Sunday, 8 November 2026
POLITICS

ครม.เคาะ 2 ล้านสิทธิ ‘เราเทียวด้วยกัน’ เฟส 4 เริ่ม ก.พ.นี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 4 กรอบวงเงิน 9,000 ล้านบาท โดยใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการเป็นตั้งแต่เดือน ก.พ. – ก.ค. 2565 ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก คนละไม่เกิน 10 ห้อง ในอัตรา 40% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน จำนวน 2 ล้านสิทธิ และปรับลดสิทธิสำหรับตั๋วเครื่องบินลงเหลือ 6 แสนสิทธิ เนื่องจากการดำเนินโครงการในระยะที่ผ่านมาในส่วนของตั๋วเครื่องบิน ปรากฏว่าผู้ร่วมโครงการไม่ได้มีการใช้สิทธิเต็มสิทธิที่ให้อยู่แล้ว 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า มาตรการที่ได้รับอนุมัติครั้งนี้จะเป็นการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้ประชาชนมีเกิดการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของรัฐบาล โดย ครม. ยังมอบหมายให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พิจารณากำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการกำกับและติดตาม การดำเนินโครงการ เพื่อป้องกันการแสวงหา ประโยชน์จากการดำเนินโครงการโดยมิชอบ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว อย่างเคร่งครัด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินโครงการ เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสามารถ ตรวจสอบได้ต่อไป

ครม.อนุมัติลงนามร่างเอ็มโอยู “อาเซียน-องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา” ชี้ ส่งเสริมความร่วมมือเศรษฐกิจและสังคม 36 สาขา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่าครม.อนุมัติให้มีการลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอ โดยจะลงนามในช่วงการประชุม OECD Ministerial Meeting on Southeast Asia ที่กรุงโซล ระหว่างวันที่ 9-10 ก.พ.นี้ โดยการประชุมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคอาเซียนและ OECD เพื่อส่งเสริมนโยบายนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืนในประเด็นต่างๆ เช่น การจ้างงาน มาตรฐานการครองชีพ เสถียรภาพทางการคลัง เป็นต้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ เป็นกรอบเสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์พื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียน และ OECD ในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน รวมทั้งกำหนดกรอบยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานและพัฒนาความร่วมมือในสาขาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคม รวม 36 สาขา เช่น 1.การตอบสนองต่อโควิด-19 2.ภาษีอากร 3.การจัดการการเงินภาครัฐ 4.แนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบ 5.การอำนวยความสะดวกทางการค้า 6.การลงทุน เป็นต้น

“ครม.” ไฟเขียว “กฎหมายปิดปาก”  คุ้มครองปชช.-นักสิทธิมนุษยชน ให้ข้อมูลจนท.ทุจริต 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบหลักการ ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอ โดยสาระสำคัญ เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนหรือนักสิทธิมนุษยชน ที่มีความตั้งใจปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการกระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ขู่จะฟ้องปิดปาก ใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือตอบโต้ เพื่อระงับการดำเนินการของประชาชนที่อยากมีส่วนร่วมในการปกป้องผลประโยชน์บ้านเมือง

“บิ๊กตู่” วอน รัฐสภาผ่านกฎหมายลูก 2 ฉบับ สั่ง ทุกกระทรวง สู้ศึกซักฟอก ย้ำรมต.ต้องมาแจง ชี้ ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นหนึ่งเดียว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานรัฐสภาที่คาดว่า จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเดือนก.พ.นี้

ครม. เห็นชอบ สมช. ตั้ง รัชดา เป็น "กก.ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้"

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายถาวร สกุลพาณิชย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านควบคุมป้องกันโรค [นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ (ด้านวิจัย)] สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม.อนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงแรงงาน ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ได้แก่ นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง , นางบุปผา พันธุ์เพ็ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก เป็นกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ด้านประสานการมีส่วนร่วม) เพิ่มเติม 

ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.  2561 ประกอบด้วย 1. นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ  2. นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน 3. รองศาสตราจารย์ชโยดม สรรพศรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา 4. นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินผล 5. นายนิกร เภรีกุล กรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2565 เป็นต้นไป 

