นายกฯ จอร์เจีย ประกาศกร้าว ‘ใครยุยงต้องโดน’ หลังเกิดม็อบถือธง EU ประท้วงรัฐบาล ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง
(7 ต.ค. 68) นายกรัฐมนตรีอิรัคลี โคบาคิดเซ (Irakli Kobakhidze) แห่งจอร์เจีย ประกาศว่าจะ “ไม่ปล่อยให้ผู้ใดลอยนวล” หลังเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงทบิลิซีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเขากล่าวหาว่ากลุ่มผู้ชุมนุมพยายามโค่นล้มรัฐบาล และยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด มีรายงานว่ามีการจับกุมผู้จัดการชุมนุมหลายคน รวมถึงนักร้องโอเปร่าชื่อดังและนักเคลื่อนไหว พาอาตา เบิร์ชูลัดเซ (Paata Burchuladze) ที่ขึ้นเวทีประกาศว่า “อำนาจต้องกลับคืนสู่ประชาชน”
สาเหตุของการประท้วงเกิดจากความไม่พอใจผลการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งพรรค “จอร์เจียน ดรีม” (Georgian Dream) ของนายกรัฐมนตรีโคบาคิดเซ กวาดที่นั่งเสียงข้างมากในสภาเทศบาลทุกแห่งทั่วประเทศ และผู้สมัครของพรรคยังชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีทุกเมืองอย่างถล่มทลาย หลังพรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่ประกาศบอยคอตไม่ร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากมองว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใสและรัฐบาลขาดความชอบธรรม
การชุมนุมครั้งใหญ่มีประชาชนหลายหมื่นคนออกมารวมตัวกลางกรุงทบิลิซี โดยมีทั้งธงชาติจอร์เจียและธงสหภาพยุโรป (EU) ปรากฏอยู่ทั่วพื้นที่ เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาเพื่อสกัดไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกทำเนียบประธานาธิบดี ต่อมา หน่วยงานความมั่นคงแห่งรัฐของจอร์เจียเปิดเผยว่าพบอาวุธและวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่งในป่าชานเมือง ซึ่งคาดว่าเตรียมไว้เพื่อ “ก่อเหตุความไม่สงบ” ในวันเลือกตั้ง
ขณะที่ โคบาคิดเซกล่าวหาว่ามีกลุ่มต่างชาติ โดยเฉพาะจากกรุงบรัสเซลส์ (เบลเยียม) หนุนหลังการประท้วง และเรียกร้องให้เอกอัครราชทูตอียูประจำจอร์เจียออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าว ด้านสหภาพยุโรปรีบออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดยระบุว่าข้อกล่าวหานี้เป็น “ข้อมูลเท็จ” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจอร์เจียใช้ความอดกลั้น เคารพสิทธิการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน หลังสถานการณ์การเมืองภายในประเทศตึงเครียดต่อเนื่องจากผลเลือกตั้งที่ฝ่ายค้านไม่ยอมรับ










