Tuesday, 28 May 2024
WESTERN

จันทบุรี - จุรินทร์ "ประกาศ 17 มาตรการ" ดูแลผลไม้ปี 65 ล่วงหน้า ปลื้ม!! ส่งออกในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ นำรายได้เข้าประเทศถึง 169,000 ล้าน

วันที่ 7 ตุลาคม 2564 เวลา 15.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตร ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ประชุมเตรียมการดูแลผลไม้ปี 2565 โดยเป็นการกำหนดมาตรการเพื่อบริหารจัดการผลไม้ล่วงหน้าทั้งระบบ โดยมีนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต สส.จังหวัดจันทบุรี นายอิทธิพล จังสิริมงคล นายชรัตน์ เนรัญชร นายชาติชาย วรพิพัฒน์ ตัวแทนเกษตรกรผู้ประกอบการและผู้รับซื้อ ผู้ส่งออก ผู้บริการขนส่ง ทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ และพาณิชย์จังหวัดที่มีสินค้าผลไม้ ร่วมรับฟังนโยบาย พร้อมผู้บริหารระดับสูง 2 กระทรวง ณ โครงการศูนย์บริหารจัดการ มหานครผลไม้ ตำบลวังโตนด อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โดยเป็นการสัญจรลงพื้นที่ตามภารกิจอ"จุรินทร์ออนทัวร์ ภาคตะวันออก"

การประชุมหารือได้สรุปผลของการแก้ไขปัญหาปี 2564 และที่ผ่านมาและได้เตรียมการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเวทีรับฟังปัญหาของเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องจากนั้นแถลงสรุปมาตรการ โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาประชุมร่วมกับตัวแทนเกษตรกร ตัวแทน SMEs แปรรูปผลไม้ ล้ง ผู้ประกอบการ ส่วนราชการจังหวัดและกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งหน่วยงานราชการทั้งหมด ในจังหวัดจันทบุรี ระยองและตราด เพื่อกำหนดแนวทางในการเตรียมการมาตรการรองรับผลไม้ ปี2565 ที่จะออกไตรมาสแรกและไตรมาสสองของปีหน้า ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรการล่วงหน้าก่อน 6 เดือน โดยมาตรการผลไม้เชิงรุกมี 17 มาตราดังนี้

1.มาตรการเร่งรัดตรวจและรับรอง GAP ซึ่งมีเป้าหมายในปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 120,000 แปลง

2.มาตรการช่วยผู้ประกอบการหรือเกษตรกรหรือล้งกระจายผลผลิตผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต กิโลกรัมละ 3 บาท ปริมาณ 80,000 ตัน

3.มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกโดยจะช่วยเหลือดอกเบี้ยร้อยละ 3 และช่วยผู้ส่งออกที่ส่งออกผลไม้อีกกิโลกรัมละ 5 บาท ปริมาณ 60,000 ตัน

4. กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสนับสนุนให้มีการใช้พระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญา การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้านผลไม้ โดยจะสนับสนุนให้มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อเกษตรกรได้ทราบว่าขายผลไม้ได้เท่าไหร่ มีคนซื้อที่มีหลักประกัน เซ็นสัญญาตามกฏหมายชัดเจนไม่ต่ำกว่า 30,000 ตัน

5.มาตรการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ ประสานงานกับสายการบินต่าง ๆ เปิดโอกาสให้โหลดผลไม้ขึ้นเครื่องบินในประเทศไทยฟรี 25 กิโลกรัม ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2565 เป็นต้นไป

6.มาตรการช่วยสนับสนุนกล่อง พร้อมค่าจัดส่งผลไม้ที่ขายตรงจากเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ไปยังผู้บริโภคโดยตรงโดยสนับสนุนกล่องมากขึ้นกว่าปี 2564 ที่สนับสนุน 200,000 กล่อง ปี 2565 จะสนับสนุนถึง 300,000 กล่อง

7.ในช่วงที่ผลไม้ออกเยอะ กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนให้มีรถเร่ รถโมบาย ไปรับซื้อผลไม้และนำออกจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยปี 2557 จะสนับสนุนที่15,000 ตัน