“บิ๊กตู่” กำชับทำคดีตร.ขับบิ๊กไบค์ชน "หมอต่าย" ตรงไปตรงมา  พร้อมย้อนถาม "ทำไมคิดว่าไม่ทำต่อ" หลังจับแก๊งยี่ปี๊วรวมสลากขายโก่งราคา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตำรวจขับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอต่าย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสียชีวิต ในทางคดีกำชับตำรวจอย่างไร ว่า เรื่องดังกบ่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า กฎหมายมีอยู่แล้ว และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องกฎหมายและการกวดขันวินัยจราจร ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่คนไม่ใช่อยู่ที่กฎหมาย

"โฆษกรัฐบาล" แจงมาตรการหลัง “บิ๊กตู่” กลับจากซาอุฯ ย้ำยึดตามที่ สธ.-ศบค. กำหนด “ซีลรูท” ชี้การเยือนครั้งนี้เป็นสัมพันธ์ที่ดีมากกันระหว่างสองประเทศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมายถึงแนวทางการกักตัวของนายกรัฐมนตรีและคณะ หลังเดินทางกลับจากซาอุดีอาระเบีย ว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ก่อนเดินทางไปประเทศซาอุดิอาระเบียได้มีการตรวจ RT-PCR จำนวน  2 ครั้ง และเมื่อกลับมาเนื่องจากนายกรัฐมนตรีและคณะ มีภารกิจอีกมากมาย

รวมทั้งที่ประเทศซาอุดิอาระเบียมีภารกิจในสถานที่ปิด หรือ Sealed Route(การเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดเป็นการเฉพาะ) ทั้งคณะ และไม่มีการพักค้างคืนที่ประเทศซาอุดิอาระเบียจึงใช้วิธีการคล้าย Test & Go โดยเมื่อมาถึงเมืองไทยจะมีการตรวจ RT-PCR จากนั้นสังเกตอาการของตนเอง Sealed Route รักษาระยะห่างและประชุมออนไลน์ และทำการตรวจแบบ RT-PCR อีกครั้ง ในวันที่ 5 หลังเดินทางกลับ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19 หรือ ศบค. กำหนด

เผย “บิ๊กตู่” ฉีดไฟเซอร์กระตุ้นเข็ม 4 พร้อม PCR ก่อนเยือนซาอุฯ พรุ่งนี้  มั่นใจไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงหลัง'ชัยวุฒิ'ติดโควิด ขากลับพร้อมปฏิบัติตามระเบียบ ศบค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นเข็มกระตุ้นเข็มที่ 4  เมื่อวันศุกร์ ที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา จากบริษัทไฟเซอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่านายกรัฐมนตรีได้รับวัคซีน 4 เข็มตามมาตรฐานสาธารณสุข ก่อนที่จะเดินทางเยือนประเทศซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.) โดยคณะจะขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองกองบิน 6 ดอนเมือง ในเวลา 07.00 น. และเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา 08.45 น. ของวันรุ่งขึ้น(26 ม.ค.)

ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหลังเดินทางกลับจากประเทศซาอุฯ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ ซึ่งรวมถึง น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ  และเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกฯสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะปฏิบัติตามระเบียบของ ศบค.อย่างเคร่งครัดรวมถึงคณะที่เดินทางไปพร้อมกับนายกรัฐมนตรี  ทั้งนายดอน ปรมัตถ์สินัย รองนายกฯแบะ รมว.ต่างประเทศ  โฆษกและรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

"นายกฯ” ห่วง เด็กติดโควิด-19 เพิ่ม เผย วัคซีนเด็กเริ่มฉีด 31 ม.ค.นี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ห่วงใยกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19 ในเด็กเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่ได้รับเชื้อโควิด-19 จากคนในครอบครัว จึงขอให้ผู้ปกครอง พ่อ แม่ หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ไม่เพิ่มโอกาสในการรับเชื้อ และให้ผู้ปกครองที่ต้องอยู่ใกล้ชิดเด็ก เข้ารับวัคซีนให้ครบโดส เพื่อลดโอกาสที่จะนำเชื้อมาสู่เด็กเล็ก

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯ แนะนำว่าการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ให้เด็ก ควรทำควบคู่กับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง  โดยวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 5-11 ปี ที่จะเข้ามาถึงประเทศไทยวันที่  26 ม.ค.นี้  จำนวน 3 ล้านโดส จาก 10 ล้านโดส จะเริ่มให้บริการฉีดที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก)เป็นแห่งแรก ให้กับเด็กที่มีโรคประจำตัว เพราะเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง ก่อนจะกระจายไปยังรพ.ต่างๆ และประสานกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับเด็กโดยกระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าจะเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์เด็ก ในวันที่ 31 ม.ค.นี้  จึงขอความร่วมมือผู้ปกครองให้พาบุตรหลานมารับการฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจ เพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญ คือ วัคซีนใจ ด้วยการอธิบายให้เด็กมีความเข้าใจอาการของโรค การเจ็บป่วยโควิด -19  สามารถรักษาได้ รวมทั้งลดอคติกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือหายแล้ว

