Saturday, 7 November 2026
NEWS FEED

‘วราวุธ’ ส่งทีมท็อปกันบุกโรงงานปราจีนบุรี!! พบซุกวัตถุอันตราย–ปล่อยน้ำเสียไม่ผ่านบำบัด สั่งหยุดโรงหลอมพลาสติกทันที สั่งหยุดกิจการชั่วคราว พร้อมอายัดของกลาง–แจ้งความดำเนินคดี

“วราวุธ” สั่งท็อปกันผนึกกำลังชุดเฉพาะกิจ สับเกียร์ปราบปรามโรงงาน 105, 106 ล่าสุด! สั่งหยุด “โรงหลอมพลาสติก ปราจีนบุรี” หลังพบซุกวัตถุอันตราย ซ้ำปล่อยน้ำเสียไร้การบำบัด

กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าเต็มกำลังในการขับเคลื่อนปฏิบัติการตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ตามนโยบายของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 กระทรวงอุตสาหกรรม โดย พลเอก นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน มอบหมายให้ นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน นำทีมชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการฯ ผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รุดลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน บริษัท ซันยอย อินดัสเตรียล จำกัด ในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

จากการเข้าตรวจสอบเข้มข้น พบการกระทำผิดจากการประกอบกิจการทั้ง 2 ทะเบียนโรงงาน โดยในส่วนของโรงหลอมผลิตภัณฑ์พลาสติกและเม็ดพลาสติก ประเภทโรงงานลำดับที่ 53(1) พบการติดตั้งเครื่องจักรสำหรับกระบวนล้างและคัดแยกเศษพลาสติกที่ปนเปื้อนไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการล้าง แยก เศษพลาสติกที่ปนเปื้อน โดยไม่มีการบำบัดน้ำเสีย และมีการระบายน้ำเสียออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย อีกทั้งยังตรวจพบวัสดุภายในโรงงานไม่สอดคล้องกับวัตถุดิบที่ได้รับอนุญาต และบริษัทฯ ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ นอกจากนี้ ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างวัตถุดิบที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดและเก็บตัวอย่างไว้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยืนยันเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 และ พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) จึงมีคำสั่งตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต พร้อมประกาศยึด อายัด วัสดุสิ่งของ และสิ่งอื่น ที่พบภายในบริเวณโรงงาน เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในกระบวนการผลิต และจะตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

สำหรับโรงคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย บดย่อยสายไฟ สายเคเบิ้ล และทำเม็ดพลาสติกหรือขึ้นรูปทรงต่าง ๆ ประเภทโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 พบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนวันเริ่มประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงพบการกองเก็บวัตถุดิบภายนอกอาคารโรงงานที่ไม่มีหลังคาคลุม ก่อให้เกิดน้ำชะล้างวัตถุดิบไหลลงไปรวมที่บ่อน้ำหลังโรงงาน ซึ่งเป็นบ่อที่ไม่มีการปูวัสดุรองพื้นที่เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่ธรรมชาติ อีกทั้งไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย

ด้าน นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลอาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ อีกทั้งยังพบการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาเตรียมออกคำสั่งตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้โรงคัดแยกฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว เพื่อเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขณะที่ สอจ.ปราจีนบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อสถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรีแล้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ไม่มีข้อยกเว้น

‘วราวุธ’ สั่งลุยกวาดล้างโรงงานกากอุตสาหกรรม!! ตรวจโรงงานกำจัดกาก 5 จังหวัดเป้าหมาย เจอฝ่าฝืนหลายแห่งเข้มงวดมาตรการ ตั้งเป้าตรวจครบ 1,500 แห่งทั่วประเทศ รายงานผลต่อรองนายกฯ 11 พ.ย. นี้

อก. ส่งชุด ฉก. ปูพรมตรวจ รง. กากอุตสาหกรรม งัด กม. สั่งฟันเด็ดขาด
เตรียมรายงาน 'รองนายกฯ ศุภจี' 11 พย.นี้

กรุงเทพฯ (6 พฤศจิกายน 2569)- กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าจัดระเบียบโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เผยผลปฏิบัติการปูพรมตรวจ 5 จังหวัดเป้าหมาย เพียง 4 วัน ตรวจพบกระทำผิดเพียบ งัดมาตรการทางปกครองและกฎหมายเด็ดขาดเข้าจัดการ พร้อมเดินหน้าตรวจให้ครบ 1,500 แห่งตามเป้า

นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม (โรงงานลำดับที่ 105 และ 106) ว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการขั้นเด็ดขาดให้กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยได้ตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจนำโดย นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยทีมผู้ตรวจราชการฯ ลงพื้นที่บัญชาการในแต่ละจังหวัด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามกฎหมาย

จากการปูพรมลงพื้นที่เป้าหมาย 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบโรงงานไปแล้ว 337 แห่ง จากเป้าหมายทั้งหมด 1,500 แห่ง โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการเข้าตรวจพื้นที่เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบพบว่ามีโรงงานหลายแห่งประกอบกิจการฝ่าฝืนกฎหมายและไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต โดยพบความผิดหลักใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การติดตั้งหรือใช้เครื่องจักรไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต 2. การละเว้นไม่ส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนด และ 3. ระบบบำบัดมลพิษไม่ได้มาตรฐาน

"กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที โดยออกคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 (มาตรา 37 และ 39) สั่งให้ระงับการกระทำ ปรับปรุงแก้ไข หรือสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราว รวมถึงบังคับใช้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 (มาตรา 52 และ 54) เพื่อให้จัดการกับวัตถุอันตรายอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม" นายภาสกร กล่าวระบุ

ทางด้าน นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าทีมเฉพาะกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เพิ่งดำเนินการตรวจสอบไปได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จึงขอเวลาให้ชุดปฏิบัติการได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 1,500 แห่งทั่วประเทศ โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าต่อปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ข้อมูลผลการตรวจสอบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำเนินคดีทั้งหมด จะถูกสรุปเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 นี้ ซึ่งมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน เพื่อกำหนดมาตรการและนโยบายในระดับชาติต่อไป

'เป็กกี้' แจงบริจาคเจอแห้ว!! โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เงินหามาด้วยความสุจริตบริจาคลงประชาชน เสียใจไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่วิตกศรัทธา เตรียมแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

เป็กกี้ ศรีธัญญา ได้โพสต์เนื้อหาลงเฟสบุ๊คส่วนตัว Pexky Sretunya กล่าวว่า

บริจาคด้วยความศรัทธาเงินหามาด้วยความสุจริต คิดว่าจะถึงประชาชน …คือเสียใจ ไม่ได้เสียดายเงิน แต่เสียดายความรู้สึกเชื่อมั่นและศรัทธาที่มอบให้..หลังจากนี้คงต้องเข้าแจ้งความเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

ที่มา : https://www.facebook.com/1176457979/posts/10241389094562438/?rdid=F4lSp4MjDbEtMnng#

'หนุ่ม กรรชัย' โพสต์สะเทือนใจ!! โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื้อหาเน้นย้ำความจริงในชีวิต 'หนุ่ม กรรชัย' ระบุโลกไม่หมุนรอบเรา ข้อความสร้างแรงคิดสะท้อนใจผู้ติดตาม

หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้โพสต์เนื้อหาลงเฟสบุ๊คส่วนตัว หนุ่ม กรรชัย มีผู้คนกดไลค์มากกว่า 5หมื่นคน

“โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา และไม่มีสิ่งใดเป็นของเราอย่างแท้จริง”

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1667885644699882&id=100044353872904&rdid=5wJfOWWXsxGyhpGd#

‘เอ๋ ปารีณา’ เปิดศึกเดือด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ อีกระลอก!! ตั้งคำถามเงินบริจาคมูลนิธิหายไปไหน จี้เปิดบัญชีรายรับ–รายจ่ายให้ตรวจสอบ แนะกฎหมายบังคับมูลนิธิเปิดเผยข้อมูล ฟันธงบุ๋มมีสองทางเลือกชัดเจน

เอ๋ ปารีณา ตอบ ดราม่า บุ๋ม ปนัดดา ลั่นเอะใจเรื่องเงินบริจาคมานาน เทียบชัดมูลนิธิอื่น ซัดแรงตอนนี้เกมแล้วเหลือแค่ 2 ทางเลือก

มหากาพย์ดราม่าของ “บุ๋ม ปนัดดา” ยิ่งร้อนระอุขึ้นไปอีก เมื่ออดีตคู่ปรับเก่าอย่าง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ออกมาเปิดใจกับ สำนักข่าวอมรินทร์ ทีวี เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เจ้าตัวบอกชัดว่าเห็นข่าวทั้งหมดแล้วไม่ได้รู้สึกแปลกใจหรือผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้เลยแม้แต่น้อย

ปารีณาเล่าว่า ตนเริ่มรู้สึกเอะใจเรื่องยอดเงินบริจาคของมูลนิธิบุ๋ม ปนัดดา มาตั้งแต่อดีต เพราะมีคนโอนเงินให้จำนวนมหาศาล เคยมีเพื่อนที่เป็น สส. เล่าให้ฟังว่าทางฝั่งของบุ๋มเคยมาขอรับการสนับสนุนและเพื่อนก็ได้ช่วยไป ยิ่งตอนที่ดาราสาว ชมพู่ อารยา บริจาคเงินก้อนโต ก็ยิ่งมีประชาชนแห่บริจาคตามอีกนับไม่ถ้วน จนสัญชาตญาณของตนตั้งคำถามขึ้นมาว่า “เงินไปไหนหมด” เพราะไม่เคยมีการชี้แจงที่มาที่ไป หรือนำบัญชีรายรับ-รายจ่ายขึ้นเว็บไซต์ให้ประชาชนตรวจสอบได้

อดีต สส.ราชบุรี ยังได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับมูลนิธิอื่น เช่น ในช่วงที่มีปัญหาชายแดน มูลนิธิของบุ๋มอาจมียอดบริจาคเข้ามามากกว่า แต่ทำไมห้องน้ำที่สร้างออกมาถึงเทียบไม่ได้กับของมูลนิธิ “กัน จอมพลัง” ที่สร้างได้ดีกว่ามาก พร้อมชี้ว่าตนทำงานลงพื้นที่มา 20 ปี รู้ดีว่าเวลาชาวบ้านประสบภัย สิ่งที่ต้องการเฉพาะหน้าคือข้าวของเครื่องใช้ประทังชีวิต ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดเป็นร้อยล้านบาท และคนที่ลงไปช่วยจริงๆ แทบจะไม่มีเวลามานั่งโพสต์รูปด้วยซ้ำ ส่วนภาพข่าวที่ของบริจาคถูกทิ้งขว้างไม่เหลียวแล ยิ่งตอกย้ำว่ามีการทุจริตและนำของไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นการทำร้ายความรู้สึกของผู้บริจาคอย่างมาก

เมื่อย้อนไปถึงปมวิวาทะในอดีตที่เคยปะทะกันกลางรายการ “แฉ” เรื่องการผลักดันกฎหมายคุกคามทางเพศ ปารีณายอมรับว่าตอนนั้นตนถูกสังคมโจมตีอย่างหนักเพราะยืนอยู่ฝั่งปกป้องรัฐบาล คนที่มีอคติแค่เห็นหน้าก็ไม่ชอบแล้ว แต่ปัจจุบันตนวางมือทางการเมืองแล้ว และยืนยันว่าตัวเองเป็นคนพูดตรงมาตลอด พร้อมแนะให้ผู้มีอำนาจแก้กฎหมายบังคับให้ทุกมูลนิธิต้องเปิดเผยยอดเงินและค่าใช้จ่ายบนเว็บไซต์อย่างโปร่งใส รวมถึงเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงและรวดเร็ว

ในช่วงท้าย ปารีณาฟันธงแบบจัดหนักว่า “วันนี้ต้องยอมรับว่า บุ๋ม เกม” โดยมองว่าบุ๋มเหลือทางเลือกแค่ 2 ทาง คือ 1. ยอมรับสารภาพเพื่อให้ศาลเมตตาลดโทษ หรือ 2. หนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ เพราะเท่าที่ดูตอนนี้ยังเห็นเจ้าตัวโยนความผิดให้คนอื่นและทำตัวบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็น Romance Scam ตัวเองเป็นสแกมเมอร์เอง หรือเป็นมูลนิธิสแกมเมอร์ เดี๋ยวศาลจะเป็นผู้ชี้ขาด

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ปารีณารู้สึกผิดหวังและงงมากที่สุด คือเรื่องการโอนเงินมูลนิธิเข้าบัญชีส่วนตัวเพื่อนำไปใช้จ่ายเองหรือนำไปเปย์ผู้ชาย แต่กลับยังมีดาราและบุคคลสาธารณะจำนวนมากออกมาโพสต์ให้กำลังใจ จนต้องตั้งคำถามทิ้งท้ายอย่างเผ็ดร้อนว่า นี่คือความปกติใหม่ของสังคมหรืออย่างไร และบรรดาดาราที่ออกมาให้กำลังใจคนทำผิดไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรืออย่างไร

ที่มา : https://thethaiger.com/th/news/1627345/

รับขวัญพลาย นงนุชเวิลด์!! ลูกช้างใหม่สัญลักษณ์เริ่มต้น พิธีรับขวัญอย่างสมเกียรติที่สวนนงนุช เสริมภาพลักษณ์การเปลี่ยนผ่านสู่โลกใหม่ เน้นสุขภาพช้างและการท่องเที่ยวครอบครัว

ชีวิตใหม่ ก้าวใหม่! รับขวัญ “พลายนงนุชเวิลด์” สัญลักษณ์การเปลี่ยนผ่านสู่ นงนุช เวิลด์ พัทยา

วันนี้ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา9.00 น.สวนนงนุชพัทยาจัดพิธีรับขวัญลูกช้างเกิดใหม่ พร้อมตั้งชื่อว่า “พลายนงนุชเวิลด์” ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านจากสวนนงนุชพัทยา สู่ นงนุช เวิลด์ พัทยา (NONGNOOCH WORLD PATTAYA) จากสวนพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียง สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว

เมื่อเวลา 08.30 น. นายกัมพล ตันสัจจา ประธานนงนุช เวิลด์ พัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นิมนต์พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าคณะตำบลภูตาหลวง วัดสามัคคีบรรพต ประกอบพิธีรับขวัญตามประเพณีไทย โดยมีการคล้องพวงมาลัย ผูกสายสิญจน์ และเจิมหน้าผากแม่ช้างกับลูกช้าง ท่ามกลางขบวนนางรำและโขลงช้างกว่า 30 เชือก ที่ร่วมต้อนรับสมาชิกใหม่ของปางช้างอย่างอบอุ่น

ลูกช้างเพศผู้เชือกนี้เกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 02.55 น. จากแม่ช้าง พังหยก อายุ 17 ปี และพ่อพันธุ์ พลายหนิงหน่อง อายุ 30 ปี นับเป็นลูกช้างเชือกที่ 3 ของพังหยก และเป็นลูกช้างเชือกที่ 3 ที่เกิดภายในสวนนงนุชพัทยาในปี 2569

นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า การกำเนิดของลูกช้างในช่วงเวลานี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดี จึงตั้งชื่อว่า “พลายนงนุชเวิลด์” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นบทใหม่ขององค์กร สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมไทย และกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัว ภายใต้แนวคิด “More Than a Beautiful Garden. A World for Every Family.”

