Saturday, 4 July 2026
POLITICS

‘รองโฆษกพรรคกล้า’ ห่วงบรรทัดฐาน ‘คดีธรรมนัส’ คนต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดต่างประเทศเป็น ส.ส.-รัฐมนตรีได้ ชี้ช่องยื่น ป.ป.ช. วินิจฉัยจริยธรรมร้ายแรงต่อ

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ กรณีต้องคำพิพากษาศาล ออสเตรเลียในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดว่า แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุดในเรื่องคุณสมบัติแล้ว แต่การให้เหตุผลคำวินิจฉัยในทำนองว่าคำพิพากษาของต่างประเทศ ไม่มีผลผูกพันต่อกฎหมายไทย เกิดเป็นคำถามถึงบรรทัดฐานกระบวนการยุติธรรมไทย

"ผมไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับบุคคลในคดี แต่สงสัยว่า ถ้ามีคนก่อคดีคล้าย ๆ มันคือแป้ง ในต่างประเทศ หมายความว่าบุคคลนั้น สามารถสมัครรับเลือกตั้ง เป็น ส.ส. หรือเป็นรัฐมนตรี ได้หรือไม่ เชื่อว่าประชาชนอีกหลาย ๆ คน ก็คงรู้สึกสงสัยไม่ต่างกัน จึงหวังว่าคำวินิจฉัยฉบับเต็มที่จะออกมาภายหลัง จะมีการอธิบายถึงบรรทัดฐานในอนาคตที่ชัดเจนด้วย" นายแสนยากรณ์ กล่าว

รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวว่า เรื่องคุณสมบัติคงจะจบไปด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงมีประเด็นว่า ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงตามหมวด 1 ของมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ซึ่งกำหนดให้บังคับใช้แก่ ส.ส., ส.ว. และคณะรัฐมนตรี ด้วยหรือไม่โดยสามารถยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อชี้มูลว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ และส่งต่อให้ศาลฎีกาตัดสินต่อไป

นายแสนยากรณ์ ยังกล่าวถึง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 5 กำหนดด้วยว่า ผู้ใดกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นจะต้องรับโทษในราชอาณาจักรด้วย รวมถึงความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมายคณะที่ 5 ) เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2525 ก็ระบุถึงเจตนารมณ์ส่วนหนึ่งว่า ถ้าต้องห้ามเฉพาะการกระทำผิดในประเทศ ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดในต่างประเทศ ก็จะเกิดการลักลั่นไม่เป็นธรรม ซึ่ง 2 ประเด็นนี้ น่าจะเป็นข้อกฎหมายและความเห็นที่มีนัยยะสำคัญ หากมีการวินิจฉัยต่อว่าขัดต่อจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ‘Withawatt Cozy Tansuhaj’ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

เรื่องคุณธรรมนัสวันนี้ ขอยกตัวอย่างที่ฮ่องกง

เหตุจลาจลที่ฮ่องกงเกิดจากอะไรแต่แรก

คือมีชายฮ่องกงพาเพื่อนหญิงของเขาไปใต้หวันและฆ่าเธอตายที่นั่น พอหนีกลับมาฮ่องกง ทางใต้หวันแจ้งไปเรื่องฆาตกรรม แต่เนื่องจากไม่มีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน เขาจึงรับโทษที่ฮ่องกงแค่ข้อหาขโมยโทรศัพท์มาขายเท่านั้น

จีนจึงออกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน พวกโจซัว หว่องเลยออกมาประท้วงเพราะกลัวจะหนีไม่ได้อีกต่อไป จะถูกจับส่งไปด้วย แล้วเรื่องมันก็ลุกลามอย่างที่เห็นกัน

ศาลฮ่องกงไม่มีสิทธิลงโทษชายผู้นั้นข้อหาฆาตกรรม ทั้งๆที่เขาก็ยอมรับว่าเป็นฆาตกร เพราะเขาไปฆ่าที่ใต้หวัน มันเป็นหลักสากลที่ว่า เหตุที่เกิดในประเทศหนึ่งจะไม่มีผลทางกฎหมายใดใดในอีกประเทศหนึ่ง

คุณธรรมนัสที่รอดก็ด้วยหลักสากลนี้ จะค้ายาจริงหรือไม่นั่นไม่ใช่ประเด็น แต่เขาติดคุกที่ออสเตรเลียไม่ใช่ที่ไทย ผลการตัดสินผมว่ามันก็ต้องเป็นไปอย่างนั้่นตามหลักอธิปไตยทางกฎหมาย

อันนี้ไม่ได้ชอบหรือเกลียดคุณธรรมนัสนะ เฉยๆมาก ครั้งเลือกตั้งล่าสุดก็ไม่ได้เลือกพรรค พปชร. แต่ผมเห็นด้วยกับการตัดสิน

การทำผิดกฏหมายที่ต่างประเทศ ไม่ควรมีผลสำหรับคุณสมบัติที่บังคับใช้ในประเทศไทย ถือว่าถูกแล้วครับ สำหรับประเทศที่ยังเป็นเอกราช

จะต่อว่าก็ต่อว่าคุณธรรมนัสได้ครับ ที่ไม่ยอมพิจารณาตัวเอง ไม่มีสปิริต

แต่จะมากล่าวหาว่าร้ายให้ศาลหรือเลยเถิดไปถึงไหนก็ตาม อันนี้ไม่ใช้สติละ ไม่ถูกเลยครับ ผิดและอคติอย่างมาก

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10226662436727835&id=1255629295

'ไฟเซอร์' ออกตัว หลัง 'ทักษิณ' แฉวัคซีนบางส่วนเข้าไทยแล้ว แต่ไม่มากพอฉีดสลิ่ม ย้ำ!! ในภาวะการระบาดต้องส่งมอบผ่านรัฐบาลลูกเดียว

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี วู้ดซัม ได้ร่วมพูดคุยในช่อง CARE Clubhouse x CARE Talk : คิดเคลื่อนไทย พลิกฟื้นวิกฤติโควิด กับ Tony Woodsome โดยพูดถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการบริหารจัดการพื้นที่คลองเตย รวมถึงเรื่องวัคซีนที่ล่าช้านั้น มีช่วงหนึ่งที่พูดว่า...

“วันนี้ไฟเซอร์ หากเข้าไปดูเว็บไซต์ ประเทศไทยมีเอาเข้ามาแล้ว ไม่รู้เท่าไหร่ แต่ว่า เอาเข้าแล้ว ไม่มาก คงใช้กันไม่มีคน / บรรดากองเชียร์หรือสลิ่มทั้งหลาย ก็อยากได้ไฟเซอร์แหละ แต่มันไม่มีให้"

ล่าสุดฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่ได้มีข้อความปรากฎเกี่ยวกับวัคซีนโควิด - 19 ของไฟเซอร์-ไบโอเอนเทค ในประเทศไทยจากหลายแหล่งข่าว และสื่อออนไลน์หลายแห่ง บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับข้อเท็จจริง และการดำเนินงานรวมถึง จุดยืนบริษัทฯ ดังนี้...

1.) ไฟเซอร์มุ่งมั่น และยืนหยัดที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในประเทศต่างๆ เพื่อให้คนทั่วโลกรวมถึงประชาชนชาวไทยได้สามารถเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ของเราได้อย่างเท่าเทียมกัน

2.) ภาวะของการระบาดในขณะนี้ ไฟเซอร์จำเป็นต้องมุ่งจัดลำดับความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการส่งมอบวัคซีนผ่านหน่วยงานรัฐบาลแห่งชาติเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ ไฟเซอร์อยู่ระหว่างการทำงาน และหารืออย่างต่อเนื่องกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเตรียมการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนชาวไทย

และ 3.) เราขอรับรองว่าไฟเซอร์-ไบโอเอนเทค ไม่มีนโยบายจัดจำหน่ายวัคซีนโควิด-19 ผ่านตัวแทนหรือตัวกลางใด ๆ

ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันไม่เคยมีการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ผ่านสำนักงานในประเทศไทยแต่อย่างใดทั้งสิ้น


ที่มา: https://www.nationtv.tv/main/content/378822851

https://www.matichon.co.th/politics/news_2706774

รมต.สำนักนายกฯ ตรวจเยี่ยม ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายฯ ศปม.

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ พล.อ.ธิติชัย เทียนทอง รองเสนาธิการทหาร ให้การต้อนรับ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี/กรรมการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในโอกาสตรวจเยี่ยมศูนย์สนับสนุนการ เคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ COVID-19 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง

ตามนโยบายของ นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศบค.)ให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) บูรณาการการใช้ยานพาหนะของกองทัพเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้กำกับดูแล นั้น ปัจจุบัน กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดตั้งหน่วยปฎิบัติเพื่อบูรณาการการดำเนินงาน ดังนี้ 

1.) ส่วนกองอำนวยการ จัดจาก กรมยุทธบริการทหาร
2.) ส่วนปฏิบัติการ ประกอบด้วย กองบัญชาการ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง, ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพบก, ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพเรือ และ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพอากาศ โดยมีการจัดยานพาหนะสนับสนุนการเคลื่อนย้ายฯ ประกอบด้วย

- จัดยานพาหนะที่ใช้พร้อมใช้งานทันที จำนวน 31 คัน โดยจัดจาก กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 15 คัน กองทัพบก จำนวน 10 คัน กองทัพเรือ จำนวน 3 คัน และกองทัพอากาศ จำนวน 3 คัน โดยได้สนับสนุนศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ มาตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ซึ่งในปัจจุบันยังคงดำรงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทุกวัน

- จัดยานพาหนะเพิ่มเติมอีกจำนวน 21 คัน ประกอบกำลังจากกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 10 คัน กองทัพบก จำนวน 5 คัน กองทัพเรือ จำนวน 3 คัน และ กองทัพอากาศ จำนวน 3 คัน ได้มีการจัดหมุนเวียนปฏิบัติงานประจำศูนย์ฯ เป็นประจำทุกวัน 

-  จัดยานพาหนะที่พร้อมปฏิบัติเมื่อสั่ง (On call) ไว้อีก จำนวน 16 คัน โดยจัดจากกองทัพบก จำนวน 10 คัน กองทัพเรือ จำนวน 3 คัน และกองทัพอากาศ  จำนวน 3 คัน

- จัดรถพยาบาล จากกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 4 คัน

- จัดกำลังพล จากสำนักงานแพทย์ทหาร กรมยุทธบริการทหาร เข้าร่วมส่วนสนับสนุน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ COVID-19 ศปม. ณ กรมยุทธบริการทหาร เพื่อประสานนำส่งโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามตามที่กำหนด

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี/กรรมการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเสียสละในสถานการณ์การแพร่ระบาด พร้อมกันนี้ได้มอบชุด PPE หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และน้ำดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน  ณ ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายฯ เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 ต่อไป

'ก้าวไกล' รับผิดหวังคำวินิจฉัยศาลรธน. "ธรรมนัส" ไม่พ้นเก้าอี้ ส.ส.-รมต. จ่อ เข้าชื่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป ชี้ หมดเวลารบ.ประยุทธ์แล้ว ต้องมีรบ.ชุดใหม่ คืนระบบกม.ที่เป็นปกติให้กับสังคมไทย

