เสียงดนตรีที่เปรียบเสมือนเครื่องบิน ที่พาคุณเดินทางข้ามโลก
(21 ส.ค. 68) หากคุณอยู่ในประเทศไทยแล้วได้ยินเสียงดนตรีลอยมาเข้าหูเป็นเสียงกีตาร์ที่บรรเลงด้วยโทนเสียงและสำเนียงคล้ายเสียงพิณ คลอไปกับเสียงเบสและกลองจังหวะคึกคักม่วนซื่นและอ่อนช้อยชวนให้คุณอยากกรีดนิ้วขึ้นฟ้อนหรือโยกตามเสียงดนตรี คุณอาจจะนึกไปว่าที่คุณได้ยินนั้นคือเสียงดนตรีจากวงหมอลำพื้นบ้านจากภาคอีสานดีๆ สักวงหนึ่ง แต่ในโลกไร้พรมแดนในปัจจุบันนี้เสียงดนตรีออนซอนที่คุณได้ยินอาจจะบรรเลงโดยนักดนตรียอดฝีมือที่มาจากลุ่มแม่น้ำ Rio grande แทนที่จะมาจากลุ่มแม่น้ำมูลก็เป็นได้
ในยุคที่ดนตรีแนว psychedelic rock กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง มีวงดนตรี 3 ชิ้นวงหนึ่งจากเท็กซัสที่สร้างเสียงดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก นั่นคือ Khruangbin (อ่านว่า “เครื่องบิน” แปลว่า “เครื่องบิน” ในภาษาไทย)
จุดเริ่มต้นจาก Houston
Khruangbin ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดยสมาชิก 3 คน ได้แก่ Laura Lee (เบส), Mark Speer (กีตาร์) และ Donald “DJ” Johnson Jr. (กลอง) วงนี้เกิดขึ้นจากการที่ Donald และ Mark เป็นเพื่อนกันมานาน รวมทั้งเคยเล่นดนตรีในโบสถ์มาด้วยกัน และอยู่มาวันหนึ่งทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสได้ไปฟังคอนเสิร์ตของ Afghan musician และก็ได้พบกับสาวสวยสุดเก๋อย่าง Laura ซึ่งที่งานคอนเสิร์ตนี้เองที่ทำให้พวกเขาค้นพบว่าต่างมีความสนใจและรสนิยมทางดนตรีที่สอดคล้องกัน ซึ่งจุดนี้เองก็เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาอยากสร้างดนตรีที่ผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ เข้าด้วยกัน ส่วนที่มาของชื่อวงแปลกหูก็มาจากมือเบสสุดสวยและมันสมองของวงอย่าง Laura Lee ที่มีความสนใจในภาษาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งเธอก็ชอบคำว่าเครื่องบินเอามากๆ จนเอาคำๆ นี้มาแนะนำแกมบังคับให้ Mark กับ Donald เอามาใช้เป็นชื่อวงนั่นเอง
เสียงดนตรีที่ไม่เหมือนใคร
สิ่งที่ทำให้ Khruangbin โดดเด่นคือการนำเอาดนตรีจากหลากหลายวัฒนธรรมมาผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็น:
• Thai funk (หรือหมอลำ)จากยุค 70s-80s
• Middle Eastern psychedelia
• Korean pop แนว vintage
• West African rhythms
• Spanish guitar melodies
ผลลัพธ์ที่ได้คือเสียงดนตรีแนวผสมผสานที่มีเอกลักษณ์อย่างสูงฟังแล้วรู้สึกเหมือนได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกพร้อมๆ กันในเวลาเดียวกันและเพลงส่วนใหญ่ของ kruangbin ก็เป็นเพลงบรรเลงทำให้สมาชิกแต่ละคนได้ "ปล่อยของ" ฝีมือดนตรีของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่
อัลบั้มที่ควรฟัง
“The Universe Smiles Upon You” (2015) - อัลบั้มแรกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมอลำและ psychedelia
“Con Todo El Mundo” (2018) - ใช้แนวดนตรีสเปนและเม็กซิกัน ด้วยการนำเสนอที่หลากหลายยิ่งขึ้น
“Mordechai” (2020) - อัลบั้มล่าสุดที่มีการใส่เสียงร้องมากขึ้น พร้อมกับการทดลองเสียงใหม่ๆ
สไตล์การแสดงที่น่าดึงดูด
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Khruangbin เป็นที่จดจำคือ fashion sense อันเป็นเอกลักษณ์ Laura Lee มักจะใส่วิกผมยาวสีต่างๆ พร้อมกับเสื้อผ้าสไตล์ vintage ในขณะที่ Mark Speer จะสวม cowboy hat และเสื้อผ้าสไตล์เท็กซัส การแสดงสดของพวกเขายังเต็มไปด้วยแสงสีและบรรยากาศที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในภาพยนตร์แนว retro ย้อนยุคอย่างไรอย่างนั้น
ทำไมต้องฟัง Khruangbin?
หากคุณกำลังมองหาดนตรีที่:
• ผ่อนคลายแต่ไม่น่าเบื่อ
• มีเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร
• เหมาะกับการฟังขณะทำงาน อ่านหนังสือ หรือนั่งสมาธิ
• ขยายขอบเขตการฟังดนตรีของคุณ
Khruangbin คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ดนตรีของพวกเขาเป็นเหมือนการเดินทางข้ามวัฒนธรรม ข้ามเวลา และข้ามขอบเขตของแนวดนตรี ในโลกที่เต็มไปด้วยความรีบเร่ง เสียงดนตรีของ Khruangbin คือพื้นที่แห่งความสงบที่จะพาคุณไปยังที่ที่จิตวิญญาณของผู้ฟังที่โหยหาดนตรีแปลกใหม่ต้องการอย่างแท้จริง
ความสำเร็จของ kruangbin ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนหากแต่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์และชั่วโมงบินมาเนิ่นนานนับสิบปี โดยสมาชิกทุกคนในวงต่างก็มีความมุ่งมั่นที่จะเล่นดนตรีในแนวทางที่ตัวเองเชื่อมั่น จนค่อยๆมีแฟนประจำและผู้คนที่ชื่นชอบผลงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนสามารถฝากชื่อไว้ในเวทีระดับโลกอย่าง Grammy Awards ได้ในที่สุด และนับจากวินาทีนั้นเป็นต้นมา kruangbin ก็ได้สกาปนาตัวเองขึ้นไปอยู่ในฐานะวงดนตรีระดับโลกได้อย่างแท้จริง
หากคุณไม่เคยฟังเพลงของKruangbin มาก่อน ใดๆDigest อยากให้คุณลองเริ่มต้นด้วยเพลง “Time (You and I)” หรือ “People Everywhere (Still Alive)” แล้วคุณจะเข้าใจได้ทันทีว่าทำไม Khruangbin ถึงได้รับความรักจากแฟนเพลงทั่วโลกในปัจจุบัน
เรื่อง : กวิล นาวานุเคราะห์










