ครม. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “นรินทร์ เผ่าวณิช” เป็นผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17

ในยุคที่ประเทศไทยก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) อย่างจริงจัง “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)” จำเป็นต้องมีผู้นำที่เข้าใจทั้งระบบเทคนิคของโรงไฟฟ้าและแนวคิดการบริหารพลังงานอย่างยั่งยืน หนึ่งในบุคลากรสำคัญที่โดดเด่นในเส้นทางนี้ คือ ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17 (รักษาการ) ตั้งแต่กลางปี 2568

ผลงานเด่นด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีเชื้อเพลิง
1. ขับเคลื่อนโครงการไฮโดรเจนพลังงานสะอาด
ภายใต้บทบาทรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง ดร.นรินทร์เป็นผู้นำในการผลักดันความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการศึกษากระบวนการผลิตไฮโดรเจนจากการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในอนาคต ลดการพึ่งพาฟอสซิล และเป็นก้าวสำคัญต่อเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emission ของประเทศ
2. พัฒนาโครงการพลังงานชีวมวล (Biomass + Coal Co-firing)
อีกหนึ่งผลงานที่ได้รับการจับตามอง คือการร่วมมือกับ IHI Corporation ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาและทดสอบการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (wood pellets) ร่วมกับถ่านหินในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานเดิมสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืนมากขึ้น โดยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการผลิตไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ
3. วางรากฐานระบบ CCUS (Carbon Capture, Utilization & Storage)
ดร.นรินทร์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ซึ่งเป็นการดักจับ–ใช้ประโยชน์–และกักเก็บคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของ กฟผ. ในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ
4. บริหารยุทธศาสตร์เชื้อเพลิงของประเทศอย่างสมดุล
ในฐานะรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง เขาดูแลกลุ่มเชื้อเพลิงหลักของประเทศ ทั้งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ชีวมวล และพลังงานทดแทน พร้อมทั้งวางระบบจัดการความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศ ในช่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานโลกและแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม

การศึกษาและพื้นฐานความเชี่ยวชาญ
ดร.นรินทร์เป็น “นักวิศวกรรมพลังงาน” ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งทางเทคนิค จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อระดับปริญญาโท (M.S.C.E.) และปริญญาเอก (Ph.D.) จาก Georgia Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีพลังงาน

สรุป
เส้นทางของ ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ไม่ได้สะท้อนเพียงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงแนวคิดใหม่ของการบริหารพลังงานไทยที่เชื่อมโยงความมั่นคงทางพลังงานกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านจากฟอสซิลสู่พลังงานสะอาดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือวิสัยทัศน์ของผู้นำที่กล้าปรับทิศทางอนาคตของประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนในเวลาเดียวกัน