วินาทีจากนี้ไป อยากรู้ว่าคนไทยคนไหนที่ไม่รักสถาบัน ก็ให้ดูคนที่ยังคงเลือก “พรรคส้มสามกีบ” จะไม่มีทางผิดฝาผิดตัว
ว่ากันตามจริง กลุ่มคนไทยที่ออกไปกาเลือก “พรรคส้มสามกีบ” ครั้งแรก สมัยปี 2562 หากไม่ได้ลงลึกเกี่ยวกับสังคมการเมืองไทย ก็จะอ่าน “เหลี่ยมคนเหลี่ยมพรรค” ไม่ออก ว่าที่สุดก็คือ “พรรคไม่เอาเจ้า” ก็เลยได้กลุ่มคนไทยที่ “คิดตื้น ๆ กับชีวิต” ที่เพียงเบื่อทหาร ไปสนับสนุน “ส้มล้มสถาบัน” แทนจำนวนมาก จนกลายเป็น “พรรคคนรุ่นใหม่” ที่มาแรงที่สุด ความคิดดำมืดที่จะล้มล้างการปกครองก็ค่อย ๆ โผล่ออกมาชัดมากขึ้นนับจากนั้น
เมื่อหางส้มล้มล้างเจ้ายาวออกมาให้สังคมเห็น คนที่รักสถาบันจริง ๆ ก็ทยอยถอยออกห่าง แต่ก็ได้จำนวน “คนไทยที่คิดน้อย” ซึ่งมีมากกว่า กลับเข้าไปสนับสนุนมากขึ้นถึง 14 ล้านเสียงกว่า ๆ ในการเลือกตั้งครั้งที่สอง ปี 2566 จากพรรคขนาดกลาง กลายเป็น “พรรคขนาดใหญ่” มีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล
แต่เพราะ “อุดมการณ์แบบตี๋ ๆ” ที่แอบซ่อนอารมณ์ “อิจฉาเจ้า” และการไม่มั่นใจในความสามารถของคนในพรรค ผสมการไม่ไว้ใจ “คนหลงตัวเอง” ที่เคยพ่นวลีโง่ ๆ “มีทหารไว้ทำไม?” จะควบคุมยาก จึงยืนกระต่ายขาเดียวว่ายังไงก็จะแตะ 112 เพื่อเดินไปให้สุดซอยที่ชื่อว่า “ล้มสถาบัน” ให้ได้
ปล่อยทิ้งการเป็นรัฐบาลลงทันที
เมื่อภาพตี๋ชัดขึ้น ภาพของ “ส้มล้มสถาบัน” ก็กระจ่างชัดตามมา คนใน 14 ล้านกว่า ๆ ที่หลงเข้าไปเพราะเบื่อของเดิม เอือมของเก่า แต่หัวใจยังรักสถาบัน ก็พร้อมใจกัน “ตื่นจากความโง่” พากันออกมาขอโทษสังคมที่ตนเองเคยหลงผิด มองส้มไม่ออก อ่านส้มไม่เป็น ขอกลับตัวกลับใจใหม่ หันหลังให้ “ส้มเน่า” ตลอดไป คงเหลือแต่คนไทยที่ซ่อน “ธาตุแท้ไม่เอาสถาบัน” เท่านั้น ที่ยังคงเดินหน้าสนับสนุนส้มเทา และเทิดทูนส้มด้วยเหตุผลเดียวกัน แม้จะไม่พูดออกมาตรง ๆ ก็ตาม
ถึงวันเวลานี้ ประโยชน์ของ “พรรคส้มสามกีบ” มีอย่างเดียวก็คือ ช่วยสะท้อนให้เห็นจำนวนคนไทยที่ไม่เอาสถาบันกษัตริย์มีอยู่ในประเทศไทยจริง ๆ กี่คน?
เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราจะได้เห็นกันก็คราวนี้ครับ
โดย แจ็ค รัสเซล










