Thursday, 4 June 2026
กระทรวงการอุดมศึกษา

“สาขาวิชาทางด้าน สังคมศาสตร์ หรือ ศิลปศาสตร์ จบออกมาแล้ว หางานได้ยาก ควรมีการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และทักษะด้านอื่น ๆ”

นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันมีบัณฑิตจบใหม่ แต่ไม่สามารถหางานทำได้จำนวนมาก สาเหตุหลักมาจากความต้องการของตลาดแรงงานมีความเปลี่ยนแปลง อว.เห็นถึงปัญหาดังกล่าว และวางแนวทางแก้ไข โดยปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง หรือ Experiential Learning เช่น การส่งไปฝึกงานกับภาคเอกชนในช่วงปิดภาคเรียนเป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งหลักสูตรแบบนี้จะทำให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ รวมถึงยังได้รับจรณทักษะ หรือ ซอฟต์สกิล ในเรื่องของการพูดคุยสื่อสารในที่ทำงาน ความเป็นผู้นำ การคิดวิเคราะห์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่อาจหาได้จากการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

“ตอนนี้อว.การพูดคุยกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆให้มีการปรับหลักสูตรสู่แนวทาง Experiential Learning ยิ่งขึ้น รวมถึง ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ใช้บัณฑิตโดยตรง ออกแบบหลักสูตรใหม่ ๆ ให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในสาขาวิชาชีพ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ และสาขาด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ”นาย ศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการพัฒนาทักษะของบัณฑิตให้มีความหลากหลายโดยเฉพาะทักษะทางด้านดิจิทัลที่มีความสำคัญในยุคปัจจุบัน เช่น การเขียนโค้ด การคิดวิเคราะห์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ เป็นต้น ซึ่งทางอว. ได้ผลักดันให้บรรจุทักษะเหล่านี้เข้าไปในวิชาศึกษาทักษะทั่วไป ให้นักศึกษาได้เลือกเรียนมากยิ่งขึ้น โดยสามารถไปนำวิชาที่ภาคเอกชนมีการเปิดสอนอยู่แล้ว เช่น คอร์สเรียนของ Google คอร์สเรียนของ Microsoft เป็นต้น มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องเรียนกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ขณะที่สาขาวิชาที่มีนักศึกษาสนใจเรียนมาก เกินความต้องการของตลาด อย่างเช่น สาขาวิชาทางด้าน สังคมศาสตร์ หรือ ศิลปศาสตร์ ที่จบออกมาแล้ว หางานได้ยาก ควรมีการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และทักษะด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นให้กับนักศึกษากลุ่มนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการทำงานและปรับทักษะที่ได้รับให้เข้ากับสายงานอื่นๆได้ โดยหลักการอย่างหนึ่งที่ อว.พยายามทำคือ การพัฒนาทักษะเพิ่มเติมให้ผู้เรียน เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานได้หลากหลาย นอกจากนี้ยังพยายามผลักดันให้มีการเปิดหลักสูตรใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์กับตลาดแรงงานและการพัฒนาของประเทศ เช่น หลักสูตรวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หลักสูตรความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cybersecurity เป็นต้น

อว. ปลดล็อกนักเรียนทุน ปรับนโยบายทุนเรียนต่อ เปิดทางต่อยอดงานวิจัย สร้างเป็นธุรกิจจากต่างแดน

(26 พ.ค. 68) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยนโยบายใหม่ เปิดทางให้นักเรียนทุนไม่ต้องจำกัดแค่กลับมาใช้ทุนในหน่วยงานรัฐ แต่สามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเป็นธุรกิจ สนับสนุนสตาร์ตอัปไทย ผ่านกลไกของกระทรวง อว. เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในประเทศ

รัฐมนตรี อว. กล่าวระหว่างพบปะนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ที่ Imperial College London สหราชอาณาจักร ว่า ได้เริ่มปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนทุนสามารถใช้ความรู้ไปสู่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในสาขาสำคัญ เช่น IC Design สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทาง Imperial ในการสนับสนุนการต่อยอดสู่การก่อตั้งสตาร์ตอัป

ทั้งนี้ นักศึกษาไทยให้ความสนใจอย่างมาก พร้อมร่วมซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยรัฐมนตรี อว. ย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการฟังเสียงคนรุ่นใหม่ เพื่อนำไปปรับใช้นโยบายให้ตอบโจทย์ตรงจุด ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนากำลังคน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับโลก

นอกจากนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ยังให้กำลังใจนักศึกษาทุกคนในการตั้งใจเรียน พร้อมเปิดรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อเสริมการสนับสนุนในอนาคต โดยหวังให้คนรุ่นใหม่เป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศ ผ่านการผสมผสานองค์ความรู้กับโอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม

อว. จับมือ สตม. คุมเข้มวีซ่านักศึกษา อาศัยช่องโหว่ ‘วีซ่า’ เข้าไทยเพื่อทำงานเถื่อน

(22 ส.ค. 68) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เพิกถอนการตรวจลงตราและการอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ในไทยชั่วคราว (Visa) ไปแล้วเกือบ 10,000 ราย หลังพบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนด หวังป้องกันการใช้วีซ่านักศึกษาเป็นช่องทางเข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้อง

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.อว. ระบุว่า ได้มอบหมายให้ผู้บริหารกระทรวงประชุมร่วมกับ สตม. เพื่อเดินหน้าจัดระเบียบหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) ของนักศึกษาต่างชาติ โดยให้ทุกมหาวิทยาลัยต้องส่งรายชื่อนักศึกษาต่างชาติที่สมัครเรียนเข้ามาในระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาออกวีซ่า

ที่ประชุมเห็นชอบให้สถาบันอุดมศึกษาจัดส่งรายงานผลการเรียนและความก้าวหน้าของนักศึกษาต่างชาติเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่ามีการเข้าเรียนจริง ป้องกันการสวมสิทธิ์เรียนหนังสือเพื่อทำงาน โดยระบบฐานข้อมูลดังกล่าวเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา

ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัด อว. ระบุว่า อว. และ สตม. จะจัดประชุมชี้แจงกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันและกำหนดขั้นตอนปฏิบัติอย่างชัดเจน ย้ำว่ามาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อคุมเข้มวีซ่านักศึกษาและรักษาความถูกต้องของระบบการศึกษาไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top