“องอาจ” ยินดี ก้าวไกลเปิดตัว “วิโรจน์”ลงผู้ว่ากทม.เพิ่มทางเลือกให้คนกรุงเทพฯมากขึ้น ขณะที่”ดร.เอ้”ลงพื้นที่รับฟังความเห็นมาปรับใช้แก้ปัญหา-เปลี่ยนกรุงเทพฯ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกทม.กล่าวถึงพรรคก้าวไกล เปิดตัวนายวิโรจน์ ลักษขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่พรรคก้าวไกลเป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งที่ประกาศเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ต่อจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ประกาศเปิดตัว นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือดร.เอ้ ไปเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา  และการที่พรรคก้าวไกลเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แสดงให้เห็นว่าเป็นพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญต่อการเมืองระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ประชาชนมีทางเลือกที่จะพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. มากขึ้น 

“ผมหวังว่าพรรคการเมืองต่างๆ จะเห็นความสำคัญของการเมืองระดับท้องถิ่นในกรุงเทพมหานครด้วยการพิจารณาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถมาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เพื่อทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อกรุงเทพฯให้เป็นเมืองหลวงที่น่าอยู่ น่าอาศัยยิ่งขึ้น “นายองอาจ กล่าว

เปิดเอกสารลับสหรัฐฯ กรณี ‘บลูไดมอนด์’ แค่เรื่องลวงรายปีจากก๊วนล้มสถาบันฯ

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการพบหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ตอกย้ำข้อเท็จจริงว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ได้เกี่ยวข้อง และมิได้ทรงครอบครอง ‘เพชรบลูไดมอนด์’ ของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียตามที่กล่าวหากัน โดยเฟซบุ๊กเพจ ‘ฤๅ - Lue History’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า…

แทบทุกปีจะมีข่าวลือเดิมๆ กุขึ้นว่า เพชรที่สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงสวมใส่ คือ ‘เพชรสีน้ำเงิน’ หรือที่เรารู้จักในชื่อ ‘บลูไดมอนด์’ (Blue Diamond) ซึ่งเป็นสมบัติที่ถูกขโมยมาจากราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดีอาระเบีย กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดความบาดหมางขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียและประเทศไทย

แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว มันเป็นแค่วงจรข่าวลือที่ยังคงหมุนเปลี่ยนวนเวียนกลับมาอยู่เรื่อยๆ จากพวก ‘กลุ่มต่อต้านราชวงศ์’ ที่คอยล้างสมองคนรุ่นใหม่ให้หลงเชื่อ เพื่อหวังผลเดิมๆ คือ ‘ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์’

ทั้งนี้ ข่าวลือที่ว่า สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงครอบครองเพชรซาอุฯ (บลูไดมอนด์) ปัจจุบันได้รับการ ‘พิสูจน์’ แล้วว่าเป็นเรื่องโกหกแทบทั้งสิ้น เช่น การนำภาพของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงสวมใส่เครื่องประดับอัญมณีสีน้ำเงินภาพหนึ่ง มาใส่คำบรรยายว่า คือ ‘เพชรบลูไดมอนด์’ ของราชวงศ์ซาอุฯ ที่หายไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 แต่ต่อมาเมื่อมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว พบว่า...

>> เครื่องประดับอัญมณีนั้นไม่ใช่เพชร แต่เป็น ‘ไพลิน’ ซึ่งได้รับการตกทอดมาในราชสำนักตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

>> ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวได้ถ่ายไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2506 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนคดีเพชรซาอุฯ เกือบ 30 ปี

ดังนั้น ภาพดังกล่าว จึงเป็นการใส่ร้ายโจมตีสมเด็จพระพันปีหลวงด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ แถมยังถูกนำมาเผยแพร่ส่งต่อในโลกออนไลน์ทุกๆ ปี

แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ได้ปรากฏเอกสารลับ (โทรเลข) จากสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เรื่อง ‘คำสาปแห่งเพชรบลูไดมอนด์’ (THE CURSE OF THE BLUE DIAMOND) ที่ระบุชัดว่า ‘กลุ่มต่อต้านราชวงศ์’ อยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวลือว่า สมเด็จพระพันปีหลวงทรงครอบครอง ‘เพชรบลูไดมอนด์’ ของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย

‘รัฐบาล’ เข้มตรวจสต๊อกหมู ปศุสัตว์ แจง 13.41 ล้านกิโลกรัม จากการตรวจห้องเย็น 539 แห่ง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ติดตามตรวจสอบปริมาณสุกรในห้องเย็นทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยเป็นการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง และเจ้าหน้าที่พาณิชย์ ซึ่งตัวเลขล่าสุด ณ วันที่ 23 ม.ค. กรมปศุสัตว์ รายงานว่า ได้มีการดำเนินการทั้งหมดไปแล้ว 539 แห่ง (ตัวเลขสะสมนับตั้งแต่วันที่ 20-23 ม.ค.) พบเนื้อสุกรรวม 13.41 ล้านกิโลกรัม และทางกรมฯจะเดินหน้าตรวจสอบห้องเย็นที่มีสินค้าปศุสัตว์ที่เหลือให้ครบ ซึ่งจะมีอีกประมาณห้าร้อยกว่าแห่ง หากตรวจสอบโดยละเอียดพบมีการกักตุน ผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด และเนื้อสุกรจะถูกสั่งให้จำหน่ายตามราคาที่ทางการกำหนดต่อไป

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับข้อมูลการเลี้ยงสุกรในปัจจุบัน  ณ เดือน ม.ค. 2565 กรมปศุสัตว์รายงาน มีเกษตรกรผู้เลี้ยง 1.07 แสนราย จำนวนสุกร 10.84 ล้านตัว แบ่งเป็น สุกรพ่อพันธุ์ 4.9 หมื่นตัว สุกรแม่พันธ์ุ 9.79 แสนตัว และสุกรขุน 9.56 ล้านตัว และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่า จำนวนสุกรทั้งหมดลดลงร้อยละ 11.81 แยกเป็น สุกรพ่อพันธุ์ลดลงร้อยละ 41.1 สุกรแม่พันธ์ุลดลงร้อยละ 11.16 จำนวนสุกรขุนลดลง ร้อยละ 13.9  และในปีนี้ มีการขยายการเลี้ยงสุกรในพื้นที่ใหม่ ส่วนพื้นที่เดิมที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญมีการเลี้ยงลดลง ฟาร์มขนาดกลางมีจำนวนเกษตรกรเพิ่มขึ้นและขยายการเลี้ยงเพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม ส่วนฟาร์มขนาดใหญ่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่แต่เป็นการเลี้ยงที่ลดความหนาแน่นของสุกรในฟาร์ม

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ควบคู่ไปกับการป้องกันการกักตุนเนื้อสุกร รัฐบาลยังเร่งดำเนินการหลายมาตรการเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาแพง ซึ่งประกอบด้วยมาตการหลายระยะ กล่าวคือ 1) งดส่งออกสุกรมีชีวิตเป็นเวลาสามเดือน 2) ช่วยเหลือราคาอาหารสัตว์แก่เกษตรกร 3) สถาบันการเงินจัดสินเชื่อพิเศษเพื่อให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่ เรื่องเตรียมเข้า ครม. 4) ตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุน 5) เพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน 6) ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 7) เร่งศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคระบาด 8) ยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด และ 9) ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรค 

น้องแรมโบ้ “ชนะศักดิ์”  ฟาด “สมชัย”  ไม่ต้องฝันหวานจะได้ลงเลือกตั้งไว ยืนยันนายกฯไม่ยุบสภาฯ เดินหน้าแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เตือนพรรคที่ให้เข้าสังกัดระวังจะสร้างปัญหา เพราะเป็นคนปากและสมองไม่อยู่กับร่องกับรอย

นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้โพสต์ข้อความ นายกฯ มีอาการหวาดวิตก เหมือนจะรู้ชะตาชีวิต แพ้แต่ยังฝืนเล่น ฟันธงไม่เกินสิ้น ก.พ. ยุบสภา ว่าวันนี้นายกฯมองเรื่องการทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติเป็นหลัก และไม่ยอมแพ้ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน  ขณะเดียวกันนายสมชัยไม่ต้องทำตัวเป็นหมอเดาว่าจะยุบสภาฯไม่เกินสิ้นเดือน ก.พ. เพราะนายกฯยังได้ยืนยันไปแล้วว่าจะไม่ปรับ ครม.หรือ ยุบสภาฯ ดังนั้นนายสมชัยไม่ต้องรอ หรือฝันหวานว่าจะได้ลงเลือกตั้งไว นายกฯเดินหน้าต่อ อยู่ครบเทอมแน่นอน

