Thursday, 4 June 2026
กรมการขนส่งทางบก

'สุริยะ' เล็งเพิ่มมาตรการป้องกันไฟไหม้รถโดยสาร พร้อมสั่งระงับใบอนุญาตฯทันที – ลั่นเอาผิดขั้นสูงสุดหากผิดจริง

(1 ต.ค.67) 'สุริยะ' มอบหมาย 'สุรพงษ์' จัดประชุม ขบ. ด่วน เล็งเพิ่มมาตรการป้องกัน ลั่นต้องไม่เกิดเหตุซ้ำ พร้อมสั่งระงับใบอนุญาตผู้ประกอบการทันที หากพบผิดจริงจะดำเนินการขั้นสูงสุด เตือน! รถโดยสารทุกคัน ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้โดยสาร 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์รถบัสชั้นเดียวไฟไหม้ บริเวณหน้าเซียร์รังสิต โดยบนรถบัสคันที่เกิดอุบัติเหตุมีนักเรียน จำนวน 39 คน และครู จำนวน 6 คน สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ล่าสุดอยู่ในขั้นตอนของการหาข้อเท็จจริง เบื้องต้นคาดว่าภายในวันนี้จะได้ข้อสรุปข้อมูลเบื้องต้น 

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เรียกกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ประชุมโดยด่วนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ รวมถึงเตรียมเพิ่มแนวทางมาตรการการป้องกันที่เข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก และจะทำการถอดบทเรียนอย่างละเอียด เพื่อนำมาแก้ไขกระบวนการดำเนินงานอย่างถูกต้อง ซึ่งจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารในระดับสูงสุด

ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า สำหรับการหาข้อเท็จจริง ในขณะนี้ หากพบว่าเป็นความผิดของผู้ประกอบการขนส่ง นางสาวปาณิสรา ชินบุตร รถโดยสารคันหมายเลขทะเบียน 30-0423 สิงห์บุรี จะดำเนินการระงับใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที และจะดำเนินตามข้อกฎหมายระดับสูงสุด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งระงับใบอนุญาตผู้ประกอบการชั่วคราว อยู่ในช่วงของการสอบสวนถึงอุบัติเหตุเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังได้กล่าวเตือนถึงผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ต้องคำนึงถึงด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก สำหรับการตรวจสอบรถโดยสารคันดังกล่าว ขณะนี้ได้สั่งการให้วิศวกรเข้าตรวจสอบ พร้อมทั้งเช็กอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด 

นายจิรุตม์ กล่าวต่อถึงแนวทางการเยียวยานั้น รถโดยสารชั้นเดียวคันดังกล่าวมีประกันภัยตามข้อกฎหมาย โดยภายหลังจากนี้จะดำเนินการเยียวยาผู้ประสบเหตุทันที และจะมีการติดตามสถานการณ์เพื่อดูแลสภาพจิตใจและสภาพร่างกายอย่างใกล้ชิด

‘สุริยะ’ นั่งหัวโต๊ะขีดเส้น 2 สัปดาห์หาสาเหตุอุบัติเหตุสลด หาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุซ้ำในอนาคต เผยเบื้องต้นเยียวยากรณีเสียชีวิตขั้นต่ำ 1 ล้านบาท

(2 ต.ค. 67) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรถบัสทัศนศึกษาของคณะครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเพลิงไหม้ บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ว่า 

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก โดยน.ส.แพทองธารชินวัตร นายกรัฐมนตรี ห่วงใยและเศร้าสลดต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปกำชับการทำงาน ส่วนเดียวกับกระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไร ใช้เวลา 2 สัปดาห์ในการตรวจสอบ 

โดยมีตัวแทนจาก กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และจะเชิญสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นกรรมการร่วม ตรวจสอบสาเหตุและโครงสร้างรถ การปรับปรุงสำหรับรองรับผู้โดยสารและตัวถังประกอบ 

นายสุริยะ กล่าวว่า นอกจากนั้นจะให้มีการสาธิตแนะนำการใช้อุปกรณ์และประตูทางออกในกรณีฉุกเฉิน คล้ายกับการขึ้นเครื่องบิน และจะมีมาตราบังคับให้ผู้ประกอบการรถโดยสารอธิบายให้ผู้โดยสารรับทราบ และจะมีอุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างไร เพื่อลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุในอนาคต รวมถึงเรื่องของการติดตั้งก๊าซ กลับรถโดยสารสาธารณะให้เข้มข้นด้วยหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ตรวจสอบทั้งหมดทุกเรื่อง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีมาตรการควบคุมการใช้รถบัส 2 ชั้น และรถขนาดสูงซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งอย่างไร นายสุริยะ กล่าวว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้เป็นรถบัสชั้นเดียว ที่จะต้องไปหามาตรการให้เกิดความปลอดภัยกับผู้โดยสาร ส่วนรถ 2 ชั้น มีมาตรการกำกับดูแลอยู่แล้ว เช่นกำหนดให้วิ่งในเขตเมือง โดยจำกัด ไม่ให้วิ่งระหว่างเมือง โดยมาตรการที่จะออกมาบังคับใช้จะทั้งในระยะเร่งด่วนและในระยะยาว 

ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องตรวจสอบอายุของรถทั่วประเทศเนื่องจากมีรายงานว่ารถคันเกิดเหตุใช้งานมากกว่า 50 ปี และมีการดัดแปลงตัวถังและเครื่องยนต์ นายสุริยะ กล่าวว่า นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบ ทุกประเด็นทั้งสภาพรถ การบรรทุกผู้โดยสาร นอกจากนี้จะครอบคลุมถึงรถประเภทอื่นทั้งหมดรวมถึงรถตู้โดยสารด้วย

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่ารถคันดังกล่าวได้ดัดแปลงติดตั้งก๊าซ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทประกันภัย ใช้เป็นข้ออ้างไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทน นายสุริยะ กล่าวว่า กรมขนส่งทางบกรายงานว่าบริษัทประกันภัย ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องจ่ายเงินในเบื้องต้นจะจ่ายให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย ขั้นต่ำรายละหนึ่งล้านบาท และเชื่อว่าบริษัทประกันภัยจะไม่อ้างสาเหตุมาเพื่อไม่จ่ายเงินเพราะเหตุการณ์นี้สะเทือนขวัญประชาชน

ศาลปกครอง มีคำสั่ง ค้างค่าปรับ ‘ใบสั่งจราจร’ ให้!! ต่อทะเบียนได้ พร้อมป้ายเสียภาษี ชี้!! ชำระภาษี เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวรถ แต่ทำผิดกฎจราจร เป็นเรื่องของบุคคล

(21 ธ.ค. 67) ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษา ตามคดีหมายเลขดำที่ 2120/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 2682/2567 ลงวันที่ 18 ธ.ค.2567 เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ ที่ค้างค่าปรับใบสั่ง ตามกฎหมายจราจร ระหว่าง นายอำนาจ ผู้ฟ้องคดี กับผู้ถูกฟ้องคดี ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก ที่ 1 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ที่ 2 สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ที่ 3 ฝ่ายทะเบียนสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ที่ 4 นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ 5 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 6 ผู้ถูกฟ้องคดี

เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร และการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวว่าเกินสมควร

คดีนี้อธิบดีศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยเร่งด่วนตาม ข้อ 49/2 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543

ตามฟ้องโจทก์ระบุว่า นายทะเบียน กรมการขนส่งทางบก ไม่ออกป้ายภาษีวงกลมให้ โดยส่งมอบแค่ใบเสร็จชำระค่าภาษีประจำปีแล้วประทับตรา ว่าใช้แทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีไม่เกิน 30 วัน ให้แทน พร้อมเอกสารที่ปรินต์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ แสดงรายละเอียดข้อมูลการกระทำความผิดตามกฎหมายจราจร

โดยอ้างข้อตกลงที่ทำขึ้นระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับกรมการขนส่งทางบก เพียงฝ่ายเดียว เป็นการละเลยและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการของพระราชบัญญัติการจราจรทางบก ดังนั้นจึงไม่มีอำนาจในการชะลอการออก ป้ายภาษีวงกลม ให้กับเจ้าของรถที่ค้างชำระค่าปรับจราจร

“หลักการชำระภาษีรถเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวรถ แต่การทำผิดกฎจราจรเป็นเรื่องของบุคคล การนำ 2 เรื่องมาเชื่อมโยงกันจึงไม่ถูกต้อง เป็นการบังคับทางอ้อมให้เจ้าของรถต้องยินยอมชำระค่าปรับ” คำฟ้องตอนหนึ่งระบุ

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง ยังสั่งให้ กรมการขนส่งทางบก จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีด้วย

“พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถประจำปี พ.ศ. 2568 ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ภายในสามวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจำนวน 3,151.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 7 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 6 คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามส่วนของการชนะคดีให้แก่ผู้ฟ้องคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก” 

ท้ายคำพิพากษาระบุ

หมดเวลาวิ่งรถเถื่อน!! ETDA - ขนส่งฯ ขีดเส้น รถรับส่งผ่านแอปฯ ไม่จดป้ายเหลือง เสี่ยงถูกระงับบัญชี แพลตฟอร์มเสี่ยงถูกถอนใบอนุญาต หากไม่คัดกรองคนขับตามเส้นตาย 31 มี.ค. 69