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามกรทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อสมาชิกภาพ ส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยนายชัยธวัช กล่าวว่า เราผิดหวังกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขัดกับแนวทางปฏิบัติและการตีความกฎหมายที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ พ.ศ.2525 หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยเคยทำหนังสือขอความเห็นไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2521 เคยกำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เรื่องหนึ่งว่า บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยพ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ซึ่งในครั้งนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกนั้นเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำคุกของศาลในประเทศใด และบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเพราะเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม ถ้าต้องห้ามเฉพาะการกระทำผิดในประเทศ ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดในต่างประเทศ ก็จะเกิดความลักลั่นไม่เป็นธรรมและขัดกับเหตุผล ในกรณี เช่น ความผิดอย่างเดียวกัน มีโทษอย่างเดียวกัน ถ้าทำผิดในประเทศต้องห้าม แต่ถ้าทำผิดในต่างประเทศไม่ต้องห้าม 

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ฉะนั้น บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยพ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการถูกจำคุกในประเทศไทยหรือในต่างประเทศก็ต้องถือว่าเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นี่คือแนวทางปฏิบัติที่ตีความมาโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาจนกระทั่งถูกล้มโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ซึ่งจะยิ่งทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากยิ่งขึ้นกับองค์กรอิสระในปัจจุบันว่ายังทำหน้าที่เป็นกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ หรือกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้มีอำนาจบางกลุ่มแล้วโดยสมบูรณ์

นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าตรวจสอบในกรณีนี้ต่อไป โดยยังสามาถเข้าชื่อส่งไปยัง ป.ป.ช. ต่อไปยังศาลฎีกาได้ โดยถือว่าเป็นเรื่องผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งในการไต่สวนคดีนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ยอมรับกับศาลอย่างชัดเจนว่าเคยต้องคำพิพากษาและจำคุกตามที่พรรคก้าวไกลเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้โกหกคำโตไว้ในสภาตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนหน้านี้ ดังนั้น แม้ว่า ร.อ.ธรรมนัส จะรอดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องพิจารณาว่าเรามีรัฐมนตรีที่เคยมีประวัติต้องคำพิพากษาว่าทำความผิดและเคยถูกจำคุกในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดร้ายแรง คือ การค้าเฮโรอีน ในต่างประเทศได้อย่างไร 

"วันนี้ ร.อ.ธรรมนัสไม่เพียงแต่ไม่ถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรีแต่ยังเติบโตในหน้าที่การงานมากขึ้นเรื่อยๆ ในพรรคพลังประชารัฐและรัฐบาล แสดงให้เห็นรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลโจรอุ้มโจร และยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าหมดเวลาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แล้ว จำเป็นต้องมีรัฐบาลชุดใหม่ให้เร็วที่สุด เพื่อคืนความยุติธรรม คืนระบบกฎหมายที่เป็นปกติให้กับสังคมไทยและเข้ามาแก้ไขปัญหา วิกฤตโควิด-19 ที่รัฐบาลปัจจุบันไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการ" นายชัยธวัช กล่าว

ด้านนายธีรัจชัย กล่าวว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแตกต่างจากสิ่งที่ตนเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้สรุปผลว่า ร.อ.ธรรมนัสขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี  เมื่อมีความเห็นแตกต่างกันก็จะขอให้สภาผู้แทนราษฎร เปิดผลรายงาน กมธ.ป.ป.ช. เพื่อนำมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง แม้จะไม่สามารถลบล้างอะไรได้ แต่จะเป็นเหตุผลด้านกฎหมาย และวิชาการเพื่อให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (10) ต้องการมุ่งตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งส.ส. และรัฐมนตรี ส่วนคำพิพากษาเป็นเพียงตราประทับรับรองว่า บุคคลผู้นั้น มีคุณสมบัติเหมาะสมจริงหรือไม่จริง แต่ไม่ใช่สาระสำคัญของการใช้อำนาจตุลาการแต่ละประเทศ มาข่มอีกประเทศ ซึ่งคนที่ทำผิดมีคดีความในต่างประเทศ น่าจะเป็นคนมีคุณสมบัติมัวหมอง เป็นปฏิปักษ์ต่อการเข้ามาดำรงตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารใช้อำนาจประเทศ 

นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า กรณีความผิดคดียาเสพติดนั้น ประเทศไทยได้ร่วมลงนามอนุสัญญาเกี่ยวกับยาเสพติดตามกฎหมายระหว่างประเทศหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1971 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1988 อีกทั้งยังมีกฎหมายไทยคือ พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 5 ระบุ ผู้ใดกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏว่าผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย เป็นการระบุชัดเจนว่า ไม่ว่าจะกระทำผิดประเทศไทย ถ้ามีคนไทยเป็นผู้ร่วมทำผิด สามารถนำมาลงโทษในประเทศไทยได้ เรื่องการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ที่ระบุถึงลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรีและส.ส. นั้น ต้องตีความเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการป้องกัน ไม่ให้คนมีคุณสมบัติน่ารังเกียจ ข้อสงสัยเข้ามาดำรงตำแหน่ง ไม่ใช่ตีความในเชิงปล่อยให้เข้ามาได้ หากบรรทัดฐานศาลเป็นเช่นนี้  แนวโน้มก็อาจจะตีความได้เช่นนี้ตลอดไปเพราะคำพิพากษาต่างประเทศไม่สามารถใช้ได้กับรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ขอให้ทุกคนช่วยกันคิดว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีการหาทางออกได้อย่างไร เพื่อให้มีระบบกฎหมายที่ยึดโยงกับประชาชน ตรวจสอบได้ 

