ตำนาน 4 คุณท้าวผู้ทรงอำนาจแห่งราชสำนักสยาม!! เปิดประวัติ ‘คุณท้าว’ ข้าราชการหญิงชั้นผู้ใหญ่ ผู้กุมกุญแจพระคลัง ควบคุมกฎเหล็ก และบริหาร ‘เมืองลับของสตรี’ ในเขตพระราชฐานชั้นใน

คุณท้าวผู้ใหญ่ฝ่ายในแห่งราชสำนักสยาม ผู้ดูแล "เมืองลับของสตรี" ให้เป็นระบบอย่างราชการเหมาะสมคู่ควรพระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์

ราชสำนักสยามในยุคต้นรัตนโกสินทร์ แยกออกเป็นฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ฝ่ายหน้าในราชสำนักสยาม หมายถึงเขตพื้นที่และกลุ่มบุคคลฝ่ายชาย เป็นพื้นที่การบริหารราชการแผ่นดิน เป็นศูนย์กลางการทำงานของเสนาบดี โดยมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขสูงสุดในการบริหาร

ส่วนฝ่ายในราชสำนักสยาม หมายถึงพื้นที่และกลุ่มบุคคลฝ่ายหญิง ที่อาศัยและปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในเขตพระราชฐานชั้นใน (หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า "ข้างใน") ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาดสำหรับผู้ชาย ยกเว้นพระมหากษัตริย์และพระราชโอรสที่ยังทรงพระเยาว์ โดยการบริหารสูงสุดกุมอำนาจโดยพระอัครมเหสี หรือพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในที่มีพระอิสริยยศสูงสุดในขณะนั้น โดยมีคุณท้าวผู้ใหญ่ 4 ท่านช่วยบริหารจัดการ

ทำเนียบ 4 คุณท้าวชั้นผู้ใหญ่ ในราชสำนักฝ่ายในมีตำแหน่งใดบ้าง ?

1. "ท้าวทรงกันดาล" เสนาบดีคลังแห่งฝ่ายใน ในบรรดาคุณท้าวทั้งหมด ท้าวทรงกันดาลมักเป็นคนที่ “พระมหากษัตริย์ทรงไว้วางพระราชหฤทัยอย่างที่สุด" เพราะต้องดูแลกุญแจพระคลังฝ่ายในทั้งหมด ในสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้คือ ท้าวทรงกันดาล (หุ่น ปานหุ่น) "คุณท้าวคลัง" เป็นเจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ 4 มีพระราชโอรส 1 พระองค์ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ (ต้นราชสกุลสวัสดิกุล ณ อยุธยา) เป็นพระพี่เลี้ยงที่อภิบาลพระพุทธเจ้าหลวงมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เป็นคุณท้าวนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักฝ่ายในที่ดำรงตำแหน่งนี้มาถึง 3 รัชกาล ท่านเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ และเคร่งครัดมาก ว่ากันว่าใครจะมาเบิกเงิน เบิกของหลวงไปใช้ ถ้าไม่มีใบสั่งประทับตราถูกต้อง ท่านจะไม่ยอมให้ผ่านเด็ดขาด ผู้ดำรงตำแหน่งท้าวทรงกันดาลคนสุดท้าย คือ หม่อมราชวงศ์แป้ม มาลากุล ท่านได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "ท้าวทรงกันดาล" ในสมัยรัชกาลที่ 7 หลังจากนั้นก็ไม่มีการตั้งสตรีท่านใดในตำแหน่ง "ท้าวทรงกันดาล" อีก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2493 รัชกาลที่ 9 ได้รื้อฟื้นธรรมเนียมการตั้งคุณท้าวขึ้นมาอีกครั้ง หม่อมราชวงศ์แป้ม มาลากุล ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งท้าวทรงกันดาลอยู่แล้ว จึงได้รับการโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็น "ท้าววรคณานันท์ อัพภันตรปตานี ราชนารีกิจวิจารณ์" ซึ่งเป็นตำแหน่งคุณท้าวนางที่มีศักดินาสูงสุด ที่ศักดินา 3,000 ทำหน้าที่ควบคุมดูแลข้าราชบริพารฝ่ายในทั้งหมดในยุคนั้น

2. "ท้าวศรีสัจจา" มือปราบแห่งฝ่ายใน ท้าวศรีสัจจา คือผู้กุมอำนาจสูงสุดในการใช้กฎหมาย และการลงทัณฑ์ของฝ่ายใน ผ่านเจ้าหน้าที่ "กรมโขลน" (ตำรวจหญิง) มีหน้าที่หลักคือการตรวจจับสิ่งของต้องห้าม เช่น หมากพลู บุหรี่ หรือจดหมายลักลอบจากชายภายนอก รวมถึงการลงโทษนางห้ามหรือนางกำนัลที่ทำผิดระเบียบ ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาด และความเฮี้ยบในตำแหน่งนี้คือ คือ ท้าวศรีสัจจา (มิ) ที่รู้จักกันในนาม "เจ้าคุณประตูดิน" เป็นข้าราชสำนักฝ่ายในผู้มีอำนาจว่าราชการสิทธิขาดต่างพระเนตรพระกรรณในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 สำนักงานของท่านอยู่ใกล้กับประตูดิน ซึ่งประตูดินนี้คือช่องทางที่หนุ่ม ๆ มหาดเล็กมักจะมาแอบมองสาวชาววังจนเกิดเป็นสำนวนว่า “เจ้าชู้ประตูดิน” นั่นเอง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ทำรูปของท่านไว้ในคูหาใต้บันไดทางขึ้นพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมานภายในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยตำแหน่ง “ท้าวศรีสัจจา” มีผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นคนสุดท้ายคือ ท้าวศรีสัจจา (สังวาลย์ บุณยรัตพันธุ์) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2495 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

