Tuesday, 14 July 2026
WORLD

อังกฤษ ยกระดับคุมโลกออนไลน์เด็ก!! ห้ามเยาวชนต่ำกว่า 16 ปีใช้ TikTok–Instagram–Facebook–X มาตรการเข้มปกป้องเด็กจากเนื้อหาอันตราย ราว 90% ผู้ปกครองหนุนแนวทางนี้ สงครามกฎหมายกับวัยรุ่นเริ่มต้นแล้ว

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ Keir Starmer ประกาศมาตรการครั้งประวัติศาสตร์ ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์หลัก เช่น TikTok, Instagram, Snapchat, Facebook, YouTube และ X โดยรัฐบาลระบุว่าเป้าหมายคือการปกป้องเด็กจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย การเสพติดหน้าจอ การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ และการติดต่อกับคนแปลกหน้าในโลกดิจิทัล

มาตรการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกฎควบคุมเทคโนโลยีสำหรับเด็กที่เข้มงวดที่สุดในโลก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวทางของออสเตรเลีย แต่ขยายขอบเขตกว้างกว่าเดิม รวมถึงการจำกัดฟีเจอร์บางอย่างในเกมและแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีม เช่น การพูดคุยกับคนแปลกหน้า ขณะที่แอปส่งข้อความบางประเภท เช่น WhatsApp และ Signal จะไม่อยู่ในข่ายคำสั่งห้าม

รัฐบาลอังกฤษอ้างผลการรับฟังความคิดเห็นประชาชนกว่า 116,000 ราย ซึ่งพบว่าประมาณ 90% ของผู้ปกครองสนับสนุนให้กำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปีสำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยา นักวิชาการ และกลุ่มสิทธิเด็กบางส่วนตั้งคำถามว่า “การแบน” จะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ผลักให้วัยรุ่นหาวิธีลักลอบเข้าใช้งานผ่านบัญชีปลอม VPN หรือแพลตฟอร์มที่ควบคุมได้ยากกว่าเดิม

ในแถลงการณ์ นายกรัฐมนตรี Starmer ยอมรับว่าโซเชียลมีเดียมีประโยชน์ต่อคนหนุ่มสาว แต่กล่าวว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเลือก “ความปลอดภัยของเด็กมาก่อน” พร้อมเปรียบเทียบแนวคิดนี้กับกฎหมายห้ามเด็กซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือแม้จะไม่สามารถป้องกันการฝ่าฝืนได้ 100% แต่รัฐยังมีหน้าที่กำหนดเส้นแบ่งว่าพฤติกรรมใดเหมาะสมกับวัยใด

สำหรับเหล่าวัยรุ่นอังกฤษ ข่าวนี้อาจเป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายว่า “การถูกพ่อแม่บอกให้วางมือถือ” อาจไม่ใช่คำสั่งที่น่ากลัวที่สุดอีกต่อไป เพราะต่อไปอาจมีรัฐบาลทั้งประเทศมายืนอยู่ข้างหลังพร้อมพูดว่า “วางมันลง ลูก”

ส่วนบริษัทเทคโนโลยีเองก็เข้าสู่ยุคใหม่ที่ต้องพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้อย่างเข้มงวดขึ้น คำถามใหญ่จึงไม่ใช่แค่ว่าเด็กจะเข้าโซเชียลได้หรือไม่ แต่คือใครจะชนะในสงครามระหว่างกฎหมายกับวัยรุ่นอายุ 15 ปีที่รู้วิธีตั้งค่า VPN ได้เร็วกว่าพ่อแม่หาวิธีเปลี่ยนรหัส Wi-Fi เสียอีก

ที่มา : https://www.facebook.com/100004281102701/posts/3689020144583986/?rdid=KG3FOIYGpjz83wgS#

ญี่ปุ่น ปรับชื่อกองกำลัง!! เตรียมเปลี่ยนชื่อ ASDF เป็นกองกำลังอวกาศ ขยายกำลังพลอวกาศเพิ่มเป็น 880 นายในปี 26 ความกังวลเพิ่มขึ้นเรื่องขยายกำลังทหาร 'โทโมโกะ' เตือนอวกาศเสี่ยงแข่งอาวุธรุนแรง

โตเกียว, 15 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) นิกเคอิ (Nikkei) สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่น รายงานว่ารัฐ

