‘รัดเกล้า’ จี้ ก.พ.ร. อุดช่องโหว่อนุมัติอัตโนมัติ!! หวั่นข้าราชการปัดตกคำขอหนีผิดวินัย โยนภาระประชาชน ชงใช้ Risk Matrix ลดดุลยพินิจ–สกัดกลุ่มทุนแทรกแซง ยกระดับความเป็นธรรมในการขออนุญาต

“รัดเกล้า” จี้ ก.พ.ร. อุดช่องโหว่ระบบอนุมัติอัตโนมัติ (Auto-Approve) ชงใช้เกณฑ์ 'Risk Matrix' สกัดดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ หวั่นปัดตกคำขอหนีผิดวินัย–โยนภาระประชาชน พร้อมคุมเข้มความลับทางการค้ากันเอกชนเอื้อประโยชน์

4 พ.ย.2569 ที่รัฐสภา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เพื่อรับทราบ รายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผลการพิจารณารายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ

นางรัดเกล้า ระบุว่า แม้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการลดขั้นตอนและต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขในเชิงปฏิบัติ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. กลไกระบบอนุมัติอัตโนมัติ (Auto-Approve) และการประเมินความเสี่ยง

เสนอใช้มาตรฐาน Risk Matrix: จากกรณีที่ ก.พ.ร. อยู่ระหว่างศึกษาการจัดระดับความเสี่ยงของงานบริการ ตนจึงขอเสนอแนะให้ใช้หลักการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐาน Risk Matrix โดยจำแนกความเสี่ยงออกเป็น 5 ระดับ พิจารณาจากแกน "โอกาสการเกิดเหตุ" (Likelihood) ร่วมกับแกน "ระดับความรุนแรงของผลกระทบ" (Impact) เพื่อนำมาบังคับใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ป้องกันไม่ให้การจัดระดับและการอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐแต่ละแห่ง

อุดช่องโหว่เจ้าหน้าที่ปัดคำขอหนีวินัย: ตนได้สะท้อนข้อกังวลตามข้อสังเกตของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ ก.พ.ร. ยังไม่ได้นำมาพิจารณา คือความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอาจเลือกใช้วิธีปฏิเสธคำขอของประชาชนทันที เนื่องจากเกรงกลัวความผิดทางวินัยหากพิจารณาไม่ทันตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งส่งผลให้ภาระกลับไปตกอยู่กับประชาชนที่ต้องเริ่มต้นรวบรวมและยื่นเอกสารใหม่ซ้ำซาก

สกัดการแทรกแซงทางการเมืองและกลุ่มทุน: ก.พ.ร. ยังขาดกลไกที่ชัดเจนในการป้องกันการแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นการแทรกแซงทางการเมือง หรือกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่อาจดึงเรื่อง ชะลอคำขอของคู่แข่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจของตนเอง

2. การคุ้มครองความลับทางการค้า (Trade Secrets)

สืบเนื่องจากการเปิดโอกาสให้หน่วยงานหรือองค์กรภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการร่วมบริหารจัดการหรือดูแลระบบ อาจสร้างความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลความลับทางการค้าของผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ซึ่งแม้ทาง ก.พ.ร. จะระบุว่าสามารถดำเนินการได้หากมีหลักประกันที่เพียงพอ แต่กลับยังไม่มีการระบุรายละเอียดหรือข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าหลักประกันดังกล่าวต้องมีลักษณะอย่างไรและอยู่ในระดับใด

นางรัดเกล้า จึงได้ฝากข้อเรียกร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยัง ก.พ.ร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้นำข้อสังเกตดังกล่าวไปปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดข้อกำหนดและมาตรการกำกับดูแลให้รัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคเอกชน คุ้มครองสิทธิของประชาชน และทำให้กฎหมายสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสสูงสุด

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=vo_6ALpaI2Q