'มือเศรษฐกิจจุลภาค' เตือน!! ไทยสู้เงินเฟ้อด้วยวิธีเดิมไม่รอด ของแพงไม่ใช่เรื่องชั่วคราว แนะ!! ยกเครื่องเกษตร-อุตสาหกรรม-บริการ ปฏิรูปผลิตภาพด่วน ก่อนค่าครองชีพบีบคนทั้งประเทศ

ประเทศไทยต้องจัดการเงินเฟ้อด้วยผลิตภาพ

หลายคนที่อยู่ในไทยจะรู้สึกว่าของแพงขึ้นมาก ยิ่งเกิดวิกฤตตะวันออกกลาง สินค้าและบริการเราจะแพงขึ้นไปอีก ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองมักมอบปัญหาการจัดการของแพงให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยการจัดการนโยบายการเงิน และปริมาณเงิน ซึ่งธปท ไม่สามารถจัดการได้ฝ่ายเดียว รัฐบาลต้องปรับนโยบายเศรษฐกิจใหม่จาก Demand driven เป็น Supply side 

กล่าวคือ รัฐบาลหลายยุคกระตุ้นการบริโภคและเติมเงินในกระเป๋า แต่ไม่ยั่งยืนและสร้างเงินเฟ้ออ่อนๆ แม้จะมีการอุดหนุนค่าครองชีพหลายจุดแต่ก็ส่งผลเสียจนของในไทยแพงขึ้นและนักท่องเที่ยวเริ่มบ่นจนไม่อยากมากแล้ว โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น

ทางออกที่รัฐต้องเร่งแก้คือ การจัดการผลิตภาพ(Productivity) ทั้งภาคการผลิต และบริการโดยเฉพาะภาคเกษตร

จีนเป็นตัวอย่างที่สำคัญ หลายปีมานี้รายได้คนจีนสูงขึ้น พนักงานจบใหม่มีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 6,000-8,000 RMB บางเมืองสูงกว่านี้ เทียบกับไทยที่เริ่มที่ 15,000-20,000มานานมาก ที่จีนเงินเดือนแพงขึ้นแต่ของถูกลง หรือไม่เพิ่มราคา ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมาก ส่งผลต่อเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างเข้มแข็ง แถมยังมีการจัดการ Demand ที่เก็งกำไรเช่นภาคอสังหา

ยกตัวอย่าง ค่า taxi ที่จีนถูกกว่าไทยมาก เพราะรถยนต์ถูกกว่า ค่าพลังงานถูกกว่า(EV) และมีการแข่งขันเยอะมาก อยู่ในเมืองรอรถไม่เกิน 3 นาที แปลว่ามีรถเยอะมาก

ภาคเกษตร จีนเพิ่มผลิตภาพ ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ใช้คนน้อย ผลิตได้มาก และเน้น organic มากขึ้น การเลี้ยงไก่ที่เคยเอาความรู้จากไทยถูกต่อยอดด้วยคอนโดหมู ที่แก้ปัญหาโรคติดต่อและใช้คนน้อย 

ภาคอุตสาหกรรม Focus เรื่อง Productivity &Efficiency มาก ทำให้สินค้าราคาถูกจีน ขายไปทั่วโลก ภาคการผลิตยังให้ความสำคัญทั้ง Infrastructure& Ecosystem ทำให้เกิดการผลิตที่ประหยัด Economic of scale และการเอื้อในการใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน Economic of scope ทำให้สินค้าจีนไม่ต้องขึ้นราคาแต่กำไรมากขึ้น 

ไทยเราจำเป็นต้องปรับโครงสร้างดังกล่าว ทั้งกระทรวงเศรษฐกิจ และ BOI เพื่อช่วยประชาชนให้คลายความทุกข์จากของแพง

ต๊ะ พลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์

อดีตเลขานุการ รมว พาณิชย์

อดีตที่ปรึกษา รมช พาณิชย์

อดีตคณะทำงาน รมว พลังงาน