สภาญี่ปุ่นอยู่ระหว่างพิจารณาร่างกฎหมายเปลี่ยนชื่อกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ (ASDF) เป็น "กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศและอวกาศ" ภายในปีงบประมาณ 2026 เพื่อขยายกรอบงานความมั่นคงสู่ภาคอวกาศ ทว่าแผนการนี้ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับการขยายกำลังทางทหารภายในญี่ปุ่น

รายงานระบุว่าหากร่างกฎหมายข้างต้นผ่านการอนุมัติ จะถือเป็นการเปลี่ยนชื่อกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการก่อตั้งกองกำลังป้องกันตนเองทางบก ทางทะเล และทางอากาศในปี 1954 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีจุดประสงค์กำหนดให้ห้วงอวกาศเป็นหนึ่งในขอบเขตปฏิบัติการของกองกำลังป้องกันตนเองอย่างเป็นทางการ และสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นก้าวสำคัญในการขยายแนวคิดด้านความมั่นคงของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นได้จัดตั้งและขยายหน่วยงานที่อุทิศให้กับปฏิบัติการด้านอวกาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีการริเริ่มกองกำลังอวกาศในปี 2020 ด้วยการจัดตั้งฝูงบินปฏิบัติการในอวกาศ ซึ่งในระยะแรกมีบุคลากรราว 20 นาย ต่อมาหน่วยดังกล่าวถูกปรับโครงสร้างเป็นกลุ่มปฏิบัติการอวกาศในปี 2022 และขยายตัวเพิ่มเติมเป็นกองบินปฏิบัติการอวกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2026 พร้อมด้วยบุคลากรที่เพิ่มเป็น 670 นาย โดยในช่วงปีงบประมาณ 2026 ญี่ปุ่นมีแผนยกระดับกองบินนี้ให้เป็นกองบัญชาการปฏิบัติการด้านอวกาศ พร้อมทั้งขยายกำลังพลเพิ่มขึ้นเป็นราว 880 นาย

แผนดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขยายกรอบนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศ โดยประชาชนญี่ปุ่นตั้งคำถามต่อการที่รัฐบาลเดินหน้าขยายขอบเขตการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและเพิ่มงบประมาณกลาโหม พร้อมแสดงความกังวลว่านโยบายดังกล่าวอาจสร้างภาระต่อการคลังสาธารณะ และลดทอนงบประมาณที่ควรนำมาใช้สำหรับสวัสดิการสังคม

โทโมโกะ ทามูระ ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ญี่ปุ่น (JCP) ได้กล่าวเตือนในการอภิปรายสภาครั้งล่าสุดว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจะทำให้กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นรับหน้าที่ปฏิบัติภารกิจการสู้รบในอวกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจยิ่งผลักดันให้อวกาศกลายเป็นเวทีการแข่งขันทางทหาร และเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้การแข่งขันด้านอาวุธในอวกาศทวีความรุนแรงขึ้น

ที่มา : Xinhua

กาตาร์ชื่นชม MoU สหรัฐ-อิหร่าน!! ข้อตกลงสร้างสันติภาพระหว่างคู่ขัดแย้ง รับรองเสรีภาพเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ ชมความมุ่งมั่นแก้ไขความขัดแย้งผ่านวิธีสันติ สนับสนุนความมั่นคงและความร่วมมือภูมิภาค

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ 15 มิถุนายน 2026

รัฐกาตาร์ขอแสดงความยินดีต่อข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่บรรลุร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ในการจัดการประเด็นปัญหาค้างคาระหว่างทั้งสองประเทศ รวมถึงการรับรองเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกาตาร์มองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ขอชื่นชมความมุ่งมั่นของทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ยังคงเดินหน้าแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาและแนวทางสันติวิธี พร้อมทั้งขอชื่นชมบทบาทและความพยายามของสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ตลอดจนทุกฝ่ายทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ที่มีส่วนช่วยลดความตึงเครียด สร้างความเข้าใจร่วมกัน และนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงบันทึกความเข้าใจฉบับนี้

กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ขอยืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทุกความพยายามและทุกข้อริเริ่มที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมถึงการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนผ่านการเจรจาและสันติวิธี ภายใต้หลักการของกฎหมายระหว่างประเทศและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเปิดโอกาสใหม่ด้านความร่วมมือ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรือง ตลอดจนส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในภูมิภาคและประชาคมโลกโดยรวม

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1322644156690608/?rdid=eYC0Nru8VA2KcRHl#

