Friday, 3 July 2026
POLITICS

“วิษณุ” แจง ประมวลจริยธรรม ขรก.การเมือง แตกต่างจากลงโทษ ส.ส. เปรียบมาตรฐานชี้วัดความผิดอะไรทำได้หรือไม่ได้ ก่อนส่งไปจัดการตามกม.ที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 31 มีนาคม 2564 นายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึง สาระสำคัญ ภายหลัง ครม.เห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 ว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา มี พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรมเป็นกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ 60 กำหนด ซึ่งกำหนดว่าให้มีคณะกรรมการมาตรฐานจริยธรรมเพื่อกำกับกับสอดส่องให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทไปจัดทำประมวลจริยธรรมของตัวเองขึ้น ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งดูแลข้าราชการประมาณ 3 แสนคน ไปจัดทำประมวลจริยธรรมของข้าราชการพลเรือนซึ่งขณะนี้ยังไม่เสร็จ ยกตัวอย่างครู ก็ต้องไปทำประมวลจริยธรรมครู ซึ่งขณะนี้กำลังทำอยู่ ซึ่งทั้งหมดที่กำลังทำอยู่จะต้องเสร็จในวันที่ 6 เมษายน 2564

นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนข้าราชการการเมือง ครม. จะเป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรม โดย ครม.ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการกฎีกาเป็นผู้ทำ ซึ่งฉบับเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เป็นของข้าราชการการเมือง ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฎีกา ทำแล้วเสร็จ โดยข้าราชการการเมืองคือผู้มีตำแหน่ง ตามที่กฎหมายระเบียบข้าราชการการเมืองกำหนดไว้ ไล่ตั้งแต่ นายกฯ รองนายกฯ จนถึง เลขานุการรัฐมนตรี และ ผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ไม่รวม ส.ส. และ ส.ว. เพราะคนเหล่านี้ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง แต่ส.ส.และ ส.ว. มาตรฐานจริยธรรมต่างหาก ซึ่งรัฐธรรมนูญแยกออกมา โดยการกำหนดให้องค์กรอิสระทั้งหลายรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทำเพื่อใช่เป็นประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหลาย เช่น กกต. ป.ป.ช. และ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นต้น ซึ่งรวมถึง ครม. ส.ส. และ ส.ว.ด้วย โดยจัดทำเสร็จมาและประกาศใช้แล้วมา 2 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า โทษของข้าราชการการเมืองเหมือนกับ ส.ส. หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เหมือน เพราะจะไล่ไปตามกฎหมายของตัวเอง ประมวลจริยธรรมจะบอกแค่เรื่องมาตรฐานในความประพฤติ และ ปฏิบัติเท่านั้นว่าพึงกระทำอะไร และ พึงละเว้นอะไร แต่กรณีที่มีการฝ่าฝืนเกิดขึ้นจะไล่ไปใช้กฎหมายต่างๆเช่น ข้าราชการการเมืองจะมีจริยธรรมตามประมวลที่เข้าครม.เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่หากฝ่าฝืนต้องไปดูว่าผู้กระทำฝ่าฝืนมีตำแหน่งอะไร เช่น เลขานุการรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี กรณีนี้ใช่วิธีปรับครม.เอาออก และ ตั้งคณะกรรมการสอบ เป็นการไล่ไปใช้กฎหมายอื่น ส่วนความผิดอาญาก็ไปที่ ป.ป.ช. หรือไปที่ตำรวจ ดังนั้นอย่ามาดูว่าไม่เห็นบอกว่าผิดอะไรแล้วทำอย่างไร แต่บอกว่าทำอย่างไรเรียกว่าผิด  แค่นี้ก็มีสะพานจะเดินอีกเยอะแล้ว ส่วนข้อห้ามตามร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง ขอให้ไปดูรายละเอียด ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้มีประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า มีตามรัฐธรรมนูญฉบับเก่า ก็เลิกไปแล้ว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาระสำคัญ ของร่างประมวลจริยธรรมร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ...มีสาระสำคัญดังนี้ 

1.) กำหนดนิยามคำว่า ข้าราชการการเมือง หมายความว่า ข้าราชการการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และให้หมายความรวมถึงกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีด้วย 

2.) กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหาษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

3.) กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดีและรับผิดชอบต่อหน้าที่  

4.) กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องกล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม 

