Saturday, 5 September 2026
NEWS FEED

“กาชาด” เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม!! ระดมอาสาสมัครจัดถุงยังชีพ 300 ชุด ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ขอบคุณอาสาสมัครและเครือข่ายทุกฝ่าย ส่งกำลังใจผ่านวิกฤติภัยน้ำท่วม

เร่งระดมกำลังอาสาสมัครกาชาด ร่วมบรรจุถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนจากเหตุน้ำท่วม จำนวน 300 ชุด ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เพราะความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน

ขอขอบคุณอาสาสมัครกาชาด และภาคีเครือข่ายสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน
ร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

ตำรวจไทยยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต!! ของหญิงไทยที่ถูกกล่าวหาว่า ถูกชายชาวออสเตรเลียฆาตกรรม ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจย้ำเดินหน้าความยุติธรรมทั้งคนไทยและต่างชาติ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ตำรวจไทยยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงไทยที่ถูกกล่าวหาว่าถูกชายชาวออสเตรเลียฆาตกรรมในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ตามรายงานการชันสูตรพลิกศพของตำรวจที่สำนักข่าว ABC ได้รับมา ระบุว่า ธัญชนก ดอนหอมหล้า วัยรุ่นสาวชาวไทย ถูกทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต

ตำรวจไทยแจ้งกับสำนักข่าวเอพีว่า จากหลักฐานที่รวบรวมได้ พวกเขาเชื่อว่าการสืบสวนใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว

กรณีชายชาวออสเตรเลียวัย 65 ปี ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมหญิงไทยวัย 17 ปี หรือ “น้องเค้ก” ธัญชนก ดอนหอมหล้า ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ยังคงเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนคดี

สำนักข่าวรอยเตอร์ส์รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยชื่อนายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน เป็นชายชาวออสเตรเลียอายุ 45 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ขณะกำลังซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินเจ็ตสตาร์ เพื่อเดินทางกลับมายังนครเพิร์ธ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เปิดเผยกับเอสบีเอส ไทย ว่า จากพยานแวดล้อมและหลักฐานที่ตำรวจมีในขณะนี้ เชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า “ไม่มีคนอื่นเข้าไป [ในห้อง] นอกเหนือจากคุณไซมอนและน้องเค้ก” ขณะที่ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าได้บีบคอผู้เสียหายจนแน่นิ่ง ก่อนนำร่างไปไว้ในห้องน้ำ และภายหลังนำศพใส่กระเป๋าเพื่อนำไปทิ้ง
สำหรับบาดแผลรอยข่วนที่พบบนร่างของผู้ต้องหา ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการต่อสู้ของผู้เสียชีวิตระหว่างถูกทำร้าย โดย พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า

“น้องอาจจะมีการต่อสู้ระหว่างที่อาจจะถูกบีบคอ ก็อาจจะดิ้นหรืออะไรต่าง ๆ มือก็คงไปข่วนที่ตัวของคุณไซมอน”

ในประเด็นแรงจูงใจของคดี ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดจากการทะเลาะกันเรื่องส่วนตัว แต่เจ้าหน้าที่ขอสงวนความเห็นในส่วนนี้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่สามารถชี้แจงหรือโต้แย้งข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้

จากการสอบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ถึงเพื่อน โดยแจ้งว่าได้เดินทางมาถึงห้องพักของผู้ต้องหาแล้ว และกล่าวว่าห้องพักมีสภาพรก แต่ไม่มีข้อความใดที่บ่งชี้ว่าผู้เสียชีวิตรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือคาดว่าจะเกิดอันตรายขึ้น

ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อพนักงานสอบสวนและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ในช่วงแรกของการสืบสวน ตำรวจรับแจ้งเพียงว่ามีเยาวชนสูญหายและไม่สามารถติดต่อได้ จึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไว้ก่อน เนื่องจากขณะนั้นยังไม่พบศพของผู้เสียชีวิตและยังไม่พบกระเป๋าที่ใช้ซ่อนศพ

สำหรับกระบวนการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง โดยหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อัตราโทษสูงสุดตามกฎหมายไทยคือประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม การกำหนดโทษจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ คำให้การของผู้ต้องหา และดุลพินิจของศาล

ในฐานะที่ผู้ต้องหาเป็นชาวออสเตรเลีย พ.ต.อ.เอนก ระบุว่า สถานทูตออสเตรเลียได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามรายละเอียดของคดีแล้ว และตำรวจพร้อมรับฟังข้อสงสัยหรือข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดีของผู้ต้องหา ทั้งนี้ เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เจ้าหน้าที่ได้จัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในระหว่างการสอบสวนตามกระบวนการกฎหมายไทย

ผู้กำกับการตำรวจยังยอมรับว่า ในพื้นที่พัทยาเคยมีเหตุทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายระหว่างชาวต่างชาติกับผู้หญิงไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากความเข้าใจผิดหรือการโต้เถียงกัน แต่โดยทั่วไปไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเช่นคดีนี้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.เอนก ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและการอำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยกล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทยที่กระทำผิด เราพยายามจะทำให้ความยุติธรรมทุกฝ่ายอยู่แล้ว” พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่ไม่คาดคิดและไม่สะท้อนภาพรวมด้านความปลอดภัยของเมืองพัทยา

ที่มา : https://www.sbs.com.au/language/thai/th/podcast-episode/pattaya-police-australian-man-charged-for-murder/dzvdgn6m4?fbclid=IwY2xjawTzT4VwZG9mAWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMWUxMXVLQ2xnQVp3TGtYV2NzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeJSwe8zhWSBqgOBXC42Q0T6tV2Uh3SdCzSU7yu-qGf4-oYyAdKF1uVZxDTH4_aem_XL5UyI11zOZqUsKG24n6zA

ปปง.แจงคดี ‘เล่าต๋า แสนลี่’!! จากคดียาเสพติดสู่คดีฟอกเงิน ไม่จบแค่โทษจำคุก ศาลสั่งทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตกเป็นของแผ่นดินกว่า 131 ล้านบาท

สำนักงาน ปปง. ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน คดี “เล่าต๋า แสนลี่ กับพวก” เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน กว่า 131 ล้านบาท

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะว่า นายเล่าต๋า แสนลี่ ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจากเรือนจำแล้ว นั้น

วันนี้ (19 ส.ค.) สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่า ในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด นอกจากนายเล่าต๋า แสนลี่ กับพวก จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว ยังถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอีกด้วย

โดยสำนักงาน ปปง. ได้ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของบุคคลดังกล่าวและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดต่อเนื่องหลายคดี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึง พ.ศ. 2563 และศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่ากว่า 131 ล้านบาท และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว

ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9690000081829

สาวไทย เล่าถูกเนรเทศ!! เล่าชีวิตที่ “ซานดิเอโก้” กักตัวในศูนย์โอเทย์เมซ่า เตือนระวังอยู่เกินวีซ่า แม้แต่งงานแล้วก็ถูกจับได้

สาวไทยซานดิเอโก้ เปิดใจหลังถูก “เนรเทศ”

“คุณบี” สาวไทยในซานดิเอโก้ เล่าประสบการณ์หลังถูก “ไอซ์” จับส่งเข้าศูนย์กักกันนานสองสัปดาห์ ก่อนเนรเทศ พร้อมเตือนคนอยู่เกินวีซ่า ต้องระวังแม้แต่งงานกับซิติเซ่นแล้วและอยู่ระหว่างรอใบเขียวก็ตาม
“คุณบี” อดีตคนไทยในเมืองซานดิเอโก้ ซึ่งเพิ่งถูกเนรเทศกลับประเทศไทย ให้สัมภาษณ์รายการเก้าอี้รับแขก ของสยามทาวน์ยูเอส เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ถึงประสบการณ์ตั้งแต่วินาทีที่ถูกควบคุมตัว การใช้ชีวิตในศูนย์กักกันโอเทย์เมซ่า ไปจนถึงขั้นตอนการส่งตัวออกจากสหรัฐฯ