เมื่อถามว่าการที่พรรคก้าวไกลหรือพรรคอื่นออกมาแสดงความคิดเห็นภายหลังศาลตัดสิน บางคนอาจมีคนมองว่าไม่เคารพศาล ถือว่าละเมิดศาลหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ในระบบประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนเรื่องความเคารพหรือความเลื่อมใสต่อกระบวนการยุติธรรมหรือศาลเป็นเรื่องที่เป็นผลมาจากพฤติกรรมของสถาบันหรือองค์กรนั้น ๆ ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน โดยสรุปคือการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องปกติและสามารถกระทำได้ 

ด้านนายธีรัจชัย กล่าวว่า สิ่งที่ตนพูดเมื่อก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่ตนแสดงความเห็นก่อนที่ศาลจะตัดสินและตนอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งคณะกรรมาธิการป.ป.ช.ก็มีความเห็นเช่นนั้น ไม่เกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาลแต่เป็นการโต้แย้งตามหลักการที่เห็นแตกต่างกัน และยืนยันว่ากติการของกฎหมายกำหนดว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่นี่เป็นความเห็นที่เราเห็นมาก่อนและมาอธิบายให้ฟังว่าแตกต่างกันอย่างไร

เมื่อถามว่ากระบวนการต่อจากนี้ในการเข้าชื่อส่งป.ป.ช. พรรคก้าวไกลจะดำเนินการเลยหรือไม่หรือจะใช้เวลานานเท่าไหร่ นายชัยธวัช กล่าวว่า คงไม่นานเท่าไหร่ วันนี้หลังจากทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็พิจารณาแล้วว่าในกลไกตามกฎหมายที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน คือช่องทางการยื่นต่อป.ป.ช. เราก็จะเร่งคุยกันในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคและคงจะมีการดำเนินการต่อจากนี้ไม่นาน

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการที่ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาในลักษณะนี้ ในอนาคตจะสุ่มเสี่ยงในการวินิจฉัยครั้งต่อไปหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า อย่างที่เรียนไปตอนต้นว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ยิ่งทำให้สังคมและประชาชนตั้งคำถามกับบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอื่น ๆ  มากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก ซึ่งต้องบอกว่าในปัจจุบันมีหลายกรณีแล้วที่ทำให้ระบบยุติธรรม ระบบกฎหมาย กลไกการตรวจสอบรวมถึงศาลยุติธรรมเกิดวิกฤตศรัทธา ในส่วนนี้เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลไม่อยากให้เห็น

ครม. อนุมัติ ขยายมาตรการภาษี นิติบุคคล-บ. ห้างหุ้นส่วน จ้างงานผู้พ้นโทษอีก 1 ปี  สิ้นสุด 31 ธ.ค. นี้

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้พ้นโทษ) โดยขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ร้อยละ 50 ของรายจ่าย ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างงานผู้พ้นโทษไม่เกิน 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวเข้าทำงาน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. พ.ศ.2564-วันที่ 31 ธ.ค. พ.ศ.2564 เพื่อส่งเสริมและจูงใจให้ภาคเอกชน มีส่วนร่วมสนับสนุนการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษเข้าทำงาน ช่วยให้ผู้พ้นโทษสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีอาชีพ เสริมสร้างเศรษฐกิจในตลาดแรงงานที่ขาดแคลน ลดการพึ่งแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้คาดว่าจากการขยายมาตรการดังกล่าวรัฐ จะสูญเสียรายได้ประมาณ 1,935 ล้านบาท

ครม.เคาะมาตรการเยียวยา-แจกเงินโควิด 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แยกเป็น มาตรการที่ทำได้ทันที คือ

1.) การปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน ผ่านธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รายละไม่เกิน 1 หมื่นบาท คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 0.35% ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี สิ้นสุด 31 ธ.ค. 64 รวมทั้งการพักชำระหนี้ของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ไปจนถึง 31 ธ.ค. 64 ตามความสมัครใจ 

2.) มาตรการบรรเทาค่าใช้จ่าย ทั้งค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า และน้ำประปา โดยในส่วนของค่าไฟฟ้านั้น จะช่วยสำหรับบ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก เป็นเวลา 2 เดือน สำหรับใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าประจำเดือนพ.ค.-มิ.ย. 64 โดยผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือนให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก ส่วนบ้านที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน จะได้รับส่วนลด และผู้ใช้ไฟที่เป็นกิจการขนาดเล็ก ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยแรก ด้านค่าน้ำประปา จะลดราคาลง 10% เฉพาะบ้านที่อยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก 2 เดือน คือ พ.ค.-มิ.ย. 64 

นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะเร่งด่วน มี 2 โครงการ คือ โครงการเราชนะ เป้าหมาย 32.9 ล้านคน โดยขยายเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้ประชาชนอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ สิ้นสุด 30 มิ.ย. 64 กรอบวงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท และ โครงการม.33เรารักกัน เป้าหมาย 9.27 ล้านคน โดยขยายเพิ่มวงเงินให้อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็น ระยะเวลา 2 สัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 64 กรอบวงเงิน 1.85 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการในระยะที่ 2 ซึ่งจะเริ่มทำเมื่อสถานการณ์ไวรัสโควิดระลอกเดือนเม.ย. คลี่คลายลง มี 4 โครงการ กรอบวงเงินเบื้องต้น 1.4 แสนล้านบาท คือ