5.) กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมีจิตสาธารณะ 

6.) กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยต้องดำรงตน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

7.) กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

8.) กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

"วิษณุ" ย้ำคำบิ๊กตู่ อย่าให้ พ.ร.บ. ประชามติ พลาดอีก พร้อมปัด! ถกเตรียมขึ้นภาษีVAT ชี้ ต้องดูจังหวะเวลา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายกรัฐมนตรีกำชับ ให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลให้ความสำคัญต่อ การพิจารณาร่างกฎหมายในสภาว่า นายกรัฐมนตรีหมายถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ห่วงแค่จะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะถึงอย่างไรก็ผ่านอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ ถ้าผ่านแล้ว ไม่ได้เป็นไปตามร่างที่รัฐบาลเสนอไว้ ซึ่งได้พิจารณามาโดยรอบคอบ และหากโหวตแพ้เพียง 4-5 คะแนน ก็เท่ากับแสดงให้เห็นว่าก็เท่ากับแสดงให้เห็นว่าสภาไม่พร้อม

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำในที่ประชุม ครม. ถึงกรณี การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยืนยันว่าเดินหน้าแก้ไขใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี พูดในที่ประชุม ครม. ว่ารัฐบาลเสนอให้เดินหน้าต่อไป ขอให้ไปคิดแนวทางกันให้ตกผลึก และให้นำกลับมาบอก ให้ทราบ เมื่อถามต่อว่า หากตกผลึกแล้ว รัฐบาลไม่ขัดข้องที่จะเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่กล้าแปลเป็นอย่างอื่นเพราะนายกฯพูดเพียงเท่านี้ พวกคุณก็จ้องกันอยู่เรื่อย

นอกจากนี้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าในที่ประชุมครม เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา มีการพิจารณา เรื่องการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ว่าไม่มีการพิจารณาและไม่มีใคร พูดถึงเรื่องดังกล่าว เมื่อถามว่า การจัดเก็บภาษี ของไทยลดลงน้อยมากจริงหรือไม่ และส่งผลกระทบต่องบประมาณหรือไม่นายวิษณุกล่าวว่า ขอให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ชี้แจงเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ทางด้านภาษีน่าเป็นห่วงหรือไม่ ทางนายวิษณุ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมย้อนถามกลับว่าอยากให้ขึ้นอย่างนั้นหรือ เขาก็ต้องดูจังหวะเวลา เพราะจากเดิม ประกาศให้จัดเก็บภาษีที่ 10% แต่ลดลงมาเหลือ 7% และพอคิดจะขึ้น ในครั้งใดก็มักจะเจอปัญหา เช่นครั้งนี้เจอกับ covid-19 และสภาพเศรษฐกิจ ฟองสบู่แตกบ้าง

“เทพไท" ฟังธง 3 ทางออกของ พรบ. ประชามติ ที่รัฐบาลจำใจเลือก

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 7 - 8 เมษายน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประชามติ ที่กำลังพิจารณาค้างคาอยู่ ว่า หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประชามติ ในมาตรา 9 และมีการลงมติแพ้โหวตให้แก่คณะกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างน้อย ทำให้รัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภาเสียหน้า และไม่สามารถที่จะเอาคืนได้ แม้จะพยายามที่จะเสนอทบทวนให้ลงคะแนนใหม่ ในมาตรา 9 แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นผล จึงจำเป็นให้การพิจารณา พรบ. ประชามติต้องนำเดินหน้าต่อไป 

สำหรับทางออก หรือจุดจบของพรบ.ประชามติฉบับนี้ น่าจะมีอยู่ 3 แนวทางคือ

1.) เมื่อพิจารณา พรบ.ประชามติ ในวาระ 2 เสร็จสิ้นแล้ว ก็จะลงมติคว่ำร่าง พรบ.ฉบับนี้ในวาระ3 ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะ พรบ.ประชามติ เป็นกฎหมายสำคัญ ที่เสนอโดยรัฐบาล ถ้ากฎหมายฉบับนี้ถูกคว่ำไป รัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยการยุบสภาหรือลาออกเท่านั้น

2.) เมื่อที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา พรบ.ประชามติ ฉบับนี้เสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่  และมีความเป็นไปได้สูง ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ จะทำให้ พรบ.ประชามติ ตกไป จะมีผลกระทบต่อการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องล่าช้าออกไป

3.) มีมติผ่านวาระ3ไปก่อน เมื่อมีการประกาศใช้พรบ.ประชามติฉบับนี้แล้ว รัฐบาลก็จะรีบเสนอ พรบ.แก้ไขในทันที ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาแบบศรีธนญชัย ซึ่งจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างกว้างขวางแน่นอน

ผมเห็นว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะเดินหน้า พรบ.ประชามติ ในแนวทางไหนก็ตาม ความเสียหายทางการเมือง ก็จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร ที่จะสร้างความเสียหายทางการเมืองให้กับรัฐบาลน้อยที่สุด

“ธนกร” เชื่อ ศาลปกครอง ให้ความเป็นธรรม ปม “ยิ่งลักษณ์” ฟ้อง “บิ๊กตู่” พร้อมขอให้เพิกถอนคำสั่งชดใช้ 3.5 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 9 คน และขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ให้ นางสาวยิ่งลักษณ์  ในฐานะประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ในขณะนั้น ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 35,000 ล้านบาท ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเหตุให้กระทรวงการคลัง ได้รับความเสียหาย 

ซึ่ง ศาลปกครองกลาง ได้นัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 2 เมษายน 2564 เวลา 9.00 น.นี้ จึงขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม อย่าไปก้าวล่วง และระวังอย่าไปละเมิดอำนาจศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกคนเสมอ หากมีความพยายามที่จะแทรกแซงก็จะเป็นเหมือนกรณีคดีในอดีต ที่ทนายความบางคนซึ่งพยายามแทรกแซงถูกตัดสินให้จำคุก 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ในคดีถุงขนม 2 ล้านบาท ที่เป็นตัวอย่างของการละเมิดศาล ซึ่งเอาไว้เตือนใจให้กับคนที่คิดจะทำไม่ดีได้เป็นอย่างดี

นายธนกร กล่าวว่า ส่วนที่นายมนัส สร้อยพลอย นายอัฐฐิติพงศ์ หรืออัครพงศ์ ทีปวัชระ หรือช่วยเกลี้ยง นายทิฆัมพร นาทวรทัต นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และ นายภูมิ สาระผล ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ต่อศาลปกครองกลาง ที่ให้ทั้ง 5 คน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ 

ต่อมาศาลมีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าผู้ฟ้องทั้ง 5 แบ่งหน้าที่ในลักษณะจงใจทำให้เกิดความเสียหายในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกว่า 20,000 ล้านบาท ไม่อาจขายข้าวสอดคล้องกับการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ มีการส่งมอบหน้าคลังสินค้า ทำให้มีการนำข้าวหน้าคลังมาเวียนขายในประเทศ เกิดการแข่งขันไม่เป็นธรรม คำสั่งที่ให้ชดใช้สินไหมทดแทน 20 เปอร์เซ็นต์ของความเสียหายรวมเกือบ 15,000 ล้านบาท จึงชอบแล้ว

ดร.พิมพ์รพี แนะ มท. ทบทวนคำสั่งห้ามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหาวัคซีนเอง หวังเพิ่มทางเลือกปชช. - ลดภาระรัฐฯ ชี้! เอกชนพร้อมจ่าย เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ ปชช. ดึงดูดนักท่องเที่ยว เปิดประเทศอย่างเป็นระบบ จี้ รัฐเร่งวางแผนร่วมเอกชน หวั่นยิ่งช้า ยิ่งเสียโอกาส

ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายเงื่อนไขการเปิดประเทศ นำร่องที่ภูเก็ต เริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้ ว่า ถือว่ารัฐบาลเริ่มเดินมาถูกทางแล้ว ที่เริ่มมีการเปิดประเทศอย่างเป็นระบบ แต่ที่อยากให้เร่งรัดดำเนินการให้เร็วคือ แผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งควรเร่งนำเข้ามากระจายให้เอกชน ที่พร้อมจะแบ่งเบาภาระด้านงบประมาณให้กับรัฐบาล พร้อมควักเงินตัวเองร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน

โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือห้ามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีน ให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น เป็นการสูญเสียโอกาสที่ประชาชนจะได้ฉีดวัคซีนเร็วขึ้น และยังตัดทางเลือกวัคซีนของประชาชนด้วย  ซึ่งจะช่วยลดภาระรัฐบาลกลางได้ด้วย จึงอยากให้มีการทบทวนหนังสือฉบับดังกล่าว เปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนมาบริหารจัดการภายในจังหวัดตัวเองได้ 

