Saturday, 5 September 2026
NEWS FEED

“โอมาน” รัฐอาหรับที่ไม่เหมือนใคร!! ความมั่นคงสูงในตะวันออกกลาง ทิศทางพัฒนาประเทศไม่เหมือนใคร ผสานวัฒนธรรมและศาสนาอย่างลงตัว ครองตำแหน่งยุทธศาสตร์ของช่องแคบฮอร์มุซ

โอมาน: รัฐอาหรับที่ไม่เหมือนใครใน GCC (1)

บทความใน FB : ดร.ศราวุฒื อารีย์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ระหว่างเที่ยวบินขากลับจากสุราษฎร์ธานีสู่สุวรรณภูมิ ดร.ธงชัย ปิติเศรษฐ ประธานกรรมการอิสลามจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชวนผมคุยเรื่องตะวันออกกลาง

ท่านเล่าถึง “โอมาน” จากสิ่งที่ได้เห็นและเรียนรู้ผ่านสารคดี ก่อนตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า
“ทำไมโอมานจึงดูมีวิธีคิดและแนวทางพัฒนาประเทศแตกต่างจากชาติอาหรับทั่วไป?”ทั้งการไม่เน้นสร้างตึกสูงระฟ้า และการพัฒนาสังคมที่ไม่ได้เดินตามแบบตะวันตกอย่างเต็มตัว
ผมพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ผมเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะตอบได้ในทันที ผมจึงบอกท่านไปว่า “ขอเอากลับไปเป็นการบ้านก่อนครับ แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังทีหลังว่า…ทำไมโอมานจึงเลือกเดินในเส้นทางของตัวเอง”

จากวันที่ได้เดินทางร่วมกันมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว เรียนตามตรงว่าผมยังไม่มีคำตอบที่ดีพอ แต่ถ้าใครเผอิญอ่านบทความนี้ของผมแล้วมีมุมมองเพิ่มเติมก็จะยินดีมากครับ
สำหรับผมความแตกต่างระหว่างโอมานกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม GCC มันฝังรากลึกอยู่ในภูมิศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ จนอาจเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Omani Exceptionalism” หรือ “ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโอมาน” เริ่มจากดูแผนที่ของประเทศนี้ เราก็จะเข้าใจเหตุผลของความแตกต่างได้ทันที

เพราะในขณะที่รัฐอาหรับส่วนใหญ่หันหน้าเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียและผูกพันกับโลกทะเลทรายของคาบสมุทรอาหรับ โอมานกลับเป็นประเทศที่เปิดประตูออกสู่มหาสมุทรอินเดียโดยตรง ชายฝั่งทะเลยาวนับพันกิโลเมตรทอดตัวจากทะเลอาหรับไปจนถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เช่นนี้ทำให้โอมานมีสายตาที่มองออกไปสู่ทะเลมากกว่ามองเข้าไปในทะเลทราย
เป็นเวลาหลายพันปีแล้วครับที่ชาวโอมานเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากลมมรสุม ซึ่งเป็นระบบลมตามฤดูกาลของมหาสมุทรอินเดีย พ่อค้าและนักเดินเรือชาวโอมานสามารถออกเดินทางจากชายฝั่งอาหรับไปยังอินเดีย แอฟริกาตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่ชาวยุโรปจะเริ่มยุคแห่งการสำรวจเสียอีก

ดังนั้น หากซาอุดีอาระเบียเป็นผลผลิตของทะเลทราย โอมานก็คือผลผลิตของท้องทะเล
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของโอมานไม่ได้เกิดจากทะเลเพียงอย่างเดียว ภายในประเทศของโอมานยังประกอบไปด้วยเทือกเขาสูงและพื้นที่ทะเลทรายกว้างใหญ่ โดยเฉพาะเทือกเขาฮะญัร (Hajar Mountains) และพื้นที่สูงของญะบัล อัล-อัคห์ฎัร (Jabal al-Akhdar) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นกำแพงธรรมชาติที่แยกผู้คนในพื้นที่ภายในออกจากโลกภายนอก
ผลลัพธ์คือการเกิดขึ้นของ โอมานที่มีสองโลกอยู่ในประเทศเดียว ซึ่งดำรงอยู่ควบคู่กันมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ

โลกแรกคือ โอมานที่เป็นโลกชายฝั่ง ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่มัสกัตและเมืองท่าสำคัญต่าง ๆ ริมมหาสมุทรอินเดีย โลกอันแรกนี้มีลักษณะเปิดกว้าง เป็นสากล และเชื่อมต่อกับเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ พ่อค้าโอมานเดินทางไปยังอินเดีย จีน แอฟริกาตะวันออก และหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียอย่างต่อเนื่อง
พวกเขาค้าขายเครื่องเทศ งาช้าง ทองคำ อินทผลัม สิ่งทอ และในบางยุคสมัยยังรวมถึงการค้าทาส จนสามารถสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายจากชายฝั่งแอฟริกาตะวันออกไปจนถึงอินเดีย
นักประวัติศาสตร์บางคนถึงกับกล่าวว่า ในช่วงรุ่งเรืองที่สุด ชาวโอมานมีความใกล้ชิดกับแซนซิบาร์ กิลวา หรือเมืองท่าของอินเดียมากกว่าใกล้ชิดกับชนเผ่าในคาบสมุทรอาหรับเสียอีก

ในทางตรงกันข้าม โลกที่สองคือ “โอมานชั้นใน” หรือ Interior Oman ซึ่งเป็นโลกของสังคมภูเขาที่ค่อนข้างปิดตัวเองจากอิทธิพลภายนอก มีโครงสร้างทางสังคมแบบชนเผ่า พึ่งพาการเกษตรในโอเอซิสและระบบชลประทานดั้งเดิม ผู้คนดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายและให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระของชุมชน
ต่างจากรัฐอาหรับอื่น ๆ ที่อำนาจการเมืองมักผูกติดอยู่กับราชวงศ์ โลกของโอมานชั้นในกลับพัฒนาระบบการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะ คือการเลือกอิหม่ามให้เป็นผู้นำของชุมชน

ระบบนี้เรียกว่า “อิมามัต” (Imamate) อิหม่ามในความเข้าใจของอิสลามสายอิบาดีไม่ได้เป็นเพียงผู้นำทางศาสนา แต่เป็นทั้งผู้นำทางการเมืองและผู้พิทักษ์ความยุติธรรมของชุมชน โดยตำแหน่งนี้ไม่ได้สืบทอดทางสายเลือด หากแต่ขึ้นอยู่กับคุณธรรม ความรู้ทางศาสนา และการยอมรับจากสังคม
แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากทั้งระบอบเคาะลีฟะฮ์แบบราชวงศ์ในโลกซุนนีย์ยุคก่อน และไม่เหมือนแนวคิดการสืบทอดอำนาจผ่านเชื้อสายของศาสดาในโลกชีอะห์

หัวใจสำคัญของระบบนี้คือศาสนาอิสลามสาย “อิบาดี” (Ibadi Islam) ซึ่งถือเป็นสำนักคิดที่เก่าแก่ที่สุดอันหนึ่งของอิสลาม และถือเป็นสำนักคิดหลักของประชากรโอมานจนถึงปัจจุบัน
แม้จะมีรากกำเนิดมาจากขบวนการคอวาริจญ์ในยุคแรกของอิสลาม แต่อิบาดีได้พัฒนาตนเองเป็นแนวทางที่เน้นความพอเพียง ความอดกลั้น และการประนีประนอมมากกว่ากลุ่มคอวาริจญ์สายหัวรุนแรงที่พวกเรารู้จักกัน

อัตลักษณ์อิบาดีจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้โอมานมีเส้นทางพัฒนาการทางศาสนาแตกต่างจากประเทศมุสลิมส่วนใหญ่ในโลก

เมื่อเวลาผ่านไป ความแตกต่างระหว่างโอมานชายฝั่งกับโอมานชั้นในได้หล่อหลอมให้เกิดจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร

ฝ่ายชายฝั่งมองตนเองว่าเป็นมหาอำนาจทางทะเล ผู้เชื่อมโลกอาหรับเข้ากับมหาสมุทรอินเดีย
ขณะที่ฝ่ายชั้นในมองตนเองว่าเป็นผู้พิทักษ์ความบริสุทธิ์ของศาสนาอิสลามและอิสรภาพของชนเผ่า
ความตึงเครียดระหว่างสองแนวคิดนี้ดำรงอยู่ตลอดประวัติศาสตร์โอมาน และส่งผลต่อการเมืองของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

ในสายตาของนักวิชาการบางคน รัฐอิมามัตซึ่งดำรงอยู่เป็นระยะเวลายาวนานและสิ้นสุดลงในช่วงทศวรรษ 1950 ไม่ได้เป็นเพียงสถาบันทางการเมืองที่สูญหายไปเท่านั้น แต่ยังเป็นความทรงจำทางการเมืองที่ยังคงมีพลังอยู่ในจิตสำนึกของชาวโอมานบางส่วน

สำหรับผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ อิมามัตอาจถูกมองว่าเป็นตัวแทนของยุคทองของโลกมุสลิม เป็นสังคมที่ผู้นำได้รับเลือกจากคุณธรรม มิใช่จากสายเลือดหรืออำนาจทางทหาร

ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงบางคนจึงเคยตั้งข้อสังเกตว่า หากแนวคิดอิสลามการเมืองหรือขบวนการฟื้นฟูศาสนาในอนาคตพยายามสร้างความชอบธรรมทางประวัติศาสตร์ พวกเขาอาจหันกลับไปใช้สัญลักษณ์ของรัฐอิมามัตเป็นเครื่องมือทางการเมือง

แม้โอมานในปัจจุบันจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในตะวันออกกลาง และมีชื่อเสียงด้านการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่สมดุลและประนีประนอม แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับรากฐานทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เพราะโอมานไม่ได้เป็นเพียงรัฐเล็ก ๆ ริมอ่าวอาหรับ หากแต่เป็นผู้ควบคุมด้านหนึ่งของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
การทำความเข้าใจโอมานจึงไม่ใช่เป็นเพียงการศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นการทำความเข้าใจว่าภูมิศาสตร์ ศาสนา การค้า และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม สามารถหล่อหลอมรัฐหนึ่งให้มีเส้นทางพัฒนาการที่แตกต่างจากเพื่อนบ้านได้อย่างไร

และในบรรดาประเทศอาหรับทั้งหมด โอมานอาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความจริงข้อนี้ เอาไว้มาต่อกันตอนที่สองครับ

แผนที่ประกอบจาก https://www.worldatlas.com/maps/oman

ที่มา : https://www.facebook.com/1053548533/posts/10240805273363176/?rdid=kU3gIkFDERqKGug3#

ส.อ.ท. เสริมแกร่งอุตฯ พลังงาน!! จับมือ JBIC ญี่ปุ่น เสริมความยืดหยุ่นห่วงโซ่อุปทาน ตั้งกรอบสนับสนุนพลังงานสะอาด เสริมเทคโนโลยี-เงินทุน สู่การแข่งขัน ร่วมผลักดันอุตฯ ลดก๊าซเรือนกระจก

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change พร้อมด้วยนายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. และคณะกรรมการ ส.อ.ท. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก Japan Bank for International Cooperation (JBIC) นำโดย Mr. SHIRAISHI Takanori, Chief Representative และ Mr. SHIMATANI Tokuro, Representative สำนักงานผู้แทน JBIC กรุงเทพฯ ณ ห้องประชุม 801 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

การหารือครั้งนี้มุ่งแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านพลังงานและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานไทย-ญี่ปุ่น โดยเฉพาะโอกาสในการใช้ประโยชน์จากกลไกการสนับสนุนทางการเงิน “POWERR Asia FAST Window” (Partnership on Wide Energy and Resources Resilience Asia Finance for Agile and Secure Trade Window) ซึ่ง JBIC จัดตั้งขึ้นภายใต้ Japan Strategic Investment Facility เพื่อเสริมความมั่นคงและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและวัตถุดิบสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

กรอบการสนับสนุนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการจัดหาพลังงานและวัตถุดิบสำคัญ การช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่บริษัทในห่วงโซ่อุปทานของญี่ปุ่น รวมถึงการส่งเสริมการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานผ่านโครงการพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเชื้อเพลิงทางเลือกคาร์บอนต่ำ ตลอดจนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่มุ่งสู่เป้าหมายการลดคาร์บอน (Decarbonization) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคอุตสาหกรรมไทย

นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change กล่าวว่า "จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการจัดหาพลังงานและวัตถุดิบทั่วโลก ส.อ.ท. เล็งเห็นว่าการสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงานเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ การร่วมมือกับ JBIC ในวันนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมไทยกับแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Supply Chain ของทั้งไทยและญี่ปุ่น”

ในโอกาสนี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอทิศทางและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงาน ภายใต้แนวคิด "Thailand Pragmatic Energy Transition" ที่มุ่งเพิ่มศักยภาพพลังงานสะอาดภายในประเทศ ส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของ JBIC ที่มุ่งส่งเสริม Energy Efficiency, Renewable Energyการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และส่งเสริมการลงทุนด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านพลังงานภายใต้ AZEC-SAVE ในประเทศไทย

ด้าน นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. กล่าวว่า “การเพิ่มศักยภาพพลังงานสะอาดของไทย โดยเฉพาะการยกระดับพลังงานชีวภาพและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งจะช่วยทั้งลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยให้ผู้ประกอบการใน Supply Chain ของญี่ปุ่นในประเทศไทยสามารถปรับตัวและเดินหน้าสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ทั้งนี้ ส.อ.ท. เห็นว่า POWERR Asia FAST Window เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย โดย ส.อ.ท. เตรียมนำข้อมูลจากการหารือไปประเมินร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการสมาชิก เพื่อสำรวจความต้องการและโครงการที่มีศักยภาพ และพัฒนาแนวทางการเข้าถึงช่องทางการขอรับการสนับสนุนจาก JBIC ในระยะต่อไป ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศไทย

‘จุลพันธ์’ เผยแรงงานไทยเจ็บในอิสราเอลอาการดีขึ้น 6 แรงงานไทยบาดเจ็บจากระเบิด 2 รายอาการคงที่และดีขึ้น 3 รายหายดีออกจากโรงพยาบาล ติดตามใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

“จุลพันธ์”เผย ความคืบหน้า 6 แรงงานไทยบาดเจ็บในอิสราเอล 2 รายอาการคงที่ ภาพรวมดีขึ้น อีก 1 รายอาการดีขึ้นมาก ขณะที่ 3 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว กำชับฝ่ายแรงงานฯ ติดตามใกล้ชิด

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการแรงงานไทยจำนวน 6 ราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดตกค้างในเมืองเมทูลา ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า กระทรวงแรงงานยังคงติดตามสถานการณ์และอาการของแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศอิสราเอล เพื่อให้แรงงานได้รับการรักษาและความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม โดยขอให้แรงงานและครอบครัวมั่นใจว่ากระทรวงแรงงานจะติดตามและดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. ฝ่ายแรงงานและฝ่ายกงสุล ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เดินทางไปยัง Ziv Medical Center เมือง Safed เพื่อหารือและรับฟังรายละเอียดการรักษาจากคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล พร้อมเยี่ยมแรงงานที่อยู่ระหว่างการรักษา โดยโรงพยาบาลยืนยันว่าจะให้การรักษาอย่างดีที่สุดโดยทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ

สำหรับความคืบหน้าอาการของแรงงานทั้ง 6 ราย พบว่า แรงงาน 2 ราย ได้แก่ นายวีรวุฒิ แวงวงษ์ และนายอารี ปัญญาทอง ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอาการคงที่ ภาพรวมดีขึ้น และยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
โดยนายวีรวุฒิอยู่ระหว่างการวางแผนผ่าตัดเพิ่มเติมตามแนวทางการรักษาของแพทย์ ขณะที่คณะแพทย์แจ้งว่าการบาดเจ็บไม่กระทบต่อระบบประสาทไขสันหลังและสมอง ซึ่งถือเป็นข่าวดี

แรงงานอีก 1 ราย คือ นายทรงฤทธิ์ เชิดรำ ซึ่งได้รับบาดเจ็บปานกลาง มีอาการดีขึ้นค่อนข้างมาก สามารถสื่อสารได้ตามปกติ ไม่มีประเด็นน่าเป็นห่วง และมีอาการปวดบริเวณแผลเล็กน้อยเวลาขยับตัว ส่วนแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายธนวัตน์ แสงกลาง นายทิศวรเวช สามารถกิจ และนายจิระพงษ์ สวัสดิ์รักษ์ แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลและกลับที่พักแล้ว โดยไม่มีประเด็นที่ต้องกังวล

ด้าน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้แรงงานจังหวัดในพื้นที่
ที่แรงงานผู้ได้รับบาดเจ็บมีภูมิลำเนาอยู่ ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัว พร้อมติดตามสถานการณ์และประสานให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจว่ากระทรวงแรงงานไม่ทอดทิ้งแรงงานไทยและครอบครัว โดยจะประสานข้อมูลกับฝ่ายแรงงานและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบครัวได้รับทราบความคืบหน้าอาการและการรักษาของแรงงานอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และฝ่ายแรงงานฯ ได้ประสานแจ้งความคืบหน้าอาการของแรงงานให้ญาติรับทราบแล้ว และจะติดตามอาการของแรงงานทั้ง 6 รายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการรักษา เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดต่อไป

“เมย์” รัชนก เปิดใจหลังถอนตัวชิงแชมป์โลก!! เจ็บหลังฝืนต่อไม่ไหว ต้องพักยาวหลังแพ้คู่แข่ง ยอมรับเสียใจแต่ไม่ยอมแพ้ เตรียมตัวเต็มที่เพื่อเหรียญรางวัล

“เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวชาวไทย โพสต์ข้อความหลังจากได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันรายการชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอินเดีย

นักแบดมินตันวัย 31 ปี ต้องตัดสินใจถอนตัวทั้งน้ำตา ระหว่างเกมในรอบสอง ที่พบกับ อิชิกา ไจสวัล จากสหรัฐอเมริกา หลังจากมีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ได้ในเกมที่สอง

หลังการถอนตัว เมย์ รัชนก ได้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า “เมย์ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังส่วนล่างด้านซ้ายอย่างกะทันหันระหว่างเกมแรก และเมย์พยายามฝืนทุกอย่างต่อไป แต่ก็กลัวว่าอาการจะยิ่งแย่ลง ดังนั้นเมย์จึงปรึกษากับโค้ช และเราตัดสินใจว่าการพักสักระยะอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

สิ่งที่เมย์เสียดายที่สุดคือ เมย์รู้สึกว่าตัวเองเตรียมพร้อมมาอย่างเต็มที่เพื่อคว้าเหรียญรางวัล มันอาจฟังดูตลกนะ แต่เมย์ไม่เคยคิดที่จะทรยศต่อตัวเองเลย

ทุกอย่างจบลงภายในเสี้ยววินาที แต่นี่แหละคือสิ่งที่การเป็นนักกีฬาต้องเผชิญ นอกจากคู่แข่งในสนามแล้ว เรายังต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วย มันเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นกับเมย์มาโดยตลอด แต่เมย์จะไม่ยอมแพ้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10367485

ย้อนความหมาย “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ”!! เพลงปลุกใจสะท้อนจิตวิญญาณทหาร เนื้อเพลงมาจากภาษิตโบราณ ต้องมีศรัทธาและจงรักภักดี เกียรติและครอบครัวคือหัวใจสำคัญ

พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง โพสลงเฟสบุ๊ค

วันนี้มีเพลงหนึ่งปรากฏขึ้น timeline บน YouTube ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปในอดีต สมัยที่เป็นนักเรียนนายร้อย ที่เราจะร้องเพลงนี้ตอนเวลาวิ่งกัน ซึ่งเพลงนี้คือ เพลง “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ”

มโนมอบพระผู้ สถิตอยู่ยอดสวรรค์
แขนถวายให้ทรงธรรม์​ พระผ่านเผ้าเจ้าชีวา
ดวงใจให้ขวัญจิต ยอดชีวิตและมารดา
เกียรติศักดิ์รักของข้า​​ ชาติชายแท้แก่ตนเอง
มโนมอบพระผู้​​ เสวยสวรรค์
แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ​ และแม่
เกียรติศักดิ์รักข้า​​ มอบไว้แก่ตัว

ความจริงแล้ว เนื้อหาของเพลงนี้มาจาก ภาษิตนักรบฝรั่งเศสโบราณ ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงชื่นชม เลย นำโคลงนี้ไปตีพิมพ์ ในหนังสือ ดุสิตสมิต เมื่อ พ.ศ. 2461
ในตอนเป็นนักเรียนนายร้อยนั้น ผมวิ่งร้องเพลงนี้ไปก็ไม่คิดอะไรที่ลึกซึ้งมาก นอกจากวิ่งแล้วฮึกเหิม เพราะเป็นเพลงปลุกใจ แต่พอรับราชการทหารมาจนใกล้เกษียณแล้ว กลับมาดูเนื้อเพลงนี้อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง พบว่า เนื้อหามีความลึกซึ้ง สะท้อนถึงจิตวิญญาณ การเป็นทหาร อย่างแท้จริง ที่มีมาตั้งแต่โบราณ

เนื้อหาของ เพลงทั้ง 2 ท่อนมี 4 ส่วนที่้ซ้ำกันดังนี้
1) กล่าวถึงความเชื่อความศรัทธา ที่มีต่อศาสนา หรือความเชื่อ
2) กล่าวถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ หรือการทำหน้าที่เพื่อรับใช้แผ่นดิน
3) ความยึดมั่นในคนที่เรารักและครอบครัวของเรา
4) ส่วนเกียรติและความซื่อสัตย์ คือสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นมาจากตัวของเราเอง

สามารถสรุปได้ว่า สิ่งที่นักรบ หรือ ทหารอาชีพจะต้องมี 4 เรื่อง คือ
ทหารอาชีพ = ผู้มีศรัทธา + ผู้รับใช้ พระเจ้าแผ่นดิน/แผ่นดิน + ผู้ที่รักสมาชิกครอบครัว + ผู้ที่มีศักดิ์ศรี
ปัจจุบัน ทหารเป็นอาชีพที่อาจจะมีคนอยากเป็นน้อยลง เพราะวิถีในการดำเนินชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้น โลกมีภาวะความขัดแย้งในรูปแบบของการสู้รบที่น้อยลง อย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างไร จิตวิญญาณในการเป็นทหารปัจจุบัน ก็ยังคงมีความเหมือน กับคนที่เป็นทหารสมัยก่อน ตั้งแต่โบราณกาล ที่ผ่านมาหลายพันปี ทหาร หรือ นักรบในอดีต นั้นจะต้องยึดมั่นกับอุดมการณ์ความเชื่อของตนเอง ต้องเสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม ต้องปกป้องคนของตัวเอง (ครอบครัว) และ ต้องเป็นคนที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี

นั่นก็หมายความว่า คนที่เป็นทหารนั้น ไม่ได้ดูจากความชอบความชอบความสมัครใจแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูจากความยึดมั่นจงรักภักดีใน ค่านิยมหลักของชาตินั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ครอบครัว และ ความมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในตัวเอง เพราะ ทหารเป็นอาชีพจับถืออาวุธ การที่ทหารแต่ละนายมีมิติต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ทหารห่างไกล จากการเป็นเครื่องจักรสงคราม หรือ เครื่องจักรสังหาร เพราะกระบวนการหล่อหลอม บุคคลพลเรือน เข้ามาเป็นทหารนั้น จะต้องสร้างให้ทหารนั้นมีความเสียสละ ยึดมั่นในอุดมการณ์ สามารถเดินไปตายแทนคนที่อยู่ข้างหลังได้ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า อุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพ สรุปก็คือ เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยเพลงที่มีความหมายลึกซึ้ง และจบลงที่ความหมายสะท้อน ถึงอุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพ ครับ ….Hooah!!!

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=27533070409727312&id=100003531711329&post_id=100003531711329_27533070409727312&rdid=kP4McPscY3goVUec#

น้อย วงพรู โพสต์ถึง เรย์ แม็คโดนัลด์

ก่อนที่จะเป็น น้อย วงพรู เคยดูทีวีแล้วคิดว่า
“ผู้ชายคนนี้คือใคร เท่ชิบหาย ฉลาดด้วย แสดงก็เก่ง”
20 ปีถัดไปคนๆนั้นมาช่วนน้อยมาออกรายการของเขา
น้อยมัวแต่ชมเขาไม่หยุด จนเขาตอบว่า
“พี่ผมทนไม่ไหวแล้ว พี่จะเอาลายเซ็นผมมั้ย”
เรย์เป็นคนที่ทำให้เรายิ้มได้เสมอ
หลังจากนั้นเราคุยกันว่าสักวันนึงเราจะต้องร่วมงานด้วยกัน
มันไม่เกิดขึ้น แต่สักวันนึงในสวรรค์ one day in heaven bro…seeyou
RIP Ray Mcdonal

น้อย วงพรู โพสต์ถึง เรย์ แม็คโดนัลด์

ที่มา : https://www.facebook.com/100044341333467/posts/1624831212338241/?rdid=4QdmKZQHLQZplwhk#

เครือข่ายภาฯ เตรียมรับน้ำ!! ร่วมวางแผนรับน้ำล้น ยกของขึ้นสูงเตือนชาวบ้าน อพยพพร้อมสิ่งของช่วยเหลือ พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินแพร่

เครือข่ายศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ และเครือข่ายศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ร่วมกันวางแผนการเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่คาดการณ์ว่าจะเข้าพื้นที่ในเวลาเที่ยงคืนนี้

โดยทีมเครือข่ายฯ ดำเนินการ แจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง และทีมเครือข่วยๆ ช่วยเหลืออพยพประชาชนในพื้นที่ พร้อมสิ่งของขึ้นที่สูง เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

อาลัย ‘เรย์ แม็คโดนัลด์’ หลังเสียชีวิตกะทันหันที่บ้านพักย่านพัฒนาการ โดยแพทย์สันนิษฐานหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ครอบครัว–เพื่อนสนิท รับร่างที่นิติเวช รพ.ตำรวจ ท่ามกลางความเศร้า ทิ้งความทรงจำให้แฟนยุค 90

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสริญญา หรือ แหม่ม แม๊คโดแนลด์  ภรรยาของเร พร้อมครอบครัว และเพื่อนสนิท เช่น ลีโอ พุฒ และชาคริต แย้มนาม เดินทางมารับศพของ เร แม๊คโดแนลด์ วัย 49 ปี อดีตดาราและพิธีกรชื่อดัง ที่วูบหมดสติจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่บ้านพักย่านพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตคือ สันนิษฐานว่าหัวใจขาดเลือด จากเส้นเลือดหัวใจตีบ

ลีโอ พุฒ เปิดเผยว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์คือเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ส่งผลให้หัวใจขาดเลือด จากไปอย่างสงบไม่ได้เจ็บอะไร คุณหมอแจ้งว่าอาการนี้เหมือนกับหลับไปเฉย ๆ เหมือนเครื่องปั๊มมันหยุดทำงาน คิดว่าคงคล้ายกับหัวใจวาย เลือดไม่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแล้วหยุดเต้น สาเหตุเกิดจากเรื่องของการใช้ชีวิต อาหารการกิน ไขมันเลว ทานอาหารที่ไม่ดี ทำให้เส้นเลือดมีไขมันและแคลเซียมไปเกาะ ทำให้เลือดเดินไม่สะดวก ตนมีประสบการณ์ตรงและเคยมีสัญญาณเตือนคือจะแน่นที่ช่วงบริเวณลิ้นปี่เหนือขึ้นมานิดหนึ่ง ซึ่งอาการแบบนี้หลายคนมักสับสนและคิดไปในแง่ดีว่าเป็นแค่กรดไหลย้อน มันแยกกันลำบาก สำหรับเคสนี้จึงอยากฝากเตือนไว้ หากใครมีอาการแบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ จะมีวิธีการตรวจเบื้องต้น เช่น อัลตร้าซาวด์ หรือเดินลู่แปะอุปกรณ์

