Tuesday, 14 July 2026
WORLD

อับบาส อารักชี กล่าว

“น่าเสียดายที่บางประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคของเรามาถึงจุดที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ให้สหรัฐฯตั้งฐานทัพชั่วคราว แต่ในความเป็นจริงแล้วประเทศเหล่านั้นได้กลายเป็นฐานทัพสหรัฐฯอย่างเต็มตัวไปโดยสมบูรณ์แล้ว”

อับบาส อารักชี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2108371636725245&set=gm.1346242574330766&idorvanity=849053944049634

อุโมงค์ 3,500 เมตรเจาะทะลุถึงกันแล้ว!! งานสร้างรถไฟจีนคืบหน้า กวางตุ้งเร่งโครงข่ายรางความเร็วสูง โครงการรถไฟ จูไห่–จ้าวชิ่ง คืบหน้า เติมเส้นเลือดใหม่ให้โครงข่ายความเร็วสูง

งานสร้าง 'อุโมงค์ทางรถไฟ' ยาว 3,500 เมตร เจาะทะลุถึงกันในกวางตุ้ง

ประมวลภาพการดำเนินงานก่อสร้างอุโมงค์เจียงจวินหลิ่ง ความยาว 3,500 เมตร บนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายจูไห่-จ้าวชิ่ง ในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน โดยอุโมงค์แห่งนี้เจาะทะลุเชื่อมถึงกันแล้วในวันศุกร์ (10 ก.ค.)

ที่มา : Xinhua

เฮยหลงเจียง ลุยท่องเที่ยว!! จัดประชุมอุตสาหกรรมครั้งที่ 8 เมืองจีซีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวหลากธีม บูรณาการวัฒนธรรมและกีฬาเข้าด้วยกัน นำนวัตกรรมดิจิทัลสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่

การประชุมว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง ครั้งที่ 8 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 กรกฎาคม ณ เมืองจีซี เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีชื่อเสียง ภายใต้แนวคิด "การบูรณาการ นวัตกรรม และโอกาส" โดยยึดหลักความเรียบง่าย ความปลอดภัย และความเป็นเลิศ การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การประยุกต์ใช้นวัตกรรม และการยกระดับการบริโภคด้านการท่องเที่ยว พร้อมนำเสนอเสน่ห์ของมณฑลเฮยหลงเจียงในทุกมิติ ทั้งความงดงามของธรรมชาติ ขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม อาหารท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ และการต้อนรับอันอบอุ่น เพื่อกระตุ้นและปลดล็อกศักยภาพการบริโภคด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้เติบโตยิ่งขึ้น

ในระหว่างการประชุม เมืองจีซีจะเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพภายใต้สามธีมหลัก ได้แก่ "Ignite the Games, Rock the Lakes" (การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสัมผัสเสน่ห์ของทะเลสาบ) "Drive the Border, Embrace Wellness" (การท่องเที่ยวเส้นทางชายแดนควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) และ "Explore the Countryside, Learn Through Play" (การท่องเที่ยวชนบทเชิงเรียนรู้และกิจกรรมสำหรับครอบครัว) พร้อมกันนี้ ยังมีการมอบสิทธิประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม ทั้งส่วนลดร้านอาหาร การรับประกันที่พัก การเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวฟรี และข้อเสนอพิเศษสำหรับการชอปปิง เพื่อมอบความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง พร้อมเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศให้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์และความงดงามของเมืองจีซีอย่างใกล้ชิด

เจียง ซิงเฉิง รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง กล่าวว่า การประชุมในปีนี้มีจุดเด่นสำคัญสามประการ โดยประการแรกคือการขับเคลื่อนด้วยการบูรณาการ เพื่อสร้างภูมิทัศน์ใหม่ของการท่องเที่ยวแบบครบวงจรภายใต้แนวคิด "ใช้วัฒนธรรมสร้างคุณค่าให้การท่องเที่ยว และใช้การท่องเที่ยวเผยแพร่วัฒนธรรม" โดยส่งเสริมการบูรณาการวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเข้ากับภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้า และกีฬาอย่างลึกซึ้ง อาทิ การอาศัยการแข่งขัน "ลีกฟุตบอลภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน" เป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อเปิดตัวแบรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ "Travel with Sports Events" (การท่องเที่ยวพร้อมกิจกรรมกีฬา)

ประการที่สองคือการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างแรงผลักดันใหม่ให้กับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสมัยใหม่ โดยยกระดับรูปแบบการจัดงานประชุมให้ก้าวพ้นกรอบเดิม ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างครอบคลุม พร้อมจัดตั้งโซนจัดแสดงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอัจฉริยะภายในพื้นที่จัดงานหลัก เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย เช่น "AI + การท่องเที่ยว" การท่องเที่ยวเสมือนจริงบนเมตาเวิร์ส และประสบการณ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล

ประการที่สามคือการสร้างเวทีใหม่สำหรับความร่วมมือแบบเปิดกว้าง เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสู่โอกาสใหม่ ๆ โดยบูรณาการเข้ากับข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative) พร้อมเชิญผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจจาก 13 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วมงาน เพื่อส่งเสริมบทบาทและภาพลักษณ์ของวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียงในเวทีนานาชาติ ควบคู่กับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก

ที่มา: สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง

‘อนุทิน’ เปิดเวที ABAC 2026!! ผู้นำธุรกิจเอเปคชูความร่วมมือข้ามภาคส่วน สร้างภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้รุ่งเรืองท่ามกลางวิกฤต ย้ำรัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน รับมือภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน

กรุงเทพฯ, 9 ก.ค. (ซินหัว) -- เหล่าผู้นำแวดวงธุรกิจจากคณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC) ได้รวมตัวประชุมในกรุงเทพฯ และเรียกร้องการสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อรักษาการเติบโตที่ยั่งยืนท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลก

อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์สำคัญที่การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ครั้งที่ 3 ในปี 2026 ว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนเพิ่มขึ้น ขณะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ

อนุทินชี้ว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาความท้าทายเหล่านี้ได้เพียงลำพัง เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความท้าทายเหล่านี้โดยปราศจากสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง ดังนั้นความเป็นหุ้นส่วนภาครัฐ-ภาคเอกชนจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

เกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ สมาชิกคณะกรรมการฯ และประธานบริหารบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่าชุมชนธุรกิจพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดกว้าง เชื่อมโยง และเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

อนึ่ง การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ครั้งที่ 3 จัดขึ้นวันที่ 6-9 ก.ค. 2026

ที่มา : Xinhua

นายกรัฐมนตรี "เมโลนี" ของอิตาลี ยืนยันหนักแน่น จะไม่เข้าร่วมโจมตีอิหร่าน

"เราได้ประกาศจุดยืนของเราไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เราจะไม่เข้าร่วมในการโจมตีอิหร่าน
ปัจจุบันเราไม่ได้เข้าร่วมในการโจมตีอิหร่าน และในอนาคตเราจะไม่เข้าร่วมในการโจมตีอิหร่านเช่นกัน”

จอร์จา เมโลนี
นายกรัฐมนตรีอิตาลี

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1343068207981536/?rdid=8RxhlF8U5P7Qukjp#

“คนจีนยังไม่ลืม ความโหดร้ายที่ญี่ปุ่นทำกับจีน 89 ปีก่อน สถานทูตจีน แชร์คลิป 7 กค.1973 ญี่ปุ่นรุกรานจีนฆ่าทรมานคนจีนที่นานจิง และรุกรานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างรถไฟสายมรณะเชื่อมไทย-พม่า ใช้แรงงานเอเชีย และเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรเสียชีวิตมากมายให้กับเส้นท

เมื่อ 89 ปีก่อนในวันนี้ ตรงกับวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1937 ญี่ปุ่นได้เปิดฉากสงครามรุกรานจีนอย่างเต็มรูปแบบ และไฟสงครามได้ลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนสงครามรุกราน กลุ่มลัทธิทหารนิยมญี่ปุ่นได้สร้าง "ทางรถไฟมรณะ" ที่เชื่อมระหว่างไทยและพม่า ซึ่งมีแรงงานชาวเอเชียและเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรจำนวนมากเสียชีวิตให้กับเส้นทางสายนี้

กว่า 8 ทศวรรษต่อมา ซากทางรถไฟสายหนึ่งในประเทศไทยซึ่งจมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 40 ปี ได้โผล่พ้นน้ำขึ้นมาอีกครั้ง เป็นการเปิดเผยความทรงจำแห่งสงครามที่ถูกเก็บงำมานานให้กลับมา

ขอเชิญร่วมเดินทางไปพบกับผู้รอดชีวิต พยานผู้เห็นเหตุการณ์ในท้องถิ่น และทหารผ่านศึกฝ่ายสัมพันธมิตร เพื่อสืบหาและเปิดเผยเรื่องราวความจริงเบื้องหลังอันมืดมิดครั้งนี้ของสงครามโลกครั้งที่สอง

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1445328690958473&id=100064440681953&rdid=7go6CRWT96R8MeeM#

อัยการเกาหลีใต้ สั่งฟ้อง 4 โรงกลั่นน้ำมันใหญ่!! HD Hyundai Oilbank–SK Energy–GS Caltex–S-Oil น้ำมันแพงไม่ใช่แค่พิษสงคราม รัฐบาลเกาหลีใต้ส่งสัญญาณปราบธุรกิจไร้จริยธรรม ปมสมคบคิดปั่นราคาช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง

อัยการเกาหลีใต้เมื่อวันจันทร์(6ก.ค.) สั่งฟ้อง 4 โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ โทษฐานละเมิดกฎหมายการค้าด้วยความยุติธรรม กล่าวหาบริษัทเหล่านี้สมคบคิดปั่นราคาเชื้อเพลิงภายในประเทศให้พุ่งทะยาน ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า HD Hyundai Oilbank, SK Energy, GS Caltex, และ S-Oil คือ 4 บริษัทที่ละเมิดกฎหมายการค้าด้วยความยุติธรรมของประเทศ

รายงานข่าวอ้างข้อมูลจากอัยการระบุว่า HD Hyundai Oilbank and SK Energy สมคบคิดเพิ่มราคาขายน้ำมันมูลค่า 14.2 ล้านล้านวอน(ราว 3 แสนล้านบาท) ส่วนโรงกลั่นของ GS Caltex, และ S-Oil ซึ่งถูกกล่าวหาเลียนแบบการปั่นราคาน้ำมันดังกล่าว ก่อผลกระทบจากพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน รวมแล้วคิดเป็นมูลค่าประมาณ 26 ล้านล้านวอน

การสืบสวนเริ่มต้นขึ้น หลังจากราคาน้ำมันภายในเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตามหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน ก่อนที่คณะอัยการจะตรวจพบการสมคบคิดกำหนดราคาระหว่างฝ่ายบริหารของ 2 บริษัท โดยที่มีระยะเวลาและระดับของการปรับขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

อัยการระบุว่าการสมรู้ร่วมคิดดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มันเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบมาช้านาน ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับภาวะวิกฤต

ทางอัยการบอกต่อว่า การปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างรุนแรงทันทีหลังเกิดสงคราม ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพียงอย่างเดียว เนื่องจากบริษัทกลั่นน้ำมันเหล่านี้ได้กักตุนน้ำมันดิบไว้เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว

ปกติแล้วกระบวนการนำเข้าน้ำมันดิบ การกลั่น และการจัดหาภายในประเทศจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง (Time Lag) ในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาในประเทศจะสะท้อนแนวโน้มตลาดโลกอย่างล่าช้า แต่ในกรณีนี้ บริษัทกลั่นน้ำมันทั้ง 4 แห่ง กลับปรับขึ้นราคาในระดับที่ใกล้เคียงกันตั้งแต่วันทำการแรกหลังสงครามปะทุขึ้น ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ได้ดึงดูดความสนใจของอัยการ

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม ประธานาธิบดีอี แจ มย็อง ของเกาหลีใต้ เคยโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ เตือนไปยังโรงกลั่นและบริษัทน้ำมันทั้งหลาย ที่มีส่วนร่วมกับการกำหนดราคาจะต้องเผชิญกับการถูกลงโทษ พร้อมประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายทั้งหมดที่มีเล่นงานการดำเนินธุรกิจที่ผิดจริยธรรม

(ที่มา:ซีเอ็นบีซี/เอเจนซี) 

ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9690000065875

“เนเธอร์แลนด์” ช่วยยูเครนมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!! เนเธอร์แลนด์เดินหน้าแพ็กเกจเดิม ทั้งโดรนและอาวุธสหรัฐฯ ส่งยูเครน แต่รับเพิ่มความช่วยเหลือทางทหารโดยตรงไม่ได้แล้ว งบ military aid ปี 2026 แตะ 3 พันล้านยูโร รับช่วยยูเครนเต็มเพดานงบประมาณแล้ว

เนเธอร์แลนด์ยอมรับ "ถึงขีดจำกัด" การช่วยเหลือยูเครนแล้ว

รัฐมนตรีกลาโหมเนเธอร์แลนด์ ดิลัน เยซิลกอซ-เซเกริอุส (Dilan Yeşilgöz-Zegerius) เปิดเผยระหว่างการประชุมนาโตที่กรุงอังการา ว่า เนเธอร์แลนด์ไม่มีศักยภาพที่จะเพิ่มการสนับสนุนทางทหารโดยตรงแก่ยูเครนได้อีก เนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือไว้ครบตามกรอบที่กำหนดสำหรับปี 2026 แล้ว ซึ่งมีมูลค่ากว่า 3 พันล้านยูโร (ประมาณ 113,000 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอ้างว่า ไม่ได้ยุติการสนับสนุนยูเครน แต่เป็นเพราะรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือที่วางแผนไว้สำหรับปีนี้ครบแล้ว โดยวงเงินช่วยเหลือทางทหารในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นเพดานที่รัฐบาลกำหนดไว้

ขณะที่โครงการที่ประกาศไว้ก่อนหน้ายังคงเดินหน้าต่อ เช่น แพ็กเกจช่วยเหลือทางทหารมูลค่า 500 ล้านยูโร (ประมาณ 18,800 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็น 250 ล้านยูโร (ประมาณ 9,400 ล้านบาท) สำหรับจัดซื้อโดรนจากผู้ผลิตในเนเธอร์แลนด์ และอีก 250 ล้านยูโร (ประมาณ 9,400 ล้านบาท) สำหรับจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ส่งต่อให้ยูเครน รวมถึงโครงการความร่วมมือด้านการผลิตโดรนกับยูเครน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1341885361433154/?rdid=Bt0ePwwLQdCyWoRP#

เสาะหาต้นกำเนิด “จีนเทา”!! เปิดรากจีนเทา จากฮ่องกง–มาเก๊ายุคปราบอั้งยี่ สู่การกระจายตัวในเมียนมา ลาว กัมพูชา ไทยต้องจับตาจีนเทารุ่นใหม่ แฝงมากับทุนธุรกิจ หากรัฐไม่คุมเข้มอาจกลายเป็นช่องฟอกเงิน

เสาะหาต้นกำเนิดจีนเทา

ในวันนี้เอย่าเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก​ "จีนเทา"  แต่รู้หรือไม่ต้นกำเนิดของจีนเทามาจากไหน​ วีฝันนี้เอย่าจะพาไปเจาะหาต้นกำเนิดจีนเทากัน​

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ​ 1990-2000 ช่วงนั้นจีนแผ่นดินใหญ่ได้แบ่งออกเป็น​  3​ ส่วน​  โดยใหญ่สุดคือจีนแผ่นดินใหญ่ที่เร่งปฏิรูปครั้งใหญ่ในประเทศ​จนปี​ 1997 จีนได้รับคืนเกาะฮ่องกงจากอังกฤษและต่อมาในปี​  1999  จีนก็ได้มาเก๊ากลับคืนมาด้วยเช่นกัน​

แม้การปกครองจีนจะยึดนโยบายทุนนิยมสำหรับ​ 2 เมืองนี้แต่ในแง่การปราบกลุ่มอิทธิพลใน​ 2 เมืองนี้จีนมีการปราบปรามอย่างจริงจังโดยเฉพาะกลุ่มอั้งยี่ทั้งหลาย​  ที่ก่อร่างสร้างธุรกิจเป็นเงาหลังความศิวิไลย์ในโลกทุนนิยมจนทำให้กลุ่มแก๊งค์เหล่านี้เลือกที่จะต้องหนี​ เพราะมิเช่นนั้น​ปลายทางในการปราบปรามแก๊งค์อาชญากรรมเหล่านี้คือความตายเท่านั้นที่รออยู่ตรงหน้า

การเดินทางของเหล่าแก๊งค์เหล่านี้จึงเลือกเดินทางออกเป็น​ 2​สายคือหากใครมีสายสัมพันธ์การค้าอาวุธ​  ยาเสพติด​ ในตะวันออกเฉียงใต้ก็เลือกมาที่บริเวณรอบบ้านเราไม่ว่าจะเป็นเมียนมา​  ลาว​ หรือ​ กัมพูชา​  เพราะเหล่าชาวแก๊งค์ทราบดีกว่า​ 3​ ประเทศนี้เงินซื้อผู้มีอำนาจในประเทศเหล่านี้ได้​  ส่วนอีกกลุ่มเลือกไปอยู่ในแอฟริกาทำธุรกิจค้ามนุษย์และยาเสพติดส่งเข้ายุโรปและตะวันออกกลาง

เพราะฉะนั้นถามว่ารัฐบาลจีนเป็นคนทำให้เกิดจีนเทาใช่ไหมจะว่าไปก็ไม่ผิด​ แต่ก็ไม่ผิดเช่นกันที่เราจะคิดว่ารัฐบาลจีนเป็นผู้นับสนุนเหล่าจีนเทาเสียเอง​ เพราะการที่จีนต้องการล้างบ้านให้สะอาดและผลักดันจีนเทาเหล่านี้ไม่ให้มีที่ยืนในประเทศ​  แต่จะไปโทษทางจีนเสียทั้งหมดก็ไม่ได้เมื่อจีนเข้ามาช่วยปราบปรามกลุ่มจีนเทา​ ทางจีนก็นำบทลงโทษเดียวที่เป็นมาตรฐานของจีนมาใช้กับกลุ่มจีนเทาที่อยู่นอกประเทศด้วยเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันชาวจีนรุ่นใหม่ที่เป็นนักธุรกิจเริ่มเข้ามาก่อตั้งธุรกิจในไทยมากขึ้น​ และนั่นน่าจะเป็นการดีหากรัฐบาลมีการยกระดับการดูแลควบคุมเพื่อลดการแฝงตัวของจีนเทาที่จะมาฟอกเงินในระบบในอนาคต

ที่มา : AYA

โกงรัฐ 30 ปี จีนไม่ให้ทางถอย!! ศาลสั่งประหารอดีตบิ๊กหนานจิง ‘หยางโหย่วหลิน’ ฐานทุจริตกว่า 2.21 พันล้านหยวน โกงงบรัฐ ฟอกเงิน รับสินบน ศาลจีนลงดาบอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงแบบไม่มีผ่อนปรน

ศาลจีนฟันโทษประหาร 'อดีตจนท.ระดับสูง' ในหนานจิง ฐานทุจริตนาน 30 ปี

เมื่อวันจันทร์ (6 ก.ค.) ศาลประชาชนชั้นกลางประจำเมืองฉางโจว มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน ได้ตัดสินโทษประหารชีวิต "หยางโหย่วหลิน" อดีตรองผู้อำนวยการบริหารของคณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาหนานจิง พร้อมเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตและยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด เนื่องจากกระทำผิดฐานรับหรือติดสินบน ยักยอกทรัพย์ ใช้งบประมาณรัฐในทางที่ผิด ใช้อำนาจโดยมิชอบ และฟอกเงิน

ศาลฯ ระบุว่าช่วงปี 1993-2023 หยางได้ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งต่างๆ ของตนเองในเมืองหนานจิง เพื่อช่วยเหลือองค์กรและบุคคลในเรื่องต่างๆ เช่น จัดทำสัญญารับเหมาก่อสร้าง ดำเนินธุรกิจ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และจัดหาเงินทุน โดยหยางรับเงินและทรัพย์สินมีค่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 2.21 พันล้านหยวน (ราว 1.08 หมื่นล้านบาท)

นอกจากนั้นหยางสมรู้ร่วมคิดกับบุคคลอื่นๆ ในการฉ้อโกงงบประมาณรัฐ มอบเงินและทรัพย์สินมีค่าให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม ยักยอกเงินจากบริษัทของรัฐเพื่อธุรกิจของผู้อื่น และจัดทำโครงการรื้อถอนและพัฒนาที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบทางสังคมอย่างร้ายแรง

หยางยังขอคืนค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินอย่างผิดกฎหมาย ทำให้รัฐได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ รวมถึงปกปิดและอำพรางผลประโยชน์จากการรับสินบนด้วยการให้เงินกู้แก่กลุ่มบริษัทที่แท้จริงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาด้วย

ศาลฯ ระบุว่าหยางรับสินบนมูลค่ามหาศาล ความผิดของเขาเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง ส่งผลกระทบทางสังคมอย่างรุนแรง ทำให้รัฐและประชาชนสูญเสียผลประโยชน์อย่างมาก จึงสมควรต้องโทษประหารชีวิตตามกฎหมายโดยไม่มีการลดหย่อนผ่อนปรน แม้หยางแจ้งเบาะแสการกระทำผิดทางอาญาของผู้อื่น ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง

อนึ่ง ศาลฯ ดำเนินการพิจารณาคดีของหยางเมื่อวันที่ 18 มี.ค. และ 28 เม.ย. ซึ่งคณะอัยการ จำเลย และทนายฝ่ายจำเลยได้ร่วมตรวจสอบพยานหลักฐานและชี้แจงข้อมูลของตนเอง โดยหยางยอมรับสารภาพผิดและสำนึกผิด

ที่มา : Xinhua

อิทธิพลแบรนด์จีนในบราซิล มาแรง!! แบรนด์ EV–มือถือ–ทีวี–เดลิเวอรี ครองชีวิตผู้บริโภคยุคใหม่ ลงทุนอย่างน้อย 6 พันล้านดอลลาร์ ดันแบรนด์แทรกทุกมิติชีวิตผู้บริโภค

เฟอร์นันดา ลิมา และโรดริโก ฮิลเบิร์ต เป็นที่รู้จักกันในฐานะ “คู่รักขวัญใจชาวบราซิล” เธอเป็นพิธีกรโทรทัศน์หน้าตาดี ส่วนเขาเป็นหนุ่มหล่อสายช่างที่เป็นพิธีกรรายการปรับปรุงบ้านและทำอาหาร ลูกชายฝาแฝดของทั้งคู่ก็เป็นนายแบบ และตอนนี้ทั้งครอบครัวได้กลายเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ Geely ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน

“ครอบครัวที่ดูดีแบบนั้นมีอิทธิพลจริง ๆ ที่นี่ในบราซิล” เจี้ยนจวิน เฉิน จาก Renault Geely ซึ่งเป็นฝ่ายธุรกิจของบริษัทในบราซิล กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เราเพิ่งเข้ามาในบราซิลเมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นเราจึงต้องเร่งทำการตลาดให้เร็ว”

แบรนด์จีนกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในบราซิล ชาวบราซิลที่มีกำลังซื้อขับรถที่ผลิตโดย BYD ใช้โทรศัพท์ของ Huawei ดูโทรทัศน์ที่ผลิตโดย Hisense และสั่งอาหารผ่าน 99Food แอปเดลิเวอรีอาหาร
ในปี 2025 บริษัทจีนลงทุนในบราซิลอย่างน้อย 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลที่รวบรวมจากการเปิดเผยของภาคธุรกิจโดย American Enterprise Institute ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน และสภาธุรกิจจีน–บราซิล ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นมากกว่า 10% ของการลงทุนขนาดใหญ่ในต่างประเทศทั้งหมดของบริษัทจีน และยังมากกว่าที่บริษัทจีนลงทุนในประเทศต่างชาติอื่นใดทั้งหมด

ที่มา : https://www.economist.com/the-americas/2026/07/02/brazilians-are-going-gaga-for-chinese-brands?fbclid=IwdGRjcAS3-X9jbGNrBLf5fWV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHuxZSKEx7YBioefHYMkiSsdq4VVmDeH6Bz0x8VyZwB-d1mABGZRQDWAzBUB5_aem_j6iU25uuh2UY36yww76alA

จีนยิงขีปนาวุธ!! ทดสอบขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ เข้าถึงเป้าหมายในมหาสมุทรแปซิฟิก ตามกำหนดการและกฎหมายระหว่างประเทศ แจ้งล่วงหน้าประเทศที่เกี่ยวข้อง

ปักกิ่ง, 6 ก.ค. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (6 ก.ค.) กองทัพเรือแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA)
ประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ที่บรรทุกหัวรบจำลองจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ลำหนึ่งไปยังน่านน้ำทะเลหลวงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอน 12.01 น. ตามเวลาปักกิ่ง โดยขีปนาวุธดังกล่าวตกลงในน่านน้ำที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ

กองทัพเรือระบุว่าการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นไปตามกำหนดการฝึกซ้อมประจำปีของกองทัพเรือ และฝ่ายจีนได้แจ้งให้บรรดาประเทศที่เกี่ยวข้องรับทราบล่วงหน้าแล้ว นอกจากนั้นการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติสากล ไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศหรือเป้าหมายใดโดยเฉพาะ

ที่มา : Xinhua

รัสเซียยันไม่ทิ้งข้อเสนอสหรัฐฯ!! รัสเซียจับตาท่าทีสหรัฐฯ หลังประชุมนาโต ย้ำไม่ตัดสัมพันธ์วอชิงตันในประเด็นยูเครน มอสโกชี้ความขัดแย้งยูเครนจบเร็วได้ หากสหรัฐฯ เดินตามกรอบที่ตกลงไว้ในอะแลสกา

ซเวนีโกรอด, รัสเซีย — รัสเซียไม่ได้ละทิ้งข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับยูเครนที่มีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดที่อะแลสกา เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อวันจันทร์

“เราไม่ได้ละทิ้งข้อเสนอของฝ่ายอเมริกันที่มีขึ้นก่อนการประชุมที่แองเคอเรจ ซึ่งเราได้ตกลงไว้แล้ว” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว

เรียบคอฟระบุว่า รัสเซียจะติดตามท่าทีที่สหรัฐฯ จะกำหนดต่อประเด็นยูเครน ภายหลังการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการา พร้อมเสริมว่า ขณะนี้สหรัฐฯ มีท่าทีค่อนข้างถอยห่างจากกระบวนการยุติความขัดแย้งในยูเครนอย่างเห็นได้ชัด และฝ่ายที่ไม่ต้องการสันติภาพในยูเครนกำลังพยายามใช้ประโยชน์จากท่าทีของสหรัฐฯ ในประเด็นนี้
.
เรียบคอฟกล่าวเพิ่มเติมว่า รัสเซียได้แจ้งต่อสหรัฐฯ ถึงความไม่เห็นด้วยต่อการที่วอชิงตันเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งในยูเครน

เขายังระบุว่า การเจรจาระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไปทุกวัน และในหลายระดับ
“รัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังคงติดต่อกัน ทั้งในรูปแบบลายลักษณ์อักษรและการสนทนาโดยตรง ขณะที่การเจรจาในระดับคณะทำงานก็ยังดำเนินต่อไป และผมไม่ลังเลที่จะบอกว่า เป็นการติดต่อกันในทุกวัน” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว

นักการทูตรัสเซียรายนี้กล่าวว่า ความขัดแย้งในยูเครนสามารถคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว หากรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมดำเนินการบนพื้นฐานของความยินยอมที่รัสเซียให้ไว้ที่อะแลสกา พร้อมย้ำว่า รัสเซียไม่มีแผนตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในประเด็นยูเครน

ในประเด็นความขัดแย้งอิหร่าน เรียบคอฟกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ตอบสนองด้วยท่าทีให้ความเคารพและให้ความสนใจ ระหว่างการสนทนากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ต่อความพร้อมของรัสเซียในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้งอิหร่าน

“แน่นอน เป็นการตอบสนองด้วยความเคารพและความสนใจ ผมขอพูดเช่นนั้น ส่วนพวกเขาจะตอบสนองในทางปฏิบัติอย่างไรนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว เมื่อถูกถามถึงท่าทีของสหรัฐฯ ต่อข้อเสนอของรัสเซียในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้งอิหร่าน
เรียบคอฟกล่าวว่า เคยมีหลายสถานการณ์ก่อนหน้านี้ที่สหรัฐฯ ประกาศอย่างหนึ่ง แต่กลับดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง

“โดยภาพรวมแล้ว คำถามที่ว่าจะทำอย่างไรให้เจตนารมณ์สอดคล้องกับการลงมือปฏิบัติจริง ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสหรัฐฯ ในวันนี้” นักการทูตรัสเซียกล่าว

ที่มา : Sputnik

“เวียดนาม” ดึงลงทุน!! ดึงเงินลงทุนต่างชาติ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 61% ครึ่งปีแรก 2569 ภาคผลิตดึงทุนมากสุด 1.79 หมื่นล้าน สิงคโปร์ลงทุนใหม่ใหญ่สุด 7.3 พันล้าน

ฮานอย, 6 ก.ค. (ซินหัว) -- สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเผยว่าเวียดนามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ 3.465 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.16 ล้านล้านบาท) ในช่วงครึ่งแรก (มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2026 เพิ่มขึ้นร้อยละ 61 เมื่อเทียบปีต่อปี

มูลค่าการลงทุนที่จดทะเบียนใหม่อยู่ที่ 1.739 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.8 แสนล้านบาท) ครอบคลุม 2,013 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 87.2 จากปีก่อนหน้า โดยสิงคโปร์เป็นแหล่งลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ที่สุด มีมูลค่ากว่า 7.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.43 แสนล้านบาท) ส่วนการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการเดิมจำนวน 541 โครงการ มีมูลค่า 1.104 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.68 แสนล้านบาท) ขณะที่การร่วมลงทุนและการเข้าซื้อหุ้นมีมูลค่า 6.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.07 แสนล้านบาท)
ภาคการผลิตและการแปรรูปยังคงเป็นภาคส่วนที่ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศมากที่สุด อยู่ที่ 1.791 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.97 แสนล้านบาท) ตามมาด้วยภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ดึงดูดเงินลงทุน 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7 แสนล้านบาท)

นอกจากนี้ เวียดนามได้เบิกจ่ายเงินลงทุนจากต่างประเทศ 1.303 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.34 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีสำหรับช่วงหกเดือนแรกของปี

ที่มา : Xinhua

ขอบคุณ FIFA ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และกลับคำตัดสินจากความอยุติธรรมครั้งใหญ่!

“ทรัมป์” ขอบคุณฟีฟ่าที่ยอมถอดใบแดงนักเตะอเมริกา หลังต่อสายตรงถึงประธานฟีฟ่า “อินฟานติโน” กดดันให้ตรวจสอบกรณี “โฟลาริน บาโลกุน” กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ ที่ถูกไล่ออกจากสนามจากจังหวะเข้าปะทะหนักจนผู้ตัดสินชูใบแดงโดยตรง ในเกมพบกับบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา

ตามกฎ โฟลาริน บาโลกุน จะต้องถูกแบนโดยอัตโนมัติอย่างน้อย 1 นัดในเกมที่สหรัฐฯ พบกับเบลเยียม หลังได้รับใบแดงโดยตรงในศึกฟุตบอลโลกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top