“คนอย่างนายสมชัยลงมาเล่นการเมืองก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะเลือกเข้ามาเป็นผู้แทนในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนหรือไม่ เพราะตั้งแต่เป็น กกต.ออกมาสังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน วันๆดีแต่ใช้ปากออกมาโจมตีนายกฯหรือรัฐบาล ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยนไม่หยุดหิวแสงอยากดัง กลัวประชาชนลืม 

“บิ๊กป้อม” ลงพื้นที่ช่วย “มาดามหลี" 24 มค.นี้ เน้น กลยุทธ์เข้าถึงปชช ด้าน ”ผู้สมัคร” ยัน ปมขับ 21ส.ส.ไม่กระทบลต. มั่นใจ 

นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. กทม.เขต9หลักสี่-จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมส.ส.กทม.อาทิ นายจักรพันธ์ พรนิมิต หัวหน้าภาคกทม. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ลงพื้นที่หาเสียงตลาดริมบึง ซอยแจ้งวัฒนะ 14 

นางสรัลรัศมิ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายจะเน้นลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อขอคะแนนเสียงมากขึ้นโดยให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ส่วนการปราศัยใหญ่ขณะนี้คาดว่าจะไม่มีการจัด แต่ในช่วงเย็นวันจันทร์ ที่ 24 ม.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.จะลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชน บริเวณโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง สะพานไม้2 และในอังคารที่ 25 ม.ค.จะมีรัฐมนตรี ของพรรคลงพื้นที่ชีวยหาเสียง ทั้งนี้เราเป็นเจ้าของพื้นที่มาหลายปี ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง และตอนนี้จะเดินเพื่อขอคะแนนจากประชาชนเป็นหลัก

 "นายกฯ” ห่วง โอมิครอนยังระบาด แนะ ช่วงตรุษจีน ปชช.เลี่ยงเดินทาง-ลดแออัดปลอดภัยจากโควิด-19 ด้าน สธ.คงเตือนภัยระดับ 4 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ห่วงการระบาดของโอมิครอน จึงแนะนำประชาชนเลี่ยงเดินทางโดยไม่จำเป็น ลดแออัด และขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันที่1ก.พ.นี้ ที่เป็นวันต้อนรับปีใหม่ของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งภาพรวมเทศกาลตรุษจีนปีนี้ยังคึกคักเพราะเริ่มต้นสิ่งใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีน แต่ การฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้  ต้องปรับรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ จากเดิมที่มีการรวมตัวของคนในครอบครัว ให้เน้นปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A   ลดโอกาสติดเชื้อภายในครอบครัวและชุมชน รวมทั้งให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการฉลองตรุษจีนทางออนไลน์มากขึ้น แม้ศบค. จะผ่อนคลายมาตรการให้ดำเนินกิจกรรมกิจการได้ แต่กระทรวงสาธารณสุข ยังคงระดับการเตือนภัยระดับ 4 เหมือนเดิม 

นายธนกร กล่าวว่า ตนแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยวันจ่าย ควรวางแผนการซื้อและใช้เวลาให้สั้นที่สุด เลือกซื้อสิ้นค้าสดใหม่จากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้ เช่น ตลาดที่มีการประเมินThai Stop COVID 2 Plus หรือร้านค้าที่มีระบบออนไลน์  หากจับจ่ายในตลาดให้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง เลี่ยงจุดแออัด ส่วนวันไหว้ ให้ล้างวัตถุดิบให้สะอาด ปรุงอาหารสุกทุกเมนู อุ่นอาหารอีกครั้งก่อนนำมาบริโภค ลดการเผากระดาษ ใช้ธูปสั้นหรือธูปไฟฟ้า เลี่ยงการปักธูปลงในอาหารโดยตรง จัดสถานที่ให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก พร้อมทั้งสวมหน้ากากตลอดเวลาขณะที่ทำกิจกรรม และในวันเที่ยว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย  ล้างมือ รักษาระยะห่าง เลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เลือกใช้บริการจากสถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยวที่มีสัญลักษณ์ Thai Stop COVID 2 Plus หรือ SHA+ และทำความสะอาดร่างกายทันทีเมื่อถึงบ้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top