3. ท้าวสมศักดิ์ เลขาธิการพระราชวังฝ่ายใน ศักดินา 1,000 มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ หน้าที่หลักคือควบคุมเจ้าพนักงานทั้งปวง ดูแลเครื่องนมัสการ หอพระ ตลอดจนทำหน้าที่ฉลองพระโอษฐ์ คือเชิญพระราชโองการหรือพระราชกระแสมาถ่ายทอดยังฝ่ายใน ในประวัติศาสตร์ไทยมีสตรีชั้นสูงฝ่ายในที่มีชื่อเสียง และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "ท้าวสมศักดิ์" อยู่หลายท่าน แต่ท่านที่โดดเด่นในแง่ของบทบาท และอำนาจในพระราชสำนักฝ่ายใน คือ ท้าวสมศักดิ์ (หม่อมราชวงศ์ปุย มาลากุล) ท่านถวายตัวเข้ามารับราชการฝ่ายในตั้งแต่อายุ 11 ปี เติบโตจนได้เป็นข้าหลวงคนสนิทที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยสูงสุดจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้เป็นผู้จัดการดูแลเครื่องเพชร เครื่องทอง และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้งหมด ซึ่งพระพันปีหลวงทรงมีพระราชทรัพย์มหาศาลที่สุดของฝ่ายในยุคนั้น คุณท้าวสมศักดิ์ (หม่อมราชวงศ์ปุย มาลากุล) อยู่สนองพระเดชพระคุณเคียงข้างพระองค์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเสด็จประพาสที่ใด หรือแม้กระทั่งในช่วงที่พระพันปีหลวงทรงประชวร และเสด็จไปประทับรักษาพระองค์ที่พระราชวังพญาไทจนสวรรคต เรียกได้ว่าเป็น “เงา” ของสมเด็จฯ เลยทีเดียว ท่านเป็นผู้ครองบรรดาศักดิ์ท้าวสมศักดิ์เป็นคนสุดท้าย แม้ว่าในเวลาต่อมาช่วงปี พ.ศ. 2493 รัชกาลที่ 9 จะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคุณท้าวนางขึ้นมาแต่ในบรรดารายชื่อคุณท้าวชุดนั้น ไม่มีการแต่งตั้งผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งท้าวสมศักดิ์

4. ท้าวโสภา (หรือท้าวโสภานิเวศน์) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการอาคารสถานที่ ผู้ถือกุญแจประตูพระราชวังฝ่ายใน มีหน้าที่ดูแลความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของตำหนัก เรือนข้าราชการ และพื้นที่ทั้งหมดในเขตพระราชฐานชั้นใน ควบคุมดูแลระเบียบวินัยของผู้อยู่อาศัย จัดการพื้นที่ส่วนกลาง และดูแลระบบสาธารณูปโภคภายในวัง นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ฉลองพระโอษฐ์ร่วมกับคุณท้าวสมศักดิ์ "คุณท้าวโสภาคนสุดท้ายของประเทศไทย" คือ ท้าวโสภานิเวศน์ (ศิริพงศ์ กัมปนานนท์) ข้าหลวงในสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็น "ท้าวโสภานิเวศน์" ในปี พ.ศ. 2493 สมัยรัชกาลที่ 9 หลายคนอาจคุ้นตาจากภาพถ่ายเก่าในข่าวพระราชสำนัก ที่มีสุภาพสตรีอาวุโสผมขาวล้วน นั่งรถเข็นหรือยืนเฝ้าฯ รับเสด็จเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ท่านมีอายุยืนยาวมาจนถึง พ.ศ. 2543 สิริอายุ 98 ปี จึงถึงแก่อนิจกรรม

"คุณท้าว" ไม่ใช่เพียง "เจ้าจอม" เท่านั้นที่จะเป็นได้ คนภายนอกมักเข้าใจผิดว่าคุณท้าวคือพระสนมหรือเจ้าจอมในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลนั้น ๆ  แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณท้าวชั้นผู้ใหญ่ คือข้าราชการหญิง ที่ทำงานบริหารอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่เป็นสตรีสูงวัยฝ่ายในที่เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ เจ้าจอมมารดา เจ้าจอมแห่งรัชกาลก่อน หรือเป็นพระพี่เลี้ยงข้าหลวงเดิม สตรีที่จะขึ้นเป็นคุณท้าวแต่งตั้ง 4 ตำแหน่งนี้ได้ มักจะไม่ใช่ข้าราชสำนักที่มีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับพระมหากษัตริย์ในรัชกาลนั้นๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่บริหาร ควบคุมกฎระเบียบได้อย่างเป็นกลาง น่าเคารพยำเกรง

