Thursday, 4 June 2026
กกท

กกท. เคาะแนวทาง!! ลงพื้นที่เช็กสนามครบ 3 คลัสเตอร์ มุ่งมั่นมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ย้ำใช้งานสนามต่อเนื่องหลังจบงาน โฟกัสความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

(24 ธ.ค. 68) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ลุยยกระดับสนามแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพช่วงวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยสนามต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ และ เอ็กซ์ตรีม ที่ได้มีการปรับปรุง จนอยู่ในระดับมาตรฐานสากล

โดยวางเป้าหมายให้สนามแข่งขันและระบบต่าง ๆ ได้มาตรฐานสากล ทั้งเรื่องความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบริหารหลังจบงาน เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานกีฬานี้ใช้งานได้ยั่งยืนไม่ถูกทิ้งร้าง

กกท. ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบสนามแข่งขันและระบบรองรับใน 3 คลัสเตอร์หลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดเพื่อบูรณาการงาน โดยเฉพาะที่สงขลาซึ่งมีประสบการณ์จัดกีฬาระดับนานาชาติแล้ว มีความพร้อมในการปรับสู่มาตรฐานซีเกมส์ ขณะที่ชลบุรีเน้นความพร้อมระบบทั้งหมดตั้งแต่สนามถึงการสร้างบรรยากาศ และกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางพิธีเปิด-ปิด ยกระดับสนามและเมืองเป็นภาพลักษณ์เมืองเจ้าภาพ

กรอบมาตรฐานสากลถูกชูในเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก โดย กกท. ระบุพร้อมปรับแผนสนามหากพบความเสี่ยงเพื่อให้มั่นใจทุกฝ่ายปลอดภัยและการแข่งขันคงคุณภาพระดับนานาชาติ ซึ่งสะท้อนความเป็นมืออาชีพของเจ้าภาพที่พร้อมยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริง

สนามแข่งขันหลังจบงานจะไม่ถูกทิ้งเป็นภาระ เพราะ กกท. วางแผนให้ใช้เป็นศูนย์ฝึกซ้อม รองรับการแข่งขันในประเทศและนานาชาติ และเปิดเป็นพื้นที่กีฬาเพื่อสุขภาพของประชาชน พร้อมระบบบริหารจัดการสนามที่มั่นคงเพื่อรักษาคุณภาพ

นอกจากนั้น ซีเกมส์ครั้งนี้ยังเน้นแนวคิด Green SEA Games เพื่อรองรับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันกิจกรรม "ชิม ช็อป เชียร์" สนับสนุนสินค้าและชุมชนท้องถิ่นที่สนาม สร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินไปสู่พื้นที่จริงอย่างทั่วถึง

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/96862/

กกท. ยืนยัน!! โป๊กเกอร์ได้รับการรับรองเป็นกีฬาแล้ว แต่ห้ามเล่นในลักษณะการพนันเด็ดขาด กกท.ย้ำต้องมีสมาคมกีฬาโปร่งใส จังหวะเดินหน้าอาจต้องรอสัญญาณการเมือง

(9 ม.ค. 69) ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยืนยันว่าโป๊กเกอร์ได้รับการรับรองให้เป็นชนิดกีฬาที่ประเทศไทยแล้ว แต่เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าห้ามเล่นในลักษณะการพนันโดยเด็ดขาด พร้อมเผยว่าชี้แจงแนวทางดังกล่าวกับกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว และบางเรื่องยังต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดหลักการ เช่น การตั้งสมาคมกีฬาและการเลือกตั้งกรรมการ

กกท. ให้เหตุผลว่าการรับรองโป๊กเกอร์เป็นกีฬานั้นอยู่บนพื้นฐานการพัฒนาเกมที่ใช้ทักษะ วิเคราะห์ และจิตวิทยา แยกขาดจากการพนันที่ยังอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และนโยบายของกระทรวงมหาดไทย แม้จะได้รับการยอมรับเป็นกีฬาแล้ว แต่หากมีกิจกรรมรูปแบบการเดิมพันก็ยังเสี่ยงผิดกฎหมายพนันได้

ตลอดปี 2568 มีการเคลื่อนไหวของหน่วยงานรัฐหลายครั้ง โดย กกท. รับรองโป๊กเกอร์เป็นชนิดกีฬาในเดือนกรกฎาคม แต่กระทรวงมหาดไทยเคยเปิดช่องให้พิจารณาในบางกรณีพิเศษ ก่อนจะกลับมาคุมเข้มและสั่งงดอนุญาตการพนันโป๊กเกอร์ "โดยเด็ดขาด" เพื่อป้องกันการพนันในคราบกีฬา

