและภรรยา ลงมารอพบเจ้าหน้าที่อยู่ด้านล่างซึ่งเป็นเหตุภายในครอบครัว ภรรยาผู้ก่อเหตุแจ้งว่า สามีของตนเกิดมีอาการมึนเมาและทำร้ายตัวเองและมีบาดแผลบริเวณศีรษะ จากการซักถามผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่องและไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ญาติและกู้ภัยจึงนำตัวส่ง รพ.แพทย์ปัญญา  เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกกู้ภัยเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวสามีส่ง รพ.แพทย์ปัญญา เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้นิติบุคคลและผู้แจ้งสำรวจความเสียหายที่เกิดจากผู้ก่อเหตุ หากต้องการดำเนินคดีประชาสัมพันธ์ให้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.ดินแดง

ต่อมา ผู้เสียหายผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว เดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.ดินแดง มาเคาะห้องเพื่อหาเรื่อง ที่ไม่พอใจ ผู้เสียหายที่ไปแจ้งนิติบุคล ให้มาตรวจสอบเรื่องที่ กรณีผู้ก่อเหตุทะเลาะกับภรรยาเสียงดัง
 อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนสน.ดินแดง ดำเนิการแล้ว สอบคำให้การผู้เสียหาย ประสานชุดสืบสวนสน.ดินแดง ตรวจสอบกล้องวงจร พร้อมนัดสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม โดยนัดหมายอีกครั้ง วันที่ 23 ก.ย.เวลา 11.00  น. เพื่อยืนยันภาพผู้ก่อเหตุ ทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุดำเนินคดีพยายามบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ฯ รวมถึงการกระทำความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีผู้เสียหายประสงค์จะแจ้งความเพิ่ม สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สน.ดินแดง ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top