สัญลักษณ์แห่งบารมี คุณท้าวชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 4 ท่านนี้ มีศักดินาสูงระดับ 1000 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับสตรีในยุคโบราณ เทียบเท่าขุนนางชายตั้งแต่ระดับพระไปจนถึงพระยาบางตำแหน่ง ได้รับพระราชทานเครื่องยศสำคัญคือ "โต๊ะทอง และหีบหมากทองคำ" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงเกียรติยศสูงสุดในการทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท นอกจากนี้ในยุคที่มีเครื่องราชแล้วนั้น คุณท้าวทั้ง 4 มักได้รับพระราชทาน “เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน)” พร้อมด้วยเหรียญรัตนาภรณ์ ประดับลงยากรอบเพชรแสดงสถานะตามรัชกาลที่รับราชการอยู่ ซึ่งถือเป็นเครื่องประดับเกียรติยศสูงสุดที่ใช้ประดับเมื่อแต่งกายเต็มยศ

ยุคสิ้นสุดอำนาจบริหารอย่างเป็นรูปธรรมของคุณท้าวทั้ง 4 เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โครงสร้างการบริหารของราชสำนักเปลี่ยนไปอย่างมาก เขตพระราชฐานชั้นในไม่ได้มีลักษณะเป็น "เมืองลับของสตรี" ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกเหมือนดังเดิม รูปแบบข้าราชการเปลี่ยนไปสู่ระบบสากล ทำให้บทบาทหน้าที่ในการเป็นผู้บริหารสูงสุด หรือกุมกองกำลังอารักขา (กรมโขลน) ของคุณท้าวทั้ง 4 จึงยุติลงในทางปฏิบัติ

ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ออกประกาศ "เรื่อง การยกเลิกบรรดาศักดิ์" ปี พ.ศ. 2485 เพื่อให้สอดคล้องกับระบอบรัฐธรรมนูญที่บุคคลเสมอกันในกฎหมาย ขุนนางฝ่ายหน้า (เช่น เจ้าพระยา, พระยา, หลวง) ต่างคืนบรรดาศักดิ์ ซึ่งส่งผลให้การแต่งตั้งตำแหน่งคุณท้าวฝ่ายในระงับลงไปด้วย แต่ในช่วงปี พ.ศ. 2493 ได้มีการฟื้นฟูธรรมเนียมราชประเพณีขึ้นมา รัชกาลที่ 9 ได้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคุณท้าวนางชั้นผู้ใหญ่ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีสำคัญ 4 ท่าน

ท้าววรคณานันท์ฯ (หม่อมราชวงศ์แป้ม มาลากุล) ตามที่ได้เล่ามาในข้างต้น ซึ่งเดิมท่านมีตำแหน่งคือท้าวทรงกันดาลตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งพิเศษที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่ในภายหลังให้ใหญ่กว่าคุณท้าวนางทั่วไป

ท้าววนิดาพิจาริณี (บาง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) หรือที่มักเรียกกันว่า "หม่อมบาง" ท่านเป็นพระอัยยิกา (ยาย) ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นพระปัยยิกา (ยายทวด) ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10)

ท้าวพิทักษ์อนงคนิกร (จรูญ ตะละภัฏ) ท่านเคยเป็นข้าหลวงในสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มีหน้าที่อันทรงเกียรติสูงสุดคือ การได้เป็นพระพี่เลี้ยงในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 รวมถึงสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์

ท้าวโสภานิเวศน์ (ศิริพงษ์ กัมปนานนท์) "คุณท้าวคนสุดท้ายของประเทศไทยที่มีชีวิตอยู่ยาวนานที่สุด" ก่อนจะได้รับสถาปนาเป็นคุณท้าว ท่านมีหน้าที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ การเป็นพระพี่เลี้ยงพระครรภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) และเป็นพระพี่เลี้ยงผู้อภิบาลสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ, รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ช่วงที่ยังประทับอยู่ ณ วังสระปทุม และเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในวันที 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2495 มีการสถาปนาคุณท้าวนางท่านสุดท้ายอย่างเป็นทางการ คือ ท้าวศรีสัจจา (สังวาลย์ บุณยรัตพันธุ์) นับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสตรีท่านใดให้ดำรงตำแหน่งคุณท้าวอีกเลย เมื่อคุณท้าวนางรุ่นสุดท้ายเหล่านั้นทยอยถึงแก่อนิจกรรมไปตามอายุขัย ตำแหน่งโบราณที่มีศักดินา 1000 ของคุณท้าวทั้ง 4 จึงถือเป็นอันสิ้นสุดลงอย่างถาวร