ความสมดุลที่เปราะบางในความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน
หากมองเกมสหรัฐฯกับการเปิดสงครามกับอิหร่านครั้งนี้นั้น สหรัฐฯได้แสดงแสนยานุภาพทางทหารในภูมิภาคอย่างยิ่งใหญ่เพื่อ ข่มขู่และยับยั้ง มากกว่าจะเปิดสงครามเต็มรูปแบบ เพราะอิหร่านประกาศชัดว่า พร้อมตอบโต้ทันที หากถูกโจมตี แต่ทั้งคู่ก็ยังเปิดช่องทางการทูตเพื่อป้องกันความเสี่ยงสูงสุดไม่ใช่ “เจตนาทำสงคราม” แต่คือ การคำนวณผิดพลาด (Miscalculation) ที่ดูจะเปราะบางของความสมดุลครั้งนี้
สหรัฐฯ ใช้กำลังทหารและกองกำลังแสนยานุภาพเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองเป้าหมายหลักคือ “บังคับให้เจรจา” มากกว่าการล้มรัฐบาลอิหร่าน และนักวิเคราะห์มองว่าการโจมตี (หากเกิด) จะเป็นแบบ จำกัดเป้าหมาย ไม่ใช่สงครามยืดเยื้อแน่
อิหร่าน กับยุทธวิธีป้องกันเชิงรุก อิหร่านรับรู้ว่าตนต้องทำอย่างไรในการรับมือต้านทานมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างสหรัฐฯที่ใครๆก็หวั่นกลัว ดังนั้นด้วยการเปรียบเทียบเชิงอำนาจทหารและพื้นที่ทางภูมิรัฐศาสตร์จะนำมาใช้เป็นยุทธวิธีในครั้งนี้ ซึ่งอิหร่านอาจจะใช้การตอบโต้แบบอสมมาตร และการที่อิหร่านประกาศ “พร้อมรบ” มีเป้าหมายเพื่อ เพิ่มต้นทุนการวัดใจสหรัฐฯว่าจะกล้าหรือไม่แต่อิหร่านพร้อมจะแลก ด้วยต้นทุนศรัทธา และอุดมการณ์แห่งการต่อสู้
จุดอันตรายที่สุด คือความเข้าใจผิด คิดว่าฝ่ายตนมีกองกำลังจำนวนมาก + การเผชิญหน้าและกดดันอีกฝ่าย ซึ่งอาจจะเป็นเหตุจากจุดเปราะบางนี้ และมองว่าเล็กน้อยอาจถูกตีความว่าเป็นการโจมตีจริงก็ได้ แล้วนั่นแหละอาจจะนำไปสู่การตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
ถ้ามองผ่านทฤษฎีความขัดแย้ง (Conflict Studies) เป็นตัวอย่างคลาสสิกของ “Stable instability” “เสถียรภาพในระดับบน แต่ไม่มั่นคงในระดับปฏิบัติการ” ดังนั้นสงครามอาจจะยังไม่เกิด เพราะต้นทุนสูงเกินไป แต่ความรุนแรงและความเสียหายในระดับภูมิภาคมีมากเกินจะคาดการณ์ แต่ก็เปราะบางของการปะทุสงครามที่ว่าสามารถเกิดได้ตลอดเวลา
สรุปสั้น ๆ ได้ว่า ทั้งสองฝ่าย ไม่อยากเปิดสงคราม แต่ก็ไม่ถอย จึงยืนอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่าง “การยับยั้ง” กับ “หายนะ” อยู่ที่ว่าจะเลือกทางใด ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
ผู้เขียน : ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน [Ph.D.(Islam Law) M.I.U. Iran] คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม










