DNA จากรุ่นสู่รุ่น เปิดเส้นทาง “พลอย เบนซ์ทองหล่อ” กับวิชาธุรกิจนอกตำรา “ใช้ใจแลกใจ” สานต่อบริการด้วยหลัก “ซื่อสัตย์-ใส่ใจ” ยึดคำมั่น “ไม่ใช่แค่เหมือนเดิม แต่ต้องดีกว่าเดิม”

ถ้าพูดถึงชื่อ “เบนซ์ทองหล่อ” เชื่อว่าในแวดวงคนรักรถหรูคงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่หลายคนอาจจะเคยสงสัยอยู่ในใจว่า เอ๊ะ... ในเมื่อโชว์รูมและศูนย์บริการตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ย่าน ‘รามอินทรา’ แล้วทำไมถึงยังใช้ชื่อ ‘เบนซ์ทองหล่อ’ อยู่? 

“พลอย” พลอยกาญจน์ โพธิพิมพานนท์ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบนซ์ทองหล่อ ได้ให้คำนิยาม “เบนซ์ทองหล่อ” ไว้ว่า “ความเป็นเบนซ์ทองหล่อ ไม่ใช่แค่ชื่อหรือสถานที่ขายรถ แต่คือ DNA คือตัวตนที่สะท้อนการดูแลลูกค้าแบบคนในครอบครัว ดังนั้นไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน เอกลักษณ์นี้ก็จะยังคงอยู่”

ตำนานที่เริ่มต้นจาก ‘พลาสติกติดเทป’ สู่ชื่อที่ไม่มีวันเปลี่ยน

ย้อนกลับไปในยุคบุกเบิก โชว์รูมแห่งแรกไม่ได้หรูหราโอ่อ่าอย่างทุกวันนี้ คุณพ่อวสันต์ (ผู้ก่อตั้ง) เริ่มต้นจากการขายรถผ่านทางโทรศัพท์บนตึกที่ไม่มีรถจอดโชว์สักคัน จนกระทั่งขยับขยายมาเปิดหน้าร้านแห่งแรกที่ ‘ซอยทองหล่อ’ ด้วยความที่ทุนสร้างยังมีไม่มาก หน้าต่างโชว์รูมในวันนั้นจึงทำจากพลาสติกติดเทปใสธรรมดา ๆ แต่นั่นกลับเป็นจุดกำเนิดของชื่อ “เบนซ์ทองหล่อ” ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ

เวลาล่วงเลยผ่านไป กิจการเติบโตขึ้นจนต้องขยายพื้นที่ และตัดสินใจรวบรวมศูนย์บริการมาไว้ที่ ‘รามอินทรา’ แบบครบวงจร แต่สิ่งหนึ่งที่คุณพลอยตัดสินใจเด็ดขาดคือ “เราจะไม่ทิ้งชื่อเบนซ์ทองหล่อ” เพราะชื่อนี้ก้าวข้ามคำว่าโลเคชันไปแล้ว แต่คือสัญลักษณ์ของความเชื่อใจ และการต้อนรับที่อบอุ่นแบบฉบับเบนซ์ทองหล่อนั่นเอง

จากเด็กหญิงที่วิ่งเล่นในออฟฟิศ สู่เก้าอี้ CEO

คุณพลอยไม่ได้เพิ่งก้าวเข้ามาในธุรกิจนี้เมื่อวานซืน แต่เธอคือสายเลือดหนึ่งเดียวที่คลุกคลีกับกลิ่นเบาะหนังและเสียงเครื่องยนต์มาตั้งแต่จำความได้ ภาพวัยเด็กของเธอคือเด็กผู้หญิงที่เลิกเรียนปุ๊บ ก็มาวิ่งเล่นในออฟฟิศเพื่อรอคุณพ่อกลับบ้านทุกเย็น

เธอเติบโตมาพร้อมกับภาพจำในยุครุ่งเรืองที่คุณพ่อสร้างสรรค์ไอเดียระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการนำรถเบนซ์ไปให้ผู้นำระดับโลกใช้ในงานประชุมผู้นำนานาชาติ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวรถ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยี “รถยืด” (Limousine) เข้ามาทำในไทยจนได้มีโอกาสถวายงานในหลวง รัชกาลที่ 9 รวมไปถึงการฝ่าวิกฤตต้มยำกุ้งที่คุณพ่อพลิกวิกฤตเปิด ‘ตลาดนัดคนเคยรวย’ จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก วันนี้ในฐานะ CEO เธอรับไม้ต่อในการบริหารแบบเต็มตัว พร้อมกับประสบการณ์ที่หล่อหลอมเธอมาทั้งชีวิต

