รู้ทัน...Scammers เปิด 10 คาถาป้องกัน Scammers ก่อนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ เผลอลงแอปฯ ปลอมต้องตัดสัญญาณทันที วิธีเอาตัวรอดเบื้องต้นอย่าปล่อยเงินสูญหมดบัญชี
รู้ทัน...Scammers EP#4 ภูมิคุ้มกันการหลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์
“วาระแห่งชาติ” ว่าด้วยการปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ต้องไม่มุ่งเน้นเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบรรดามิจฉาชีพที่หลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์เท่านั้น เพราะจะจัดการได้แต่เพียงปลายน้ำของกระบวนการ Scammers จากสถิติคดีหลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์ที่นับจากปี พ.ศ. 2565 ซึ่งเกิดขึ้นมากมายมหาศาลเป็นล้าน ๆ คดี ทำให้มีมูลค่าความเสียหายรวมแล้วร่วม 100,000 ล้านบาท
หากเปรียบ Scammers เป็นโรคภัยที่ร้ายแรง การบังคับใช้กฎหมายก็เปรียบได้กับวิธีการรักษาโรคโดยใช้ยา แต่สารพัดมาตรการต่าง ๆ ที่นำมาปราบปรามก็เหมือนกับยา ซึ่งยิ่งแรงมากเท่าไรโรคก็ยิ่งดื้อยามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการกำจัดวงจรของกระบวนการ Scammers จึงจำเป็นต้องกำจัดทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ คือ การป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจ ถึงกลโกง สารพัดเลห์เพทุบายของบรรดามิจฉาชีพเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ด้วยการให้วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันการหลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์
กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ให้แนวทาง 10 ข้อในการป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบรรดามิจฉาชีพที่หลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์ ไว้ดังนี้:
1. ไม่กดลิงก์ใด ๆ ที่เเนบมากับ SMS หรือกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเฉพาะไฟล์ .APK เพราะอาจเป็นการดักรับข้อมูล หรือการฝังมัลแวร์
2. ไม่ติดตั้งโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่ผู้อื่นส่งมาให้โดยเด็ดขาด แม้จะเป็นโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่รู้จักก็ตาม เพราะอาจเป็นแอปพลิเคชันปลอม โดยทำการติดตั้งจากแหล่งที่เชื่อถือ และเป็นทางการ เช่น App Store หรือ Play Store
3. โดยปกติ หน่วยงานภาครัฐไม่มีนโยบายที่จะติดต่อประชาชนทางโทรศัพท์หรือ การส่งข้อความสั้น (SMS) หากมีการติดต่อให้ขอรายละเอียดเพื่อติดต่อกลับด้วยตนเอง และตรวจสอบ
4. ระมัดระวังแอปพลิเคชันที่ขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เช่น ขอเข้าถึงอัลบั้มรูปภาพ, ไมโครโฟน, ตำแหน่งที่ตั้ง, หมายเลขโทรศัพท์, รายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น โดยควรอนุญาตให้เข้าถึงเท่าที่จำเป็น
5. หากท่านติดตั้งแอปพลิเคชันในลักษณะดังกล่าวแล้ว ให้รีบเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) หรือปิดเครื่องเพื่อตัดสัญญาณไม่ให้สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ หรือทำการถอดซิมออก จากนั้นเข้าไปติดต่อกับศูนย์บริการโทรศัพท์ของท่าน
6. ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงินใด ๆ ลงในลิงก์ หรือแอปพลิเคชันที่เข้ามาในลักษณะดังกล่าวโดยเด็ดขาด
7. หมั่นติดตามข่าวสารจากทางราชการ หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่ส่งต่อกันมาผ่านสื่อสังคมออนไลน์
8. โดยปกติประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ วิธีการใช้งาน และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com โดยให้เพิ่มการสังเกตชื่อเว็บไซต์ เพื่อป้องกันการเข้าสู่เว็บไซต์ปลอมของมิจฉาชีพ
9. ไม่ตั้งรหัสการทำธุรกรรมการเงิน หรือรหัส PIN 6 หลัก เหมือนกันทุกธนาคาร
10. แจ้งเตือน ไปยังบุคคลใกล้ตัว หรือบุคคลอื่น เพื่อลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
การหลอกลวงและฉ้อโกงออนไลน์)ในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมิจฉาชีพมักจะเจาะกลุ่มผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้คำพูดมั่นใจ ใช้ถ้อยคำทางการ ดูน่าเชื่อถือ หลอกควบคุมให้โอนเงินผ่านโทรศัพท์ โดยกลโกงที่พบได้บ่อย ๆ สุดท้ายแล้วเหยื่อก็ต้องสูญเงินทั้งหมด ด้วย 5 กลโกงที่มิจฉาชีพมักนำมาใช้กับผู้สูงอายุ อันได้แก่
1. หลอกให้ดีใจ ว่าได้รับเงินสวัสดิการ มิจฉาชีพจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูล
2. หลอกให้ลงทุน ชักชวนให้ลงทุนที่ได้ผลกำไรสูง หรือหลอกว่าช่วยลงทุน
3. หลอกให้กลัว อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หลอกว่า มีความผิด ให้ทำการโอนเงินเพื่อตรวจสอบ
4. หลอกซื้อของออนไลน์ โอนเงินแล้วไม่ส่งของให้ หรือส่งของไม่ตรงปก
5. หลอกให้รัก ตีสนิท หลอกให้ไว้ใจ และหลอกให้โอนเงิน
ซี่งกลโกงเหล่านี้ ลูกหลานต้องหมั่นเฝ้าระวัง ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ญาติผู้ใหญ่คนใกล้ชิดต้องตกเป็นเหยื่อ และปลอดภัยจากมิจฉาชีพ (ยังมีตอนต่อไป)
หากโดนหลอกออนไลน์ สามารถโทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชีได้ที่สายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง










