‘ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์’ กังขา ประชาธิปัตย์ ลืมจุดยืน ร่วมส้ม-แดง ขัดใจคนใต้ - คนกรุง
[สงขลา] 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. -นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8), นายณภัทร ชุ่มจิตตรี (คิง ก่อนบ่าย) ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11, นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และนายณภัทร นวเครือสุนทร รองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อแนะนำพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และนำเสนอนโยบาย
โดยทีมพรรครักชาติ เริ่มต้นหาเสียงช่วงบ่ายด้วยการ เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสงขลา โดยมีลักษณะเป็นศาลเจ้าแบบเก๋งจีน สร้างสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ภายในศาลเป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้ประจำเมือง
ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ และคิง ก่อนบ่าย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้เป็นตัวแทนทีมพรรครักชาติ เชิดสิงโตแบบจีน ต่อหน้าศาลฯ ซึ่งสื่อความหมายถึงความมั่งคั่ง สมปรารถนา ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง หลังจากนั้นทีมพรรครักชาติได้เดินพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ระหว่างทีมพรรครักชาติ แวะพักบริเวณร้านอาหารที่เกาะยอ ได้พบกับทีมหาเสียงพรรคโอกาสใหม่ ซึ่งมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคนำทีม จึงได้เข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเอง
ขณะที่ FC อาจารย์ต่างตื่นเต้น เข้ามาขอถ่ายรูป และประชาชนบางส่วน สะท้อนมุมมองทางการเมือง ถึงพรรคการเมืองเดิม ๆ โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่ อย่างประชาธิปัตย์ ว่า เริ่มทำให้พี่น้องชาวใต้สับสนกับแนวคิด และจุดยื่นของพรรค
ซึ่ง รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์อย่างดุเดือด ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวใต้ เสียงสะท้อนส่วนใหญ่ต้องการพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในการธำรงรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อชาวบ้านพูดถึงพรรคเดิมที่เคยเลือกอย่าง ‘ประชาธิปัตย์’ กลับเต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจในทิศทางของพรรค โดยเฉพาะสโลแกน ‘ฟ้าจะกลับใต้’ ซึ่งขัดแย้งกับความรู้สึกของคนในพื้นที่ที่ประกาศชัดว่า ไม่เอาพรรคที่จะทำร้ายสถาบันหลัก หรือสร้างปัญหาชายแดน แต่ประชาธิปัตย์กลับแสดงท่าทีว่าสามารถพูดคุยกับพรรคประชาชนได้ แม้จะมีประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 หรือแม้แต่การระบุว่าสามารถร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยได้หากไม่มีนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะนายทักษิณยังคงมีอิทธิพลอยู่
รศ.ดร.เจษฎ์ ยังได้ตั้งคำถามถึงวาทกรรม “สมบัติพ่อเฒ่า” ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีความหมายที่แท้จริงอย่างไร โดยเชื่อมโยงไปถึง พันตรีควง อภัยวงศ์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าพรรคคนแรกของ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 และเคยร่วมมือกับนายปรีดี พนมยงค์ ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2489 จึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่ประชาธิปัตย์ประกาศจะกลับไปหาสมบัติพ่อเฒ่า หมายถึงการจะจับมือกับกลุ่มคนที่ต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เพื่อย้อนกลับไปสู่ยุคคณะราษฎร 2475 ใช่หรือไม่ จึงขอให้ชี้แจงให้ชัดเจนเพราะคนใต้ฝากคำถามมา
ด้าน นายชัยวุฒิ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวเสริมพร้อมพร้อมเตือนสติพรรคประชาธิปัตย์ว่า “สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ก็พูดอีกนะครับว่า จับมือกับ 'พรรคส้ม' ได้ คุณไม่รู้เหรอครับว่าพรรคส้มเขาคิดยังไงกับบ้านเมือง เขามีอุดมการณ์มีแนวคิดยังไง เขาอยากเปลี่ยนประเทศเป็นแบบไหนคุณก็รู้ และสิ่งเหล่านี้มันขัดความรู้สึกของคนใต้ พี่น้องประชาชนคนที่เขารักสถาบัน เขารักบ้านเมือง เขาอยากให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่แตกแยกกัน เขาก็ไม่เข้าใจพรรคประชาธิปัตย์ว่าทำไมคิดอย่างนี้ นี่เป็นปัญหาใหญ่นะครับสำหรับคนใต้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ฝากพรรคประชาธิปัตย์ไปทบทวน หรือพูดให้ชัดเจนดูครับว่าจะเอายังไง ไม่ใช่พรรคแบบประโยชน์นิยมนะครับ อยากเป็นรัฐบาลหรือจะร่วมกับใครก็ได้ ลืมรากเหง้า ลืมอุดมการณ์ดั้งเดิมของตัวเอง และแบบนี้จะมาทวงคืน 'สมบัติพ่อเฒ่า' ได้ยังไงครับหรือคืนแนวคิดอุดมการณ์ของคุณควง อภัยวงศ์ คณะราษฎรที่ก่อตั้งพรรค หรือสมบัติพ่อเฒ่าคือแนวคิดอุดมการณ์ของคนใต้ คนที่รักพรรคประชาธิปัตย์”
“ไปคิดให้ดีนะครับ พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครที่เคยเลือก เคยรักพรรคประชาธิปัตย์ เขาก็สับสนนะครับ เพราะวันนี้คุณอภิสิทธิ์ พูดว่าจะร่วมกับเพื่อไทยได้ ร่วมกับพรรคส้มได้ ลืมไปแล้วเหรอครับที่เคยสู้กันมา ในเหตุการณ์ปี 53 สู้กับคนเสื้อแดง มีการสลายการชุมนุม จนมีทหารต้องเสียชีวิต พลเอกร่มเกล้า จำได้ไหมครับ ท่านก็โดนเสื้อแดงไล่ทำร้าย สู้กันอย่างรุนแรง วันนี้บอกไม่เป็นไรละ จับมือกับเพื่อไทยได้ จับมือกับพรรคส้มได้”
“ท่านลืมเหรอครับว่าพรรคเหล่านี้มันก็คือพรรคที่มีคุณทักษิณ ชินวัตร อยู่ในทุกอณูของพรรค เป็นผู้ได้ยังไงครับว่าพรรคเพื่อไทยจับมือได้ถ้าไม่มีคุณทักษิณมาเกี่ยวข้อง มันมีทักษิณอยู่ทุกจุดละครับ ไม่มีตรงไหนเอาปากกามาวงสิครับ อย่าหลอกประชาชนครับ พูดตรง ๆ เลยครับ" นายชัยวุฒิ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกฯ กล่าวทิ้งท้าย