ETDA ผนึก กรมขนส่งฯ ขีดเส้นตาย รถรับส่งผ่านแอปฯ รีบลงทะเบียนก่อนปิดระบบ 28 ก.พ. 69 พร้อมประกาศดีเดย์ 31 มี.ค. บังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกประกาศเตือนด่วนถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถ (Ride Sharing) และพาร์ตเนอร์ผู้ขับขี่รถทุกคน โดยเน้นย้ำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ Ride Sharing Platform ว่า "ไม่ใช่การยกเว้นโทษทางกฎหมาย" ให้แก่ผู้ขับขี่ แต่เป็นการผ่อนปรนขั้นตอนทางธุรการสำหรับแพลตฟอร์มเท่านั้น พร้อมเปิดไทม์ไลน์สำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องต้องรีบดำเนินการก่อนจะถูกตัดสิทธิ์และดำเนินคดี

โดยมีรายละเอียดไทม์ไลน์และข้อปฏิบัติสำคัญ 3 ระยะ ดังนี้:
1. ระยะเร่งด่วน: รีบลงทะเบียนก่อนระบบปิด (วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2569)
กรมการขนส่งทางบกแจ้งเตือนผู้ขับรถให้รีบเข้าลงทะเบียนในระบบ Driver Verify ของ ETDA ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น เพื่อนำใบรับรองไปใช้ประกอบการจดทะเบียนรถสาธารณะ (รย.17 หรือ รย.18) ให้รวดเร็วขึ้น
• คำเตือนสำคัญ: การมี "ใบรับรองจาก Driver Verify" ไม่ถือว่าเป็นการยกเว้นโทษ หากนำรถไปวิ่งรับผู้โดยสารโดยที่ยังจดทะเบียนไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
• สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ขับขี่ต้องเผื่อเวลาในการดำเนินการ เพราะขั้นตอนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพื่อทำใบขับขี่สาธารณะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ (ระหว่างรอผลสอบประวัติ สามารถใช้หนังสือรับรองการผ่านอบรมมายื่นจดทะเบียน รย.18 ก่อนได้)
• หากพ้นกำหนด 28 ก.พ.: ระบบ Driver Verify จะปิดลง ผู้ที่ยังไม่จดทะเบียนรถสาธารณะจะไม่สามารถให้บริการได้ และถือว่ามีความผิดทันทีหากฝ่าฝืน

2. ระยะกวาดล้าง: แพลตฟอร์มต้องคัดกรอง (1 – 30 มีนาคม 2569)
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเตรียมความพร้อมก่อนประกาศใหญ่มีผลบังคับใช้
• หน้าที่แพลตฟอร์ม: ต้องนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้อง และคนขับที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ "ออกจากระบบ" ทันที
• มาตรการจับกุม: หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ขับขี่ที่ใช้รถผิดประเภทหรือไม่มีใบขับขี่สาธารณะ กรมการขนส่งทางบกจะแจ้งไปยังแพลตฟอร์มต้นสังกัดเพื่อ "ระงับการให้บริการทันที" รวมถึงแจ้งแพลตฟอร์มอื่น ๆ ให้ระงับสิทธิ์ผู้ขับรายนั้นด้วย จนกว่าจะดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้อง

3. ระยะบังคับใช้จริง: ดีเดย์จับ-ปรับ-ปิดแพลตฟอร์ม (31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป)
เมื่อประกาศ คธอ. เรื่อง Ride Sharing Platform มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ จะมีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับทั้งสองฝ่าย:
• สำหรับแพลตฟอร์ม: หากปล่อยให้มีรถผิดประเภท รถป้ายต่างจังหวัดมาวิ่งข้ามเขต หรือคนขับไม่มีใบขับขี่สาธารณะให้บริการในระบบ จะถูก "สั่งห้ามประกอบธุรกิจ" หากไม่แก้ไขใน 90 วัน จะถูกถอนการรับแจ้งและดำเนินคดี
• สำหรับผู้ขับรถ: หากทำผิดกฎหมายจะโดนโทษหนัก
o ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลรับจ้าง: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ผิด พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 21 ประกอบมาตรา 60)
o ใช้รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลรับจ้าง: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ผิด พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 23/1 ประกอบมาตรา 62/1)
o ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ: จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ETDA และ กรมการขนส่งทางบก จึงขอให้ผู้ขับขี่วางแผนดำเนินการจดทะเบียน รย.17 หรือ รย.18 ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อความถูกต้องตามกฎหมายและสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top