“ดิฉันคิดว่ารัฐต้องหยุดผูกขาดวัคซีนโควิด-19 แต่ควรหารือร่วมกับภาคเอกชน กำหนดแผนกระจายวัคซีนในส่วนของภาคเอกชนให้ชัดเจน คู่ขนานไปกับแผนเดิมของรัฐบาลที่จะฉีดวัคซีนฟรีให้กับประชาชนวางบทบาทเป็นผู้เจรจาแทนภาคเอกชน เพราะวัคซีนหลายยี่ห้อจะเจรจากับรัฐบาลเท่านั้น บางประเทศถึงขั้นใช้การฉีดวัคซีนเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ยิ่งช้าเท่าไหร่ เศรษฐกิจไทยก็ยิ่งเสียโอกาสเท่านั้น อย่าลืมว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยคิดเป็นร้อยละ 16-17 ต่อจีดีพี ถ้าวัคซีนยังล่าช้า การฟื้นเศรษฐกิจก็เป็นไปได้ยาก” ดร.พิมพ์รพี กล่าว

ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลคือภาครัฐยังมีการประมาณการสถานการณ์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ดีเกินความจริง ไม่เว้นแม้กระทั่งธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระบุตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้ว่าจะมีมากถึง 3 ล้านคน ซึ่งตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ตราบใดที่การเปิดประเทศยังล่าช้า การฉีดวัคซีนยังไม่ได้ตามเป้าหมาย  ล่าสุดมีการทำโกดังหนี้ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นเรื่องดี แต่ปัญหาคือถ้าไม่รีบสร้างรายได้ให้เร็วที่สุด แม้มีโกดังเก็บหนี้แต่ผู้ประกอบการก็ไม่มีกำลังจ่ายหนี้อยู่ดี สุดท้ายก็ไปต่อไม่ได้อยู่ดี คนที่รอดทุกสถานการณ์กลายเป็นสถาบันการเงิน

“บิ๊กป้อม” ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าสะเมิง สั่งเข้มเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายพวกเผาป่า

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก ประจำ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รับทราบและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับชื่นชมและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และอุทยาน ฝ่ายปกครองและทหาร รวมทั้งส่วนราชการและอาสาสมัครในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ที่ร่วมกันควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามขยายเป็นวงกว้างในพื้นที่ อ.สะเมิงใต้ ต่อเนื่องที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ ขอให้ยังคงเข้มเฝ้าระวังพื้นที่ไฟไหม้ป่า ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลุกลามจากพื้นที่ที่ยังระอุใต้ดินและซากตอไม้ที่ยังไม่ดับ สำหรับพื้นที่ทางเหนือ ขึ้นไป 2 ไมล์ ซึ่งเป็นภูเขาสูงชันและกำลังเกิดไฟลุกไหม้ป่าขยายเป็นวงกว้าง  ขอให้ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า โดยการนำของ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้บูรณาการกำลังภาคพื้นและอากาศยานของกองทัพอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยให้ระมัดระวังอุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บและสูญเสียของเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ที่อาจเกิดขึ้นจากความอ่อนล้าในการปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะเวลากลางคืน

พล.อ.ประวิตร ยังได้ย้ำ ขอให้เร่งสอบสวนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้น โดยขอให้ทำความเข้าใจและสร้างความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่โดยเน้นมาตรการป้องกัน  ทั้งนี้ต้องเข้มบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มบุคคลและนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกแผ้วถางและเผาป่า เพื่อครอบครองพื้นที่ทำการเกษตรอย่างต่อเนื่องและจริงจัง  โดยถือเป็นความเห็นแก่ได้ ที่นำมาซึ่งความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ รวมทั้งสร้างปัญหามลภาวะหมอกควัน PM 2.5 กระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในภาพรวม

รมว.ยุติ ยืนยัน กำชับจนท. ดูแลนักโทษอย่างใกล้ชิด ปัดตอบ ‘เต้น’ ลุยการเมือง หลังถอนกำไลอีเอ็ม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณี ร.ต.ธนกฤติ จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประสานมารดานายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร ให้เลิกอดอาหารเพราะเป็นห่วงสุขภาพว่า…

