‘ทรัมป์–สี จิ้นผิง’ พบกันในรอบ 6 ปี จับตารีเซ็ตสัมพันธ์สองมหาอำนาจโลก ถกหนักสงครามการค้า–เทคโนโลยี–ไต้หวัน โลกรอดูจะจับมือจริงหรือแค่ภาพสวย

(30 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่ฐานทัพอากาศคิมแฮ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางความคาดหวังจากทั่วโลกว่า การพูดคุยครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์สองมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ตึงเครียดมานานจากสงครามการค้าและข้อพิพาททางเทคโนโลยี

ผู้นำทั้งสองเริ่มต้นด้วยท่าทีเป็นมิตร ทรัมป์กล่าวชื่นชมสีจิ้นผิงว่าเป็น “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประเทศที่ยิ่งใหญ่” พร้อมระบุว่าต้องการให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปในทางที่ดี ขณะที่สีตอบว่า “เป็นเกียรติที่ได้พบกันอีกครั้ง” และยอมรับว่าแม้สองประเทศจะมีความเห็นต่าง แต่ก็สามารถ “รุ่งเรืองไปด้วยกันได้” หากร่วมกันกำหนดทิศทางที่ถูกต้อง

การเจรจาครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นหลากหลาย ทั้งภาษี การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน มาตรการคุมเข้มสินค้าส่งออกอย่างแร่แรร์เอิร์ธ ปัญหายาเฟนทานิล การซื้อถั่วเหลืองของสหรัฐฯ รวมถึงประเด็น TikTok ยูเครน และไต้หวัน ซึ่งล้วนเป็นจุดอ่อนไหวในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ด้าน นักวิเคราะห์มองว่า การพบกันของทรัมป์และสีจิ้นผิงในครั้งนี้ แม้อาจยังไม่ถึงขั้นบรรลุข้อตกลงใหญ่ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการ “รีเซ็ต” ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ–จีน ที่ผันผวนมานาน หากสามารถสร้างกรอบความร่วมมือใหม่ได้ ก็จะเป็นผลดีทั้งต่อทรัมป์ที่ต้องการคะแนนจากนโยบายต่างประเทศ และต่อจีนที่อยากลดแรงกดดันในช่วงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง