ถอดรหัส “มอสสาด–ชุมชนชาวยิวในต่างแดน” ชุมชนชาวยิวในไทยถูกจับตา เปิดบทบาท Chabad–เครือข่ายความปลอดภัย และข้อสงสัยโยงมอสสาด สร้างเครือข่าย Sayanim ทั่วโลก

มอสสาด กับชุมชนยิวในต่างประเทศ

ปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากพฤติการณ์และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในบ้านเรา สร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนในสังคมไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยพฤติการณ์และพฤติกรรมเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มาจากมายาคติของคนยิวซึ่งมีความเชื่อทางศาสนาและตามคัมภีร์ว่า ชาวยิว เป็น "ชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือก" (Chosen People) แนวคิดเรื่องชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกสรรนั้นส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งและยั่งยืนต่อชาวยิว เพราะมีความหมายเป็นพิเศษในความสัมพันธ์ของพวกเขากับพระเจ้า โดยหมายถึงพันธสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างพระเจ้ากับชนชาติอิสราเอล แต่ความหมายที่แท้จริงแล้วหมายถึง:
- พันธสัญญา (Covenant): การถูกเลือกหมายถึงการได้รับพันธสัญญาและหน้าที่ในการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า ไม่ใช่สิทธิพิเศษเหนือมนุษย์อื่น
- ภาระหน้าที่ (Responsibility): ชาวยิวเชื่อว่าพวกเขาต้องเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตตามความยุติธรรมและความเมตตา
- ความรักจากพระเจ้า: คัมภีร์ระบุว่าพระเจ้าทรงเลือกพวกเขาไม่ใช่เพราะมีจำนวนมาก แต่เพราะทรงรักและรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับ อับราฮัม บรรพบุรุษของพวกเขา
แต่ความหมายดังกล่าวนั้นไม่ได้หมายถึง “ความเหนือกว่าทางเผ่าพันธุ์เมื่อเปรียบกับมนุษย์ในเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์อื่นๆ” แต่อย่างใด พฤติการณ์และพฤติกรรมของชาวยิว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล จึงทำผู้คนมากมายในประเทศต่างๆ บนโลกใบนี้ไม่พอใจด้วยเช่นกัน ล่มสลายลงครั้งสำคัญจากน้ำมือของจักรวรรดิบาบิโลนในปี 587 ปีก่อนคริสตกาล และถูกทำลายซ้ำโดยจักรวรรดิโรมันในปี ค.ศ. 70 ซึ่งนำไปสู่การพลัดถิ่นฐานจนเกิดเป็น ชุมชนยิว (Jewish Diaspora) ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

เนื่องจากรัฐอิสราเอลวางรากฐานตัวเองให้เป็น "บ้านของชาวยิวทั่วโลก" ความสัมพันธ์ระหว่าง มอสสาด (Mossad) กับ ชุมชนยิวในต่างประเทศ (Jewish Diaspora) จึงกลายเป็นมิติเฉพาะตัวที่แทบไม่มีในหน่วยข่าวกรองของประเทศอื่น มอสสาดจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่จารกรรมความมั่นคง แต่ยังมีภารกิจปกป้อง อพยพ สร้างและใช้เครือข่ายชาวยิวในต่างแดนอีกด้วย
1.ภารกิจคุ้มครองและอพยพชาวยิว (Rescue & Aliyah Operations) มอสสาดมีหน่วยงานเฉพาะภายในชื่อ Bitzur ซึ่งรับผิดชอบการดูแลความปลอดภัยของชุมชนยิวในต่างประเทศ และประสานงานอพยพชาวยิวจากพื้นที่ขัดแย้งหรือประเทศที่มีการต่อต้านชาวยิวอย่างรุนแรงกลับสู่อิสราเอล:
- ปฏิบัติการ Moses & Joshua (1984–1985): ลักลอบพาชาวยิวเชื้อสายเอธิโอเปีย (Beta Israel) หลายพันคนเดินทางผ่านค่ายผู้อพยพในซูดานเพื่อบินต่อไปยังอิสราเอล
- ปฏิบัติการ Solomon (1991): ประสานงานขนย้ายชาวยิวเอธิโอเปียกว่า 14,000 คนสู่อิสราเอลภายในเวลาเพียง 36 ชั่วโมง
- ปฏิบัติการ Yachin (1961–1964): ลักลอบพาชาวยิวในโมร็อกโกกว่า 90,000 คนออกจากประเทศเพื่อตั้งถิ่นฐานในอิสราเอล
- การช่วยเหลือในตะวันออกกลาง: อพยพชุมชนยิวออกจากประเทศอาหรับในยุคสงครามเย็น เช่น อิรัก ซีเรีย และเยเมน

2.สร้างเครือข่าย "Sayanim" (อาสาสมัครยิวในต่างแดน) คำว่า Sayanim (ภาษาฮีบรูแปลว่า "ผู้ช่วยเหลือ") คือชาวยิวสัญชาติต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ และยินดีให้ความช่วยเหลือมอสสาดในเรื่องต่างๆ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน
- รูปแบบการช่วยเหลือ: การให้เช่าบ้าน/รถยนต์ การจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ การช่วยเปิดบัญชีธนาคาร หรือการให้ข้อมูลท้องถิ่น โดยไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการใช้อาวุธหรือการฆาตกรรม
- หลักการ: Sayanim ต้องมั่นใจว่าการช่วยเหลือมอสสาดนั้น จะไม่ส่งผลเสียหรือละเมิดความมั่นคงของประเทศที่ตนถือสัญชาติอยู่

3.การรักษาความปลอดภัยให้ชุมชนยิว (Diaspora Protection) หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เล็งเป้าหมายไปยังชาวยิวในต่างแดน เช่น การวางระเบิดศูนย์ชุมชนยิว AMIA ในอาร์เจนตินา (ปี 1994) มอสสาดได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยฝึกอบรมระบบอารักขา การเฝ้าระวัง และแชร์ข้อมูลข่าวกรองกรองภัยคุกคามให้กับโรงเรียน โบสถ์ซินากอก และศูนย์ชุมชนยิวทั่วโลก

ประเด็นความท้าทายและความขัดแย้ง
- ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในเรื่อง "ความจงรักภักดีซ้อน" (Dual Loyalty): การปฏิบัติการของมอสสาดที่ดึงชาวยิวต่างชาติมาเกี่ยวข้อง บ่อยครั้งสร้างความลำบากใจให้ชุมชนยิวในประเทศนั้นๆ เพราะอาจถูกตั้งข้อสงสัยจากรัฐบาลท้องถิ่นว่าจงรักภักดีต่ออิสราเอลมากกว่าประเทศบ้านเกิดของตนเอง
- ผลกระทบทางการเมือง: เมื่ออิสราเอลดำเนินนโยบายทางการเมืองหรือการทหารที่สุ่มเสี่ยง ชุมชนยิวในต่างประเทศมักตกเป็นเป้าสายตาและเป้าหมายการแก้แค้นของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมอสสาดต้องเข้ามาช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงในจุดนี้เช่นกัน

ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่าง มอสสาด (Mossad) และ ชุมชนชาวยิวในประเทศไทย มีลักษณะเฉพาะที่ผสมผสานระหว่างการเป็นพื้นที่พำนัก-ท่องเที่ยวของชาวยิว กับการเป็นพื้นที่เฝ้าระวังด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
1.บริบทของชุมชนยิวในประเทศไทย
- โครงสร้างชุมชน: ชุมชนชาวยิวในไทยมีขนาดไม่ใหญ่นัก (ประมาณ 1,000–2,000 คนที่อยู่อาศัยถาวร) ประกอบด้วยนักธุรกิจ ผู้ย้ายถิ่นฐาน และเจ้าหน้าที่การทูต
- ศูนย์กลาง Chabad House: ศูนย์ประสานงานและทำพิธีทางศาสนาของชาวยิว (Chabad) มีกระจายอยู่ในจุดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ (ข้าวสาร), เชียงใหม่, ภูเก็ต และเกาะสมุย ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวและทหารเกณฑ์เกษียณอายุชาวอิสราเอลเดินทางมาเยือนนับแสนคน
2.บทบาทของมอสสาดและหน่วยความมั่นคงในไทย
- การเฝ้าระวังและการแบ่งปันข่าวกรอง (Intelligence Sharing): มอสสาดและหน่วยข่าวกรองอิสราเอลทำงานประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, และ ศูนย์ปราบปรามการก่อการร้ายสากล (ศปภ.) ของไทย เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธต่างชาติที่อาจใช้ไทยเป็นพื้นที่กบดานหรือวางแผนก่อเหตุ
- การอารักขาจุดสุ่มเสี่ยง: สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย รวมถึงศูนย์ Chabad House ทุกแห่ง ได้รับการสนับสนุนด้านการประเมินภัยคุกคามและคำแนะนำด้านมาตรการความมั่นคงจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิสราเอลร่วมกับตำรวจไทย
3.เหตุการณ์สำคัญในอดีตที่เกี่ยวข้อง
- คดีรถบรรทุกซุกระเบิดปี พ.ศ.2537 (1994): กลุ่มก่อการร้ายพยายามใช้รถบรรทุกซุกระเบิดโจมตีสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ แต่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนก่อน ทำให้แผนล้มเหลว ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ความร่วมมือด้านข่าวกรองระหว่างมอสสาดและไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
- เหตุการณ์ระเบิดสุขุมวิท 71 ปี พ.ศ.2555 (2012): เหตุระเบิดพลาดของกลุ่มชาวอิหร่านในกรุงเทพฯ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงอิสราเอลระบุว่าเป็นแผนการเล็งเป้าหมายสังหารนักการทูตอิสราเอล

