ศึกอิหร่าน–สหรัฐฯ วันนี้ ไม่ใช่สงครามที่ฝ่ายหนึ่งแพ้ขาด

“ศึกอิหร่าน–สหรัฐฯ วันนี้ ไม่ใช่สงครามที่ฝ่ายหนึ่งแพ้ขาด และอีกฝ่ายชนะเด็ดขาด แต่อยู่ในภาวะที่ต่างฝ่ายต่างพยายามบีบให้อีกฝ่ายถอย

อิหร่านแม้ยังยืนหยัดได้ มีแรงหนุนจากจีน รัสเซีย และกรอบ SCO แต่แรงกดดันจากการคว่ำบาตร การโจมตีทางทหาร ค่าเงินที่อ่อนลง และความเสี่ยงต่อเส้นทางพลังงาน ทำให้อิหร่านต้องส่งสัญญาณเจรจาเพื่อซื้อเวลาและลดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ

ขณะที่สหรัฐฯ เอง แม้มีอำนาจทางทหารเหนือกว่า แต่ก็ยังไม่อาจประกาศชัยชนะได้ เพราะอิหร่านฟื้นตัวทางทหารเร็วกว่าเดิม มีศักยภาพโจมตีกลับ และได้รับแรงหนุนจากหลายประเทศ การโจมตีระลอกใหม่จึงไม่ใช่แค่การลงโทษ แต่คือความพยายามตัดขีดความสามารถของอิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะกลับมาตั้งหลักได้เต็มที่

ดังนั้น เกมนี้จึงเป็นสงครามสองชั้น คือ ยิงกันในสนามรบ และคว่ำบาตรกันในสนามเศรษฐกิจ สหรัฐฯ ต้องการบีบให้อิหร่านอ่อนแรงก่อนเจรจา ส่วนอิหร่านต้องการยืนให้นานพอจนต้นทุนของสหรัฐฯ สูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ความไม่พอใจของประชาชน และความเสี่ยงต่อพันธมิตรในตะวันออกกลาง

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าใครชนะแล้ว แต่คือใครจะทนต้นทุนได้นานกว่ากัน เพราะในสงครามยุคใหม่ ชัยชนะไม่ได้วัดแค่จำนวนฐานทัพที่ถูกทำลาย แต่วัดจากความสามารถในการยืนระยะทางเศรษฐกิจ การเมือง พลังงาน และพันธมิตรระหว่างประเทศ


ดร ปณิธาน วัฒนายากร คณะรัฐศาสตร์จุ ฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.
ที่มา : https://www.facebook.com/100000122931524/posts/29372871532300222/?rdid=ZeX222zma1CTH3Oc#