8.ประสานงานกับห้างท้องถิ่นและปั๊มน้ำมันต่างๆ เปิดพื้นที่ระบายผลไม้ให้กับเกษตรกรโดยเพิ่มปริมาณจากปี 2564 ที่ช่วย 1,500 ตัน ปี 2565 จะเพิ่มเป็น 5,000 ตัน

9.จะทำเซลล์โปรโมชั่นในการส่งเสริมการขายผลไม้ในต่างประเทศซึ่งใช้ชื่อโครงการ Thai Fruits Golden Months ดำเนินการในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ 12 เมือง เช่นเดียวกับปี 2564 ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลดีมาก

10.จะจัดการเจรจาจับคู่ซื้อขายผลไม้ทางธุรกิจในระบบออนไลน์หรือที่เรียกว่า OBM มุ่งเน้นตลาดใหม่ เช่น อินเดียและรัสเซียเป็นต้น

11.จะส่งเสริมการขายผลไม้ในต่างประเทศในรูปแบบ THAIFEX – Anuga Asia

จัดงานส่งเสริมการบริโภคผลไม้ระดับนานาชาติ ช่วงเดือนพฤษภาคม 65 ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

12.เร่งจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยไปในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเป็น 5 ภาษา เพื่อประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทย

13.จะจัดให้มีการอบรมให้ความรู้เกษตรกรกลุ่มเกษตรกรในเรื่องของการค้าออนไลน์เพื่อขายตรงให้กับผู้บริโภคและจะเพิ่มเติมหลักสูตรการส่งออกเบื้องต้นให้ด้วย ตั้งเป้าอบรมเกษตรกรให้ได้อย่างน้อย 1,000 ราย

14.มาตรการขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนย้ายแรงงาน เพื่อให้สามารถดำเนินการเก็บผลไม้และส่งเสริมการขายผลไม้ได้ต่อไป

15.ในบางช่วงที่ขาดแคลนแรงงาน ให้ กอ.รมน.ส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเก็บเกี่ยวและขนย้ายผลไม้

16.กระทรวงพาณิชย์จะสั่งการให้ทีมเซลล์แมนจังหวัดและทีมเซลล์แมนประเทศประสานงานกันช่วยระบายผลไม้ของเกษตรกรทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศต่อไป ให้มีความเข้มข้นขึ้น

17.กระทรวงพาณิชย์และจังหวัดจะบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายผลไม้ที่มีคุณภาพ และได้ราคาดีไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าและกฎหมายชั่งตวงวัดโดยเคร่งครัดต่อไป

จันทบุรี - ธารน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 ‘EastWater’ มอบเงินบริจาคให้แก่สำนักงานเหล่ากาชาด เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19

วันที่ ( 5 ต.ค.64 ) ที่ห้องรับรอง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรีนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นางสุนิชฌาน์ ทองแย้ม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี นำ ผู้แทนคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดจันทบุรี เสมียนตราจังหวัดจันทบุรีร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบเงินสด

 

 

จันทบุรี - สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคัดเลือกเป็นกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2561

วันนี้ ( 30 ก.ย.64 ) ที่โรงแรม มณีจันทร์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ และการคัดเลือกกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกจากภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นการแบบลับมีการลงคะแนนเสียงโดยใช้คูหาของ กกต.ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด -19 ผ่านระบบวงจรปิดแยกห้องประชุม 2 ห้องห้องละ 40 คน ซึ่งนางสาวธารทิพย์ จันทร์พิทักษ์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก กล่าวรายงานว่า ด้วยพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ได้กำหนดให้มีองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งในประเทศและระดับลุ่มน้ำ โดยมาตรา 27 กำหนดให้มีคณะกรรมการลุ่มน้ำ