“วิชาธุรกิจจากคุณพ่อ ไม่มีคู่มือข้อ 1 2 3 แต่คือการซึมซับผ่านการลงมือทำ การกัดฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจหล่อหลอมให้เรามีความอดทนและพร้อมรับมือกับทุกปัญหาโดยไม่รู้ตัว” พลอยกาญจน์กล่าว

วิชา ‘ใจแลกใจ’ นอกตำราของคุณพ่อวสันต์

สิ่งที่ได้รับถ่ายทอดจากคุณพ่อไม่ใช่ทฤษฎีธุรกิจที่สวยหรู แต่คือการเรียนรู้ผ่านการใช้ชีวิตและการทำงานเคียงข้างท่านมาตลอด เธอซึมซับความอดทนจากการมองเห็นคุณพ่อแก้ปัญหาในทุกวิกฤต

และมรดกทางความคิดชิ้นสำคัญที่สุดที่คุณพ่อถ่ายทอดให้คือปรัชญา “ใจแลกใจ” คุณพ่อมักสอนเสมอว่า หากอยากได้ใจลูกค้า เราต้องเป็นฝ่ายให้ใจเขาก่อน ความซื่อสัตย์และการรักษาชื่อเสียงไม่ให้มีประวัติด่างพร้อย คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาเบนซ์ทองหล่อด้วย “ความสบายใจ” เสมอ

สไตล์ ‘พลอย เบนซ์ทองหล่อ’ รักษาแก่นแท้ แต่ติดปีกให้ทันสมัย

ในวันที่อุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนโฉมหน้า ทั้งจากนโยบายของบริษัทแม่ และจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่เข้ามามีผลต่อความต้องการของลูกค้า นี่คือจุดที่ทำให้เธอ “คิดเพื่อปรับ” สไตล์การบริหารยุคใหม่เข้ามาผสานกับ DNA เดิม

วันนี้ การต่อสู้กันที่ “ราคา” ไม่ใช่หัวใจสำคัญอีกต่อไป หากแต่เป็น “การบริการ” ที่จะได้ใจลูกค้า เธอจึงปรับเข็มทิศให้ทีมงานเปลี่ยนทักษะจากการเป็น “นักขาย” มาเป็น “ผู้ดูแลลูกค้า” ที่ยังคงรักษาเสน่ห์ความอบอุ่นแบบคุณพ่อไว้เต็มเปี่ยม แต่เสริมทัพด้วยความรวดเร็วในการแก้ปัญหา (Take Action) กล้าตัดสินใจ และเปิดรับฟังลูกค้าอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เธอยังเดินหน้าสื่อสารแบรนด์ผ่านโซเชียลแพลตฟอร์ม เพื่อพาความคลาสสิกของเบนซ์ทองหล่อไปทำความรู้จักกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถนำทัพธุรกิจรถยนต์ฝ่าพายุการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งและสง่างาม

“ลูกค้าเพียง 1 คน คือกระบอกเสียงที่ทรงพลังที่สุด ฐานลูกค้ากว่าหมื่นรายคือสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาล ที่เราพร้อมจะตอบแทนด้วยความใส่ใจที่ดียิ่งกว่าเดิม” นี่คือสิ่งที่พลอยกาญจน์ตระหนักและเห็นความสำคัญอย่างยิ่ง

คำขอบคุณจากหัวใจ ถึงลูกค้าที่เติบโตมาด้วยกัน

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ฐานลูกค้ากว่า 10,000 ราย คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดถึงความเชื่อมั่นที่ทุกคนมีให้เบนซ์ทองหล่อ-รามอินทรา ลูกค้าหลายครอบครัวอุดหนุนกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ส่งต่อความไว้วางใจมาจนถึงรุ่นลูกหลาน

วันนี้ ภายใต้การบริหารของซีอีโอหญิงที่ชื่อ พลอย เบนซ์ทองหล่อ เธอขอใช้พื้นที่นี้ส่งต่อคำขอบคุณจากใจจริงถึงลูกค้ากว่าหมื่นรายที่มอบความไว้วางใจให้ครอบครัวเบนซ์ทองหล่อเสมอมา คำมั่นสัญญาจากผู้บริหารหญิงคนนี้คือ ไม่ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะหมุนเปลี่ยนไปไวแค่ไหน เธอพร้อมจะนำ DNA การบริการที่ฝังรากลึก มาผสานกับวิสัยทัศน์การบริหารยุคใหม่ ดังนั้น “เบนซ์ทองหล่อ” ในเวอร์ชันของเธอจะไม่หยุดอยู่แค่การรักษามาตรฐานเดิม แต่จะต้อง “ดีขึ้นกว่าเดิม” เพื่อสร้างตำนานบทใหม่ และตอบแทนทุกความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีให้ตลอดไป