1.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 จำนวน 13.65 ล้านคน โดยให้เงินเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ก.ค.-ธ.ค. 64 

2.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ 2.5 ล้านคน โดยให้เงินเพิ่มเติม เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือนเช่นกัน

3.) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 อีกไม่เกินคนละ 3,000 บาท และ

4.) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยรัฐสนับสนุน อี-เวาท์เชอร์ ให้กับ ประชาชนที่ใช้จ่ายซื้อสินค้า ค่าอาหาร และเครื่องดื่มและค่าบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยรัฐจะสนับสนุน อี-เวาท์เชอร์ ในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.นี้ และ สามารถนํา อี-เวาท์เชอร์ ไปใช้จ่ายได้ในเดือนส.ค.-ธ.ค.64 โดยมาตรการระยะ 2 นี้ ประเมินว่า จะครอบคลุมเป้าหมายประชาชน 51 ล้านคน และมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 4.73 แสนล้านบาท

ครม.อนุมัติต่ออายุโครงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด อีก 6 ปี

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติต่ออายุโครงการการให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด อาทิ อัฟกานิสถาน แองโกลา บังกลาเทศ และเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นไปตามพันธกรณีของไทยในฐานะสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) โดยยกเลิกภาษีนำเข้าและโควตา (Duty Free Quota Free Scheme : DFQF) ขยายระยะเวลาออกไปอีก 6 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2569 (จากเดิม โครงการระยะที่ 1 สิ้นสุดเมื่อ 31 ธันวาคม พ.ศ.2563) ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ซึ่งการต่ออายุโครงการในครั้งนี้ มีจำนวนสินค้าที่ไทยให้สิทธิพิเศษภายใต้โครงการรวมทั้งสิ้น 7,187 รายการ หรือคิดเป็นร้อยละ 66.47 ของรายการสินค้าทั้งหมดในระบบ HS 2017 (ระบบพิกัดศุลกากรสากล) ส่วนประเทศที่ต้องการใช้สิทธิพิเศษ จะต้องดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามประกาศกรมศุลกากร

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การต่ออายุโครงการดังกล่าว แม้จะเป็นการยกเว้นภาษี ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณปีละ 32-36 ล้านบาท แต่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทยทำให้มีแหล่งนำเข้าทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มวัตถุดิบและสินค้าขั้นต้น และมีราคาสินค้าที่ถูกกว่าหลายรายการ เมื่อเทียบกับราคานำเข้าเฉลี่ยจากทั้งโลกและจากแหล่งนำเข้าอื่น ๆ

“บิ๊กบี้” สั่ง กรมสวัสดิการทบ. พร้อมอนุเคราะห์ฌาปนสถาน จัดพิธีเผาหรือเคลื่อนย้ายศพผู้ติดเชื้อโควิด ลดภาระครอบครัวโดยให้แจ้งผ่าน ศูนย์ประสานงานต้านโควิด19 ทบ.

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่ส กองทัพบกยังคงสนับสนุน ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ COVID- 19 ทุกด้าน ทั้งเรื่องโรงพยาบาลสนาม, สนับสนุนบุคลากร, เครื่องมือทางการแพทย์, ในการเฝ้าตรวจคัดกรองและรักษาผู้ป่วย

โดยพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เห็นถึงข้อจำกัดและความไม่สะดวกในการจัดการพิธีศพของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ โควิด-19 รวมถึง การเคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลไปยังวัด เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาได้สั่งการให้กรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบศาสนสถานของกองทัพบก และหน่วยทหารทั่วประเทศ รวมทั้ง ฌาปนสถานของกองทัพบกในพื้นที่ กทม. ได้แก่ วัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด, วัดโสมมนัสวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต เขตบางเขน ได้ให้ความอนุเคราะห์ และช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการจัดเตรียมสถานที่ในการประกอบพิธีทางศาสนา การเผาศพให้กับศพของผู้ติดเชื้อโควิดที่ครอบครัวหรือญาติมีความเดือดร้อนและขอรับการสนับสนุน

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้มอบให้พิจารณาอำนวยความสะดวกในการจัดยานพาหนะช่วยเคลื่อนย้ายศพไปยังวัด ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อตามที่สาธารณสุขแนะนำอีกด้วย

ทั้งนี้ในการเคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลไปยังศาสนสถานของกองทัพบก จะดำเนินการโดย “ศูนย์ควบคุมการเคลื่อนย้าย ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก (กองทัพภาคที่ 1)” โดยขั้นตอนทั้งหมดเป็นการฌาปนกิจแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อลดภาระของครอบครัวผู้ติดเชื้อและเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ในขณะนี้
 
ทั้งนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่เดือดร้อนหรือประสบปัญหาในการจัดการศพผู้ติดเชื้อ COVID-19 หรือการขนส่งเคลื่อนย้ายศพ สามารถประสานขอรับการสนับสนุน ผ่านศูนย์ประสานงานต้านโควิด-19 กองทัพบก โทร 0-2270-5685-9 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สำหรับการช่วยเคลื่อนย้ายและจัดพิธีเผาศพดังกล่าว เป็นความตั้งใจของผู้บัญชาการทหารบก ที่ประสงค์ดูแลพี่น้องประชาชนเป็นการทำความดีด้วยหัวใจ  นำทรัพยากรและศักยภาพของกองทัพบกที่มีอยู่เพื่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดและลดผลกระทบของ COVID-19 ต่อสังคมไทยโดยรวมอย่างแท้จริง

ล่าสุดมีครอบครัวของผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 84 ปี เสียชีวิตเมื่อ 4 พ.ค.64 ที่โรงพยาบาล รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือในเรื่องการจัดพิธี ฌาปนกิจศพ ซึ่งจะประกอบพิธีในวันนี้เวลา 18.40 น. โดยกองทัพบกได้อำนวยความสะดวกตามการร้องขอจัดพิธีศพให้ในวันนี้ ณ วัดโสมมนัสวรวิหาร

ศาล รธน. ชี้ ธรรมนัส ไม่พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. และ รมต. เหตุเป็นคดีที่เกิดในต่างประเทศ ไม่ผูกพันกับกฎหมายไทย ตามหลักอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย

วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ รวมทั้งออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง เรื่องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของ ส.ส. 51 คน ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10)

และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบ มาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (10) หรือไม่ จากกรณีเคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายอันถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้าซึ่งยาเสพติด ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยแล้วเห็นว่า ผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาของออสเตรเลียก่อนสมัครส.ส. แต่ไม่ใช่คำพิพากษาของศาลไทย จึงไม่มีลักษณะต้องห้าม ตาม รธน. สมาชิกภาพ ส.ส. ของ ร.อ.ธรรมนัส ไม่สิ้นสุดลง ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามมาตรา 98 ผู้ถูกร้องไม่มีลักษณะตามรธน. จึงไม่มีเหตุให้ความเป็นรมต.สิ้นสุดลงตามมาตรา 160(6) และมาตรา 98 (10)

กรณีดังกล่าวทาง ร.อ.ธรรมนัส ถูกพรรคฝ่ายค้านกล่าวหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ศาลออสเตรเลียได้มีคำพิพากษา เมื่อเดือนมีนาคม 2537 ว่ามีความผิดฐานนำเข้าและค้ายาเสพติดสั่งจำคุก 6 ปี แต่จำคุก 4 ปี ก่อนถูกเนรเทศกลับประเทศไทย จึงมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง ส.ส. และรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) และเข้าชื่อยื่นเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ศรชล.เข้มมาตรการ COVID-19

ศรชล.เข้มมาตรการ COVID-19

พล.ร.ต.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) เปิดเผยว่า พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ และรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) สั่งการให้ ศรชล. ยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเข้มงวดโดยให้กำลังพลของ ศรชล. ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน COVID-19 ให้ปรับการทำงานของกำลังพลเป็นแบบ Work From Home และเน้นย้ำให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม การใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ การวัดอุณหภูมิก่อนเข้าหน่วย และการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของ COVID-19 สูง รวมทั้งกำชับให้กำลังพลทุกนายใช้ Application "ไทยชนะ" เมื่อเดินทางไปในพื้นที่สาธารณะต่างๆและสั่งการให้หน่วยต่าง ๆ ปรับลดงบประมาณในการจัดหาพัสดุที่ไม่เร่งด่วนมาใช้ในการจัดหาแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกัน COVID-19 

ในส่วนของหน่วยปฏิบัติการทางทะเล รอง ผอ.ศรชล.ได้สั่งการให้ ศรชล.ภาค ศรชล.จังหวัด และศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัด (PSCC) ตลอดจนหน่วยกำลังในพื้นที่ดำเนินการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) อย่างเข้มงวดตามมาตรการ ข้อกำหนด แนวทางปฏิบัติของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มขีดความสามารถ รวมถึง ให้มุ่งเน้นการปฏิบัติงานในเชิงรุกโดยกำกับ ติดตามการปฏิบัติในการตรวจตราเรือสินค้า เรือประมง และเรือต่าง ๆ ในการผ่านด่านทางทะเลเข้าราชอาณาจักรอย่างเข้มงวด รวมทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ชุดสหวิชาชีพ บูรณาการการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) ณ บริเวณท่าเรือ และแพปลาภายในจังหวัดที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการสกัดกั้นผู้อพยพหรือผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านทางทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ เช่นสายพันธุ์อินเดียซึ่งเพิ่งเริ่มมีการระบาดในประเทศเพื่อนบ้านของเราเข้ามาแพร่ในประเทศไทย

เพจไทยคู่ฟ้า เผยแพร่ข้อมูลยืนยันไฟเซอร์ยังไม่ได้นำเข้าในประเทศไทย ว่า “ยืนยัน! ไฟเซอร์ยังไม่นำเข้าวัคซีนโควิดในไทย

จากกระแสข่าว "มีการนำเข้าวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์มายังประเทศไทย" แล้ว ล่าสุด อย. ยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” 

ขณะนี้วัคซีนไฟเซอร์ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้นำเข้ามา และเมื่อตรวจสอบไปยังบริษัทผู้ผลิตก็ได้รับการยืนยันเช่นกันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

วัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้วขณะนี้มี 3 ราย คือ แอสตราเซเนก้า ซิโนแวค และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โดยมีอีก 3 ราย (โมเดิร์นนา, โควัคซีน, สปุตนิค วี) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยื่นเอกสาร 

ดังนั้น หากมีการนำเข้าวัคซีนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจะถือว่าเป็นการกระทำผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าวัคซีนโควิดของไทยที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th

ด้านบริษัทไฟเซอร์ประเทศไทยได้ออกเอกสารชี้แจงเช่นเดียวกันว่า จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ผ่านสำนักงานในประเทศไทยแต่อย่างใด

#ไทยคู่ฟ้า #รวมไทยสร้างชาติ #ร่วมต้านโควิด19

Website : www.thaigov.go.th
Facebook/Twitter : ไทยคู่ฟ้า
YouTube : ไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
LINE : ไทยคู่ฟ้า (@thaigov)
TikTok : ไทยคู่ฟ้า (@thaigov)