เรซา ปาลาวี ไม่ยอมรับเกมดีลืมหาอำนาจ!! ฝ่ายเรซา ปาห์ลาวีชี้การต่อสู้ของชาวอิหร่านยังดำเนินต่อ ไม่ยอมรับเกมดีลมหาอำนาจ ดีลสันติภาพไม่หยุดแรงต้าน ชี้อนาคตอิหร่านต้องให้ประชาชนกำหนด

"คาเมรอน คานซาริเนีย" (Cameron Khansarinia) หัวหน้าคณะทำงานของ "เรซา ปาห์ลาวี" (Reza Pahlavi) มกุฎราชกุมารแห่งอิหร่านผู้ทรงพลัดถิ่นและประทับอยู่ต่างประ เทศนานกว่า 50 ปี โพสต์ข้อความต่อต้านข้อตกลงสันติภาพของสหรัฐและอิหร่าน

"ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือไม่ การต่อสู้เพื่อเสรีภาพของชาวอิหร่านจะไม่มีวันยุติ
อนาคตของอิหร่านเป็นเรื่องที่ชาวอิหร่านต้องเป็นผู้กำหนดเอง และพวกเขาจะทำเช่นนั้น
ไม่ว่าจะได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ ชาวอิหร่านจะโค่นล้มสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป และเจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี จะนำอิหร่านไปสู่เสรีภาพ"

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1322647050023652/?rdid=Hc9vvHE1nX9lyueR#

จีนเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา!! จากเศรษฐศาสตร์–ภาษา สู่ AI–เทคโนโลยี จีนรื้อหลักสูตรมหาวิทยาลัยครั้งใหญ่ ตัดหลักสูตรล้าสมัย 30% เติมสาขาเทคโนโลยี AI กว่า 10,000 สาขา

จีนโละสาขาวิชาตกยุคออก​ 30% และเพิ่มหลักสูตรที่เกี่ยวข้องเทคโนโลยีและ​ AI

การปฏิรูปการศึกษาทั่วโลกเพื่อตอบสนองต่อการมาถึงของยุคเทคโนโลยีใหม่ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในประเทศจีน

ในประเทศจีน มีการยกเลิกสาขาวิชาที่ล้าสมัยกว่า 12,000 สาขาในมหาวิทยาลัย เพื่อให้สอดคล้องกับยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปฏิรูปการศึกษานี้ส่งผลกระทบต่อหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษามากกว่า 30% สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ เศรษฐศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และภาษาศาสตร์ รวมถึงสาขาวิชามนุษยศาสตร์หลายสาขา (ยกเว้นปรัชญาและประวัติศาสตร์) ถูกตัดออก และแทนที่ด้วยสาขาวิชาใหม่กว่า 10,000 สาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและ AI ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ South China Morning Post

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/194174770388504/permalink/772323379240304/?rdid=KnIt10oAD8g8BCBN#

อิหร่าน–สหรัฐฯ จ่อปิดดีลสันติภาพ!! ข้อตกลง อิหร่าน–สหรัฐฯ คืบหน้า เตรียมให้ UN Security Council รับรองอย่างเป็นทางการ จ่อลงนาม 19 มิ.ย. ที่สวิตเซอร์แลนด์

สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานโดยอ้างร่างบันทึกความเข้าใจว่า ข้อตกลงฉบับสุดท้ายระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะได้รับการรับรองผ่านมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ0

ก่อนหน้านี้ คาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า บันทึกความเข้าใจระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้จัดทำเสร็จสิ้นแล้ว และจะมีการลงนามในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Mehr อ้างข้อความในร่างบันทึกความเข้าใจว่า “ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะได้รับการรับรองโดยมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ”

ตามร่างดังกล่าว สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน และจะเคารพอธิปไตยของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ร่างบันทึกความเข้าใจยังระบุด้วยว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นได้ภายใน 30 วัน หลังจากคู่ภาคีลงนามในบันทึกความเข้าใจแล้วเท่านั้น

ที่มา : Sputnik

สหรัฐฯ-อิหร่าน หยุดยิง!! ข้อตกลงนิวเคลียร์ยืดหยุ่น ช่องแคบฮอร์มุซเปิดสัญจรตามเดิม เลบานอนรวมในข้อตกลงภูมิภาค คว่ำบาตรน้ำมันยกเลิกชั่วคราว

รายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

ประเด็นนิวเคลียร์

อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป

อิหร่านเปิดรับแนวทางการลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงภายในประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ตรวจสอบจากสหประชาชาติ

มาตรการที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงฉบับที่สองในระยะต่อไป

ช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล

ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้สัญจรได้โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง

การเดินเรือจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายใน 30 วัน

เลบานอน

ข้อตกลงหยุดยิงจะครอบคลุมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงเลบานอน

มาตรการคว่ำบาตร

ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรภาคน้ำมันเป็นเวลา 60 วัน

การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจะเพิ่มขึ้น หากอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงเบื้องต้นและแสดง "ความจริงใจ" ในการเจรจาขั้นต่อไป

ทรัพย์สินที่ถูกอายัด

อิหร่านต้องการให้มีการปล่อยเงินบางส่วนที่ถูกคว่ำบาตรทันทีเมื่อมีการลงนามข้อตกลงเบื้องต้น

แต่สหรัฐฯ ระบุว่า เงินดังกล่าวจะถูกทยอยปล่อยเป็นงวด ๆ

รายละเอียดการหยุดยิง

หยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน

การหยุดยิงมี กาตาร์ และปากีสถาน เป็นผู้ไกล่เกลี่ย

มีความเป็นไปได้ที่จะจัดพิธีลงนามโดย เจดี แวนซ์ (JD Vance) ที่ "นครเจนีวา" ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ข้อตกลงนี้จะใช้ชื่อว่า "ข้อตกลงอิสลามาบัด" (Islamabad Agreement)

ที่มา: Axios

https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1320174293604261/?rdid=8AdPNge1BsR7vdEA#

“ธนาคารโลก” ชี้เศรษฐกิจชะลอ!! ปรับลดเติบโตโลกเหลือ2.5% แรงกดดันพลังงานเงินเฟ้อสูง คาดสหรัฐ-ยูโรโซนชะลอตัว เตือนเสี่ยงลุกลามจากตะวันออกกลาง

นิวยอร์ก, 12 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกประจำครึ่งปีของธนาคารโลกปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากร้อยละ 2.9 ในปี 2025 เหลือร้อยละ 2.5 ในปี 2026 นับเป็นอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 โดยมีสาเหตุจากราคาพลังงานพุ่งสูง เงินเฟ้อรุนแรง และต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งในตะวันออกกลาง

รายงานเตือนว่าความเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในระดับสูง โดยหากปัญหาการหยุดชะงักด้านพลังงานยังคงยืดเยื้อและราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 115 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,700 บาท) ต่อบาร์เรลในปีนี้ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจชะลอลงเหลือร้อยละ 2.1 พร้อมกับผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มเป็นร้อยละ 4.4 หรืออัตราการเติบโตเศรษฐกิจอาจลดเหลือร้อยละ 1.3 หากวิกฤตพลังงานส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน

รายงานได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ราวสองในสาม เมื่อเทียบกับรายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม 2026 โดยปรับลดลงมากที่สุดในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย จากอัตราการเติบโตร้อยละ 3.9 ในปี 2025 เหลือเกือบร้อยละ 0 ในปี 2026 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียใต้คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดที่ร้อยละ 6.3 ในปี 2026 แม้จะชะลอลงจากร้อยละ 7 ในปี 2025

นอกจากนี้ รายงานยังคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 2.2 ในปี 2026 แม้ตัวเลขนี้อาจลดลงเหลือร้อยละ 2.1 ในปี 2027 และร้อยละ 2 ในปี 2028 ขณะที่เขตยูโรหรือยูโรโซนคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 0.8 ในปี 2026 ลดลงจากร้อยละ 1.4 ในปี 2025 ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่นคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 0.7 ในปีนี้ ลดลงจากร้อยละ 1.1 ในปี 2025

รายงานคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวแตะร้อยละ 2.8 ในปี 2027 แต่จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงทศวรรษ 2010 อยู่ 0.4 จุด โดยธนาคารฯ เล็งเห็นว่าการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งแม้ความเสี่ยงด้านลบยังคงอยู่เนื่องมาจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หยุดชะงัก และแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

สำหรับในระดับโลก ธนาคารโลกเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเร่งเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร รวมทั้งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานรูปแบบใหม่ ขณะที่ในระดับประเทศ ธนาคารโลกเรียกร้องให้ทุกประเทศควบคุมอัตราเงินเฟ้อ เสริมสร้างความยั่งยืนทางการคลัง และสนับสนุนการสร้างงาน