ทุกคนให้ความเป็นห่วง นายพริษฐ์ เพราะถ้าเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะเกิดปัญหา ตนกำชับไปแล้วต้องไม่มีเหตุอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น โดยสัปดาห์นี้จะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ให้ผอ.เรือนจำทั้งหมดรับทราบนโยบายและเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นให้ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ใช่ว่าช้า ถามข้อมูลอะไรก็ไม่ทันการ มันจะเกิดความเสียหาย และต้องปฏิบัติตามระเบียบเป็นไปตามสิทธิมนุษยชน ซึ่งต้องมีความละเอียดไม่ให้มีเรื่องของความไม่เข้าใจเกิดขึ้นและต่อความยาวสาวความยืดกัน

เมื่อถามว่าหากนายพริษฐ์ เจ็บป่วยขึ้นมาโรงพยาบาลของกรมราชทัณฑ์จะมีมาตรฐานเพียงพอหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องมาตรฐานของโรงพยาบาลดีเหมือนกันหมด ไม่มีปัญหา เพียงแต่เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์มีจำกัดเพียง 1 คน ต่อนักโทษ 33 คนซึ่งตนจะกำชับให้ดูแลละเอียดขึ้น

เมื่อถามว่าจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะล่าสุดน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร ประกาศจะอดอาหารบ้าง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ป้องกันอะไรไม่ได้ แต่เราระมัดระวังอย่าให้เขาเป็นอันตรายก็ทำให้ดีที่สุดและไม่ปล่อยปะละเลย โดยเฉพาะข้อมูลต้องประสานกันให้รวดเร็วเพื่อป้องกันความไม่เข้าใจเพราะบางครั้งก็เป็นข่าวไปหลายวันสร้างความสับสนทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรรุนแรง

เมื่อถามว่าลำบากใจหรือไม่ที่นักโทษในเรือนจำอดอาหารซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการเช่นนี้มาก่อน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้คุมก็ต้องดูเพราะเป็นความารับผิดชอบ

เมื่อถามถึงกรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถอดกำไลอีเอ็ม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีอีเอ็มมันก็เป็นเครื่องเตือนใจ ถอดแล้วก็แสดงว่าหมดเวลาของพันธนาการแล้วเข้าสู่โหมดการใช้ชีวิตไปไหนมาไหนได้ปกติ ส่วนจะไปทำกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ต้องไปดูคำสั่งศาล

อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนมีแนวคิดเรื่องการปล่อยนักโทษร้ายแรงก่อนเวลาแล้วใช้ระบบใส่กำไลข้อเท้าติดตามตัว ซึ่งได้แลกเปลี่ยนประชาชนไป 3 ครั้งแล้วเป็นบวกและตรงกันที่กระทรวงอยากดำเนินการ แต่ก็ต้องฟังเสียงประชาชนอีกสักระยะ เพราะถ้าเราปล่อยปะละเลยเหมือนในอดีตก็จะเกิดการกระทำผิดซ้ำ


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ครม.เคาะ! ให้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข กับบุคคลที่มีปัญหาสถานะ - สิทธิเด็ก - บุคคลที่เรียนอยู่ในสถานศึกษาครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เห็นชอบในหลักการ การให้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิเด็กและบุคคลที่เรียนอยู่ในสถานศึกษาครั้งที่ 2 ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนและกำหนดเลขประจำตัว 13 หลักเรียบร้อยแล้วจำนวน 5,203 คน ซึ่งครอบคลุมบริการด้านสาธารณสุขได้แก่ การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ครม.อนุมัติ ใช้งบประมาณในการดำเนินการจำนวน 12.76 ล้านบาท

ครม. เห็นชอบ ร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง กำหนดให้ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ - คำนึงผลประโยชน์ของชาติ - ปชช.

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวไตรศุลี​ ไตรสรณกุล​ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)​ ว่า ครม.เห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์​ ในการประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของข้าราชการการเมือง​ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ยกร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองขึ้นมาและให้ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประมวลจริยธรรมสำหรับข้าราชการการเมืองไปแล้ว

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า ซึ่งร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง  ประกอบด้วย​ การกำหนดนิยามคำว่า ข้าราชการการเมือง หมายความถึง ข้าราชการการเมือง​ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และให้รวมถึงกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีด้วย​ โดยกำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

กำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต​ มีจิตสำนึกที่ดีและรับผิดชอบต่อหน้าที่​ ต้องกล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม​ ข้าราชการการเมืองต้องยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมีจิตสาธารณะ นอกจากนี้ยังกำหนดให้ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานโดยต้องดำรงตน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ​ ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ​ รวมทั้งต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

ครม. เห็นชอบ “ร่างพ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ” ช่วยแรงงานในระบบ มีเงินสำรองเลี้ยงชีพ

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ เพื่อเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบ ลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราวของราชการ พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่องค์การมหาชน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้ได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบการจ่ายบำเหน็จบำนาญ และเป็นศูนย์กลางบูรณาการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบบำเหน็จบำนาญ 

โดยรายได้ของ กบช. ไม่ต้องนำส่งคลัง และกำหนดให้ลูกจ้างที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและไม่เกิน 60 ปี ที่ไม่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องเป็นสมาชิกของ กบช. ทั้งนี้กำหนดให้ลูกจ้างและนายจ้างส่งเงินสมทบแต่ละฝ่าย แบ่งเป็น ปีที่ 1 - 3 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของค่าจ้าง ปีที่ 4 - 6 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของค่าจ้าง ปีที่ 7 - 9 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 ของค่าจ้าง ปีที่ 10 เป็นต้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 - 10 ของค่าจ้าง โดยกำหนดเพดานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อเดือน กรณีลูกจ้างเงินเดือนน้อยกว่า 10,000 บาท ให้นายจ้างส่งเงินฝ่ายเดียว หากลูกจ้างและนายจ้างต้องการส่งเพิ่ม สามารถส่งเพิ่มได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของค่าจ้าง โดยไม่จำกัดเพดานค่าจ้าง

สำหรับการรับเงินจาก กบช. เมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปี สามารถเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญรายเดือน เป็นระยะเวลา 20 ปี กรณีเลือกบำเหน็จ ได้รับเงินเท่ากับจำนวนเงินสะสมที่ลูกจ้างส่ง เงินสมทบจากนายจ้าง รวมผลตอบแทน กรณีเลือกบำนาญ แล้วต้องการเปลี่ยนเป็นบำเหน็จก็สามารถทำได้  เช่น รับบำนาญแล้ว 5 ปี ต้องเปลี่ยนเป็นบำเหน็จ จะได้รับเงินเท่ากับเงินบำนาญ 15 ปีที่เหลือ กรณีที่ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยจนใกล้ถึงแก่ชีวิตก่อนครบอายุ 60 ปีบริบูรณ์ เมื่อออกจากงานแล้ว จะขอรับเงินสะสม เงินสมทบ บางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นอกจากนั้นเห็นชอบร่างพ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. .... สาระสำคัญ เป็นการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (คนบ.) มีอำนาจหน้าที่จัดทำนโยบาย แผนแม่บท และแนวทางการพัฒนาระบบบำเหน็จบำนาญในภาพรวมของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีคณะกรรมการฯ  13 คน โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ

จุรินทร์ นำ ข้าราชการพาณิชย์ขอบคุณ "วีรศักดิ์" มีส่วนสำคัญช่วยนโยบายบรรลุเป้าหมาย พร้อมยินดีกับตำแหน่งใหม่รัฐมนตรีช่วยคมนาคม

วันที่ 30 มีนาคม 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ ปลัดกระทรวงพาณิชย์และข้าราชการกระทรวงพาณิชย์จัดพิธีอําลาอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล พร้อมแสดงความยินดีในตำแหน่งใหม่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ณ ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

นายจุรินทร์ กล่าวขอบคุณนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล โดยระบุว่าที่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีเศษที่ทำงานด้วยกันมานายวีรศักดิ์มีส่วนสำคัญในการช่วยให้งานนโยบายทุกประการของกระทรวงพาณิชย์บรรลุเป้าหมายมีผลสัมฤทธิ์เป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนได้เป็นอย่างดีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

"ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละและตั้งใจในการปฎิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและในโอกาสพิเศษนี้ขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ไปดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมถือว่ายังอยู่ในรัฐบาลเดียวกัน จะได้มีโอกาสทำงานร่วมกันต่อไป เป็นมงคลอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้รับตำแหน่งใหม่ในคณะรัฐบาลนี้อีกครั้งหนึ่ง" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