“สงคราม” อัด “บิ๊กตู่” มีวาระแอบแฝงปฏิเสธเอกชนช่วยหาวัคซีนชี้รัฐบาลบริหารวัคซีนผิดพลาดทำเศรษฐกิจไทยทรุดหนักไร้ทางฟื้น

วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวบอำนาจในการบริหารสถานการณ์ การแก้ปัญหาการระบาดของวัสโควิด-19 ไว้แต่เพียงผู้เดียว ส่งผลให้เกิดการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาด โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีนที่ล่าช้า ส่งผลร้ายทั้งประชาชนและทำลายเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ถดถอยไปอีกหลายปี

กรณีที่ภาคเอกชนเสนอตัวเข้ามาช่วยในการจัดหาวัคซีนจำนวนมากกว่า 10-15 ล้านโดส เพื่อนำมาฉีดให้ประชาชนรวมทั้งเพื่อเปิดทางเลือกให้ประชาชน สามารถเลือกฉีดวัคซีนได้ เป็นเรื่องที่ดี รัฐบาลไม่ควรที่จะปฏิเสธความปารถนาดีของภาคเอกชน เพราะเมื่อรัฐล้มเหลวในการจัดการวัคซีนการที่เอกชนยื่นมือมาช่วยรัฐควรจะดีใจ แต่รัฐเลือกปฏิเสธเพราะอะไร หรือ มีอะไรแอบแฝงในการจัดหาวัคซีนของรัฐ

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การที่รัฐบาลอ้างว่ากว่าภาคเอกชนจะหาวัคซีนได้ก็น่าจะเป็นปลายปี ซึ่งจะซ้ำซ้อนกับวัคซีนของรัฐบาล รัฐบาลรู้ได้อย่างไร ด้วยศักยภาพของเอกชนเชื่อว่าจัดหาวัคซีนได้เร็วและมีคุณภาพที่ดีกว่าของรัฐบาลแน่นอน เท่าที่ทราบเอกชนมีการติดต่อกับผู้ผลิตวัคซีนทั่วโลก ทั้งไฟเซอร์ โมเดน่า และยี่ห้ออื่นๆ เพื่อหาวัคซีนให้ประเทศไทย ดังนั้นการปกิเสธเอกชนเท่ากับการปิดโอกาสรอดชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ

“รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกฉีดวัคซีนได้หลัก 10 หลัก100 ล้านโดส และมีการสต็อกไว้ล่วงหน้าอีก 2 ปี นอกจากนี้ยังฉีดให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวประเทศเขาได้เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ประเทศไทย ถึงวันนี้ฉีดวัคซีนแค่หลักล้าน ยังกล้ามาพูดว่าจะฉีดได้ 50 ล้านในปลายปี มันช้ามากคนไทยตายทุกวันและนอนรอความตายทั้งที่บ้านและที่โรงพยาบาล อีกหลาย 100 คน อยากถามรัฐบาลมีเหตุผลอะไรถึงปฏิเสธความช่วยเหลือจากเอกชน หรือมีผลประโยชน์อะไร เพราะเหตุผลที่รัฐบาลอ้างฟังไม่ขึ้น หรือรัฐบาลมีอะไรซ่อนเร้นจึงไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นนำเข้ามา การผูกขาดวัคซีนของรัฐบาลจะเป็นตัวฉุดรั้งความเชื่อมั่นของประเทศให้เสื่อมถอยไปหนักกว่านี้ จนยากที่จะกอบกู้ได้” นายสงครราม กล่าว

“ถาวร" จี้ใช้ยาแรง จัดการต้นตอเอาเชื้อ"โควิด"จากฝั่งเขมร มาปล่อยย่านทองหล่อ ไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูก ถึงจะเรียกศรัทธารัฐบาลกลับมาได้ 

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ ว่า ตอนนี้มีการเสนอทางรอดหนึ่งในการแก้ปัญหาโรคโควิด-19 คือต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ทุกฉบับไปจับกุมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดการแพร่เชื้อคลัสเตอร์ย่านทองหล่อ ตั้งแต่ผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศกัมพูชา มายังย่านทองหล่อ แม้วิธีนี้จะช่วยเรียกความศรัทธาจากประชาชนได้ แต่กลับถูกให้ระงับการดำเนินการดังกล่าวเอาไว้ ซึ่งตนเห็นว่าถ้ารัฐบาลต้องการจะเรียกศรัทธาคืน จะต้องจัดการแนวทางนี้อย่างเด็ดขาด
        
"ผมเสนอด้วยความหวังดี ผมไม่พูดการเมืองมานาน แต่ตอนนี้เห็นคนไทยเดือดร้อน จึงทนไม่ได้ และมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่ามีนักการเมือง พ่อค้า ผู้มีอิทธิพล ไปปลูกกัญชาฝั่งกัมพูชาจำนวนมาก และไปทำบ่อนการพนันด้วย การเข้า-ออกของคนเหล่านี้มีอภิสิทธิ์ จนส่งผลให้นำเชื้อโควิด-19 เข้ามาด้วยอีกทางหนึ่งแล้วนำมาแพร่ในบ้านเรา” นายถาวร กล่าว
         
นายถาวร กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ใช้อำนาจตาม พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้กลไกหลายอย่างและใช้กฎหมายอีกหลายฉบับ ซึ่งมีการระบุไว้อยู่แล้วว่าใครบ้างที่เป็นผู้รักษาการ ตามกฎหมายแต่ละฉบับ คนเหล่านั้นจึงถือเป็นผู้รับผิดชอบต้องจัดการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นขอให้รัฐบาลฉีดยาแรง และทำทันที จึงจะเรียกศรัทธากลับคืนมาได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในแต่ละรอบ ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนยากจน ไม่ได้ทำมาหากิน ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการฟื้นฟูและเยียวยา รวมถึงพัฒนาประเทศ 
          
“การระบาดแต่ละรอบ ทำให้ประชาชนถูกจำกัดสิทธิ คนจนไม่ได้ทำมาหากิน เศรษฐกิจหยุดชะงักทุกด้าน ดังนั้นรัฐบาลต้องบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง เข้มข้น ไม่ลูบหน้าปะจมูก ถึงจะเอาอยู่ครับ"นายถาวร กล่าว

‘บิ๊กตู่’ นั่ง ผอ.ศูนย์แก้โควิดกทม.-ปริมณฑล ดึง 8 อาจารย์หมอ นั่ง ‘ที่ปรึกษา’ ให้ เลขาฯ สมช. นั่ง ประธาน กก.เฉพาะกิจบูรณาการด้านการแพทย์ ส่วน “หมอหนู-หมอตี๋” เป็นแค่ ‘ที่ปรึกษา’

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. ได้ลงนามคำสั่งตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขโควิด-19 พื้นที่ กทม.และปริมณฑล ตามที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เสนอรายละเอียด

โดยมีนายกฯ เป็น ผอ.ศูนย์ฯ แบ่งการทำงานเป็น 5 ฝ่าย ได้แก่

1.) ฝ่ายอำนวยการ

2.) ฝ่ายปฏิบัติการการตรวจเชิงรุก

3.) ฝ่ายบริหารจัดหารผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยง

4.) ฝ่ายบริหารจัดการพื้นที่

5.) ฝ่ายบริหารจัดการการฉีดวัคซีน โดยให้ผอ.เขต , ผอ.ศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโควิดในระดับเขต จะทำงานร่วมกับศูนย์ใหญ่ บริหารจัดการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน

นอกจากนี้ นายกฯยังได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง คณะที่ปรึกษาด้านการสาธารณสุขศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ความเห็น และข้อเสนอแนะทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับมาตรการสาธารณสุขและแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ ฉุกเฉินอันเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ประกอบด้วย

1.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร

2.) นพ.อุดม คชินทร

3.) นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา

4.) นพ.สุทธิพงศ์ วัสรสิทธุ

5.) นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา

6.) นพ.อนันต์ ศรีเกียรติขจร

7.) พญ.จิรายุ เอื้อวรากุล และ

8.) นพ.ไพโรจน์ จงบัญญัติเจริญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 โดยมีคณะกรรมการ 22 คน ประกอบด้วย

1.)  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ปรึกษา

2.) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ปรึกษา

3.) เลขาธิการ สมช. เป็นประธานกรรมการ

4.) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการ

5.) ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ

6.) อธิบดีกรมการปกครอง  เป็นกรรมการ

7.) อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นกรรมการ

8.) อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นกรรมการ

9.) อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรรมการ

10.) อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นกรรมการ

11.) อธิบดีกรมอนามัย เป็นกรรมการ

12.) ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เป็นกรรมการ

13.) เลขาธิการองค์การอาหารและยา เป็นกรรมการ

14.) เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เป็นกรรมการ

15.) เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นกรรมการ

16.) ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นกรรมการ

17.) เสนาธิการทหาร เป็นกรรมการ

18.) ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม เป็นกรรมการ

19.) นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เป็นกรรมการ

20.) อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นกรรมการและเลขานุการ

21.) รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และ

22.) ผู้ช่วยเลขาธิการ สมช. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

รัฐบาล ยัน สปสช. พร้อมเยียวยาคนแพ้วัคซีนโควิด-19 ของรัฐ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล ยืนยันให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ช่วยเหลือดูแลคนไทยทุกสิทธิ์ทั้งสิทธิประกันสังคม บัตรทอง และสิทธิราชการ รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุข หากได้รับความเสียหายจากการรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยรัฐ โดยเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วัคซีนเข็มแรกที่ฉีดให้คนไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ มาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 โดยประชาชนสามารถยื่นเรื่องได้ทั้งที่โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด และเขต สปสช. ซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณาอัตราช่วยเหลือเยียวยา ภายใน 5 วัน หลังจากที่อนุกรรมการได้รับเรื่อง 

“ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลดูแลความมั่นคงด้านสุขภาพของคนไทยทุกคน อย่างดีที่สุดรวมทั้งในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทั้งประชาชนบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ด่านหน้า หากท่านได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขหรือกรณีของการรับวัคซีนโควิด-19 ของภาครัฐ ที่บางรายเท่านั้นที่เกิดอาการหรือผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ จะได้รับการดูแลช่วยเหลือจากรัฐบาล”

สำหรับปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด-19 จนถึงวันที่ 5 พ.ค. 2564 (ณ เวลา 08.00 น.) รวมจำนวน 1,016,893 คน โดยลงทะเบียนผ่านไลน์ 818,962 คน และแอปพลิเคชั่น 197,931 คน โดยได้มีการรายงานให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 1,573,075 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 1,150,564  ราย และมีผู้ได้รับแล้ว 2 เข็มจำนวน 422,511 ราย สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สะสมแล้ว 285,735 โดส

ส่วนจังหวัดภูเก็ตมีรายงานว่า มีประชาชนที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้วราว 1 แสนคน โดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตร่วมกับภาคเอกชน กระจายจุดฉีดวัคซีน 5 จุดใน 3 อำเภอ ที่ รร.อังสนา ลากูนา / สะพานหิน / ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท / ห้างจังซีลอน ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top