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าก่อนหน้านี้เรเคยมีอาการเหนื่อยหอบหรือไม่ ลีโอ พุฒ ตอบว่า เรเป็นคนไม่บ่น แต่ตนสังเกตว่าเรจะดูเหนื่อยกว่าคนอื่นถ้าไปทำกิจกรรมหนัก ๆ ตอนแรกไม่ได้เอะใจเพราะรู้ว่าเรเป็นคนความคิดจะวิ่งอยู่ในหัวตลอดเรื่องงาน ซึ่งอาจจะนอนไม่เพียงพอ ปกติเคยบอกให้เรไปตรวจสุขภาพตอนที่ตนไปตรวจ และแนะนำให้เรไป แต่เรค่อนข้างดื้อไม่ค่อยชอบหมอ ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวเรื่องดื่มเหล้า เรเลิกเหล้ามาแล้ว 30 ปี ยืนยันว่าไม่ดื่มเลย กินแต่ขนม โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวต่างๆในร้านสะดวกซื้อ ดื่มโค๊ก ซีโร่ ส่วนเรื่องบริษัทใครจะทำต่อ ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูด ต้องให้เกียรติภรรยาของเรและยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น

ด้าน นางสริญญา ภรรยาของเร และ ชาคริต แย้มนาม เปิดเผยว่า เป็นเรื่องของเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นตีบประมาณ 90,90และ70 เปอร์เซ็นต์ หลับไปเฉย ๆ ถือว่าเพื่อนไปสบาย อวัยวะทุกอย่างในร่างกายดีหมด มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องหัวใจ เรเป็นคนทำงานเต็มที่พักผ่อนน้อยตามประสาของนักเดินทางที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น ถือว่าถึงเวลาของเขาที่เป็นนักเดินทางไปในที่ที่ดี เรเป็นคนมีความมุ่งมั่น ทุกอย่างที่ทำทำอย่างเต็มที่ ในทุก ๆ การเดินทางของเพื่อนคือความสุข วันนี้เป็นวันแรกที่มีพิธีสวดศพ 7 วัน และมีกำหนดการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 ส.ค. โดยช่วงเย็นวันนี้จะเป็นพิธีรดน้ำศพภายในครอบครัว

นางสริญญา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จริง ๆ แล้วเรได้พักในช่วงเดือนนี้เพราะลูกปิดเทอม จะไปเที่ยวและใช้เวลากับลูก ได้เตะบอลกับลูก จนกระทั่งในวันที่เขาต้องตื่นมาส่งลูกตามที่ทำทุกวัน แต่เขากลายเป็นคนที่ไม่ตื่นแล้ว นอนหลับไปเลย วันนั้นลูกกับพ่อมีกู๊ดไนท์กันปกติ และลูกขึ้นไปนอน ตอนแรกตนคิดว่าเรแกล้งเพราะปกติชอบแกล้ง ตนก็จะแกล้งกลับ ความผิดปกติคือเขาไม่เคยมีอาการอะไร ไม่เคยบอก นั่งดูทีวีปกติแล้วล้มตัวไปนอน ขยับตัวเหมือนคนปกติเพื่อหาความสบายของตัวเองแล้วก็หลับไป ตอนที่ลงไปนอนก็ยังขยับจัดให้นอนสบายตัวเหมือนหลับลึก ไปช่วงที่หลับสนิทหลายชั่วโมงกว่าตนจะลงไปเจอตอนเที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง จนตนแต่งตัวลงมาส่งลูกตอน 6 โมงครึ่ง จึงเจอเรและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินอะไรที่จะบอกได้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการหาหมอและดูแลสุขภาพ เรเป็นคนกลัวหมอ ต้องบังคับให้ไป อย่างกรณีการทำฟันก็ไม่ค่อยชอบเจอหมอ ตนต้องบังคับและบางทีต้องหลอกพาไป ตนเชื่อว่าผลงานของเรทำไว้มากมายและขอบคุณมาก ๆ คิดว่าลูกน่าจะภูมิใจในตัวพ่อ ส่วนเรื่องงานที่จะต้องทำต่อ เพื่อน ๆ มองว่าต้องมีเร อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนสานต่อในงานที่คุยกับลูกค้าไว้ ซึ่งจะต้องมีการคุยกันต่อไป

ทั้งนี้ ร่างของนายเรถูกบรรจุในโลงศพสีขาวลายดอกไม้ และนำขึ้นรถตู้สีขาวของเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู หมายเลขทะเบียน 3ฒฎ 2488 กรุงเทพมหานคร เพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรมที่วัดยาง พระอารามหลวง อ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมายเลขใต้ฝาโลงศพของนายเรคือเลข 769

จากนั้นครอบครัว ภรรยา และเพื่อนสนิท ได้ขึ้นรถคันเดียวกันเพื่อเดินทางไปยังวัดยาง พระอารามหลวง โดยมีคุณแม่ของ “เร แม๊คโดแนลด์” ร่วมเดินทางไปด้วย ส่วน ภรรยาของเร ถือกระถางธูปขึ้นรถด้วยอาการโศกเศร้าและร้องไห้ตลอดเวลามีอาการคล้ายจะเป็นลม โดยเพื่อนและครอบครัวต้องประคองเดิน

ทั้งนี้ก่อนขบวนรถจะออกเดินทาง “นายชาคริต แย้มนาม” ได้เคาะรถมูลนิธิฯพร้อมพูดว่า “ขึ้นรถมานะ แม๊ก ตามมานะเพื่อน” ก่อนขึ้นรถเดินทางไปยังวัดยางฯเพื่อเตรียมพิธีรดน้ำศพเย็นนี้ต่อไป

นิทรรศการชวนหยุด เชิญร่วมสัมผัสงานศิลป์ ANAPANA SATI เปิดประสบการณ์ใหม่ เดินทางผ่านสติด้วยศิลปะหลากมิติ ย้ำให้เห็นความสำคัญของการอยู่กับตัวเอง

ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัส
ANAPANA SATI — RETURN TO SELF
นิทรรศการศิลปะเชิงประสบการณ์ ที่ชวนให้เราหยุดจากความเร่งรีบ และกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง

ภายในงานจะได้สัมผัสการเดินทางผ่านศิลปะ ประติมากรรม แสง เสียง กลิ่น และกิจกรรมที่ออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงเรื่องของ “สติ” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการทำสมาธิมาก่อน

มาลองให้เวลาตัวเองได้หยุด หายใจ และสังเกตว่า เมื่อโลกภายนอกค่อย ๆ เงียบลง เราได้ยินอะไรจากข้างในบ้าง

ANAPANA SATI — RETURN TO SELF
Immersive Mindfulness Exhibition by ARTWELL®

🗓 วันที่ 10 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569
📍 Gallery 3 ชั้น 2, River City Bangkok

จัดโดย ARTWELL® และ Command N Design Center
ริเริ่มและออกแบบโดย ภัณฑ์ธิรา ณิชยสุรีย์กุล

สามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมภายในงานได้ที่
Facebook: www.facebook.com/artwellofficial
Instagram: www.instagram.com/artwellexhibition
LineOA: https://lin.ee/rilOEzy

ลงทะเบียนเข้างาน เพียง 101บาท
ฟรี เครื่องดื่ม 115 บาท
อยากให้ทุกคน มา “ใส่บาท” กัน
Website: www.artwellexhibition.com

ไม่คิดว่าพี่เรย์ ออกเดินกลางไกลเร็วขนาดนี้ ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล โพสต์ถึงเรย์ แม็คโดนัลด์

ไม่คิดว่าพี่เรย์ ออกเดินกลางไกลเร็วขนาดนี้
สู่ภพภูมิที่ดีหลับให้สบายเดินทางปลอดภัย
ขอบคุณที่พี่เรย์ช่วยน้องเสมอ ตอนที่น้องลำบาก
ตอนหาพระเอกหนังเรื่องแรกของน้องเป็นผู้กำกับ หนังปายอินเลิฟ
น้องเรียนกำกับต้องส่งงานส่งอาจารย์
แทบไม่มีพระเอกคนไหนรับเล่นให้น้องเลย
พอโทรหาพี่เรย์รับปากช่วยน้องเลย
ขอบคุณพี่และพี่แหม่ม
จำได้พี่ไม่ถามถึงค่าตัวสักคำว่าได้เท่าไร
จะจดจำระลึกถึงพี่เสมอ
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยนะคะ
และขอป็นกำลังใจให้พี่แหม่มด้วยนะคะ

ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล โพสต์ถึงเรย์ แม็คโดนัลด์ ที่เคยช่วยแสดงหนังเรื่องปายอินเลิฟ

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1592048192276822&id=100044149703751&post_id=100044149703751_1592048192276822&rdid=lsEndK82q5wyru6t#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top