ด้านนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล กล่าวว่า ดีใจและไม่อยากจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งตั้งแต่ได้ตำแหน่ง ส.ส. และมาทำงานครั้งแรกที่กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง มีความรู้สึกอบอุ่น ในช่วงระยะเวลา 1 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา ตนมีความสุขจะจดจำแต่สิ่งดี ๆ และท่านรองนายกฯให้ความสำคัญกับตนและตนได้เรียนรู้ 1 ปี 8 เดือน รู้สึกเหมือนไม่กี่วัน ถึงตนจะไปอยู่ที่กระทรวงคมมาคม แต่ก็ทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับท่านนายกและท่านรองนายกฯได้เป็นอย่างดี

จากนั้นนายจุรินทร์ได้มอบโมเดลเรือสำเภาเป็นที่ระลึกให้กับนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยมี คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ได้มามอบดอกไม้เพื่อแสดงความขอบคุณเป็นจำนวนมาก

ครม.เห็นชอบ ก.คลัง จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส - เหรียญเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

วันที่ 30 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส 1 พฤษภาคม 2562 พ.ศ.... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อจัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส 1 พฤษภาคม 2562

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า วัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนักในพระมหากรุณาธิกคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทั้งสองพระองค์ทรงตั้งมั่นในพระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา ต่อยอด" แนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อทรงแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ด้วยน้ำพระราชหฤทันอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณของทั้ง 2 พระองค์ ให้แผ่ไพศาลไปทั้งในและนานาประเทศ

โดยกระทรวงการคลังได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสดังกล่าว ตามแบบที่ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่กระทรวงการคลังจะดำเนินการจัดทำมีทั้งสิ้น  4 ชนิด ประกอบด้วยเหรียญกษาปณ์ทองคำ ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 20,000 บาท จำหน่ายราคา 40,000 บาท  ผลิตตามจองจำนวนไม่เกิน 10,000 เหรียญ เหรียญกษาปณ์เงิน ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 1,000 บาท จำหน่ายราคา 3,000 บาท ผลิตตามจองจำนวนไม่เกิน 50,000 เหรียญ เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 20 บาท จำหน่ายราคา 200 บาท ผลิตจำนวนไม่เกิน 100,000 เหรียญ และเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิเกิล) ประเภทธรรมดาชนิดราคา 20 บาท จำหน่ายราคา 20 บาท ผลิตจำนวนไม่เกิน 5,000,000 เหรียญ

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า ครม. ได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเหรียญเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 4 พฤษภาคม 2562 พ.ศ.... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อจัดทำเหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านให้แผ่ไพศาลไปทั้งภายในประเทศและนานาประเทศ ตลอดจนน้อมนำจิตใจของปวงชนชาวไทยให้แสดงความกตัญญูกตเวทีและความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า

ซึ่งกระทรวงการคลังได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติจัดทำเหรียญเฉลิมพระเกียรติในโอกาสดังกล่าว ตามแบบที่ทูลเกล้าฯถวาย ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว สำหรับการดำเนินการนั้น กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จะจัดทำเป็นเหรียญเงินชนิดบุรุษและสตรี จำนวนไม่เกิน 300,000 เหรียญ ราคาจำหน่ายเหรียญเฉลิมพระเกียรติทั้งชนิดบุรุษและชนิดสตรี ราคาเหรียญละ 1,600 บาท

สถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยและอาเซียน ประจำวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2564

สถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยและอาเซียน

ประจำวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2564

สงกรานต์ปีนี้คนไทย.....อยากทำอะไร? | PoliticsQuiZ EP.5

PoliticsQuiZ พาทุกคนมาสำรวจความคิดเห็นคนไทยบางส่วน ว่าหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้ พวกเขามีแผนอยากจะทำอะไรกัน!!

.

.


สนับสนุนโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ . #THESTATESTIMES #PoliticsQuiZ

ครม.อนุมัติงบ 2.93 พันลบ. โครงการประกันภัยข้าวนาปี คุ้มครอง 46 ล้านไร่

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 ว่า ครม.เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 พื้นที่ประกันภัย รวม 46 ล้านไร่ ภายใต้วงเงิน 2,936 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรมีเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติผ่านระบบการประกันภัย  โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทดรองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันแทนรัฐบาลและเบิกเงินชดเชยตามจำนวนที่จ่ายจริง