คุณบี เล่าว่าเธอเดินทางมาอเมริกาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 เพราะตกงานในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยใช้พาสปอร์ตอิตาลี (เธอได้สัญชาติอิตาลีจากอดีตสามี) ซึ่งไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถอยู่ได้ 90 วัน
“เคยไปเที่ยว (อเมริกา) หลายครั้งแล้ว แต่ช่วงโควิด ตอนนั้นเราตกงานนะ เพื่อนก็ชวนว่าไปทำงานที่โน่นไหม ก็คิดว่าดีกว่าอยู่บ้าน เพราะไม่มีอะไรทำ ก็เลยไป ไปทำงานร้านอาหาร พอครบ 90 วันต้องกลับ แต่เรากลับไม่ได้ กลับเมืองไทยก็ต้องกักตัว แล้วเงินทองช่วงนั้นก็ติดขัด เพื่อนก็เลยบอกงั้นก็อยู่เถอะ เอ้าอยู่ก็อยู่ แป๊บๆ ห้าปีแล้ว…”

ตลอดห้าปีท่ีผ่านมา คุณบีทำงานที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง มีสภาพชีวิตที่ดี มีเพื่อนฝูงที่สนิทสนมหลายคน ไม่เคยมีประวัติเสียหาย อีกทั้งยังขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ITIN หรือ Individual Taxpayer Identification Number) เพื่อเสียภาษีต่อเนื่องกันสองปี ก่อนจะต้องยุติเพราะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง

กระทั่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คุณบีรับคำชวนจากเพื่อนที่เป็นภรรยาทหารอเมริกัน ให้เข้าไปช้อปปิ้งแบบไม่เสียแท็กซ์ที่ Pacific Views MCX ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในค่ายนาวิกโยธินเพนเดลตัน (Marine Corps Base Camp Pendleton) ซึ่งผู้ผ่านเข้าออก จะต้องแสดงเอกสารประจำตัวที่ด่านตรวจ

“ก็ยื่นพาสปอร์ตอิตาลีให้เขา สักพักเขาก็เรียกลงจากรถเลย” คุณบีเล่า และว่าเธอถูกนำตัวไปสแกนนิ้วมือ และกักตัวเพื่อรอเจ้าหน้าที่ไอซ์

“แต่ถามว่ากลัวไหม เราทำใจไว้อยู่แล้ว อายุอานามเราก็ไม่ใช่น้อยๆ เราไม่ใช่เด็ก เป็นคนเข้มแข็ง บอกตรงๆ ว่าเข้มแข็งมาก ก็เลยรับสถานการณ์ได้ มันก็มีนิดหนึ่งแหละที่เสียใจว่า เราอาจยังไม่พร้อม หรือ “โดนแล้วเหรอ” ประมาณนี้ แต่ก็ทำใจได้ หลังจากนั้นสองวันก็ทำใจได้ค่ะ”

จากนั้น คุณบีถูกเจ้าหน้าที่ไอซ์ นำตัวไปส่งฟ้องที่ศาลอิมมิเกรชั่นในซานดิเอโก้ และถูกคุมตัวที่นั้นสองคืน

ระหว่างอยู่ที่ศาล คุณบีบอกว่าเห็นเจ้าหน้าที่ไอซ์ รอจับผู้อยู่เกินวีซ่าที่ศาลเป็นจำนวนมาก
“ก่อนนั้นได้ยินว่าไอซ์จับๆ แต่ไม่เคยเห็น ไม่รู้จับกันที่ไหน แต่พอเข้าไปข้างในศาล โห แต่ละวันมากันเป็นสิบ มาทุกวัน ถึงรู้ว่าเขาจับกันจริงๆ และเยอะมาก” เธอกล่าว และเตือนผู้ที่อยู่ระหว่างรอใบเขียวว่า หากถูกเรียกไปศาลหรือสำนักงานอิมมิเกรชั่นในระยะนี้ ควรเตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงควรปรึกษาทนายความก่อนทุกครั้ง

