Thursday, 4 June 2026
กรมสมเด็จพระเทพฯ

ย้อนบทสัมภาษณ์ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เมื่อ 40 ปีก่อน ครั้งหนึ่งทรงรับเลี้ยงเด็กไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์

ย้อนบทสัมภาษณ์เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ครั้งหนึ่ง ‘สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี’ ทรงพระราชทานสัมภาษณ์แก่เดวิด โลแมกซ์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ถึงเรื่องสถานะของพระองค์ และส่วนหนึ่งของโครงการความช่วยเหลือในพระบรมราชินูปถัมภ์ ออกอากาศไปเมื่อปี พ.ศ. 2523

โดย ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ทรงเล่าเรื่องของหนูน้อยฝาแฝดที่ ‘พระราชินี’ ทรงรับเลี้ยงในพระบรมราชินูปถัมภ์ ว่า…

“พระราชินี (พระพันปีหลวง) ทรงเห็นในหมู่พสกนิกรที่มาเข้าเฝ้าเมื่อครั้งเสด็จไปที่จังหวัดหนองคาย และพระองค์ทรงพบว่า แม่ของเด็กมีลูก 9 คน และยากจนมาก ทั้งตัวแม่และลูกตัวซีดและผ่ายผอม พระองค์ตรัสถามว่าขอฝาแฝดคู่นี้ได้ไหม”

ผู้สื่อข่าวของบีบีซีถามพระองค์ว่า เพราะอะไรถึงรับฝาแฝดสองคนนี้ ทั้ง ๆ ที่ทั่วประเทศมีเด็กที่ลำบากและยากจนมากมาย กรมสมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า “บางทีอาจจะเป็นรักแรกพบ”

ผู้สื่อข่าวของบีบีซีถามพระองค์ต่อว่า มีเด็กคนอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้พระบรมราชินูปถัมภ์อีกหรือไม่? กรมสมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า “มี ชื่อฉายฉาน เด็กคนนี้มาจากหุบกะพง ที่สหกรณ์ใกล้ ๆ กรุงเทพ เรามักไปเยี่ยมสหกรณ์ และพ่อกับแม่ของเด็กคนนี้ก็เป็นสมาชิกสหกรณ์ วันหนึ่งพ่อของเธอได้ถวายพี่สาวของเด็กคนนี้ ซึ่งหูหนวก เราส่งเธอไปเรียนที่โรงเรียนสำหรับคนหูหนวก ส่วนเด็กคนนี้ (ฉายฉาน) พ่อของเธอถวายให้เรา เพราะแม่ของเด็กคนนี้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง เขาไม่สามารถดูแลลูกหลายคนได้ ตัวเขา (พ่อ) ก็ป่วยด้วยเหมือนกัน”

ผู้สื่อข่าวของบีบีซีถามพระองค์ต่อว่า เป็นเรื่องปกติหรือไม่ที่พ่อแม่ถวายลูกให้อยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า “สิ่งนี้ไม่ได้ทำกันเป็นธรรมเนียม แต่ก็มีบ้างบางครั้ง”

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ‘บ้านหมีเนย’ ทอดพระเนตร 'โลกแห่งบัตเตอร์แบร์' เป็นการส่วนพระองค์

(27 ก.พ.68) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปยังงาน 'Buttery World Presented by 7-11' ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน  

ในการนี้ ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์ และ ธนาภา ปางพุฒิพงศ์ ผู้ก่อตั้งร้าน Butterbear รวมถึง ณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์ ผู้ก่อตั้งร้าน COFFEE BEANS by Dao ได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ  

งานดังกล่าวนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษในธีม 'A Magical Journey to Our Buttery World' โดยมีไฮไลต์เป็น 'บ้านหมีเนย' ที่ตกแต่งอย่างอลังการผ่าน 7 ห้องธีมพิเศษ พร้อมสวนดอกไม้ที่ผสมผสานเทคนิคสุดสร้างสรรค์ สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและมหัศจรรย์

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เสด็จฯ ปราสาทตาเมือนธม ตอกย้ำ เป็นของไทยชัดเจน ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เสด็จฯ ปราสาทตาเมือนธม โดยมีเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ทหาร และประชาชนไทย ในพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2523 เพื่อทรงทัศนศึกษาและทอดพระเนตรงานสำรวจทางโบราณคดี 

ปราสาทตาเมือนธมนั้น กรมศิลปากร ทำการสำรวจพบและขึ้นบัญชีเป็นโบราณสถานของไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478  หรือเมื่อ 90 ปีที่แล้ว และปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี (ขณะที่กัมพูชาได้รับเอกราชคืนจากฝรั่งเศส ปี 2496 และเป็นที่ยอมรับจากสหประชาชาติ ปี 2498)

เป็นของไทย ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน ไม่ใช่ของกัมพูชา

21 พฤษภาคม 2531 “กรมสมเด็จพระเทพฯ” เสด็จเปิด “อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง” หมุดหมายสำคัญของการอนุรักษ์มรดกขอมบนแผ่นดินไทย ตอกย้ำคุณค่ามรดกอารยธรรมขอมในไทย

21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเปิด “อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง” หมุดหมายสำคัญของการอนุรักษ์มรดกขอมบนแผ่นดินไทย

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย เมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อย่างเป็นทางการ หลังกรมศิลปากรดำเนินการบูรณะปราสาทพนมรุ้งต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2514 ถึง 2531 จนแล้วเสร็จ เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญของการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทยในระดับชาติอย่างแท้จริง

ความสำคัญของการเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ไม่ได้อยู่เพียงการเปิดแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง แต่คือการเปิดพื้นที่เรียนรู้ของคนไทยต่ออารยธรรมขอมโบราณที่เคยรุ่งเรืองบนผืนแผ่นดินไทย เพราะพนมรุ้งได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งใน ปราสาทหินศิลปะแบบขอมที่งดงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทั้งในแง่ศิลปกรรม ทำเลที่ตั้ง และความสมบูรณ์ขององค์ประกอบสถาปัตยกรรม

ปราสาทพนมรุ้งตั้งอยู่บนยอด ภูเขาไฟดับ ในพื้นที่ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างจากโบราณสถานขอมหลายแห่ง ตัวปราสาทตั้งอยู่บนที่สูงราว 200 เมตรจากพื้นราบ และราว 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง กรมศิลปากรอธิบายว่าเขาพนมรุ้งและศาสนสถานบนยอดเขาถูกสร้างขึ้นภายใต้คติศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย โดยเปรียบยอดเขาแห่งนี้เสมือน เขาไกรลาส อันเป็นที่ประทับของพระศิวะ จึงทำให้พนมรุ้งมีความสำคัญทั้งในเชิงสถาปัตยกรรมและเชิงคติจักรวาลวิทยา

คำว่า “พนมรุ้ง” เองก็มาจากภาษาเขมรคำว่า “วนํรุง” แปลว่า ภูเขาอันกว้างใหญ่ หรือภูเขาใหญ่ และชื่อดังกล่าวยังปรากฏในศิลาจารึกอักษรขอมที่พบในพื้นที่ด้วย กลุ่มอาคารบนยอดเขาพนมรุ้งมีการก่อสร้างต่อเนื่องหลายยุคสมัย ตั้งแต่ราว พุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18 สะท้อนความต่อเนื่องของความศักดิ์สิทธิ์และความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ในโลกของอารยธรรมขอมเป็นเวลาหลายร้อยปี

นักวิชาการและข้อมูลของกรมศิลปากรระบุว่า ปราสาทพนมรุ้งมีความเชื่อมโยงกับราชวงศ์มหิธรปุระ และเกี่ยวข้องกับ นเรนทราทิตย์ ผู้มีสายสัมพันธ์กับ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด จึงทำให้พนมรุ้งไม่ใช่เพียงศาสนสถานท้องถิ่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกอารยธรรมขอมขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายอำนาจ ศิลปกรรม และความเชื่อเชื่อมโยงกันข้ามภูมิภาค

สิ่งที่ทำให้พนมรุ้งมีชื่อเสียงมากเป็นพิเศษ คือความงดงามของผังสถาปัตยกรรมที่วางอย่างมีความหมายเชิงพิธีกรรม เริ่มจากทางเดินนาคราช สะพานนาคราช บันไดทางขึ้น ลานชั้นต่าง ๆ ไปจนถึงองค์ปรางค์ประธานที่ตั้งตระหง่านอยู่บนแกนกลางของภูเขา ทั้งหมดนี้แสดงถึงภูมิปัญญาทางสถาปัตยกรรมและพิธีกรรมของช่างขอมอย่างวิจิตร และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พนมรุ้งได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในโบราณสถานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

ก่อนจะเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และต่อมาได้กำหนดขอบเขตพื้นที่โบราณสถานเพิ่มเติมในปี 2519 จากนั้นจึงดำเนินโครงการบูรณะขนาดใหญ่ยาวนาน 17 ปี โดยใช้เทคนิคการอนุรักษ์แบบ anastylosis หรือการรื้อชิ้นส่วนอาคารออกมาจัดระบบ ศึกษา และประกอบกลับคืนอย่างใกล้เคียงของเดิมที่สุด วิธีนี้ทำให้การบูรณะพนมรุ้งได้รับการยอมรับอย่างสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ดังนั้น การเสด็จพระราชดำเนินเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2531 จึงมีความหมายมากกว่า “พิธีเปิด” เพราะเป็นการประกาศความสำเร็จของความพยายามอนุรักษ์โบราณสถานระดับชาติ ที่เปลี่ยนซากสถาปัตยกรรมโบราณให้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรมของคนไทยได้อย่างสง่างามอีกครั้ง

ในเวลาต่อมา พนมรุ้งยังได้รับการยอมรับกว้างขึ้นในเวทีนานาชาติ โดยมีการเสนอชื่อเข้าสู่บัญชีเบื้องต้นเพื่อพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลกในปี 2005 และยังเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว นักเรียน นักวิชาการ และผู้สนใจประวัติศาสตร์จากทั่วโลก ความมีชื่อเสียงนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเหตุการณ์วันที่ 21 พฤษภาคม 2531 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พนมรุ้งก้าวจากโบราณสถานท้องถิ่น สู่การเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่คนทั้งประเทศภาคภูมิใจ

เมื่อมองย้อนกลับจากวันนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของทั้งบุรีรัมย์และประเทศไทย เป็นวันที่มรดกขอมโบราณอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของแผ่นดินไทยได้รับการเปิดอย่างเป็นทางการในฐานะ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และเป็นวันที่สะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์อดีต ไม่ใช่เพียงการเก็บซากอิฐหินไว้ให้คงอยู่ แต่คือการคืนชีวิตให้ประวัติศาสตร์ กลับมาเล่าเรื่องอารยธรรม ความเชื่อ และความรุ่งเรืองของผู้คนในอดีตแก่คนรุ่นปัจจุบันและอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top