ซึ่งโครงการปีการผลิต 2564 เป็นโครงการต่อเนื่องปีที่ 10 ซึ่งการดำเนินงานส่วนใหญ่มีลักษณะเดียวกันกับปี 2563 โดยปรับอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ลดลง 1 บาท (จาก 97 บาท/ไร่ เหลือ 96 บาท/ไร่) และปรับอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ซื้อประกันภัยเพิ่มและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่ำ ลดลง 3 บาท (จาก 58 บาท/ไร่เหลือ 55 บาท/ไร่) โดยมีรายละเอียดดังนี้

โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 มีพื้นที่เป้าหมายประกันภัย รวม 46 ล้านไร่  มีอัตราค่าเบี้ยประกันภัยดังนี้ 

1.) ค่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน Tier 1 กำหนดตามความเสี่ยงจริงของเกษตรกร รวม 45 ล้านไร่ แบ่งเป็น

1.1) ลูกค้า ธ.ก.ส. ทุกราย ค่าเบี้ยประกันภัย 96 บาทต่อไร่ (รวม 28 ล้านไร่) โดยรัฐบาลเป็นผู้อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 58 บาทต่อไร่ และ ธกส. อุดหนนุนให้ 38 บาทต่อไร่ (ยังไม่รวมค่าอาการแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

1.2) เกษตรกรทั่วไป และลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ที่ซื้อเพิ่ม ค่าเบี้ยประกันภัยในพื้นที่เสี่ยงต่ำ 55 บาทต่อไร่ พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 210 บาทต่อไร่ และพื้นที่เสี่ยงสูง 230 บาทต่อไร่ (รวม 17 ล้านไร่) โดยรัฐบาลเป็นผู้อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 55 บาทต่อไร่ (ยังไม่รวมค่าอาการแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยคุ้มครองความเสี่ยงจาก 7 ภัยธรรมชาติ ไร่ละ 1,260 บาท ได้แก่ 1)น้ำท่วมหรือฝนต กหนัก 2)ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง

1.3) ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น 4)ภัยอากาศหนาว หรือน้ำค้างแข็ง 5)ลูกเห็บ 6)ไฟไหม้ 7)ช้างป่า และภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาดไร่ละ 630 บาท

2.) ค่าเบี้ยประกันภัยแบบสมัครใจ Tier 2 กำหนดตามความเสี่ยงจริงของเกษตรกร จำนวน 1 ล้านไร่ ซึ่งเกษตรกรจะต้องเป็นผู้ชำระเอง แบ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่ำ 24 บาทต่อไร่ พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 48 บาทต่อไร่ และพื้นที่เสี่ยงสูง 101 บาทต่อไร่ โดยคุ้มครองความเสี่ยงจาก 7 ภัยธรรมชาติ ไร่ละ 240 บาท และภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาดไร่ละ 120 บาท

ส่วนการดำเนินการขายกรมธรรม์จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค คือ 1)ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (กลุ่มที่1) ภายใน 30 เมษายน 2564 2)ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (กลุ่มที่ 2)  ภายใน 31 พฤษภาคม 2564  3)ภาคตะวันตก ภายใน 30 มิถุนายน 2564 และ4)ภาคใต้ ภายใน 31 ธันวาคม 2564 จากผลการดำเนินโครงการปีการผลิต 2563 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา มีเกษตรกรทำประกันภัย Tier 1 จำนวน 3.30 ล้านราย พื้นที่รวม 44.36 ล้านไร่ ส่วนประกันภัยเพิ่มเติม Tier 2 มีเกษตรทำประกันภัยจำนวน 3.33 หมื่นราย พื้นที่รวม 4.79 แสนไร่ รวมเบี้ยประกันภัยทั้ง 2 ประเภท จำนวน 4.04 พันล้านบาท และมีคำขอรับค่าสินไหมทดแทนจากเกษตรกรแล้ว 3.67 หมื่นราย เป็นเงิน 516 ล้านบาท

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า รัฐบาลขอประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรร่วมทำประกันภัยข้าวนาปี เพื่อเป็นการลดความสูญเสียหากเกิดความเสียหายจากภัยธรรมชาติและศัตรูพืชหรือโรคระบาด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับลดสัดส่วนการอุดหนุนของภาครัฐในการจ่ายเบี้ยประกัน เพื่อให้ระบบประกันภัยมีการซื้อขายได้โดยทั่วไป เหมือนการทำประกันภัยรถยนต์หรืออุบัติเหตุ เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top