คุณบีเล่าว่าต้องนอนอยู่ในห้องควบคุมของศาลเป็นเวลาสองคืน โดยยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ซึ่งบางมาก แม้จะมีผ้าห่มฉุกเฉินลักษณะคล้ายแผ่นฟอยล์ให้ แต่ก็ยัง “หนาวมากจนแทบไม่ได้นอน”
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการที่ศาล คุณบีถูกใส่กุญแจมือและกุญแจเท้า นำตัวส่งไปยังศูนย์กักกันโอเทย์เมซ่า (Otay Mesa Detention Center) ในซานดิเอโก้

“เรารับได้ว่าเราทำผิดกฎหมายจริง แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือใส่กุญแจมือไม่พอ ยังใส่ที่เท้าด้วย มันเยอะเกินไป” เธอเล่า

เมื่อเดินทางถึงศูนย์กักกัน เจ้าหน้าที่ถ่ายรูป ทำเอกสาร และให้เปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งหมดเป็นชุดของศูนย์ รวมถึงชุดชั้นใน ก่อนนำตัวเข้าไปรวมกับผู้ถูกกักกันคนอื่นๆ

คุณบีถูกจัดให้อยู่ในห้องพัก หรือ “พอดเอ” ซึ่งมีผู้ถูกกักกันประมาณ 128 คน ภายในเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีเตียงสองชั้นวางเรียงอยู่หลายมุม

แม้พื้นที่จะค่อนข้างแออัด แต่สะอาดและมีระเบียบ มีอาหารวันละสามมื้อ รวมถึงบริการซักเสื้อผ้า โดยผู้ถูกกักกันบางคนรับหน้าที่ทำความสะอาดแลกกับค่าตอบแทนวันละประมาณหนึ่งดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปใช้โทรศัพท์หาครอบครัวหรือซื้อของใช้จำเป็น

ในจำนวนผู้ถูกกักกันร่วมกับเธอทั้ง 128 คน คุณบีบอกว่ามีคนไทยอยู่เพียงสองคน ส่วนใหญ่เป็นชาวเม็กซิกัน ขณะที่ผู้ถูกกักกันชาวเอเชียส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและเวียดนาม

คุณบีเล่าถึงเพื่อนผู้หญิงไทยที่ถูกกักตัวอยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งถูกไอซ์จับกุมก่อนวันแต่งงานกับชาวอเมริกันไม่กี่วัน เพราะขับรถของแฟนที่ทะเบียนรถมีปัญหา เมื่อถูกเรียกหยุดจึงถูกจับเพราะอยู่เกินวีซ่า
“จากสิ่งที่เห็น คนที่แต่งงานกับชาวอเมริกันแล้ว หรืออยู่ระหว่างยื่นเรื่องขอปรับสถานะ ก็ยังมีโอกาสถูกควบคุมตัว หากโอเวอร์สเตย์แล้ว อาจไม่ต้องกลับออกไป แต่ก็ต้องไปต่อสู้คดี หรือชี้แจงต่อศาลเอา” คุณบีเล่า

คุณบีตัดสินใจไม่ต่อสู้คดีและแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรกว่ายินยอมเดินทางออกจากสหรัฐฯ
“เรารู้ตัวดี คนที่สู้คดีส่วนมากเขามีแฟน มีลูก แต่เราไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ จะเอาข้อไหนไปอ้าง จะอยู่ทำงานก็ไม่ได้ เราเตรียมใจไว้แล้วว่าโดนเมื่อไรก็กลับ” เธอกล่าว

