สงขลาเดือด!! ฝ่ายบริหารชนฝ่ายตรวจสอบ เกมชิงความชอบธรรม ‘สุพิศ–เถ้าแก่หลี’ เปิดศึกยาวการเมืองท้องถิ่นสงขลา วัดกันที่ผลงานกับหลักฐานตรวจสอบ ศึกนี้ประชาชนคือกรรมการ
”สุพิศ-เถ้าแก่หลี“เดินไปให้สุดซอย ใครแพ้ใครชนะ วัดกันด้วยความมุ่งมั่น-ตั้งใจ และข้อมูลในการแจกแจง
ในสถานการณ์การห่ำหั่นกันระหว่าง “เถ้าแก่หลี-เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์” นักธุรกิจใหญ่ของสงขลา ผู้ออกมาทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบภาคประชาชน ร่วมกับคณะอย่างทนายอาร์ม สุวรรณรักษา และเกรียงไกร คมขำ กับ “สุพิศ พิทักษ์ธรรม”นายกฯอบจ.สงขลา ในฐานะฝ่ายบริหาร อบจ.สงขลา กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ยังไม่รู้จุดจบ ฝ่ายบริหารก็แจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายตรวจสอบฐานบุกรุก อีกฝ่ายยืนยันไม่หวั่นไหวกับข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ เพราะสถานที่ไม่ใช่ของ อบจ. /อบจ.เองก็ไปใช้ที่คนอื่น
จากข้อความการให้สัมภาษณ์ของทั้งสองฝ่ายหากถอด “สมการการเมือง” จะเห็นว่าผู้เล่น 2 ฝ่ายที่กำลังส่งสารถึงประชาชนมากกว่าจะสื่อสารถึงกันเอง เพื่อเรียกแฟนคลับ
-ฝ่าย สุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา ใช้ข้อความว่า หากเข้ามาแล้วทำแบบเดิมทุกอย่างก็เงียบ แต่การตัดสินใจต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง แม้จะถูกวิจารณ์หรือถูกแรงเสียดทาน
-ฝ่าย เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ (เถ้าแก่หลี) ในฐานะภาคประชาชน ตอบโต้ด้วยการยืนยันว่าเข้าตรวจสอบเพื่อปกป้องภาษีประชาชน ไม่ได้รับเงินบริจาค และจะทำหน้าที่ตรวจสอบต่อไป
นี่ไม่ใช่การโต้เถียงเรื่องโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เป็นการแย่ง “ความชอบธรรม” (Political Legitimacy) ว่าใครกำลังทำเพื่อประชาชนมากกว่ากัน
วิเคราะห์ไปในอนาคต
หากดูจากแนวโน้มการเมืองท้องถิ่น มีได้หลายฉากทัศน์
ฉากทัศน์ที่ 1 มีโอกาสมากที่สุด ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าปะทะกันต่อไปจนกว่าสุพิศจะพ้นจากตำแหน่ง หรือหมดวาระ
-ฝ่ายสุพิศเร่งผลงานและใช้ผลงานเป็นคำตอบ แต่ผลงานก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้โดยมืออาชีพ
-ฝ่ายเถ้าแก่หลีเร่งตรวจสอบ ร้องเรียน และใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ข้อดีคือ พูดอะไร ทำอะไรก็เป็นข่าว
ผลคือทุกโครงการใหญ่ของ อบจ. จะถูกจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะประเด็นส่อว่าจะไม่ชอบมาพากล
ฉากทัศน์ที่ 2 หากผลตรวจสอบไม่พบความผิดสำคัญ สุพิศอาจได้คะแนนเพิ่ม เพราะสามารถสื่อสารว่า “ถูกตรวจสอบทุกเรื่อง แต่ยังเดินหน้าทำงานได้” ไม่มีคดีที่ฝ่ายตรวจสอบชี้มูลแม้แต่คดีเดียว
ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่นักการเมืองหลายคนต้องการสร้าง สร้างด้วยการสื่อสารทางการเมืองให้ชัด
ฉากทัศน์ที่ 3 หากมีคดีหรือหลักฐานที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริหารจริงสถานการณ์จะพลิกทันที เพราะฝ่ายตรวจสอบจะมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น และประเด็นอาจขยายจากระดับท้องถิ่นไปสู่หน่วยงานอย่าง ป.ป.ช. /สตง.หรือหน่วยงานอื่นตามอำนาจหน้าที่
จุดที่น่าจับตา ไม่ใช่เพียงการตอบโต้ผ่านสื่อ แต่คือ
1. ฝ่ายบริหารจะสามารถส่งมอบผลงานที่ประชาชนสัมผัสได้หรือไม่
2. ฝ่ายตรวจสอบจะนำเสนอข้อมูลและหลักฐานที่ตรวจสอบได้เพียงใด
3. ความเห็นของประชาชนจะเอนเอียงไปทาง “ผลงาน” หรือ “ความโปร่งใส”
หากทั้งสองฝ่ายยังรักษาฐานสนับสนุนของตนไว้ได้ การเมืองท้องถิ่นสงขลามีแนวโน้มจะเป็นการแข่งขันระยะยาว โดยประเด็นหลักจะไม่ใช่เรื่องบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่าง “การบริหาร” กับ “การตรวจสอบ” ซึ่งจะส่งผลต่อบรรยากาศการเมืองและการเลือกตั้งท้องถิ่นในอนาคตด้วย
มีคำถามว่า การฟาดฟันกันใครได้ประโยชน์ ตอบได้ว่าสังคมส่วนรวมได้ แต่ถามว่า เถ้าแก่หลี ต้องการอะไร ทำเพื่ออะไร คำตอบน่าจะบอกว่าไม่ได้หวังอะไร ไม่ลงสมัครอะไรเลย แต่ต้องการความถูกต้องเป็นธรรม
เฉลิมชัยบอกว่าไม่ได้กลัวคุก แต่จะทำให้คนอื่นพิมพ์ลายนิ้วมื้อบ้าง“
เถ้าแก่หลีคงไม่หลังผลเพื่อตัวเอง เถ้าแก่หลีลงสมัครไม่ได้อยู่แล้ว ไม่จบปริญญาตรี ขาดคุณสมบัติ เพียงแต่จะสนับสนุน หรือเทคะแนนให้ใครต้องติดตามต่อไป