ทั้งนี้ ปางช้างสวนนงนุชพัทยาได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง (Good Practices for Elephant Camps) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพและสวัสดิภาพของช้าง ตลอดจนการดูแลอย่างมีมาตรฐานและยั่งยืน

อาจารย์อุ๋ยชี้! ทรัมป์พ่ายยับ เดโมแครตยึดสองสภา!! พิษเศรษฐกิจ–สงครามอิหร่านย้อนศร ทำรีพับลิกันเสียฐานเสียงสำคัญ เตือนนักการเมืองไทยอย่าหลงกระแสนิยม ประชาชนพร้อมเปลี่ยนผู้มีอำนาจ

อาจารย์อุ๋ยชี้! ทรัมป์พ่ายยับ เดโมแครตยึดสองสภา! เศรษฐกิจ–สงครามย้อนศร สะเทือนโลก เตือนนักการเมืองไทยระวังซ้ำรอย!

5 พฤศจิกายน 2569 — นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ/สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกาผ่านเฟสบุคว่า 

”ชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครต ซึ่งสามารถยึดเสียงข้างมากกลับคืนมาได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐหลายแห่ง ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน โดยเฉพาะการพลิกชนะการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐเท็กซัส แคนซัส และเซาท์แคโรไลนา ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงสำคัญของรีพับลิกัน สะท้อนว่าความไม่พอใจรัฐบาลได้ขยายตัวลึกเข้าไปถึงพื้นที่ที่ทรัมป์เคยได้รับความนิยมสูง

“ผมมองว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงชัยชนะของพรรคเดโมแครต แต่เป็นสัญญาณว่าประชาชนจำนวนมากกำลังลงคะแนนแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลทรัมป์ และเป็นบทเรียนสำคัญว่า แม้ผู้นำจะได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่จากการเลือกตั้ง แต่หากบริหารประเทศไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนได้ ความนิยมก็สามารถพลิกกลับเป็นความไม่พอใจภายในเวลาเพียงสองปี

ย้อนกลับไปในปี 2024 ทรัมป์ได้รับชัยชนะจากคำมั่นสัญญาว่าจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แก้ปัญหาเงินเฟ้อ ลดค่าครองชีพ และหลีกเลี่ยงสงครามที่สร้างภาระให้สหรัฐฯ แต่เมื่อกลับมาบริหารประเทศ นโยบายหลายอย่างกลับสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งแม้มีเป้าหมายปกป้องอุตสาหกรรมอเมริกัน แต่ก็ทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าและวัตถุดิบบางประเภทสูงขึ้น ภาระส่วนหนึ่งจึงตกอยู่กับผู้ประกอบการและผู้บริโภค

ยิ่งไปกว่านั้น สงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน กลายเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมความไม่พอใจของประชาชน เพราะชาวอเมริกันจำนวนหนึ่งที่เคยคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะลดการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามต่างประเทศ กลับต้องเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งครั้งใหม่

ผลสำรวจผู้ลงคะแนนสะท้อนว่า ปัญหาค่าครองชีพและความกังวลเรื่องการบริหารประเทศเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจ ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนหนึ่งต้องการให้รัฐสภากลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลประธานาธิบดีมากขึ้น นั่นหมายความว่า ผู้ที่เคยสนับสนุนทรัมป์ในปี 2024 บางส่วนอาจไม่ได้เปลี่ยนไปนิยมแนวคิดของเดโมแครตทั้งหมด แต่ต้องการใช้การเลือกตั้งส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลที่ตนเริ่มไม่ไว้วางใจ

ในมิติทางกฎหมาย ผลเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนดุลอำนาจของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ เพราะเมื่อเดโมแครตเข้าควบคุมรัฐสภาทั้งสองสภาในเดือนมกราคม 2027 รัฐบาลทรัมป์จะผลักดันกฎหมายสำคัญได้ยากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ การลดภาษี หรือการปรับเปลี่ยนนโยบายภายในประเทศ ขณะที่วุฒิสภาสามารถสกัดการแต่งตั้งบุคคลสำคัญ รวมถึงผู้พิพากษาศาลสูงสุดได้