ชุมชนยิวในไทย อาจไม่ใช่พื้นที่ปฏิบัติการจารกรรมหรือการรับสมัครอาสาสมัคร (Sayanim) ขนาดใหญ่เหมือนในยุโรปหรืออเมริกาเหนือ แต่มีความสำคัญในฐานะ "พื้นที่เฝ้าระวังเชิงป้องกัน" (Preventive & Protective Hub) ที่มอสสาดต้องคอยติดตามข่าวกรองร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ชุมชนยิวและนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลตกเป็นเป้าหมายของความขัดแย้งในระดับสากล

สำหรับ แรบไบ โยเซฟ" หรือ แรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์ (Rabbi Yosef Chaim Kantor) ซึ่งเป็น หัวหน้าแรมไบประจำประเทศไทย (Chief Rabbi of Thailand) และได้รับสัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติ เป็นชาวออสเตรเลียโดยกำเนิด ได้รับมอบหมายจากองค์กรทางศาสนาชื่อ Chabad-Lubavitch ให้เข้ามาดูแลชุมชนชาวชาวยิวและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 (1993) ปัจจุบันพำนักอยู่ในไทยมานานกว่า 30 ปี
- การได้สัญชาติไทย: เขาและครอบครัวได้ยื่นขอแปลงสัญชาติไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยพิจารณาจากเกณฑ์ระยะเวลาการพำนัก การลงทุน และการทำสาธารณประโยชน์ ซึ่งได้รับการอนุมัติในช่วงปี พ.ศ. 2560
- ทำไมถึงถูกโยงกับ “มอสสาด” เพราะในขณะนี้ แรบไบโยเซฟ และเครือข่ายศูนย์ Chabad House ในไทย (เช่น ย่านสุขุมวิท, ถนนข้าวสาร, ภูเก็ต, เกาะสมุย, เกาะพะงัน) กำลังถูกตรวจสอบและตั้งคำถามจากสังคมไทยใน 2 ประเด็นหลัก:

1.มิติด้านธุรกิจ: มีการวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบเรื่อง "อาณาจักรธุรกิจกินรอบวง" ที่ให้บริการเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยิวและอิสราเอล (ที่พัก ร้านอาหาร ทัวร์) รวมถึงประเด็นเรื่องการระดมทุนและการถือครอง

2.มิติด้านความมั่นคง: เนื่องจากศูนย์ Chabad ทั่วโลกทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมของชาวยิว รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่ล้วนแล้วแต่เคยประจำการในกองทัพอิสราเอล ในทางสากลศูนย์เหล่านี้จึงมักมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดและอาจมีการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อป้องกันเหตุร้าย และสื่อส่วนหนึ่งมักจะตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายนี้เข้ากับ "ซายานิม" หรือ “มอสสาด” โดยขณะนี้ เป็นการตั้งข้อสังเกตและข้อวิเคราะห์จากบริบทความเชื่อมโยงทางเครือข่ายชาวยิวเท่านั้น ด้วยยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดในลักษณะนั้น หากพบว่า บุคคลใดที่ได้รับสัญชาติไทยแล้ว มีพฤติการณ์และพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ บุคคลนั้นก็จะถูกพิจารณาเพิกถอนสัญชาติไทย และเนรเทศออกไปจากราชอาณาจักรอย่างแน่นอน

เรื่อง : ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล