ไพ่ 3 ในมือ ฮุน เซน ที่กัมพูชาคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าไทย จึงฮึกเหิมและมีพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างเห็นได้ชัด
เกมพิสดารของเขมร: ไพ่ 3 ใบในมือฮุน เซน
กัมพูชากำลังเล่นเกมกับไทยอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ทั้งทางการเมือง การทูต การทหาร เศรษฐกิจ สังคม และการต่างประเทศ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ก็ยากที่จะเอาชนะไทยได้ง่ายๆ
แต่เพราะกัมพูชา โดยเฉพาะนายฮุน เซน คงคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าไทยอยู่ 3 ใบ จึงฮึกเหิมและมีพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างที่เห็น
1) ไพ่ใบแรก - ซึ่งกัมพูชาคงคิดว่าเป็นไพ่ที่ดีสุดในมือ คือ เวทีศาลโลก รวมทั้งเวทีคณะกรรมมาธิการ-การประนอมภาคบังคับของ UNCLOS เหตุเพราะกัมพูชาอาจคิดว่าได้เอาชนะไทยที่ศาลโลกมาแล้วถึง 2 รอบ และด้วยหลักฐานต่างๆ ของฝรั่งเศสที่ยังคงใช้กันอยู่ในปัจจุบัน และด้วยกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่กัมพูชาเชี่ยวชาญ ก็จะได้เปรียบไทยอีก ทั้งที่เวทีศาลโลกที่กัมพูชากำลังพยายามให้พิจารณาเรื่องที่ได้ยื่นไป ทั้งที่เวที UNCLOS ที่เริ่มเดินหน้าแล้ว แม้ว่าเรื่องทางทะเลจะซับซ้อนมากกว่าทางบกและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายก็ตาม ทั้งนี้ยังไม่นับค่าจ้างทีมที่ปรึกษา ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล แต่กัมพูชาก็คงจะหามาจ่ายจนได้
2) ไพ่ใบที่สอง - กัมพูชาคงคิดว่าตนไม่เสียเปรียบไทยในเวทีสหประชาชาติ (เช่นที่ UNSC, General Assembly, UNHRC) เวทีอาเซียน หรือกับมหาอำนาจและประเทศบริวารที่สนับสนุนตน รวมทั้งที่ JBC เหตุเพราะกัมพูชามีความคุ้นเคยและชำนาญในเวทีต่างๆ ดังกล่าว ได้เดินสายร้องเรียนกล่าวหาไทยในเวทีเหล่านี้มาแล้วอย่างต่อเนื่อง เคยถ่วงเวลาหรือเบี่ยงเบนประเด็นสำเร็จในการประชุมหลายๆ ครั้งมาแล้วด้วย แม้ว่าจะทำให้กัมพูชาดูเหมือนเป็นตัวตลกในเวทีเหล่านั้นก็ตาม
แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองโลก และด้วยเหตุผลที่สมาชิก UN จำนวนไม่น้อยก็มีสภาพไม่ต่างจากเขมรนัก และด้วยเรื่องผลประโยชน์ของแต่ละชาติที่กัมพูชาหยิบยื่นให้ ดังนั้น ในเวที UN (เช่นมีผู้เขียนรายงานให้ UN ที่มีทีท่าไม่ปกติ) เวที ASEAN AOT (ฝั่งกัมพูชา) หรือในเวทีนานาชาติอื่นๆ จึงมีท่าทีเห็นอกเห็นใจ เอนเอียง หรือเข้าข้างกัมพูชาอย่างชัดเจนก็มีมาแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีในรัฐบาลไทยที่ผ่านมาก็เคยเอ่ยปากบ่นหรือตัดพ้อในเรื่องนี้มาแล้วด้วย
3) ไพ่ใบที่สาม - เป็นด้านที่กัมพูชาไม่ได้เปรียบไทย แต่ก็สามารถยืนระยะได้ และยอมรับความเสียเปรียบนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้เปรียบในเรื่องอื่นที่จะเอาชนะไทยให้ได้
เช่นเรื่องการทหาร ไทยมีกำลังรบสูงกว่าและมีศักยภาพมากกว่า ซึ่งรบกันไปแล้ว 2 รอบในปี 2568 กัมพูชาสูญเสียกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้แพ้อย่างราบคาบหรือ "สิ้นสภาพ" การเป็นภัยคุกคาม และด้วยความช่วยเหลือของมหาอำนาจและบางชาติ ทหารเขมรจึงฟื้นตัวเร็ว และได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลายอย่างจากบทเรียนในครั้งก่อนๆ ปัจจุบันได้ระดมกำลังรบนับพันๆ นาย มาประชิดชายแดนไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างบังเกอร์ เติมเสบียงกรัง นำรถถังปืนใหญ่ อาวุธใหม่ๆ เข้ามาประจำการในหลายจุด และรอฟังคำสั่งอยู่ในพื้นที่อย่างคึกคัก จนเกรงกันว่าอาจจะเกิดการสู้รบเป็นรอบที่ 3 ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ความสูญเสียก็จะเกิดกับกัมพูชาอีกไม่น้อย แต่ผู้นำกัมพูชาคงคิดว่ารับความสูญเสียนั้นได้ และจะมีโอกาสได้แก้มือหรือสร้างความเสียหายให้ไทยได้ ทั้งนี้ เพื่อที่จะเพิ่มความได้เปรียบในที่อื่นๆ เช่น ที่ศาลโลก ที่อาเซียน หรือเพื่อให้ชาติต่างๆ โดยเฉพาะมหาอำนาจเข้ามาแทรงแซงเพื่อให้เป็นประโยชน์กับตน
ในทางเศรษฐกิจก็เช่นเดียวกัน การปิดด่านของไทยอย่างยาวนานเป็นประวัติการณ์ โดยยังไม่มีกำหนดที่จะเปิด ทำให้เกิดความเสียหายต่อกัมพูชาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะที่ค้าขายกันและที่ส่งสินค้าผ่านแดนไปยังประเทศอื่นๆ แต่กัมพูชาก็อดทนและยืนระยะได้ และก็ยังได้รับความช่วยเหลือในด้านการเงินและการผลิตทดแทนจากหลายประเทศ จนสามารถตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ได้และเริ่มผลิตสินค้าทดแทนสินค้าไทยได้บ้างแล้ว ซึ่งก็ส่งผลดีต่อความรู้สึกชาตินิยมของชาวเขมรและต่อเสียงสนับสนุนของรัฐบาลนายฮุน มาเนตได้ไม่น้อย
สรุป กลเกมไพ่ 3 ใบที่พิสดารของกัมพูชานี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก เป็นปัจจัยที่น่าจะส่งผลต่อพฤติกรรมของกัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งหากเป็นจริงแล้ว แนวโน้มความขัดแย้งของทั้งสองประเทศก็จะยืดเยื้อ ต่อเนื่อง และยาวนานไปอีกหลายปี แต่ทางออกที่ดีกว่า “สงครามตลอดกาล” ก็ยังมี และข้อเสนอนั้นก็ได้วางอยู่บนโต๊ะเจรจาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ที่พิสดารกว่าก็คือ ยังไม่มีใครสมัครใจที่จะเดินเข้ามานั่งพูดคุยกันอย่างจริงจัง ประชาชนของทั้งสองประเทศจึงต้องจ่ายค่าความเสียหายต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
* รับชมคลิปพูดคุยในเรื่องนี้ได้ข้างล่างนี้ครับ
ที่มา : https://www.facebook.com/100000122931524/posts/29404151199172255/?rdid=ascUtKNNTvueBbmT#