โดยมีองค์ประกอบ ประกอบด้วย (1) กรรมการลุ่มน้ำโดยตำแหน่ง (2) กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (3) กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ และ (4) กรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ และมาตรา 38 กำหนดให้บุคคลซึ่งใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงกันและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกัน มีสิทธิรวมตัวกันจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม ในแต่ละเขตลุ่มน้ำมาจากการคัดเลือกกันเองของผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำแต่ละภาค ซึ่งถูกเสนอชื่อโดยองค์กรผู้ใช้น้ำที่ได้จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นตามมาตรา 38 และยังคงมีการดำเนินการขององค์กรผู้ใช้น้ำนั้น ในเขตลุ่มน้ำซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงการได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ และกรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการลุ่มน้ำ พ.ศ. 2564

จันทบุรี- เร่งฉีดวัคซีนเชิงรุก! แก่ประชาชน กลุ่ม 608 และประชาชนทั่วไปอายุ 18 – 59 ปี โดยผู้ว่าฯ ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และอสม.

วันนี้ (16 ก.ย.64) ที่วันวันยาวบน อ.ขลุง จ.จันทบุรี สาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับ โรงพยาบาลขลุง และเทศบาลตำบลวันยาวได้ออกให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนกลุ่ม 608 ที่ประสงค์รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และ อสม.อำเภอขลุงที่ออกให้บริการฉีดวัคซีน แก่ประชาชนกลุ่ม 608 ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งประชาชนทั่วไปอายุ 18 ถึง 59 ที่ประสงค์เข้ารับวัคซีนและได้ลงทะเบียนจองคิวไว้ที่โรงพยาบาลขลุง และ เทศบาลตำบลวันยาว เป็นการฉีดแบบไขว้

ครั้งนี้เป็นเข็มแรก ชิโนแวค มีกลุ่มเป้าหมายประชาชนในเขตเทศบาลตำบลวันยาวจำนวน 300 คน ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีได้เร่งฉีดวัคซีนเชิงรุก ตามนโยบายของรัฐบาลโดยกระจายการฉีดวัคซีนเชิงรุกครอบคลุมทั้ง 10 อำเภอ ปัจจุบันจังหวัดจันทบุรีมีการฉีดวัคซีนไปแล้วรวม 270,789 โดสแยกเป็นเข็มแรก 163,597 โดส เข็มที่สอง จำนวน 98,074 และ เข็ม 3 บูสเตอร์โดสจำนวน 9,118 โดส  ซึ่งการฉีดวัคซีนในช่วงกลางเดือนกันยายน และตุลาคมจันทบุรีจะมีเป้าหมายและได้รับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มมากขึ้น


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี / พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี - ประชุมหารือแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ ของศูนย์พักคอยในชุมชน CI ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ท้องถิ่นร่วมกันจัดตั้งรวม 37 แห่ง

วันนี้ ( 14 ก.ย.64 ) ที่ห้องประชุมไพลิน องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ในฐานะ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของศูนย์พักคอยในชุมชน Community Isolation หรือ CI ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดจันทบุรีร่วมประชุม ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีได้บูรณาการความร่วมมือและจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชน Community Isolation หรือ CI รวมแล้ว 37 แห่งครอบคลุมทั้ง 10 อำเภอ ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีเรื่องเพื่อพิจาณาในการหารือแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของศูนย์พักคอยในชุมชน รวมทั้งเรื่องเพื่อทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดจันทบุรี / การมอบหมายการจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชน / กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น / การจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อของศูนย์พักคอยในชุมชนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอดำเนินการอยู่ / การจัดการมูลฝอยติดเชื้อในโรงพยาบาลสนาม และศูนย์พักคอยในชุมชนที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีดำเนินการอยู่ 


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี - ชาวประมงไม่ทน! รัฐบาล 7 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้น ขอทวงคืนอาชีพประมงให้ชาวไทย ยื่นฎีกาถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อขอความช่วยเหลือชาวประมง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง  ท่าเทียบเรือแบบเบ็ดเสร็จ ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี  หลังชาวประมงมีการโพสข้อความลงสื่อโซเชียล และ มีการติดป้ายไวนิล ตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยระบุข้อความว่า “ 21 กันยายน 64 วันประมงแห่งชาติ วันทวงคืน อาชีพประมงไทย 7 ปี ฉิบหายหมดแล้ว ประมงไทย และประมงไทย Call Out ”

เรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายภูมินทร์ ภาณะรมย์  นายกสมาคมประมงแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี  เปิดเผยว่า  สืบเนื่องจากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยมีการประชุมคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษา ครั้งที่ 1 ผ่านระบบ ZOOM เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2564 ผลสรุปในการประชุม ก็ได้มีการพูดถึงจะมีการจัดกิจกรรม เนื่องในวันประมงแห่งชาติ วันที่ 21 กันยายน 2564

โดยคณะกรรมการมีมติให้สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ขึ้นป้ายเพื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์ ไว้ ณ ที่ทำการ สปท. และใช้ประโยค “ประมงไทย Call out โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ จัดทำป้าย และขึ้นป้ายเพื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์ โดยให้สมาชิกทุกองค์กร ขึ้นป้ายตามอัธยาศัย ทั้ง 22 จังหวัด ทั่วประเทศ 

นอกจากนี้ นายกสมาคมประมงแหลมสิงห์ ยังได้บอกอีกว่า ในที่ประชุมได้มีผู้เสนอขอให้มีการยื่นฎีกาถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อขอความช่วยเหลือชาวประมงในช่วงสถานการณ์โควิด-19  

1.เรื่องขอผ่อนผันการควบคุมวันทำการประมงออกไปก่อนอย่างน้อย 3 ปี ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 

2.เรื่องขอความช่วยเหลือเร่งรัดการเยียวยาเรือประมง (ขาวแดง) ที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ โดยที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหา IUU ของรัฐบาล คสช. ตั้งแต่ปี 2558 –ปัจจุบัน 

3.เรื่องขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ นำเสนอการตั้งงบประมาณในการจัดซื้อเรือประมงที่มีใบอนุญาตออกนอกระบบ

ทั้งนี้ ทางสมาคมสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้จัดทำฎีกาขอความช่วยเหลือ ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 แล้ว ตามกระบวนการ ซึ่งก็เป็นความหวังของชาวประมงกว่าร้อยลำในจังหวัดจันทบุรี และอีกทั้ง 22 จังหวัดทั้วประเทศไทย นายกสมาคมประมงแหลมสิงห์กล่าว


ภาพ/ข่าว สุปราณี แก้วหุง จ.จันทบุรี

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี - มูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กพิเศษผ่านตัวแทนผู้ปกครอง นักเรียนเด็กพิเศษในจังหวัดจันทบุรีภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 แบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ส่งเสริมการศึกษาของเด็กพิเศษเยาวชนไทย

วันนี้ 7 ก.ย. 64 ที่ ห้องประชุมจันทบูร ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดจันทบุรี ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดจันทบุรีได้จัดพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกและเด็กพิการในมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปี 2564 โดยนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปกครองร่วมพิธีภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 เว้นระยะห่าง

โดยปีนี้เป็นการมอบทุนผ่านผู้ปกครองและนักเรียนที่เป็นตัวแทนจำนวน 25 ทุน ที่เหลือ 77 ทุน เป็นการโอนผ่านบัญชีธนาคาร รวมทั้งสิ้น 102 ทุน ทั้งนี้สืบเนื่องจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีพระกรุณาธิคุณ ประทานทุนสนับสนุนการศึกษาสำหรับเด็ก ออทิสติก และเด็กพิการในมูลนิธิคุณพุ่ม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนพิการให้ตรงตามความจำเป็นเฉพาะบุคคล ได้รับการพัฒนาศักยภาพของตนเองตามพระประสงค์ และในปีการศึกษา 2563 ทรงประทานทุนให้กับเด็กออทิสติก เด็กพิการซึ่งมีฐานะยากจน และขาดโอกาสจากทั่วประเทศ จำนวน 10,633 ทุน และศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดจันทบุรี ได้รับการจัดสรรโควตา จำนวน 102 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 510,000 บาท