แม้แจ้งว่าไม่ต่อสู้คดี คุณบียังต้องอยู่ในศูนย์กักกันรวมประมาณสองสัปดาห์ก่อนจะถูกส่งตัวกลับประเทศอิตาลีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ออกค่าตั๋วส่งเธอไปประเทศอิตาลี ส่วนค่าตั๋วจากอิตาลีกลับประเทศไทย เธอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง

คุณบีถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 10 ปี โดยก่อนแยกจากเจ้าหน้าที่ที่สนามบิน เธอบอกกับเจ้าหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษว่า “See you in ten years” ทำให้เจ้าหน้าที่หัวเราะ
แม้ถูกควบคุมตัวและเนรเทศ คุณบียืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไอซ์และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเดินทางปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ

“เขาพูดดี เขาให้เกียรติ ไม่ได้ทำอะไรกับเราเลย แม้แต่คนที่มาส่งขึ้นเครื่อง ทุกคนนิสัยดีหมด” เธอกล่าว เธอเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะตนเองไม่ขัดขืน ไม่โต้เถียง และยอมรับว่าทำผิดกฎหมาย

เมื่อถูกถามถึงกระแสที่ว่าการจับกุมแรงงานที่ไม่มีสถานะอาจทำให้นายจ้างถูกตรวจสอบหรือเดือดร้อนด้วย คุณบีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่เคยถามว่าเธอทำงานที่ใดหรือเคยทำงานกับใคร
“เขาไม่ถามเลยว่าอยู่มาห้าปีแล้วทำอะไร ไม่ถามเรื่องนายจ้างแม้แต่คำเดียว” เธอกล่าว
จากประสบการณ์ตรง คุณบีเตือนผู้ที่อยู่เกินวีซ่าให้ระมัดระวังการเดินทางเข้าใกล้ค่ายทหาร สนามบิน สถานที่ของรัฐบาลกลาง และพื้นที่ชายแดน เพราะอาจถูกตรวจบัตรประจำตัวหรือสถานะการพำนัก
เธอเล่าว่า มีชายชาวอังกฤษที่ถือพาสปอร์ตอิตาลี ซึ่งถูกส่งตัวกลับอิตาลีพร้อมกัน เล่าให้เธอฟังว่าถูกควบคุมตัว หลังระบบนำทางพาขับรถหลงเข้าไปในเขตค่ายทหาร

“ตอนนี้ถ้ารู้ว่าตัวเองอยู่ผิด ก็ต้องระวังตัว ไม่ต้องไปไหนมาไหนโดยไม่จำเป็น เจอตำรวจก็อย่าเข้าไปใกล้ เพราะถ้าเขาสงสัย เขาก็ตรวจได้” เธอกล่าว

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1540836564742031&id=100064471068542&post_id=100064471068542_1540836564742031&rdid=fIrWKkarnO5d3Vvz#

'ซีเค' เดือด!! ประกาศตัดขาดรายการดัง โควตคำพูดบิดเบือน ย้ำรักชาติ เชื่อคนเข้าใจผิด เตรียมชัดเจนในจุดยืนเพื่อประเทศ

"ซีเค" เดือด! ประกาศตัดขาดรายการดัง หลังโควตคำพูดบิดเบือน "ต่อให้ไทยต้องเลียเท้า อีลอน มัสก์ ก็ต้องยอม" เพื่อแลกลงทุน ลั่น! เสียใจที่สุดตรงที่ทำให้คนเข้าใจผิด เหมือนเป็นคนขายชาติ ทั้งที่รู้จักกันดีว่าตนรักประเทศไทยมากแค่ไหน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1377501857871504/?rdid=vbFK4JTGqicA3Q1b#

FIBO มจธ. จับมือ UBTECH ลงนาม MOU เร่งพัฒนาหุ่นยนต์ AI ร่วมวิจัย แลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาบุคลากร เน้นยกระดับระบบนิเวศหุ่นยนต์ในไทย หวังส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

FIBO มจธ. จับมือ UBTECH ลงนาม MOU พัฒนา Embodied AI Robotics เสริมศักยภาพระบบนิเวศหุ่นยนต์และ AI ของไทย

FIBO KMUTT Signs MoU with UBTECH to Advance Embodied AI Robotics and Strengthen Thailand’s AI and Robotics Ecosystem

สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MoU) กับบริษัท UBTECH สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้าน Embodied AI Robotics ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาบุคลากร รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมร่วมยกระดับระบบนิเวศด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ภายในงาน Thailand – China Cooperation Expo 2026 ภายใต้แนวคิด "Investing for the Future, Growing Together" ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

ในการลงนาม ฝ่าย UBTECH นำโดย Ms. Claudia Chen ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ และฝ่าย FIBO มจธ. นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง ผู้อำนวยการสถาบัน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมแสดงความยินดีในโอกาสสำคัญ

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ FIBO มจธ. ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์อัจฉริยะ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง AI และ Robotics ของภูมิภาค

ตร.ไต้หวัน รวบ สาวไทย ครูสอนมวยไทย!! สาวไทยถูกฟ้องคดียาเสพติดในไต้หวัน กลืนแคปซูลเฮโรอีน 289 กรัม มูลค่ากว่า 3.6 ล้านเหรียญไต้หวัน ต้องใช้เวลา 10 วันขับแคปซูลออกจากร่างกาย

ฉาวไม่พัก! ตร.ไต้หวันรวบ "สาวไทย ครูสอนมวยไทย" กลืนแคปซูลเฮโรอีน 72 เม็ด ลักลอบขนยาเข้าไต้หวัน

วันนี้ (19 ส.ค. 69) Rti (Radio Taiwan International) สื่อไต้หวันรายงานว่า ทีมสืบสวนคดีอาชญากรรมเกาสง สังกัดหน่วยยามฝั่งไต้หวันเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับเบาะแสว่า มีชาวต่างชาติพยายามลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในไต้หวัน ด้วยการซุกซ่อนไว้ในสัมภาระหรือภายในร่างกาย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจึงเข้าตรวจค้น และจับกุม "นางสาวเอ (นามสมมุติ)" หญิงชาวไทยรายหนึ่งได้ที่สนามบินนานาชาติเกาสง เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ในข้อหาลักลอบนำเฮโรอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 เข้ามาในไต้หวัน

ทีมสืบสวนเกาสง ระบุว่า "นางสาวเอ" ใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในร่างกาย เพื่อลักลอบขนเข้ามาในไต้หวัน โดยเธอกลืนแคปซูลเฮโรอีนทรงรีจำนวน 72 เม็ด น้ำหนักรวม 289.1 กรัม มูลค่าประมาณ 3.6 ล้านเหรียญไต้หวันเข้าสู่ร่างกาย แคปซูลทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกและปิดผนึกอย่างแน่นหนา หากชั้นห่อหุ้มด้านนอกถูกกรดในกระเพาะอาหารกัดกร่อนจนละลาย อาจทำให้ยาเสพติดรั่วไหลเข้าสู่ร่างกายและเป็นอันตรายถึงแก่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ระบุว่า ถือเป็นวิธีการลักลอบขนยาที่มีความเสี่ยงสูงมาก

หลังจากที่นางสาวเอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ได้ให้ยาเพื่อช่วยให้เธอขับถ่ายยาเสพติดออกมาตามธรรมชาติ โดยใช้เวลานานถึง 10 วัน จึงสามารถขับถ่ายยาเสพติดออกจากร่างกายได้หมด นอกจากนี้ นางสาวเอยังเป็นครูสอนมวยไทย มีพละกำลัง และสมรรถภาพทางร่างกายเหนือกว่าคนทั่วไป เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจึงต้องเฝ้าระวังและควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ก่อนที่สำนักงานอัยการเกาสงจะสรุปสำนวนและยื่นฟ้องต่อศาล ขณะที่ศาลมีคำสั่งฝากขังนางสาวเอไว้ระหว่างดำเนินคดี

ที่มา : Rti
//https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1660560739409730&id=100063674585845&rdid=HJiZJDCvtUIiZknL#

IVY DECOR ยกทัพเฟอร์นิเจอร์เอาต์ดอร์ ร่วมจัดแสดงในงาน Food & Hospitality Thailand 2026

IVY DECOR ยกทัพเฟอร์นิเจอร์เอาต์ดอร์ ร่วมจัดแสดงในงาน Food & Hospitality Thailand 2026

IVY DECOR แบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมและเฟอร์นิเจอร์สำหรับพื้นที่กลางแจ้ง (Outdoor Furniture) ชั้นนำของไทย ยกทัพผลิตภัณฑ์ร่วมจัดแสดงภายในงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 งานแสดงสินค้านานาชาติสำหรับธุรกิจอาหาร โรงแรม และการบริการ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 19–22 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ ฮอลล์ 1–4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ

ภายในงาน IVY DECOR นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับพื้นที่กลางแจ้งหลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความทนทานสำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้ง โดยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่นำมาจัดแสดง ประกอบด้วย

OUTDOOR UMBRELLA
ภายใต้คอนเซปต์ “Stylish Shade for Every Outdoor Space” ร่มสำหรับพื้นที่กลางแจ้งที่ผสานดีไซน์เข้ากับฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมคุณสมบัติเด่น ได้แก่

UV Protection ช่วยป้องกันรังสี UV เพิ่มความสบายในการใช้งานกลางแจ้ง
Strong & Durable โครงสร้างแข็งแรงและทนทาน รองรับการใช้งานในระยะยาว
Weather Resistant ทนต่อสภาพอากาศทั้งแดดและฝน เหมาะสำหรับพื้นที่กลางแจ้ง
Easy to Use เปิด-ปิดง่าย และสะดวกต่อการใช้งาน

Amalfi Living Set
ชุดเฟอร์นิเจอร์ภายใต้คอนเซปต์ “Live Beautiful. Live Outside.” ใช้ชีวิตให้มีรสนิยม...ในทุกพื้นที่ของคุณ ออกแบบสำหรับการพักผ่อนกลางแจ้ง พร้อมคุณสมบัติเด่น ได้แก่

เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง (Outdoor Use)
เบาะหุ้มด้วยผ้า Textilene ที่เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง พร้อม Quick-Dry Foam ช่วยให้แห้งได้รวดเร็ว
โครงสร้างอะลูมิเนียม เคลือบสีด้วยระบบ Powder Coating
ทนต่อแสงแดด ฝน และไอทะเล เหมาะสำหรับพื้นที่กลางแจ้งหลากหลายรูปแบบ

MANHATTAN SOFA SET
มาในคอนเซปต์ “Modern Outdoor Living for Every Moment” ชุดโซฟากลางแจ้งดีไซน์โมเดิร์นที่เน้นทั้งความสวยงามและความสะดวกในการใช้งาน พร้อมจุดเด่น ได้แก่

Powder Coating โครงสร้างอะลูมิเนียมเคลือบสี ช่วยลดปัญหาการเกิดสนิม
Outdoor Rope งานสานเชือกสำหรับกลางแจ้ง ให้ความเหนียว แน่น และทนทานต่อการใช้งาน
Weather Resistant ทนต่อแสงแดดและฝน เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง
มาพร้อมโต๊ะข้างขนาดกะทัดรัด สามารถหมุนใช้งานได้รอบตัว 360 องศา เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมผลิตภัณฑ์ของ IVY DECOR ได้ที่ Stand No. L15 ภายในงาน Food & Hospitality Thailand 2026 พร้อมลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านการสแกน QR Code

ในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่ม Tesla Investor Thailand Trader KP สนับสนุนมุมมองของ CK

ในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่ม Tesla Investor Thailand Trader KP สนับสนุนมุมมองของ CK ที่ไทยควรทุ่มทุกทางเพื่อดึงโรงงาน Tesla มาเปิดที่ไทยให้ได้ เพราะประโยชน์ระยะยาวจะอยู่กับไทยเรามหาศาล และหลายประเทศก็เคยแหกกฎให้ Tesla มาก่อน

1) จีน = ยอมเปลี่ยนกติกาเรื่อง Foreign Ownership เพื่อให้ Tesla เป็นผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติรายแรกที่ตั้งโรงงานในจีนโดยถือหุ้นเอง 100%

2) เยอรมัน = ยอม Fast Track ปรับกฎให้ Tesla สามารถสร้างโรงงานได้ก่อนจนเกือบเสร็จ ก่อนที่ใบอนุญาต Final Approval จะออก

การเปลี่ยนกติกาบางอย่างในระยะสั้น.. อาจเปลี่ยนอนาคตของประเทศไทยในระยะยาวได้ทั้งประเทศ

ที่มา : trader KP

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1653449719676564&id=100050346555986&rdid=irh7DutaN1Qho14p#

อาลัย ‘เรย์ แม็คโดนัลด์’ อดีตพระเอกดัง–พิธีกรขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 จากไปในวัย 49 ปี เจ้าของผลงาน 2499–O-Negative ทิ้งผลงานจอเงินไว้ในความทรงจำ

วงการบันเทิงเศร้าสูญเสีย สุดอาลัย เรย์ แม็คโดนัลด์ อดีตพระเอกดัง – พิธีกรดัง เสียชีวิต

วันที่ 19 ส.ค.69 มีรายงานข่าวช็อกวงการการสูญเสีย เรย์ แม็คโดนัลด์ อดีตพระเอกดัง พิธีกรดัง ยุค90 เสียชีวิตแล้วในวัย 49 ปี ที่บ้านพัก ย่านพัฒนาการ กทม. ขณะที่ เพื่อนๆ กำลังไปที่บ้านของ เรย์ แล้ว

เรย์ แม็คโดนัลด์ เสียชีวิตแล้ว เผยผลงานโด่งดัง ขวัญใจวัยรุ่นยุค90
โดย เรย์ แมคโดนัลด์ เกิดวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2520 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นนักแสดงลูกครึ่ง ไทย – สกอตแลนด์ (ยูเรเชียน) ด้านการศึกษา จบระดับชั้ยมัธยมที่ประเทศอังกฤษ

เรย์ แมคโดนัลด์ เป็นนักแสดง พิธีกร นายแบบ ที่แจ้งเกิดในยุค 90 มีผลงานมากมาย เป็นพระเอกภาพยนตร์ เป็นหนึ่งในพิธีกรวัยทีนยุค 90 ที่โด่งดัง รายการ ทีนทอล์ค ด้วยบุคลิกกวนๆ แต่เท่

โดยผลงานภาพยนตร์ดัง อาทิ ฝัน บ้า คาราโอเกะ , 2499 อันธพาลครองเมือง และ O-Negative รักออกแบบไม่ได้

เรย์ เคยได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ดีเยี่ยมในปี ค.ศ.1997-1998 ในภาพยนตร์เรื่อง ฝันบ้าคาราโอเกะ และยังได้รับรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 7 ในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง หนีตามกาลิเลโอ และมีผลงานภาพยนตร์เรื่อยๆมา และผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดคือ เพื่อนรักเพื่อนลับ

ปัจจุบันกลับมารวมตัวกับเพื่อนสนิทอย่าง ลีโอ พุฒ และ ต้าร์ เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา ทำรายการยูทูบ ติดคุย ในนาม พุฒต้าเร ในช่องยูทูบ Rayron : เร่ร่อน

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10365633


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top