16 มิถุนายน 2513 ในหลวง ร.9 เสด็จฯ บ้านปอน อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ทรงห่วงใยทหาร–ตำรวจชายแดน พระราชกรณียกิจกลางพื้นที่สู้รบ เพื่อขวัญกำลังใจผู้พิทักษ์แผ่นดิน
วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2513 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่เสี่ยงภัย โดยในวันดังกล่าว พระองค์เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ไปยังบ้านปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เพื่อทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจในเขตต่อสู้ผู้ก่อการร้าย
ช่วงเวลานั้น จังหวัดน่าน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ภูเขาในอำเภอทุ่งช้าง เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ความมั่นคงตึงเครียด เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยงานพลเรือนต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความยากลำบาก ทั้งจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา เส้นทางคมนาคมที่ทุรกันดาร และภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายในพื้นที่
การเสด็จฯ ไปยังบ้านปอนในครั้งนั้น จึงมิใช่เพียงการเสด็จเยี่ยมพื้นที่ห่างไกล หากเป็นการพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า ซึ่งต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ ในขณะเดียวกัน ยังสะท้อนถึงพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด
ราชกิจจานุเบกษาบันทึกไว้ว่า พระองค์เสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งจากอำเภอเชียงคำไปยังบ้านปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน และเสด็จฯ ถึงเมื่อเวลา 15.10 น. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้นเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรความเสียหายของรถแทรกเตอร์ 2 คัน ซึ่งถูกผู้ก่อการร้ายเข้าโจมตีในเส้นทางห่างจากบ้านปอนประมาณ 8 กิโลเมตร และ 11 กิโลเมตร
เหตุการณ์รถแทรกเตอร์ถูกโจมตีสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ชายแดนมิใช่เรื่องง่าย เพราะเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานท่ามกลางภัยอันตรายจากสถานการณ์ความไม่สงบ การสร้างถนนในพื้นที่เช่นนี้จึงไม่ใช่เพียงงานก่อสร้าง แต่เป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง การพัฒนา และการเชื่อมโยงประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้ากับส่วนอื่นของประเทศ
ในการเสด็จฯ ครั้งนั้น พระองค์ทรงรับฟังรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยมีรายงานว่า ทางการทหารและตำรวจตระเวนชายแดนได้ร่วมมือกันนำรถแทรกเตอร์กลับคืนมาได้ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2513 หลังจากนั้น พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของแก่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงที่ปฏิบัติการในเขตนั้นทุกคน
พระราชกรณียกิจดังกล่าวมีความหมายอย่างยิ่งต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เพราะการเสด็จฯ ไปถึงแนวหน้าด้วยพระองค์เอง แสดงให้เห็นว่า พระองค์มิได้ทรงมองปัญหาความมั่นคงและความเดือดร้อนของประชาชนจากระยะไกล แต่ทรงเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสภาพจริง รับฟังข้อมูลจริง และพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่จริงในพื้นที่
สำหรับทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่พลเรือนในขณะนั้น การได้เฝ้าฯ รับเสด็จในพื้นที่เสี่ยงภัยย่อมเป็นขวัญกำลังใจอย่างใหญ่หลวง เพราะเป็นการยืนยันว่าภารกิจของพวกเขาไม่ได้ถูกมองข้าม และความเสียสละของผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อแผ่นดินได้รับการรับรู้และทรงห่วงใยจากพระมหากษัตริย์
นอกจากนี้ การเสด็จฯ บ้านปอนยังสะท้อนแนวพระราชดำริสำคัญของในหลวง ร.9 ที่ทรงมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความมั่นคงกับการพัฒนา พื้นที่ใดที่ประชาชนยังขาดถนน ขาดสาธารณูปโภค ขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ พื้นที่นั้นย่อมเปราะบางต่อปัญหาความไม่สงบ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมและการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน
หลังจากเสด็จฯ บ้านปอนแล้ว ในวันเดียวกัน พระองค์ยังเสด็จฯ ต่อไปยังบ้านน้ำยาว อำเภอบัว จังหวัดน่าน เพื่อทรงตรวจเยี่ยมบริเวณฐานปฏิบัติการ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับทหารและข้าราชการกรมทางหลวง ทรงฟังรายงานสถานการณ์ทั่วไป และพระราชทานสิ่งของแก่ทหารและเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงทุกคน
ภาพการเสด็จฯ ไปยังพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่เสี่ยงภัยเช่นบ้านปอนและบ้านน้ำยาว จึงเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนพระราชจริยวัตรของในหลวง ร.9 ที่ทรงใกล้ชิดกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นราษฎรในหมู่บ้านห่างไกล ทหารในฐานปฏิบัติการ ตำรวจตระเวนชายแดน หรือเจ้าหน้าที่ผู้สร้างถนนในพื้นที่อันตราย
เหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2513 จึงควรถูกจดจำในฐานะพระราชกรณียกิจสำคัญด้านขวัญกำลังใจและความมั่นคงของชาติ วันที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ ไปยังบ้านปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เพื่อทอดพระเนตรสภาพพื้นที่จริง ทรงรับฟังรายงานเหตุการณ์ และพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตต่อสู้ผู้ก่อการร้าย
พระราชกรณียกิจครั้งนั้นยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความมั่นคงของประเทศไม่ได้เกิดจากกำลังอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการพัฒนา ความเข้าใจประชาชน การดูแลเจ้าหน้าที่แนวหน้า และการเชื่อมโยงพื้นที่ห่างไกลให้เข้าถึงโอกาสของรัฐ
16 มิถุนายน พ.ศ. 2513 จึงเป็นวันสำคัญที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ต่อทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่พลเรือน และประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดน่าน เป็นวันที่พระองค์เสด็จฯ ไปพระราชทานขวัญกำลังใจถึงพื้นที่จริง และเป็นหนึ่งในหลักฐานแห่งพระราชปณิธานที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของแผ่นดินไทย
ที่มา : https://sakaeo.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/441615?