ซึ่งตัวแทนผู้ปกครองของเด็กนักเรียนศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดจันทบุรีที่ได้รับพระราชทานทุนฯ ได้กล่าวคำสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และสัญญาว่าจะนำทุนที่ได้รับในครั้งนี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สูงสุดเพื่อให้ผู้พิการได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของตนเองตามพระประสงค์ของทูลกระหม่อมฯและวัตถุประสงค์ของมูลนิธิคุณพุ่มต่อไป

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้เยี่ยมชมสถานที่จัดการเรียนการสอนเตรียมพร้อมหากสถานการณ์โควิด คลี่คลายจะได้พร้อมกลับมาสอนเด็กได้ตามปกติ 


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี / พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี - ไรเดอร์รับส่งอาหารในจังหวัดจันทบุรีกว่า 100 คน รวมตัวยื่นหนังสือให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เรียกร้องความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทน

วันนี้ (1 ก.ย. 64) ที่หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ไรเดอร์รับส่งอาหาร ไลน์แมน กว่า 100 คน ได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมมอบให้กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรี เนื่องจากได้รับความไม่เป็นธรรมในเรื่องค่าตอบแทนในการรับส่งอาหาร โดยในปัจจุบันได้ค่าตอบแทนรับส่งอาหารรอบละ 17 บาท จากที่ตอนแรกตกลงกันที่ 17 +4 บาท และถ้าช่วงที่มีฝนตกจะได้ค่าตอบแทนเพิ่มอีก 10 บาท เป็น 27 บาท ซึ่งในตอนนี้ไลน์แมนได้เปิดวิ่งในจังหวัดมาแล้ว 1 เดือนไม่มีค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด จึงได้ลงความเห็นกันแล้วว่าค่ารอบที่วิ่งนั้นไม่คุ้มกับค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ค่าโทรศัพท์ รวมทั้งค่าสึกหรอของรถ จึงได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรม 

โดยมี นายภิชาติ โพธิ์บาทะ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้รับมอบหนังสือร้องเรียนสำหรับข้อเรียกร้องของไรเดอร์รับส่งอาหาร ที่ได้รวมตัวกันในวันนี้คือ

1.ขอศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรีช่วยประสานงานติดต่อขอตัวแทนที่เจรจากับบริษัทได้เนื่องจากในจังหวัดไม่มีตัวแทนที่ติดต่อพูดคุยได้ ไม่มีสำนักงานในจันทบุรี

2.ต้องการค่าตอบแทนต่อรอบเริ่มต้นที่ 30 บาท และบวกเพิ่มตามระยะทางตามความเหมาะสม

3.ให้บริษัทพิจารณาเรื่องการจ่ายงานในระยะไกลที่ไรเดอร์ห่างจากร้านเกิน 4 กิโลเมตรและบวกค่ารอบตามความเหมาะสม

4 .ขอให้ทางบริษัททำการประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทางเพจ หรือป้ายประชาสัมพันธ์ และโค้ดส่วนลดต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ในวันนี้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรี ได้รับหนังสือข้อเรียกร้องขอความเป็นธรรมแล้ว จากนั้นจะนำไปดำเนินการติดต่อเพื่อให้ความเป็นธรรมต่อไป


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระแก้ว - ผู้ว่าสระแก้วประชุมร่วมผู้ประกอบการในตลาดโรงเกลือเพื่อหารือ เปิดร้านขายของตามปกติ มีบางส่วนปิดหนีโควิด-19

เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันนี้ ณ โรงแรมเดอะเวโลโฮเทล อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี โยมี นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วพ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ กรปกครองสวนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ตม.สระแก้ว ทหาร ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บรรยากาศที่ตลาดโรงเกลือ มีชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศกัมพูชา ประกอบการค้า และกรรมกรรับจ้างทั่วไม่มีทำให้ตลาดเงียบเหงา และเปิดร้านอยู่ไม่กี่ร้านนอกจากนั้นปิดหมด ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในตลาดโรงเกลือ คงต้องรอ ส่วนความคืบหน้าในการป้องกันโรคโควิดตามมาตรการสาธารณสุขสำหรับในช่วงนี้มีชาวกัมพูชาในตลาดโรงเกลือติดเชื้อโควิดเป็นจำนวนมากจึงมีการคัดเตอร์ในตลาดโรงเกลือ 21 วันจะครบในวันที่ 24 ส.ค.2564ที่จะถึงนี้ จึงมีมาตรการมารองรับในการเปิดตลาดโรงเกลือให้กับมาคึกคักเหมือนเดิม