นอกจากนี้ การเดินหน้าโป๊กเกอร์ในระบบกีฬายังติดปัญหาเรื่องโครงสร้างสมาคมกีฬาและการเลือกตั้งกรรมการซึ่งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกฎหมาย กกท. ผู้ว่าฯ กกท. ระบุว่า "โป๊กเกอร์กีฬา" ต้องมีองค์กรกีฬาอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องเอื้อประโยชน์หรือพนันแฝง

ภาพรวมสะท้อนความขัดแย้งระหว่างกฎหมายที่มุ่งสนับสนุนกีฬา กับนโยบายปราบปรามการพนันที่คุมเข้ม การทำให้โป๊กเกอร์ก้าวเป็นกีฬาจริงจังในไทยจึงต้องผ่านกระบวนการป้องกันพนันที่เข้มงวดและการตั้งองค์กรกีฬาที่เป็นมาตรฐานโปร่งใสเท่านั้นเท่านั้นที่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10090685

อัดฉีดทั้งระบบ!! กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เซ็น MOU ดัน Domestic Power 2026 หนุน 8 ชนิดกีฬา ปั้นนักกีฬาตั้งแต่ฐานรากถึงทีมชาติ หวังคืนผลงานไทยบนเวทีใหญ่

(13 ก.พ. 69) กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เปิดตัวโครงการ "Domestic Power 2026" ด้วยงบสนับสนุนรวมกว่า 186 ล้านบาท เพื่อพัฒนากีฬาที่มีศักยภาพ 8 ชนิดให้ไปสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยหวังผลลัพธ์ด้านนักกีฬาและบุคลากรกีฬาในภาพรวมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

โครงการนี้เน้นการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างหน่วยงานรัฐและสมาคมกีฬา เพื่อวางระบบพัฒนานักกีฬาแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างฐานเยาวชน การยกระดับโค้ชและผู้ตัดสิน รวมถึงระบบแข่งขันและการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วยพัฒนา

8 ชนิดกีฬาที่ได้รับการสนับสนุน ได้แก่ ฟุตบอล, แบดมินตัน, เทควันโด, อีสปอร์ต, กรีฑา, กอล์ฟ, วอลเลย์บอล และบาสเกตบอล ซึ่งเป็นกลุ่มกีฬาที่มีฐานความนิยมและศักยภาพในการสร้างผลงานแข่งขันระดับโลก พร้อมเป้าหมายต่อยอดสู่มหกรรมใหญ่อย่างโอลิมปิก

โดย ดร.วนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า "โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแจกงบแต่เป็นการวางระบบพัฒนากีฬาครบวงจร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับนักกีฬาและบุคลากรทั่วประเทศ"

โครงการ Domestic Power 2026 ถือเป็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการอุดหนุนแบบรายกิจกรรมไปสู่การลงทุนแบบรายระบบ โดยมุ่งเน้นกระจายโอกาสให้เกิดความเท่าเทียม และสร้างระบบที่ช่วยดึงดูดเยาวชนทั่วประเทศเข้าสู่เส้นทางการพัฒนากีฬามากขึ้นในปีต่อไป

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10135364

            https://volleyball.or.th/volley/27331

สคม.-กกท.มอบใบรับรอง!! “ครูมวยต่างชาติ” พัทยา ดันมาตรฐานมวยไทยสู่สากล ย้ำใบประกาศคือการการันตีองค์ความรู้ ตามเกณฑ์ สคม. อย่างเป็นทางการ

(15 ก.พ. 69) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย (สคม.) ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติที่ผ่านการอบรมและทดสอบครบถ้วน ที่จังหวัดพัทยาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์

นายธีรวัฒน์ ศิลปอาชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนากีฬามวย สคม. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม พร้อมย้ำว่า "การรับรองในครั้งนี้ถือเป็นการการันตีมาตรฐานองค์ความรู้ตามหลักเกณฑ์ของสคม.อย่างเป็นทางการ"

โครงการฝึกอบรม Muaythai Instructor Course (Introductory Level) for Foreigners 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ได้รับความรู้เข้มข้นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับ A License ครอบคลุมทักษะพื้นฐานมวยไทย การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก รวมถึงจริยธรรมและพิธีไหว้ครู

ผู้สำเร็จการอบรมในครั้งนี้จะเป็นทูตวัฒนธรรมมวยไทย ในการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แห่งชาติสู่เวทีโลกอย่างถูกต้อง โดยใบประกาศนี้ถือเป็นก้าวแรกในการพัฒนาศักยภาพที่สูงขึ้นในอนาคต

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10136873

          https://thaitv5hd.com/web/content.php?id=62187


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top