นอกจากนี้ รัฐสภายังสามารถเปิดการสอบสวนการบริหารงานของรัฐบาล ตรวจสอบการใช้งบประมาณและการดำเนินนโยบายต่างประเทศได้เข้มข้นขึ้น แม้กระทั่งกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีก็อาจถูกหยิบยกขึ้นมา แต่การให้ประธานาธิบดีพ้นจากตำแหน่งยังต้องได้รับเสียงสนับสนุนสองในสามของวุฒิสภา จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในฐานะประธานาธิบดี โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศและความมั่นคง รวมถึงอำนาจยับยั้งร่างกฎหมาย ดังนั้น สหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติขัดแย้งกันอย่างหนักตลอดสองปีที่เหลือของรัฐบาล

ในมิติภูมิรัฐศาสตร์โลก ผมเห็นว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้อาจทำให้นโยบาย America First ของทรัมป์เผชิญข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งบประมาณสนับสนุนสงคราม การออกกฎหมายเกี่ยวกับการค้า และการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะยุติการแข่งขันกับจีนหรือยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าทันที เพราะทั้งสองพรรคต่างมีเป้าหมายรักษาความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของอเมริกา

ประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศไทย จึงต้องเตรียมรับความไม่แน่นอนจากนโยบายสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนแปลงหรือถูกตรวจสอบมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการภาษี การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

สำหรับประเทศไทย ผมเห็นว่าปรากฏการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพราะประชาชนไม่ได้ผูกพันกับพรรคการเมืองอย่างถาวร พรรคที่เคยได้รับความนิยมสูงอาจสูญเสียคะแนนเสียงอย่างรวดเร็ว หากไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพ รายได้เกษตรกร และความเหลื่อมล้ำได้จริง

แม้ไทยจะใช้ระบบรัฐสภา ต่างจากสหรัฐฯ ที่ใช้ระบบประธานาธิบดี อีกทั้งการเมืองไทยยังมีระบบพรรคร่วมรัฐบาล องค์กรอิสระ และกลไกตามรัฐธรรมนูญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมือง แต่ไม่ว่าระบบการเมืองจะแตกต่างกันเพียงใด สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ เมื่อรัฐบาลไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนได้ กระแสความนิยมที่เคยมีอย่างท่วมท้นก็อาจพลิกกลับเป็นความไม่พอใจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ได้เช่นกัน

บทเรียนสำคัญที่สุดจากความพ่ายแพ้ของทรัมป์ครั้งนี้คือ คะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ไม่ใช่เช็คเปล่าให้รัฐบาลใช้อำนาจตามใจชอบ และความนิยมในอดีตไม่ใช่หลักประกันชัยชนะในอนาคต

ผมจึงอยากเตือนนักการเมืองไทยทุกฝ่ายว่า อย่าหลงคิดว่ากระแสความนิยมจะอยู่กับตนตลอดไป เพราะประชาชนเลือกนักการเมืองมาเพื่อแก้ปัญหาชีวิต ไม่ใช่เพื่อฟังคำโฆษณา และเมื่อความหวังกลายเป็นความผิดหวัง ประชาชนก็พร้อมใช้คูหาเลือกตั้งเปลี่ยนผู้มีอำนาจได้เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา”

ด้วยความปรารถนาดี

https://www.facebook.com/share/p/18bkTJcUrV/?mibextid=wwXIfr

ไทม์ไลน์ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล

ไทม์ไลน์ นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล โพสต์ถึง นายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต รมช.คลัง(รัฐบาลอนุทิน 1)และภรรยา

จนมาถึงโพสต์ขอโทษว่าข้อมูลไม่เป็นจริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top