นายสุรศักดิ์ รัตนธรรม เจ้าของตลาดรัตนธรรม กล่าวว่า ในช่วงนี้ตลาดโรงเกลือไม่มีนักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้าเหมือนแต่ก่อน การขายของก็ไม่ได้เลย ยามปกติขายของได้ แต่มีลิขสิทธิ์มาจับ พอขายของดีหน่อยก็มีโรคโควิดแพร่ระบาดปิดตลาด แต่ค่าเช่า และค่ายามต้องจ่ายทุกเดือน แต่ตอนนี้ชาวกัมพูชากลัวโควิดมาก ขอกลับประเทศเกือบหมด จึงไม่มีโครมาเปิดร้านขายของได้ รายได้จากการขายของไม่มี แต่ค่าห้อง และค่าอะไรอีกมากมาย ก็ยังมาเก็บอยู่ ถ้าเป็นอย่างนี้ชาวกัมพูชา จะลำบากมาก และคนไทยก็ไม่ค่อยซื้อของมากนัก ไม่มีคนเดินซื้อของเลยจึงขอเสนอให้เปิดตลาดโรงเกลือและให้แต่ละเจ้าของตลาดดูแลคนของตนในการเข้า-ออก จะต้องมีการตรวจคัดกรองและกำชับให้คนในตลาดของตนสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยแอลกอฮอลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

นางราตรี แสงรุ่งเรือง ประธานสภาการท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ตลาดโรงเกลือเป็นตลาดการค้า ที่มีชาวกัมพูชาเข้ามาประกอบการเกือบทุกร้าน และชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ก็มีฐานะไม่ค่อยดี การแก้ไขปัญหาการขายสินค้า ทางจังหวัดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสินค้า มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ซึ่งทางจังหวัดได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรึกษาหารือแนวทางแก้ไข ประกอบการตลาดโรงเกลือเป็นตลาดขนาดใหญ่ จะต้องแก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน แต่ปัญหาใหญ่ในช่วงนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการซึ่งเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในตลาดโรงเกลือ ส่วนใหญ่ก็มีฐานะไม่คอยดีอยู่แล้วที่เป็นกรรมกรรับจ้างทั่วไป ดังนั้นจะทำอย่างไรเพื่อให้คนไทยและคนกัมพูชาที่อาศัยอยู่ตมแนวชายแดน มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดไป ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เราเลย จึงไม่มีรายได้เข้ามาทำให้ตลาดโรงเกลือเงียบเหงาดังกล่าว

นายเกียรติศักดิ์ จันทา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว  กล่าวว่าในที่ประชุมได้รับฟังปัญหาของผู้ประกอบการทั้งในพื้นที่เมืองอรัญฯและในตลาดการค้าชายแดน(โรงเกลือ) เพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจซึ่งมีผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และกำหนดมาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาด ตลอดจนการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว(กัมพูชา) กรณีขอกลับประเทศเข้าร่วมประชุม เกี่ยวกับการที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโดยเฉพาะตลาดโรงเกลือ ไม่สามารถขายสินค้าได้ตามปกติตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน และล่าสุดได้มีคำสั่งทางจังหวัดควบคุมการเข้า-ออก ในพื้นที่ ทำให้เดือดร้อนไม่สามารถขายสินค้าได้ แต่ต้องแบกภาระในการเช่าอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการเรียกต่อสัญญาเช่าอาคาร ที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นต้น ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันไม่ดีขึ้นเลย ดังนั้นในการมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ทางผู้ประกอบการเช่าอาคารตลาดโรงเกลือ ขอยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เพื่อขอความอนุเคราะห์ต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้พิจารณาทบทวนปัญหาของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในขณะนี้