ที่มา : Xinhua

“รัสเซีย” ถือกุญแจน้ำจืด “ปากีสถาน”!! เทคโนโลยีรัสเซียช่วยปากีสถานแก้ปัญหา บาโลจิสถาน-สินธ์ขาดแคลนน้ำจืดอย่างหนัก รัสเซียประสานงาน โครงการน้ำและพลังงาน เน้นพัฒนาโรงงานผลิตน้ำทะเลและรีไซเคิลน้ำ

ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของรัสเซีย อาจมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อแคว้นบาโลจิสถาน และพื้นที่ทางตะวันตกของแคว้นสินธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการเข้าถึงของแม่น้ำสินธุ

รัสเซียอาจช่วยปากีสถานแก้ไขหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่สุดของประเทศ นั่นคือ การขาดแคลนแหล่งน้ำและระบบจัดหาน้ำ

ปากีสถานเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนราว 23% ของ GDP และจ้างแรงงานมากถึง 33% ของกำลังแรงงานทั้งประเทศ แต่ก็มักประสบปัญหาภัยแล้งและอุณหภูมิสุดขั้วอยู่บ่อยครั้ง

อาลี เอห์ซาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาแห่งสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจตลาด กล่าวว่า

“รัสเซียมีขีดความสามารถด้านวิศวกรรม มีความเชี่ยวชาญด้านโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล และปากีสถานอาจจำเป็นต้องผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในพื้นที่ชายฝั่งแถบบาโลจิสถาน รวมถึงบางพื้นที่ทางตะวันตกของสินธ์ ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อกับแม่น้ำสินธุ ในพื้นที่เหล่านั้น รัสเซียสามารถมีบทบาทที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง”

ในความเห็นของเขา ประสบการณ์ของรัสเซียยังอาจเป็นประโยชน์ต่อปากีสถานในด้านอื่น ๆ เช่น

  • การกรองและรีไซเคิลน้ำ
  • การบำบัดน้ำเสียในเมืองและน้ำทิ้งจากระบบชุมชน

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังระบุด้วยว่า ปากีสถานมีแหล่งน้ำจากธารน้ำแข็งและน้ำใต้ดินสำรองอยู่เป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน รัสเซียและปากีสถานมีข้อตกลงด้านน้ำและพลังงานน้ำร่วมกันอยู่แล้ว โดยมีบริษัท RusHydro ของรัสเซียเป็นผู้ดำเนินบทบาทหลัก ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับโครงการร่วมที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำและระบบชลประทานด้วย

ที่มา : Sputnik

“ฮอร์มุซ” เดือดถึงขีดสุด!! อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เตือนทุกลำนับเป็นร่วมมือศัตรู สหรัฐฯ เตรียมเปิดปฏิบัติการใหญ่ เสียงระเบิดดังในหลายเมืองใต้ประเทศ

อิหร่านจะถือว่าเรือทุกลำที่เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นการ “ร่วมมือกับศัตรู” กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ระบุในแถลงการณ์

ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านได้ปิดเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือทุกประเภท รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า เนื่องจากการโจมตีล่าสุดของสหรัฐฯ ต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดย IRGC ระบุว่า เรือใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวจะถูกโจมตี

IRGC ระบุในแถลงการณ์ที่สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านนำมาเผยแพร่ว่า “เราขอเตือนว่า ห้ามเรือลำใดออกจากท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวโอมาน การเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกถือว่าเป็นการร่วมมือกับศัตรู”

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธ กล่าวหาเตหะรานว่าถ่วงเวลาการเจรจา และระบุว่าสหรัฐฯ ตั้งใจจะเปิดการโจมตีขนาดใหญ่ต่ออิหร่าน

ช่วงเช้าตรู่วันพฤหัสบดี สื่ออิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดในเมืองมีนาบและโมห์ร์ โดยเกิดระเบิด 3 ครั้งในเมืองบันดาร์ อับบาส และอีก 4 ครั้งในเมืองซีริก ทางตอนใต้ของอิหร่าน ขณะเดียวกัน ระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกเปิดใช้งานในกรุงเตหะรานและพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ

ที่มา : Sputnik

‘สีจิ้นผิง’ คืนเวทีเปียงยาง!! ย้ำมิตรภาพ จีน–เกาหลีเหนือ ไม่เปลี่ยน พร้อมเปิดบทใหม่ยุทธศาสตร์ร่วม ดันความสัมพันธ์ทวิภาคีสอดคล้องยุคสมัย เสริมสร้างความร่วมมือระดับสูง

ปักกิ่ง, 10 มิ.ย. (ซินหัว) -- สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานาธิบดีจีน ได้เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8-9 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในปี 2026 และการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยสีจิ้นผิงและคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ได้บรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนงานระดับสูงและการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีในยุคใหม่

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องจะใช้กระแสธารแห่งยุคสมัย ตอบสนองความปรารถนาร่วมกันของประชาชนสองประเทศ เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนระดับสูง กระชับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ผูกโยงสายใยระหว่างประชาชน ส่งเสริมการพัฒนาระดับสูงของความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ร่วมเปิดโอกาสใหม่ๆ ของกิจการสังคมนิยมของทั้งสองประเทศ และมีส่วนส่งเสริมความก้าวหน้าของสังคมมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยมุมมองเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับอนาคตและชะตากรรมของสังคมนิยม

สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนจะยังคงรักษาจุดยืนที่ให้คุณค่ากับมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างมั่นคง สนับสนุนคิมจองอึนในการชี้นำกิจการสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างหนักแน่น รวมถึงมุ่งมั่นคุ้มครองผลประโยชน์ร่วมของสองประเทศและรักษาสภาพแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการเสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้เป็นนโยบายที่ชัดเจนของพรรคฯ และรัฐบาลจีนเสมอมา

ทั้งนี้ ปี 2026 ตรงกับวาระครบรอบ 65 ปี สนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

ด้วยวาระสำคัญข้างต้น สีจิ้นผิงได้ผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี จำนวน 4 ประการ ได้แก่ 1) ทั้งสองฝ่ายควรรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูงและเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน 2) ทั้งสองฝ่ายควรยึดมั่นเป้าหมายส่งมอบผลประโยชน์แก่ประชาชนและยกระดับความร่วมมือเชิงปฏิบัติ 3) ทั้งสองฝ่ายควรสืบสานมิตรภาพดั้งเดิมและกระชับสายใยระหว่างประชาชน 4) ทั้งสองฝ่ายควรยึดมั่นความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมเป็นหลักการชี้นำเพื่อส่งเสริมการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์

ข้อเสนอสี่ประการนี้ได้เพิ่มพูนแรงกระตุ้นอันแข็งแกร่งสู่มิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี รวมถึงมอบแนวทางและแนวปฏิบัติสำหรับการพัฒนาระดับสูงของความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้ที่อยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ครั้งประวัติศาสตร์ โดยการดำเนินการตามฉันทามติสำคัญจากผู้นำทั้งสองและการเดินหน้าความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างสอดคล้องกับยุคสมัยจะส่งมอบผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นแก่ประเทศและประชาชน รวมถึงมีส่วนส่งเสริมเชิงบวกต่อสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคและโลก

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน พบปะกับคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีและประธานกิจการแห่งรัฐของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ณ เรือนรับรองคึมซูซาน ในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 8 มิ.ย. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนต้อนรับสีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน ในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 8 มิ.ย. 2026)

กลาโหมจีนเตือน ญี่ปุ่น–ฟิลิปปินส์!! ยุติยั่วยุในน่านน้ำตะวันออกไต้หวัน ก่อนปัญหาบานปลาย เตือนหยุดยั่วยุก่อนสาย พร้อมใช้มาตรการเด็ดขาด

โฆษกกลาโหมจีน ชี้ หากญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ยังคงยืนกราน จะนำมาซึ่งปัญหา
เมื่อบ่ายวันที่ 9 มิ.ย.69 พันเอกพิเศษจาง เสี่ยวกัง โฆษกกระทรวงกลาโหมจีนได้เผยแพร่ประเด็นทางการทหารที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่แหล่งข่าวอ้างญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ประกาศริเริ่มการเจรจาเพื่อกำหนดขอบเขตในน่านน้ำทะเลจีนตะวันออกที่ตั้งอยู่ในเขตบริเวณทางตะวันออกของเกาะไต้หวันของจีนโดยลำพังฝ่ายเดียว ตำรวจทะเลจีนจึงมีการลาดตระเวนและสำรวจในน่านน้ำที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงการคมนาคมและขนส่งจีนได้ดำเนินปฏิบัติการเฉพาะด้านในน่านน้ำบริเวณนี้อย่างต่อเนื่อง

พันเอกพิเศษจาง เสี่ยวกัง กล่าวว่า สำหรับเรื่องญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ประกาศริเริ่มการเจรจาเพื่อกำหนดขอบเขตในน่านน้ำทะเลจีนตะวันออกที่ตั้งอยู่ในเขตบริเวณทิศทางตะวันออกของเกาะไต้หวันของจีนนั้น กระทรวงการต่างประเทศจีนได้แสดงย้ำจุดยืนอันหนักแน่นอย่างเด็ดขาดหลายครั้งแล้ว เพื่อเร่งรัดให้ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ยุติพฤติกรรมละเมิดอธิปไตยและยั่วยุที่ผิดกฎหมายทันที หากญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ยังคงยืนกรานในแนวทางของตนเอง จะนำมาซึ่งปัญหา ทั้งนี้ จีนจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดและมีพลังเพื่อพิทักษ์อธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิทางทะเลของประเทศชาติ

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1419315296892735&id=100064428352622&rdid=xi9lB0vmbm2iuLFZ#

NASA ลุยอาร์ทิมิส 3 เปิดตัวนักบินอวกาศ 4 คนสำหรับภารกิจ มีนักบินอเมริกัน 3 รายและนักบินอิตาลี ภารกิจเริ่มทดสอบในปี 2027 บนวงโคจรโลก เตรียมสาธิตเชื่อมต่อกับยานบลู ออริจิน สเปซเอ็กซ์

ลอสแอนเจลิส, 10 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) องค์การนาซา (NASA) ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายชื่อนักบินอวกาศประจำภารกิจอาร์ทิมิส 3 (Artemis III) จำนวน 4 คน ซึ่งแบ่งเป็นนักบินอวกาศชาวอเมริกัน 3 คน และนักบินอวกาศชาวอิตาลี 1 คน ได้แก่ แรนดี เบรสนิก นักบินอวกาศของนาซาที่จะเป็นผู้บัญชาการ แอนเดอร์ ดักลาส และแฟรงก์ รูบิโอ ที่จะเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญ และลูกา ปาร์มิตาโน จากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ที่จะเป็นนักบิน

ภารกิจอาร์ทิมิส 3 มีกำหนดดำเนินการทดสอบที่ท้าทายหลายรายการในวงโคจรรอบโลกในปี 2027 โดยจรวดระบบปล่อยอวกาศของนาซาจะนำส่งยานอวกาศโอไรออน (Orion) พร้อมทีมนักบินอวกาศจากศูนย์อวกาศเคนเนดีของนาซาในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก และยานอวกาศโอไรออนจะสาธิตการนัดพบและเชื่อมต่อกับระบบลงจอดยานอวกาศเชิงพาณิชย์โดยมนุษย์ของสหรัฐฯ ที่บลู ออริจิน (Blue Origin) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) กำลังพัฒนา

ทั้งนี้ นาซายังแต่งตั้งบ็อบ ไฮเนส นักบินอวกาศของนาซา เป็นนักบินอวกาศสำรอง ซึ่งจะทำการฝึกฝนพร้อมกับทีมนักบินอวกาศหลักของภารกิจอาร์ทิมิส 3 ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับภารกิจอาร์ทิมิส 4 ที่เป็นภารกิจส่งมนุษย์ไปยังขั้วใต้ของดวงจันทร์ครั้งแรกในปี 2028

ที่มา : Xinhua

ฝูชิง เร่งฟื้นฟูชนบท!! เมืองฝูชิงเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมอัตลักษณ์ มุ่งขยายผลโครงการฟื้นฟูชนบทสีเขียว คว้า 15 รางวัลแห่งชาติอย่างยิ่งใหญ่ มูลค่าผลผลิตเกษตรทะลุ 2.5 หมื่นล้านหยวน

เมืองฝูชิงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เดินหน้าฟื้นฟูชนบท
พลิกโฉมภูมิทัศน์ใหม่ให้มณฑลฝูเจี้ยน

เมืองฝูชิง มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ได้จัดงานประชุมสัมมนาในพื้นที่จริงเมื่อวันที่ 27-28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอัตลักษณ์เฉพาะและเร่งขับเคลื่อนการฟื้นฟูชนบท โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งขยายผลความสำเร็จจาก “โครงการฟื้นฟูชนบทสีเขียว” เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองฝูชิงได้ขับเคลื่อนศักยภาพในฐานะเมืองรองของเมืองเอกประจำมณฑลฝูเจี้ยน โดยเร่งจัดสรรพื้นที่ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมนำโมเดลห่วงโซ่อุตสาหกรรมมาปรับใช้ เมืองฝูชิงได้ดำเนินกลยุทธ์ฟื้นฟูที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับเกษตรกรรมสมัยใหม่เพื่อวางรากฐานให้มั่นคง สร้างมูลค่าเชิงนิเวศผ่านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว บูรณาการภาคเกษตรกรรมเข้ากับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มบทบาทที่หลากหลายให้กับท้องถิ่น ตลอดจนสร้างกลไกเชื่อมโยงผลประโยชน์ที่เข้มแข็งเพื่อให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม การดำเนินงานอย่างเป็นระบบนี้ได้ผลิดอกออกผลจนกลายเป็นภูมิทัศน์ใหม่ที่สะท้อนความสำเร็จได้อย่างรอบด้าน ทั้งอุตสาหกรรมที่เติบโต ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และชุมชนชนบทที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้เมืองฝูชิงคว้าเกียรติยศระดับชาติมาครองถึง 15 รางวัล โดยได้รับการยกย่องให้เป็นเขตสาธิตเกษตรกรรมสมัยใหม่ระดับชาติ และนิคมอุตสาหกรรมระดับชาติ พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเด่น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ โลควอท สัตว์ปีก หอยลาย ปลาไหล สุกร และธุรกิจการเกษตรข้ามช่องแคบ ฝูชิงถือเป็นฐานเพาะพันธุ์ลูกหอยลายมะนิลาที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเลี้ยงและแปรรูปปลาไหลเพื่อการส่งออก รวมถึงเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์ไข่ นอกจากนี้ เมืองฝูชิงยังได้รับเลือกให้เข้าร่วม “โครงการยกระดับมูลค่าหมื่นล้านหยวน” เพื่อพัฒนาเกษตรกรรมอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของมณฑลฝูเจี้ยนอีกด้วย

เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าผลผลิตรวมในภาคเกษตรกรรม การป่าไม้ การปศุสัตว์ และการประมงของเมืองฝูชิง ทะยานแตะ 2.506 หมื่นล้านหยวน ครองอันดับ 2 ในกลุ่มเขตพื้นที่ระดับอำเภอของมณฑลฝูเจี้ยน

ที่มา: ศูนย์สื่อสารมวลชนเมืองฝูชิง

จีน–เกาหลีเหนือ ย้ำแนวร่วมยุทธศาสตร์!! หลังสหรัฐฯ–เกาหลีใต้–ญี่ปุ่นเพิ่มความร่วมมือทหาร ผู้เชี่ยวชาญรัสเซียชี้ จีนอาจยอมรับโดยปริยาย เกาหลีเหนือในฐานะชาตินิวเคลียร์ จับตาความร่วมมือเศรษฐกิจ–โลจิสติกส์รอบใหม่

จอร์จี โทโลรายา หัวหน้าศูนย์ยุทธศาสตร์รัสเซียในเอเชีย สังกัดสถาบันเศรษฐศาสตร์แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซีย กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik ว่า การเดินทางเยือนเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดของสี จิ้นผิง เกิดขึ้นท่ามกลางความร่วมมือทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

จีนและเกาหลีเหนือได้ยืนยันอย่างชัดเจนอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการต่อต้านนโยบายเชิงก้าวร้าวของสหรัฐฯ และพันธมิตร เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

การที่มีเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของจีนร่วมคณะเดินทางไปกับสี จิ้นผิง แสดงให้เห็นว่า ประเด็นด้านการทหารเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการเยือนครั้งนี้อย่างชัดเจน

ข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายจีนไม่ได้กล่าวถึงประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี บ่งชี้ว่า จีนอาจยอมรับโดยปริยายว่าเกาหลีเหนือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์แล้ว

มีความเป็นไปได้ว่า จีนและเกาหลีเหนืออาจเดินหน้าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ร่วมกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมมายืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้ถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่เสียประโยชน์มากที่สุดในสถานการณ์นี้ เพราะได้ทำให้ตนเองห่างออกจากกระบวนการพหุภาคีในภูมิภาค จากการเข้าไปผูกพันเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดมากเกินไป

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top