ทางผู้ว่าสระแก้วได้รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นโดยรวมรับปากว่าจะรีบหาทางแก้ไขทั้งเจ้าของตลาดและผู้ประกอบการให้เป็นธรรมกันทั้งสองฝ่าย ส่วนตลาดโรงเกลือท่านผู้ว่าฯ ยังต้องใช้มาตรการควบคุมพื้นที่ขั้นสูงต่อไปเรื่อย ๆ ก่อน เนื่องจากยังมีชาวกัมพูชาติดเชื้อเพิ่มเกือบทุกวัน สืบเนื่องจากกลุ่มชาวกัมพูชานั้นยังไม่มีใครได้รับวัคซินสร้างภูมิคุ้มกัน และที่ได้ข่าวว่าชาวกัมพูชาที่อยู่ในตลาดโรงเกลือได้มีการลงทะเบียนเพื่อรอการฉีดวัคซินจากรัฐบาลกัมพูชานั้น ผู้ว่าฯบอกก็ทราบข่าวเหมือนกัน ทั้งนี้ก็ต้องรอผู้ที่มีอำนาจในการอนุญาตหรือตัดสินใจเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามก็คอยช่วยเหลือเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นคนสัญชาติใดก็ตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังกล่าว ทำให้ชาวกัมพูชา ที่ประกอบการค้าในตลาดโรงเกลือ ต่างพากันปิดร้าน ขอเดินทางเข้าไปในประเทศกัมพูชา ด้วยความกลัวโรคระบาด ที่อยู่ติดกับฝั่งกัมพูชา ทางด้านทิศตะวันออกของตลาดโรงเกลือ และในช่วงที่ผ่านมา ชาวกัมพูชาเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาในประเทศของตนเพื่อความปลอดภัยตลาดโรงเกลือ ปิดร้าน คิดเป็นร้อยละ 70% จึงทำให้ตลาดโรงเกลือเงียบเหงาอย่างที่เห็นดังกล่าว


ภาพ/ข่าว  สมศักดิ์ สารการ / บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

จันทบุรี – เหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี มอบบ้านตามโครงการ "บ้านรัฐร่วมราษฎร์ กาชาดร่วมใจ" เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บ่ายวันนี้ ( 18 ส.ค.64 ) ที่บ้านเลขที่ 54/11 หมู่ที่ 1 ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นางสุนิชฌาน์ ทองแย้ม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้นำคณะกรรมการเหล่ากาชาด นายอำเภอท่าใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบบ้าน ตามโครงการ "บ้านรัฐร่วมราษฎร์กาชาดร่วมใจ" เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประจำปี 2564

ให้แก่ นายไพเลิศ ฐิตะรัตน์ อายุ 74 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ปัจจุบันอาศัยอยู่กับ นางทองอิน ฐิตะรัตน์  ( ภรรยา) อายุ 62 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก และได้รับการรักษา โดยการฉายรังสี และนายกฤษฎา ฐิตะรัตน์ ลูกชาย  อายุ 34 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจร่างกายไม่แข็งแรงและไม่ได้รับการรักษา ในด้านที่พักอาศัย บ้านหลังเดิมมีสภาพชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ซึ่งการสร้างบ้านตามโครงการ "บ้านรัฐร่วมราษฎร์ กาชาดร่วมใจ"เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หลังนี้ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง รวม 200,000 บาท / คุณอิงบุญ ศรีพรหมมา กรรมการเหล่ากาชาด อ.ท่าใหม่ สมทบระบบไฟฟ้า 5,000 บาท / กำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลเขาแก้ว สมทบระบบไฟฟ้า 5,000 บาท

โอกาสนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี และ อำเภอท่าใหม่ได้จัดถุงยังชีพมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.เขาแก้ว ที่กักตัวเองและผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดมอบผ่านผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่จำนวน 50 ชุด


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top